หน้า : พิมพ์หน้านี้ - จีนเตรียมยกระดับการปฏิรูป เปิดกว้าง และขยายความร่วมมือในยุคใหม่

เว็บบอร์ด webboard บอร์ด forum ฟอรั่ม กระดานข่าว กระดานสนทนา สนทนา กระทู้ ความคิดเห็น

หมวดหมู่ => ข่าวประชาสัมพันธ์ => ข้อความที่เริ่มโดย: prdelivery ที่ 16 มิ.ย. 21, 12:02 น

จีนเตรียมยกระดับการปฏิรูป เปิดกว้าง และขยายความร่วมมือในยุคใหม่


กระทู้: จีนเตรียมยกระดับการปฏิรูป เปิดกว้าง และขยายความร่วมมือในยุคใหม่
เริ่มกระทู้โดย: prdelivery ที่ 16 มิ.ย. 21, 12:02 น
ด้วยความเชื่อมั่นอย่างแรงกล้าว่า การเปิดกว้างคือหนทางสู่การเติบโตและความมั่งคั่ง ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีน จึงได้เรียกร้องให้จีนและทั่วโลก หันมาขยับขยายความร่วมมือและสร้างชุมชนเพื่ออนาคตร่วมกันของมนุษยชาติ

ในขณะที่ตนเข้าร่วมการประชุม APEC CEO Summit ที่บาหลี ประเทศอินโดนีเซีย ย้อนกลับไปเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2556 นั้น ประธานาธิบดีจีนได้กล่าวถึงสุภาษิตที่เล่าขานกันมาอย่างยาวนาน เพื่อแสดงให้เห็นความมุ่งมั่นของจีนในการปฏิรูปและเปิดกว้างเศรษฐกิจ พร้อมส่งเสริมความร่วมมือกับประเทศอื่น ๆ ทั่วโลก

ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ยกบทกวีจีนที่ประพันธ์ขึ้นเมื่อ 1,000 ปีที่ผ่านมาว่า "จีนจะทุ่มเทในการสร้างกรอบความร่วมมือข้ามแปซิฟิกที่ให้ประโยชน์กับทุกฝ่าย มหาสมุทรแปซิฟิกอันกว้างใหญ่นี้ไม่มีอุปสรรคตามธรรมชาติขวางกั้น และมนุษย์เราก็ไม่ควรสร้างขึ้นมาเอง ความไร้ขอบเขตคือมหาสมุทรที่เราล่องไปตามสายลม"

การเปลี่ยนแปลงอันน่าทึ่งที่เป็นผลจากนโยบายปฏิรูปและเปิดกว้างของจีนเมื่อปี 2521 นั้น เป็นเครื่องพิสูจน์ความเชื่อที่ว่า การเปิดกว้างคือหนทางสู่การเติบโตและความมั่งคั่ง

จีนได้น้อมนำนโยบายดังกล่าวมาใช้ จนได้ก้าวขึ้นจากการเป็นประเทศที่ทำเกษตรเป็นส่วนใหญ่ สู่เศรษฐกิจที่ใหญ่เป็นอันดับสองของโลก

จีนนำเข้าและส่งออกสินค้าเพิ่มขึ้น 1.9% เทียบรายปี แตะ 32.16 ล้านล้านหยวน (ประมาณ 4.97 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ) ในปี 2563

จีนยังเป็นหนึ่งใน 10 ประเทศที่ทำผลงานได้ดีขึ้นมากที่สุด ในแง่ของความสะดวกสบายในการทำธุรกิจเป็นปีที่สองติดต่อกันด้วย ซึ่งเป็นผลจากนโยบายปฏิรูปอันแข็งแกร่ง ตามรายงานวิจัยประจำปี 2563 ของธนาคารโลก

ขณะเดียวกัน จีนได้ลงนามข้อตกลงความร่วมมือกับ 140 ประเทศ และ 31 องค์กรระหว่างประเทศ ภายใต้โครงการ Belt and Road Initiative (BRI) นับตั้งแต่ที่ได้ริเริ่มโครงการดังกล่าวขึ้นเมื่อปี 2556

ในขณะที่จีนเดินหน้าตามเส้นทางใหม่ในการสร้างชาติสังคมนิยมที่ทันสมัยผ่านแผนยุทธศาสตร์ชาติระยะเวลา 5 ปี ฉบับที่ 14 (2564-2568) การเปิดกว้างจะยังคงมีบทบาทสำคัญต่อแผนแม่บทใหม่ของจีน

ปัจจุบัน จีนมีเขตการค้าเสรีนำร่อง (FTZ) 21 แห่ง หลังจากที่เพิ่งเปิด FTZ เพิ่มไป 3 แห่งเมื่อปีที่แล้ว นอกจากนี้ จีนยังได้ลงนามความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจระดับภูมิภาค (RCEP) ซึ่งถือเป็นเขตการค้าเสรีที่ใหญ่ที่สุดในโลกด้วย

ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง เคยให้คำมั่นไว้ว่า "ประตูอันเปิดกว้างของจีนจะไม่มีวันปิด มีแต่จะเปิดกว้างขึ้น" นับเป็นการส่งสัญญาณชัดเจนเพื่อสะท้อนให้เห็นความร่วมมือที่มากขึ้นกับทั่วโลก

ลิงก์: https://www.youtube.com/watch?v=9NREbgLCNr4