หน้า : พิมพ์หน้านี้ - ถ้าต้องการรับเงินประกันสังคมชราภาพต้องทำอย่างไรมาดูกัน

เว็บบอร์ด webboard บอร์ด forum ฟอรั่ม กระดานข่าว กระดานสนทนา สนทนา กระทู้ ความคิดเห็น

หมวดหมู่ => ทีนวาไรตี้ => ข้อความที่เริ่มโดย: unyanamah ที่ 1 มิ.ย. 20, 14:08 น

ถ้าต้องการรับเงินประกันสังคมชราภาพต้องทำอย่างไรมาดูกัน


กระทู้: ถ้าต้องการรับเงินประกันสังคมชราภาพต้องทำอย่างไรมาดูกัน
เริ่มกระทู้โดย: unyanamah ที่ 1 มิ.ย. 20, 14:08 น
สำหรับใครก็ตามที่ได้ทำงานเป็นพนักงานประจำแน่นอนว่าจะมีการส่งเงินสมทบเข้ากองทุนประกันสังคม ส่วนใครก็ตามที่เคยเป็นพนักงานประจำและเป็นผู้ประกันตนอยู่ในกองทุนประกันสังคมงั้นถ้าต้องการให้ตนเองสามารถที่จะใช้สิทธิ์ในการเบิกค่ารักษาพยาบาลและสิทธิ์อื่นๆนั้นก็สามารถที่จะเข้าเป็นผู้ประกันตนตามมาตรา 39 ได้เช่นเดียวกัน เพียงแต่ว่าตามมาตรา 39 นั้นจะเป็นผู้ประกันตนที่อยู่ในประเภทของผู้มีอาชีพอิสระนั้นเอง
แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นไม่ว่าจะเป็นผู้ประกันตนตามมาตรา 33 ซึ่งก็คือพนักงานประจำหรือเป็นผู้ประกันตนตามมาตรา 39 ซึ่งเป็นผู้มีอาชีพอิสระนั้นอย่างไรเสียเงิน <a href="https://www.plus.co.th/articles/PLUS-1241/สมทบกรณีชราภาพ-ประกันสังคม-เลือก-บำเหน็จหรือบำนาญ">เงินประกันสังคมชราภาพ</a>หรือที่เคยรู้จักกันในชื่อ <a href="https://www.plus.co.th/articles/PLUS-1241/เงินสมทบกรณีชราภาพ-ประกันสังคม-เลือก-บำเหน็จหรือบำนาญ">เงินบําเหน็จประกันสังคม</a>หรือเงินบํานาญประกันสังคมแล้วแต่กรณีนั้นอย่างไรเราก็ได้หากเข้าเงื่อนไขการขอรับสิทธิ์ ด้วยการได้รับสิทธิ์เงินบำเหน็จชราภาพหรือเงินบำนาญชราภาพนั้นสิ่งที่แตกต่างกันระหว่างเงิน 2 ประเภทนี้ก็คือระยะเวลาการส่งเงินสมทบเข้ากองทุนประกันสังคมนั้นเอง
ดังนั้นแล้วก่อนที่เราจะขอรับสิทธิ์เงินประกันสังคมชราภาพนั้นเราก็ควรที่จะพิจารณาตัวเองก่อนว่าเข้าเงื่อนไขใดเพื่อที่เราจะได้ขอรับสิทธิ์ได้อย่างถูกต้องและไม่เสียเวลาในการแก้ข้อมูลนั่นเอง รอวันนี้เราก็มีหลักเกณฑ์การจ่ายเงินบำเหน็จชราภาพและเงินบํานาญชราภาพมาฝากเพื่อนๆทุกคนกันด้วย รวมไปถึงหลักฐานเอกสารต่างๆที่เราจะต้องเตรียมในการขอรับสิทธิ์
1.สำหรับเงินบำนาญชราภาพ ก็คือเป็นผู้ประกันตนและเงินสมทบเข้ากองทุนประกันสังคมมาครบ 180 เดือน และเป็นผู้ที่มีอายุครบ 55 ปีบริบูรณ์และความเป็นผู้ประกันตนได้สิ้นสุดลง โดยจะได้รับเงินเกษียณเป็นรายเดือนในอัตราร้อยละ 20 ของค่าจ้าง (สูงสุด 15,000 บาท) ฉะนั้นหาก้รามีรายได้ 20,000 บาท/เดือน เราก็จะนำมาคำนวณเงินเกษียณเพียง 15,000 บาท เท่านั้น เช่นนี้เราก็จะได้รับเงินเกษียณเท่ากับ 15,000 x 20% = 3,000 บาทต่อเดือนไปตลอดชีวิต ส่วนในกรณีที่จ่ายเงินสมทบเข้ากองทุนประกันสังคมเกิน 180 เดือนนั้นเราก็จะได้รับเงินประกันสังคมชราภาพเพิ่มขึ้นอีกในอัตราร้อยละ 1.5 ต่อการจ่ายเงินสมทบทุก 12 เดือน
2.สำหรับเงินบำเหน็จชราภาพ ก็จะต้องเป็นผู้ที่มีอายุครบ 55 ปีบริบูรณ์แล้วและความเป็นผู้ประกันตนได้สิ้นสุดลง การคำนวณเพื่อจ่ายเงินบำเหน็จชราภาพนั้นเราก็จะเป็นออกเป็น 2 กรณีด้วยกันก็คือ
-สำหรับผู้ที่จ่ายเงินสมทบประกันสังคมต่ำกว่า 12 เดือน จะได้รับเงินเกษียณเท่ากับเงินที่จ่ายสมทบประกันสังคม
-สำหรับโทรที่จ่ายเงินสมทบประกันสังคมตั้งแต่ 12 เดือนขึ้นไปแต่ไม่ถึง 180 เดือน จะได้เงินเกษียณเท่ากับเงินที่เราได้จ่ายสมทบประกันสังคมบวกกับในส่วนที่นายจ้างจ่าย
ส่วนในเรื่องของหลักฐานที่ใช้ขอรับเงินเกษียณจากประกันสังคมนั้นก็ได้แก่
1.แบบคำขอรับประโยชน์ทดแทนกรณีชราภาพ (สปส. 2-01)
2.สำเนาสมุดบัญชีเงินฝากธนาคารของผู้ประกันตน ของ 11 ธนาคาร คือ ธนาคารกรุงไทย ธนาคารกรุงศรีอยุธยาธนาคารกรุงเทพ ธนาคารไทยพาณิชย์ ธนาคารกสิกรไทย ธนาคารทหารไทย ธนาคารธนชาต ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย ธนาคารซีไอเอ็มบีไทย ธนาคารออมสิน และธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร
3.ซึ่งเรานั้นสามารถยื่นเรื่องรับเงินเกษียณได้ที่สำนักงานประกันสังคมและจะต้องดำเนินการให้เสร็จภายใน 1 ปี หลังลาออกจากประกันสังคมไม่เช่นนั้นเราจะถูกตัดสิทธิ์