หน้า : พิมพ์หน้านี้ - สิงห์บุรีสายน้ำและความทรงจำ เมื่อมายืนเบื้องหน้า อนุสาวรีย์วีรชนค่ายบางระจัน

เว็บบอร์ด webboard บอร์ด forum ฟอรั่ม กระดานข่าว กระดานสนทนา สนทนา กระทู้ ความคิดเห็น

หมวดหมู่ => ท่องเที่ยว => ข้อความที่เริ่มโดย: aomjungtonmai ที่ 2 ก.ย. 11, 10:40 น

สิงห์บุรีสายน้ำและความทรงจำ เมื่อมายืนเบื้องหน้า อนุสาวรีย์วีรชนค่ายบางระจัน


กระทู้: สิงห์บุรีสายน้ำและความทรงจำ เมื่อมายืนเบื้องหน้า อนุสาวรีย์วีรชนค่ายบางระจัน
เริ่มกระทู้โดย: aomjungtonmai ที่ 2 ก.ย. 11, 10:40 น
(http://c1.isanook.com/wb/0/di/no-image300x300.jpg) (http://www.sanook.com/11838.html)
(http://c1.isanook.com/wb/0/di/no-image300x300.jpg) (http://www.sanook.com/11838.html)
(http://c1.isanook.com/wb/0/di/no-image300x300.jpg) (http://www.sanook.com/)
  เมื่อมายืนเบื้องหน้า อนุสาวรีย์วีรชนค่ายบางระจัน ถ้อยคำต่าง ๆ ก็ผุดพรายขึ้นมา ความผูกพัน ความรัก บรรพบุรุษ เสียสละ ภูมิใจในบ้านเกิดของตน...คงเป็นความจริงที่ว่าไม่มีแผ่นดินใดจะอบอุ่นและภูมิใจเท่าบ้านเกิด

          ล่วงมากว่า 200 ปีแล้ว ทว่าบันทึกที่เป็นลายลักษณ์อักษรและตำนาน ก็เล่าขานวีรกรรมชาวบ้านบางระจัน และวิเศษชัยชาญ ในการหาญสู้กับกองทัพพม่า ก่อนกรุงศรีอยุธยาจะแตกพ่ายในเดือน 4 พ.ศ. 2308

          1. ตำบลแห่งนั้นอยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา เดิมมีคลองทอดมาบรรจบ จึงเป็นชุมทางค้าขายมาแต่โบราณ บ้างหาบปลามาขาย บ้างเป็นพืชผักนานา น้ำตาลโตนดหวานหอม เรือเมล์ไปยังเมืองต่าง ๆ ก็แวะจอดที่นี่ เช่นเดียวกับชุมชนริมน้ำทั้งหลาย เมื่อความหมายของสายน้ำเปลี่ยน เส้นทางสัญจรก็เปลี่ยนตาม ปากบาง คือตำบลแห่งนั้น ผ่านยุครุ่งโรจน์มาเนิ่นนาน จากตลาดอันคลาคล้ำด้วยผู้คน ล่วงปีที่ 150 ปากบางโรยรา บานเฟี้ยมที่เคยเปิดกว้างทุก ๆ ร้าน เต็มด้วยข้าวของเครื่องใช้ ในวันนี้แทบทั้งหมดหับปิดตาย

          บ่ายวันอาทิตย์ ผมและมิตรซึ่งมีรากเหง้าสิงห์บุรีเข้าไปเยือนตัวตลาด เหมือนเช่นทุกวัน มีบานเฟี้ยมเปิดเพียงไม่กี่ร้าน "แต่ก่อนใคร ๆ ก็ต้องมาที่นี่ เพราะมีของขายทุกอย่าง เครื่องใช้ไฟฟ้า ของดีจากบ้านต่าง ๆ ร้านทองมี 3 ร้าน" ยายศิริพร เล่าพลางยิ้มเย็น ๆ หน้าห้องแถวไม้อายุร่วมร้อยปี

(http://c1.isanook.com/wb/0/di/no-image300x300.jpg) (http://www.sanook.com/11838.html)
    ผมมองเข้าไปในร้าน ตามชั้นวางของดูโล่งว่าง ยายศิริพรเล่าว่า สมัยแม่และยาย ร้านนี้ขายข้าวเปลือกผ้าไตร ลูกค้ามากมาย ถัดจากร้านยายศิริพรเป็น ร้านขนมเปี๊ยะโซวเม่งเฮง ร่วม 70 ปีแล้ว ที่รสหวานหอมเลื่องลือไปไกล ในวันที่ตลาดเงียบเหงา ร้านโซวเม่งเฮงยังคงรสมือและความตั้งใจ

          "เราทำจำนวนจำกัด เป็นอย่างนี้ตั้งแต่รุ่นเก๋ง เพราะอยากให้คนซื้อได้กินของอร่อย สดใหม่" ยุบล เจริญคุณวิวัฏ ทายาทรุ่นที่ 3 เล่าให้ผู้มาเยือนฟัง ใบหน้าระบายยิ้ม จากร้านโชวเม่งเฮง ทางเดินเชื่อมกับอีกซอย ด้านหลังคือแม่น้ำเจ้าพระยา สองฟากซอยปรากฏเรือนแถวไม้เก่ากร่อน บางคูหาพยายามยื้อเวลาไว้ด้วยการซ่อมแซม ทาสีสดใส

          ถึงหัวมุมถนนอีกด้าน เราก็พบร้านเปิดบานเฟี้ยมติดกันสามร้าน ดูเป็นมุมมีชีวิตที่สุดในปากบาง เราแวะนั่งพัก พูดคุยหน้าร้านกระยาสารทแม่ทองสุข น้ำเย็น ๆ เสมือนน้ำใจ กลิ่นกระยาสารทหอมหวนในลมบ่าย

(http://c1.isanook.com/wb/0/di/no-image300x300.jpg) (http://www.sanook.com/11838.html)
"ตอนฉันสาว ๆ คนแน่นเอี้ยด เดินแทบไม่ได้ กล้วยอ้อยเอามาวางเดี๋ยวเดียวก็ขายหมด ไม่มีเวลากินข้าวกันเลย" ยายชูศรี จังตระกูล เล่าแล้วก็หัวเราะสบายใจ ในวัย 92 ภาพเหล่านั้นยังเคลื่อนไหวแจ่มชัด เช่นเดียวกับ ร้านบรรจงโอสถ ซึ่งอยู่ฝั่งตรงข้าม ตู้ยาขนาดใหญ่เต็มผนังบ่งบอกว่ากิจการเติบโตเพียงใด ถัดจากร้านขายยาคือร้านกาแฟอายุ 70 ปี "ร้านแป๊ะธง" ที่ใคร ๆ รู้จักอยู่หน้าท่าเรือเก่า สมัยปากบางคึกคัก เรือเมล์สองชั้นสิงห์บุรี-กรุงเทพฯ ก็แวะจอดที่นี่

          ลมบ่ายพัดผ่านไป ท้องฟ้าอึมครึมเมฆฝน เราล่ำลาทุกคน ในมือมีของฝากมากหลาย ขนมเปี๊ยะหวานหอม กระยาสารท หมูทุบ มะม่วงเขียวเสวย น้ำใจที่ใครหลายคนหยิบยื่นให้ หันกลับไปมองข้างหลัง เรือนแถวไม้เก่าก่อนนั้นคือสิ่งจริงแท้ หากย้อนกลับมาอีกครั้ง เรือนบางหลังอาจหายไป ทว่าความทรงจำดี ๆ จะไม่หายสูญ
(http://c1.isanook.com/wb/0/di/no-image300x300.jpg) (http://www.sanook.com/)

คลิกอ่านต่อที่นี่  (http://www.sanook.com/)