หน้า: 1

ชนิดกระทู้ ผู้เขียน กระทู้: ฝีคัณฑสูตร โรคติดเชื้อภายในทวารหนัก  (อ่าน 7 ครั้ง)
add
เรทกระทู้
« เมื่อ: 26 พ.ค. 20, 11:41 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
Send E-mail

แบ่งปันกระทู้นี้ให้เพื่อนคุณอ่านไหมคะ?

ปิดปิด
 
“ฝี” เป็นปัญหากวนใจที่หลายคนไม่อยากให้เกิดขึ้นกับตัวเอง เพราะหากเกิดขึ้นแล้วจะสร้างความเจ็บป่วยทรมานเป็นอย่างมาก และจะยิ่งเป็นปัญหาใหญ่ขึ้นไปอีกเมื่อเจ้าฝีนี้ดันไปเกิดขึ้นในที่ที่ไม่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า นั่นก็คือ “ฝีคัณฑสูตร” (ผ่าตัดฝีคัณฑสูตร (Fistulotomy)


ฝีคัณฑสูตรเกิดจากอะไร


เป็นฝีที่เกิดขึ้นจากการอุดตันของต่อมผลิตเมือกและเกิดการติดเชื้อจนเป็นหนองภายในทวารหนัก โดยบริเวณนี้จะมีต่อมผลิตเมือกจำนวนมากซึ่งเสี่ยงต่อการติดเชื้อเนื่องจากเป็นทางผ่านของอุจจาระ ทำให้เกิดเชื้อแบคทีเรียสะสมจนเกิดเป็นฝี และเมื่อฝีแตกออกจนมีหนองไหลออกมาที่ผนังรอบปากทวารก็จะกลายเป็นฝีคัณฑสูตรในที่สุด


สาเหตุของฝีคัณฑสูตร


ไม่สามารถหาสาเหตุได้แน่ชัดเพราะมักจะเกิดขึ้นอย่างฉับพลันคล้ายไส้ติ่งอักเสบ แต่สาเหตุส่วนใหญ่เกิดจากการสะสมของเชื้อโรค และแบคทีเรียภายในต่อมผลิตเมือกของทวารหนักด้านใน เมื่อเชื้อแบคทีเรียนี้ถูกสะสมในระยะเวลานานจะทำให้เกิดการติดเชื้อจนกลายเป็นฝีขึ้นภายในทวารหนัก


อาการของฝีคัณฑสูตร


แม้โรคฝีคัณฑสูตรจะเป็นโรคที่เกิดขึ้นภายในทวารหนักซึ่งในระยะเริ่มต้นยังไม่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า แต่ผู้ป่วยสามารถสังเกตอาการได้ด้วยตัวเอง ดังนี้ ขอบทวารหนักบวมและมีอาการเจ็บรอบ ๆ หรือภายในรูทวารหนักตลอดเวลา อาจมีไข้ ปวดในทวารหนัก ปวดมากตอนเบ่งถ่าย
มีเลือดหรือน้ำเหลืองไหลออกมาจากทวารหนัก หรือเมื่อถ่ายอุจจาระแล้วมีหนองปนออกมาในระยะเรื้อรัง


ชนิดของฝีคัณฑสูตร


ฝีคัณฑสูตรสามารถแบ่งออกได้เป็น 4 ชนิด ได้แก่

- Intersphincteric สามารถพบได้บ่อยที่สุด โดยจะเริ่มอักเสบจากต่อมผลิตเมือก และกลายเป็นฝีหนองระหว่างกล้ามเนื้อหูรูดชั้นในและชั้นนอก ซึ่งฝีคัณฑสูตรชนิดนี้สามารถใช้นิ้วเพื่อตรวจคลำหาได้
- Transphincteric เริ่มต้นอักเสบจากต่อมผลิตเมือกเช่นกัน แต่ฝีหนองจะทะลุผ่านกล้ามเนื้อหูรูดชั้นในและชั้นนอก ซึ่งสามารถตรวจคลำได้ค่อนข้างยาก
- Suprasphincteric อักเสบจากต่อมผลิตเมือก แต่ฝีหนองจะเกิดขึ้นระหว่างกล้ามเนื้อหูรูดชั้นในและชั้นนอก แต่เมื่อหนองแตกออกจะขึ้นไปด้านบนของหูรูดชั้นนอก และกลับลงมาเป็นที่ขอบทวารหนักอีกครั้ง
- Extrasphincteric พบได้น้อยมาก เพราะต้องเป็นชนิด Transphincteric มาก่อนจนหนองเกิดการลุกลามขึ้นไปบริเวณส่วนปลายของลำไส้ตรง การตรวจคลำจึงเป็นไปได้ยากมาก


ฝีคัณฑสูตรกับริดสีดวง แตกต่างกันอย่างไร ?


โรคทั้งสองนี้แม้จะมีอาการคล้ายคลึงกันคือ มีอาการเจ็บบริเวณทวารหนัก อาจถ่ายเป็นเลือด แต่โรคฝีคัณฑสูตรจะไม่สามารถหายเองได้เหมือนโรคริดสีดวง ต้องได้รับการรักษาโดยการผ่าตัดเท่านั้น


ภาวะแทรกซ้อนจากฝีคัณฑสูตร


หากเกิดขึ้นอย่างเฉียบพลันอาจกลายเป็นระยะเรื้อรัง ซึ่งจะมีผลกระทบต่อการขับถ่ายหรือการกลั้นอุจจาระ จะมีอาการไข้สูง คลื่นไส้ อาเจียน
เกิดการติดเชื้อลุกลามในกระแสเลือด มีโอกาสกลับมาเป็นซ้ำอีกหลังการผ่าตัด


การรักษาฝีคัณฑสูตร


การรักษาโรคนี้แพทย์มีเป้าหมายเพื่อระบายหนองออกและหยุดอาการอักเสบซ้ำซ้อน นอกจากนี้แพทย์ยังต้องคำนึงความเสียหายของหูรูดด้วยเนื่องจากมีความสำคัญอย่างมากในการกลั้นอุจจาระนั่นเอง โดยวิธีการรักษามีอยู่หลายแบบ โดยต้องปรึกษาและรับคำแนะนำจากแพทย์ตามความเหมาะสม โดยการผ่าตัดแบ่งได้เป็น 2 ระยะ ได้แก่

- การรักษาฝีหนองระยะก่อนเป็นฝีคัณฑสูตร ใช้รักษาในระยะเฉียบพลัน วัตถุประสงค์เพื่อระบายหนองลดการติดเชื้อและอาการปวด
- การผ่าตัดรักษาฝีคัณฑสูตรเรื้อรัง วัตถุประสงค์เพื่อลดอาการอักเสบซ้ำซ้อน ใช้รักษาฝีคัณฑสูตรที่มีการติดต่อระหว่างเยื่อบุทวารหนักกับผิวหนัง วิธีการผ่าตัดและขั้นตอนขึ้นอยู่กับชนิดของฝีปกติจะไม่เย็บปิดแผลผ่าตัด ภาวะแทรกซ้อนที่พบได้หลังผ่าตัดเช่นมีเลือดออก น้ำเหลืองซึม การกลั้นอุจจาระและการผายลมไม่สมบูรณ์ (ขึ้นกับชนิดและความลึกของฝี) และมีโอกาสกลับไปเป็นอีกได้


การป้องกันฝีคัณฑสูตร


โรคนี้ไม่สามารถป้องกันได้เหมือนกับโรคอื่นดังนั้นจึงมีวิธีการดูแลตนเองหลังการผ่าตัดเท่านั้น โดยมีวิธีดังต่อไปนี้

- ให้ทานอาหารที่มีประโยชน์และดื่มน้ำให้เป็นปกติเมื่อหมดฤทธิ์ยาสลบหรือยาชา
- หาวัตถุเพื่อป้องกันเลือดและหนองที่อาจไหลออกมาเช่น ผ้าอนามัย หรือผ้าก๊อซแบบแผ่นพับ เป็นต้น
- ผู้ป่วยต้องหมั่นเปลี่ยนผ้าปิดแผลและรับการตรวจแผลซึ่งโดยปกติแล้วแผลจะหายได้ในช่วงเวลาประมาณ 8 สัปดาห์
- แพทย์อาจให้ยาที่มีส่วนช่วยให้อุจจาระนิ่มเพื่อให้ขับถ่ายได้อย่างสะดวก
- แพทย์อาจให้ยาตามความเหมาะสม เช่น ยาแก้ปวด ยาปฏิชีวนะ เป็นต้น แต่ต้องขึ้นอยู่กับความแข็งแรงของผู้ป่วยด้วย


ฝีคัณฑสูตรมีโอกาสเกิดขึ้นได้กับทุกคน โดยการรักษาแต่ละวิธีควรตัดสินใจร่วมกันกับหมอเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด และควรดูแลตนเองหลังการผ่าตัดจนกว่าจะหายเป็นปกติและคอยติดตามภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้นได้ด้วย


อ้างอิงข้อมูลจากบทความ https://www.petcharavejhospital.com/th/Article/article_detail/Anal_Fistula
[/color][/b]
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
Tags:  

หน้า: 1

 
ตอบ
ชื่อ:
 
แชร์ไป Facebook ด้วย
กระทู้:
ไอค่อนข้อความ:
ตัวหนาตัวเอียงตัวขีดเส้นใต้จัดย่อหน้าชิดซ้ายจัดย่อหน้ากึ่งกลางจัดย่อหน้าชิดขวา

 
 

[เพิ่มเติม]
แนบไฟล์: (แนบไฟล์เพิ่ม)
ไฟล์ที่อนุญาต: gif, jpg, jpeg
ขนาดไฟล์สูงสุดที่อนุญาต 20000000 KB : 4 ไฟล์ : ต่อความคิดเห็น
ติดตามกระทู้นี้ : ส่งไปที่อีเมลของสมาชิกสนุก
  ส่งไปที่
พิมพ์อักษรตามภาพ:
พิมพ์ตัวอักษรที่แสดงในรูปภาพ
 
:   Go
  • ข้อความของคุณอยู่ในกระทู้นี้
  • กระทู้ที่ถูกใส่กุญแจ
  • กระทู้ปกติ
  • กระทู้ติดหมุด
  • กระทู้น่าสนใจ (มีผู้ตอบมากกว่า 15 ครั้ง)
  • โพลล์
  • กระทู้น่าสนใจมาก (มีผู้ตอบมากกว่า 25 ครั้ง)
         
หากท่านพบเห็นการกระทำ หรือพฤติกรรมใด ๆ ที่ไม่เหมาะสม ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเสื่อมเสียแก่สถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ รวมถึง การใช้ข้อความที่ไม่สุภาพ พฤติกรรมการหลอกลวง การเผยแพร่ภาพลามก อนาจาร หรือการกระทำใด ๆ ที่อาจก่อให้ผู้อื่น ได้รับความเสียหาย กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม