หน้า : พิมพ์หน้านี้ - ทรู-ดีแทค ควบรวมกิจการใครได้ประโยชน์บ้าง?

เว็บบอร์ด webboard บอร์ด forum ฟอรั่ม กระดานข่าว กระดานสนทนา สนทนา กระทู้ ความคิดเห็น

หมวดหมู่ => เทคโนโลยี => ข้อความที่เริ่มโดย: sodaza8593 ที่ 3 พ.ค. 22, 17:13 น

ทรู-ดีแทค ควบรวมกิจการใครได้ประโยชน์บ้าง?


กระทู้: ทรู-ดีแทค ควบรวมกิจการใครได้ประโยชน์บ้าง?
เริ่มกระทู้โดย: sodaza8593 ที่ 3 พ.ค. 22, 17:13 น
(https://t1.blockdit.com/photos/2022/05/6270f9f6175d12d6e1348883_800x0xcover_UaFmWcy3.jpg)

การควบรวมของทรูและดีแทค เป็นการเดินหน้าสู่การปรับโครงสร้างการดำเนินธุรกิจ ซึ่งก็ไม่แตกต่างจากผู้ประกอบการรายอื่น ๆ ในอุตสาหกรรม เพื่อรองรับการแข่งขันในธุรกิจโทรคมนาคมที่มีการแข่งขันกันอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นการขยายโครงข่าย หรือการลงทุนเรื่องเทคโนโลยี ซึ่งสรุปประโยชน์ที่จะได้รับดังนี้

ประเทศชาติได้ประโยชน์ การควบไม่ได้หมายความว่าทรูและดีแทคจะเป็นผู้นำ แต่เป็นการเสริมความแกร่ง เมื่อผู้ประกอบการแข็งแรงก็สามารถเป็นคู่ชกที่สมน้ำสมเนื้อกัน ความเท่าเทียมกันของผู้ประกอบการย่อมดีกับประเทศไทย และ ประชาชน มากกว่าการมีผู้ประกอบการหลายราย แต่มีผู้ประกอบการที่ผูกตลาดตลาดอยู่เพียงรายเดียว ทั้งนี้ หลังการควบรวม ผู้เล่นทุกรายในอุตสาหกรรมโทรคมนาคมไทย พร้อมปรับตัวเข้าสู่การเป็นบริษัทเทคโนโลยี และเพิ่มขีดความสามารถที่จะแข่งกับผู้ประกอบการระดับโลก ด้านการทำภาษีและสร้างเม็ดเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจได้

ผู้ถือหุ้นทรูและดีแทค ไม่ว่าจะเป็นลูกค้า ประชาชนคนไทย ผู้ที่ลงทุนในบริษัท ล้วนเห็นถึงประโยชน์ของการควบรวม เห็นได้จากผลการโหวตเป็นเอกฉันท์ของผู้ถือหุ้นทรู อนุมัติการควบรวมกิจการ 99.37%

ส่วนการประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นดีแทคสัดส่วน 89% โหวตผ่านอนุมัติแผนควบรวมกับทรู แสดงให้เห็นว่าผู้ถือหุ้นทรู และ ดีแทค เห็นด้วยกับการควบรวม ซึ่งการควบรวมนี้จะสร้างผลประโยชน์ให้เกิดการแข่งขันที่ใกล้เคียงผู้นำมากขึ้น และต้นทุนที่ลดลง บวกกับคุณภาพสัญญานที่ดีขึ้น

ลูกค้าได้ประโยชน์ โดยเฉพาะผู้ใช้บริการดีแทค หากมีการควบรวมสำเร็จ จะสามารถใช้เครือข่าย 5G ของทรูได้ทั้งประเทศ และการใช้เสาสัญญานหลังการควบรวมกว่า 50,000 ต้น จะทำให้คุณภาพสัญญานดีขึ้นทันทีหลายเท่า รวมถึงไร้ข้อกังวลว่าหลังการควบรวมแล้วราคาจะสูงขึ้น เพราะต้องอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของ กสทช. อย่างเข้มงวดอยู่แล้ว

นอกจากนี้ ต้นทุนที่ลดลงจะสามารถทำให้ทรู และดีแทค มีความสามารถในการแข่งขันด้านราคากับคู่แข่งได้ใกล้เคียงมากขึ้น เพราะปัจจุบันเอไอเอส มีต้นทุนต่อลูกค้าต่ำกว่าทั้งสองค่ายมาก กำไรสะสมก็สูงมาโดยตลอด แถมยังครองแชมป์ส่วนแบ่งตลาดอันดับ 1 ไว้ได้กว่า 28 ปี ทำให้ตลาดโทรคมนาคมไทยไม่เกิดการต่อสู้ด้านราคา ทั้งทรู และดีแทค ไม่สามารถลดราคาได้มาก เนื่องจากต้นทุนดอกเบี้ย และการขาดทุนสะสมมีสูง ดังนั้น หากควบรวมสำเร็จ ลูกค้าของทั้งสองค่ายจะได้ผลกระทบเชิงบวกมากกว่าเชิงลบแน่นอน เนื่องจากต้นทุนที่ลดลง และทางเอไอเอสเองก็ต้องลงสนามมาแข่งด้านราคามากขึ้น