หน้า: 1

ชนิดกระทู้ ผู้เขียน กระทู้: ไฟฟ้ากระแสตรง (DC) กับ ไฟฟ้ากระแสสลับ  (อ่าน 10 ครั้ง)
add
เรทกระทู้
« เมื่อ: 22 พ.ค. 20, 13:08 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
Send E-mail

แบ่งปันกระทู้นี้ให้เพื่อนคุณอ่านไหมคะ?

ปิดปิด
 


การทำความรู้จักหรือทำความเข้าใจเกี่ยวกับเรื่องของ ไฟฟ้ากระแสตรง (DC) และ ไฟฟ้ากระแสสลับ (AC) นั้นเป็นเรื่องพื้นฐานเลยทีเดียวก็ว่าได้ เพราะเป็นหัวใจหลักในการเลือกซื้อเครื่องมือวัดไฟ หรือเลือกฟังก์ชั่นในการใช้งานเครื่องมือวัดไฟนั้นเอง

ซึ่งอย่างที่เราทุกคนเข้าใจกันดีว่าในประเทศไทยของเรา อุปกรณ์ไฟฟ้าต่างที่ทำออกมา รองรับ การใช้งานกับไฟบ้านหรือกับ ไฟฟ้ากระแสสลับ (AC) ซึ่งมีค่าแรงดันไฟฟ้าอยู่ที่ประมาณ 220 โวล์ ส่วนไฟฟ้าที่อยู่ในพวกแผงวงจร หรือไฟฟ้าที่มาจากถ่านไฟฉายนั้น เป็น ไฟฟ้ากระแสตรง (DC) นั้นเอง

ไฟฟ้ากระแสสลับ (Alternating current)



ไฟฟ้าที่มีทิศทางการไหลของกระแสไฟฟ้าไปในทางกลับกัน คือกระแสไฟจะไม่มีขั้วไฟฟ้าว่าเป็นขั่วบวกหรือขั่วลบ และจะมีทิศทางการไหลที่กลับไปกลับมาอยู่ตลอดเวลา โดยอัตราการเปลี่ยนทิศทางนี้เราเรียกว่าความถี่ของไฟกระแสสลับ มีหน่วยวัดเป็นเฮิร์ท(Hz) ซึ่งก็คือจำนวนรอบคลื่นต่อ หนึ่งวินาที (ไฟบ้าน ในประเทศไทยใช้ความถี่ 50Hz) และภาพลักษณะการไหลเราจะเรียกกันว่า Sine Wave นั้นเอง ดังภาพด้านล่างครับ

ไฟฟ้ากระแสตรง (Direct current)



ไฟฟ้าที่มีทิศทางการไหลเพียงทิศทางเดียวจากขั้วลบของแหล่งกำเนิดไฟฟ้า แล้วไหลผ่านอุปกรณ์ไฟฟ้า แล้วกลับเข้าไปยังขั้วบวกของแหล่งกำเนิดไฟฟ้าอีกครั้ง ภาพด้านล่างเป็นภาพลักษณะรูปคลื่นไฟฟ้าของไฟฟ้ากระแสตรง

ทำไมไฟบ้าน เราจึงใช้เป็นไฟฟ้ากระแสสลับ (AC)

สาเหตุที่ไฟฟ้าตามบ้านส่งแบบ กระแสสลับ (AC) ประเด็นหลักๆ ก็มีอยู่สองข้อใหญ่

ไฟฟ้ากระแสสลับ (AC) นั้นส่งได้ไกลกว่า ไฟฟ้ากระแสตรง (DC)มาก เนื่องจากเวลาส่งกระแสไฟฟ้ามาตามสายไฟ ถ้าเป็น ไฟฟ้ากระแสตรง (DC) ก็ทำให้แรงเคลื่อนสูงมากไม่ได้ ต้องเป็นแรงเคลื่อนไฟฟ้าที่ต่ำ ทำให้ต้องส่งกระแสไฟฟ้าที่มาก เมื่อส่งกระแสที่มากก็จะมีค่าการสูญเสียพลังงานไปตามสายส่งไฟฟ้ามากด้วย

แต่ถ้าเป็น ไฟฟ้ากระแสสลับ (AC) เขาจะแปลงกระแสไฟ ให้เป็นไฟฟ้าแรงสูงก่อนที่จะส่งมาตามบ้านเรือน (ที่เราเห็นเสาไฟฟ้าแรงสูงอยู่ทั่วไปนั้นเอง) แล้วมาลดกลับที่ปลายทางโดยผ่านหม้อแปลง (Transformer) แต่หากเป็น ไฟฟ้ากระแสตรง (DC) จะไม่สามารถทำได้โดยง่าย

ไฟฟ้ากระแสสลับ (AC) นั้น สามารถแปลงแรงดันให้มากขึ้น หรือลดต่ำลงได้ โดยการใช้หม้อแปลง (Transformer) ซึ่งในการแปลงแรงดันนี้ถ้าเป็น ไฟกระแสตรง (DC) จะยุ่งยากมาก

ประโยชน์ของการใช้ไฟฟ้ากระแสตรง

- ใช้ในการเดินไฟฟ้าเพื่อเคลือบโลหะต่างๆ
- ใช้ในการทดลองในการเรียนการสอน หรือค้นคว้าวิจัยทางเคมี
- มีความสามารถในการตัดวัสดุที่เป็นโลหะและเชื่อมโลหะได้เป็นอย่างดี
- ใช้สำหรับทำประจุไฟฟ้าเพื่อนำเข้าแบตเตอรี่เพื่อนำไปใช้งานในชีวิตประจำวัน
- ใช้ในการต่อวงจรเครื่องใช้อิเล็กทรอนิกส์ต่างๆ เพื่อให้ใช้งานได้
- ใช้สำหรับเป็นไฟฟ้าสำหรับนักเดินทาง
- มีศักยภาพทำให้เหล็กธรรมดามีอนุภาคแม่เหล็กเกิดขึ้น

ประโยชน์ของการใช้ไฟฟ้ากระแสสลับ

- ใข้ร่วมกับแสงสว่างได้ดีกว่าไฟฟ้ากระแสตรง
- ช่วยให้ประหยัดค่าใช้จ่ายและสามารถผลิตได้เองไม่ยาก
- มีความสามารถใข้งานกับเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ต้องการกำลังไฟฟ้ามากๆ
- ใช้งานกับเครื่องไฟฟ้าสำหรับเชื่อมวัสดุที่เป็นโลหะได้ดี
- สามารถใช้งานกับเครื่องใช้ไฟฟ้าได้ทุกชนิดในชีวิตประจำวัน
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:  ไฟฟ้ากระแสตรง  ไฟฟ้ากระแสสลับ  ไฟฟ้า  กระแสไฟฟ้า 

หน้า: 1

 
ตอบ
ชื่อ:
 
แชร์ไป Facebook ด้วย
กระทู้:
ไอค่อนข้อความ:
ตัวหนาตัวเอียงตัวขีดเส้นใต้จัดย่อหน้าชิดซ้ายจัดย่อหน้ากึ่งกลางจัดย่อหน้าชิดขวา

 
 

[เพิ่มเติม]
แนบไฟล์: (แนบไฟล์เพิ่ม)
ไฟล์ที่อนุญาต: gif, jpg, jpeg
ขนาดไฟล์สูงสุดที่อนุญาต 20000000 KB : 4 ไฟล์ : ต่อความคิดเห็น
ติดตามกระทู้นี้ : ส่งไปที่อีเมลของสมาชิกสนุก
  ส่งไปที่
พิมพ์อักษรตามภาพ:
พิมพ์ตัวอักษรที่แสดงในรูปภาพ
 
:   Go
  • ข้อความของคุณอยู่ในกระทู้นี้
  • กระทู้ที่ถูกใส่กุญแจ
  • กระทู้ปกติ
  • กระทู้ติดหมุด
  • กระทู้น่าสนใจ (มีผู้ตอบมากกว่า 15 ครั้ง)
  • โพลล์
  • กระทู้น่าสนใจมาก (มีผู้ตอบมากกว่า 25 ครั้ง)
         
หากท่านพบเห็นการกระทำ หรือพฤติกรรมใด ๆ ที่ไม่เหมาะสม ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเสื่อมเสียแก่สถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ รวมถึง การใช้ข้อความที่ไม่สุภาพ พฤติกรรมการหลอกลวง การเผยแพร่ภาพลามก อนาจาร หรือการกระทำใด ๆ ที่อาจก่อให้ผู้อื่น ได้รับความเสียหาย กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม