หน้า : พิมพ์หน้านี้ - เมื่อประเทศญี่ปุ่น ลืมตาอ้าปากได้ ก็ไม่เห็นค่า คนไทย

เว็บบอร์ด webboard บอร์ด forum ฟอรั่ม กระดานข่าว กระดานสนทนา สนทนา กระทู้ ความคิดเห็น

หมวดหมู่ => เรื่องเด่นประเด็นดัง => ข้อความที่เริ่มโดย: mamy40 ที่ 5 ธ.ค. 12, 11:40 น

เมื่อประเทศญี่ปุ่น ลืมตาอ้าปากได้ ก็ไม่เห็นค่า คนไทย


กระทู้: เมื่อประเทศญี่ปุ่น ลืมตาอ้าปากได้ ก็ไม่เห็นค่า คนไทย
เริ่มกระทู้โดย: mamy40 ที่ 5 ธ.ค. 12, 11:40 น
คับข้องใจมาก ไม่มีที่ระบายจึงขอระบายความเสียใจที่มีต่อคนญี่ปุ่น @ สถานทูตญี่ปุ่น
ประเทศญี่ปุ่น อาหารญี่ปุ่น รวมทั้งความน่ารักของคนญี่ปุ่น คือความฝันของคนไทยหลายๆคน
เมื่อวันที่ญี่ปุ่นเกิดสึนามิ หัวใจของคนไทยหลายคนรวมทั้งตัวดิฉันก็เทใจให้ความช่วยเหลือบริจาคเงินเท่าที่พอจะทำได้ และความฝันที่อยากจะไปเยือนประเทศญี่ปุ่นยังตรึงอยู่ในใจ มาวันนี้ประเทศญี่ปุ่นพลิกพื้นขึ้นมา เราด้วยแพลนที่ตั้งไว้กับแฟนจะพาลูกชาย 8 ขวบไปเล่นสกี นอนอาบน้ำพุร้อน ozen เป็นสัญญาและของขวัญ ที่ลูกชายสอบได้ทุนเรียนในโรงเรียนอินเตอร์ (ทำให้ประหยัดเงินพ่อ แม่เยอะ) และคือของขวัญ Christmas & New Year ให้ลูกและครอบครัวเรา
เนื่องจากแฟนเป็นคนอังกฤษ และลูกชายถือพาสปอร์ททั้งไทยและอังกฤษ เป็นอันว่าพาสปอร์ทอังกฤษไม่ต้องขอวีซ่า ก็เหลือฉันคนเดียว แต่ไม่คิดว่ามีอะไรต้องเป็นห่วง ด้วยฉันมีกิจการเป็นของตนเองด้วยทุนจดทะเบียน 2 ล้าน มีเงินในบัณชี หลักแสนs จึงจองตั๋วเครื่องบิน และโรงแรมครบเพื่อโชว์ให้สถานทูตดูว่า จุดประสงค์ที่ขอไปท่องเที่ยว 12 วันฉันมีที่พัก และวันกลับที่ชัดเจน .... แต่ผล กลับไม่เป็นดังนั้น วีซ่าของดิฉันไม่ผ่าน ด้วยความเสียใจเป็นอย่างยิ่ง แต่ยังไม่อยากทำลายฝันของลูกชาย จึงโทรไปที่สถานทูตเพื่อขอครั้งนี้สักครั้ง เจ้าหน้าที่ไทยบอกเพียงว่า "เมื่อผลออกมาอย่างนี้คุณก็ต้องยอมรับ ถ้ายังอยากไปก็ขอใหม่อีก 6 เดือนข้างหน้า แต่ถ้าไม่พอใจก็ไม่ต้องไป" และทางสถาททูตก็จะไม่ให้เหตุผลใดๆ ในการไม่ออกวีซ่าให้ แค่รู้ไว้ว่าคุณสมบัติคุณไม่เพียงพอ ...เมื่อได้ยินดังนั้นใจดิฉันกับทุกอย่างที่เป็นญี่ปุ่น มันเป็นเส้นขนานแล้ว แต่เพื่อลูกดิฉันเลนลองโทรไปปรึกษาคนที่รู้จักหลายๆคน ก็แนะนำว่าห้ไปที่สถานทูต เอาหลักฐาน เอารูปถ่ายลูกชาย ไปบอกให้เค้ารู้ว่าเราไม่ไปขายหอยแน่ๆ และในที่สุดสู้เพื่อลูกก็มาถึง ดิฉันจึงบุกไปที่สถานทูตเพื่อขอคำชี้แจงเรื่องวีซ่า ก็มีเจ้าหน้าที่ญี่ปุ่นผู้ดูแลการออกวีซ่าออกมาพบ เป็นผู้หญิงน่าตาน่ารักมากแบบญี่ปุ่น พร้อมเจ้าหน้าที่ไทยในการแปลภาษา ดิฉันก็เปิดฉากด้วยการยื่นเอกสารที่น่าจะเป็นประโยชน์เพิ่มขึ้น และอธิบายถึงจุดประสงค์ที่ดิฉันและแฟนต้องการไปญี่ปุ่น คือของขวัญ และ ฝัน ของลูกชายตัวน้อยๆ และดิฉันมีวันไป กลับที่แน่นอน และสามารถเช็คดิฉันได้จากโรงแรมที่ดิฉันจองตั้งแต่วันไปถึง วันที่อยู่สกีรีสอร์ท และวันกลับของดิฉัน แต่ทางเจ้าหน้าที่สถานทูตจิตใจแข็งกระด้างดังหิน บอกเพียงว่าเข้าใจความรู้สึก แต่จะไม่มีทางเปลี่ยนใจมาให้วีซ่าแน่นอน และจะไม่รับผิดชอบเรื่องตั๋วเครื่องบิน และ โรงแรม ดิฉันก็พยายามที่จะอธิบายว่าไม่ต้องการให้รับผิดชอบเรื่องตั๋วเครื่องบิน และโรงแรม แต่ที่ดิฉันมาที่นี่ มายืนอยู่ตรงนี้เพื่อขอให้ท่านนำหลักฐานเพิ่มเติมที่ VFS ได้ดึงของดิฉันออกไป เพื่อให้ท่านนำไปพิจารณาอีกครั้ง ดิฉันขอในฐานะแม่คนหนึ่ง ซึ่งวันนี้จะยอมทำทุกอย่างเพื่อรักษาฝันของลูกชายตัวน้อยไว้ที่จะได้ไปเล่นสกีที่ญี่ปุ่น ขอเพียง 12 วัน ถ้าดิฉันผิดคำขอก็ให้ ตม ที่นั่นจับดิฉันได้เลย แต่คนญี่ปุ่นใจแห้งแล้งดั่งทะเลทราย บอกเพียงว่า แม้ดิฉันจะพูดขอเหมือนเดิม เขาก็จะพูดเหมือนเดิมเหมือนกันว่าจะไม่มีการพิจารณาอีกครั้ง กฏ คือ กฏ ให้เข้าใจ เราเลยพูดกับเขาในภาษาอังกฤษ ตรงกับเขาว่า ถ้าเขามีลูก ขอให้เขานึกถึงมนุษที่เป็นแม่ ที่ดิฉันมาร้องขอวันนี้ ดิฉันยอมแล้วที่จะทำทุกอย่างเพื่อขอเพียง 12 วัน ขอเพียงท่านนำหลักฐานเพิ่มเติมนำไปพิจารณาใหม่ด้วยเถิด ดิฉันเข้าใจว่ากฏ คือกฏแต่ในทุกกฏเมื่อต้องเลือกระหว่างความช่วยเหลือเพื่อนมนุษ กับ กฏ แต่คนญี่ปุ่นตอบอย่างไร้ความรู้สึกว่า เขาได้ให้เวลามายืนฟังดิฉันนานแล้ว ดิฉันก็พูดขอเหมือนเดิม แต่เขาก็ยังยืนยันคำตอบเดิมว่าจะไม่มีการ
พิจารณาใหม่ ขอให้ดิฉันยอมรับ และกลับไปได้แล้ว ดิฉันจึง กล่าวขอบคุณเขา วันนี้ดิฉันตาสว่าง กับคนญี่ปุ่นเพิ่มมากขึ้น หลงชื่นชมมานาน นับจากนี้ไปทุกอย่างที่เป็นญี่ปุ่นกับดิฉันคงเป็นเส้นขนาน ถ้าเพียงวันนี้เกิดขึ้นก่อนสึนามิสักหน่อย คนญี่ปุ่นจะไม่มีวันได้เห็นนำ้ใจจากดิฉัน ต่อคนญี่ปุ่น และนับจากนี้ไปคงไม่มีน้ำใจใดๆ ให้กับชาวญี่ปุ่นอีกต่อไป ขอโทษผู้ที่เข้ามาอ่าน ดิฉันร่ายยาวไปหน่อย