หน้า : พิมพ์หน้านี้ - วงการสื่อสารแนะ กสทช.เอาตัวเองให้รอดก่อน

เว็บบอร์ด webboard บอร์ด forum ฟอรั่ม กระดานข่าว กระดานสนทนา สนทนา กระทู้ ความคิดเห็น

หมวดหมู่ => เรื่องเด่นประเด็นดัง => ข้อความที่เริ่มโดย: iot_thailand ที่ 19 เม.ย. 17, 09:51 น

วงการสื่อสารแนะ กสทช.เอาตัวเองให้รอดก่อน


กระทู้: วงการสื่อสารแนะ กสทช.เอาตัวเองให้รอดก่อน
เริ่มกระทู้โดย: iot_thailand ที่ 19 เม.ย. 17, 09:51 น
วงการสื่อสารแนะ กสทช.เอาตัวเองให้รอดก่อน หลังโชว์กึ๋นเสนอแนะกระทรวงดีอีผ่าทางตันปัญหาดาวเทียมให้ รมต.กระทรวงดิจิทัลของตัวเอง 3 ปียังปิดบัญชีไม่ลง แถมโยนเผือกร้อนให้ สตง.รับหน้าเสื่อให้แทน แหล่งข่าวจากวงการโทรคมนาคม เปิดเผยถึงกรณีที่คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ได้เสนอแนวการบริหารจัดการดาวเทียมสื่อสารของชาติที่คาราคาซังมานาน โดยให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ออกคำสั่งทางปกครองเรียกเก็บค่าวงจรดาวเทียมเพิ่มเติมจากดาวเทียมไทยคม 7 และ 8 ที่ให้บริการอยู่ในปัจจุบัน ซึ่งหากบริษัท ไทยคม จำกัด (มหาชน) ไม่เห็นด้วยก็สามารถร้องต่อศาลปกครองให้มีคำสั่งระงับได้ ซึ่งไม่ว่าศาลปกครองจะมีคำพิพากษาใดๆออกมาจะทำให้เกิดความชัดเจน

แหล่งข่าวกล่าวว่า ประเด็นเรื่องการกำกับดูแลกิจการดาวเทียมนั้น ก่อนหน้านั้นทั้งกระทรวงดีอี และกสทช.ได้เคยหารือจนมีข้อยุติไปแล้ว โดย กสทช.ได้ออกใบอนุญาตประกอบกิจการดาวเทียมให้แก่บริษัทไทยคม ในการจัดสร้างและยิงดาวเทียมไทยคม 7 และไทยคม 8 ไปแล้วก่อนหน้า โดยไทยคม 7 ให้บริการมาตั้งแต่ 2557 ขณะไทยคม 8 ให้บริการไปเมื่อกลางปี 2559 แต่ปัญหาที่เกิดขึ้นเป็นเพราะกระทรวงดีอีเองที่ไปปลุกผีจะไล่เก็บค่าสัมปทานจากเอกชนขึ้นมา ทั้งที่ไม่มีอำนาจตามกฎหมายรองรับ เพราะการกำกับดูแลและให้ใบอนุญาตประกอบกิจการโทรคมนาคมมือถือ หรือกิจการดาวเทียมได้เปลี่ยนผ่านไปอยู่ในกำกับของ กสทช. ตาม พ.ร.บ.องค์กรบริหารคลื่นความถี่ฯ ปี 2553 (พ.ร.บ.กสทช.) กระทรวงดีอีไม่มีอำนาจจะให้สัมปทานหรือออกใบอนุญาตประกอบการสื่อสารใดๆ แล้ว เมื่อจู่ ๆ กระทรวงดิอีจะลุกขึ้นมาจัดเก็บค่าต๋งสัมปทานดาวเทียมขึ้นมาจึงทำให้เกิดปัญหาขึ้น ในส่วน กสทช.ก็เช่นกัน

แหล่งข่าวกล่าวต่อว่าก่อนจะไปเสนอแนะแนวทางแก้ไขปัญหาให้หน่วยงานอื่นก็น่าจะได้หันมาปัดกวาดบ้านตัวเองก่อน เพราะในส่วนของการประกอบกิจการทีวีดิจิทัลที่อยู่ในกำกับของกสทช.เองก็ยังหืดจับหายใจไม่ทั่วท้อง แต่ละรายยังต้องร้องขอให้ กสทช.ผ่อนปรนกฎระเบียบต่างๆ ให้ ขณะที่เรื่องของเงินรายได้จากการใช้งานคลื่นความถี่ 1800 เมกกะเฮิร์ตซ์ (MHz) และ 900 MHz ตามประกาศกสทช.เมื่อปี 2556 และ 2558 ที่มีวงเงินรายได้รวมกว่า 20,000 ล้านบาทนั้น จนป่านนี้คณะกรรมการกิจการโทรคมนาคม (กทค.) ใน กสทช.เองก็ยังปิดบัญชีไม่ลง แม้ก่อนหน้านี้ สำนักงานกสทช.จะนำเสนอแนวทางแก้ไขปัญหานี้ โดยดึงสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) เข้ามารับหน้าเสื่อแก้ปัญหาให้ แต่ก็เชื่อว่ายากที่จะได้ข้อสรุป เพราะ กสทช.นั้นเสนอให้ สตง.จัดตั้งคณะทำงานเพื่อเคาะตัวเลขเงินรายได้นำส่งรัฐเฉพาะกรณีเงินรายได่จากการเยียวยาคลื่น 1800 MHz เท่านั้น ไมได้พิจารณากรณีเงินเยียวยา 900 MHz ด้วย และยังเป็นที่รับรู้กันดีว่า มีเป้าหมายเพื่อช่วยเหลือบริษัทเอกชนรายหนึ่งไม่ต้องจ่ายเงินรายได้เข้ารัฐจากที่คณะทำงาน กสทช.ประเมินไว้สูงถึง 13,939 ล้านบาทให้เหลือเพียง 1,500 ล้านบาท จึงทำให้เกิดคำถามขึ้นว่าเม็ดเงินรายได้ที่หายไปนับ 10,000 ล้านบาทนั้น ใครจะเป็นผู้รับผิดชอบ สตง.จะแบกรับความเสียหายที่ว่านี้ไว้เองหรือไม่

“กรณีดาวเทียมนั้น กสทช.เสนอให้ รมต.ดีอีออกคำสั่งทางปกครองเรียกเก็บค่าสัมปทานไปเลย หากเอกชนไม่เห็นด้วยก็ให้ไปยุติที่ศาล แต่เหตุใดกรณีเงินรายได้จากมาตรการเยียวยามือถือ กสทช.กลับไม่ดำเนินการตามวิธีนี้ เพราะหากเอกชนไม่พอใจย่อมสามารถใช้สิทธิ์อุทธรณ์และร้องต่อศาลปกครองให้ชี้ขาดได้อยู่แล้วเช่นกัน”แหล่งข่าวคนเดิมกล่าว

ที่มา : http://www.komchadluek.net/news/economic/272181#.WPX_qCVSPqE.lineme