Sanook.commenu

ค้นหา ตรวจหวย ข่าว อีเมล์ ดูทีวีออนไลน์ ฟังเพลงออนไลน์ คลาสสิฟายด์ ริงโทน เกมส์ ดูทั้งหมด »

สนุก! เว็บบอร์ด > หมวดหมู่ > ชุมชนสนุก! > ร่วมเทิดไท้องค์ราชันย์ > โครงการหลวง
หน้า: 1 2 3 4 5 6
ชนิดกระทู้ ผู้เขียน โครงการหลวง   (อ่าน 279 ครั้ง)
add
ตอบโดยอ้างถึงข้อความอ้างถึง
Re : โครงการหลวง
        ความคิดเห็นที่ #135: 28 พ.ย. 19, 10:49 น

เมื่อปี 2542 ในหลวงรัชกาลที่ 9 เสด็จพร้อมสมเด็จพระนางเจ้าฯ มาเยือนศูนย์ศิลปาชีพ ใน อ. วิภาวดี จ. สุราษฎร์ธานี สมเด็จพระนางเจ้าฯ ทรงถามถึงปัญหาความเป็นอยู่ของหมู่บ้านไกรสร และชุมชนใกล้เคียง ซึ่งเป็นชุมชนที่ได้รับผลกระทบจากการสร้างเขื่อนรัชชประภา (เขื่อนเชี่ยวหลาน) ซึ่งผู้แทนชุมชนได้ทูลขออาชีพเสริมเพื่อเพิ่มรายได้ให้กับสมาชิก สมเด็จพระนางเจ้าฯ จึงได้พระราชทานโครงการส่งเสริมอาชีพทอผ้าตั้งแต่ปี 2543 โดยพระราชทานอาคาร อุปกรณ์การทอผ้า ตั้งอยู่ที่ ต. เขาพัง อ. บ้านตาขุน จ. สุราษฎร์ธานี

Tags:
 
Tags:
add
ตอบโดยอ้างถึงข้อความอ้างถึง
Re : โครงการหลวง
        ความคิดเห็นที่ #136: 28 พ.ย. 19, 10:49 น

เมื่อปี 2542 ในหลวงรัชกาลที่ 9 เสด็จพร้อมสมเด็จพระนางเจ้าฯ มาเยือนศูนย์ศิลปาชีพ ใน อ. วิภาวดี จ. สุราษฎร์ธานี สมเด็จพระนางเจ้าฯ ทรงถามถึงปัญหาความเป็นอยู่ของหมู่บ้านไกรสร และชุมชนใกล้เคียง ซึ่งเป็นชุมชนที่ได้รับผลกระทบจากการสร้างเขื่อนรัชชประภา (เขื่อนเชี่ยวหลาน) ซึ่งผู้แทนชุมชนได้ทูลขออาชีพเสริมเพื่อเพิ่มรายได้ให้กับสมาชิก สมเด็จพระนางเจ้าฯ จึงได้พระราชทานโครงการส่งเสริมอาชีพทอผ้าตั้งแต่ปี 2543 โดยพระราชทานอาคาร อุปกรณ์การทอผ้า ตั้งอยู่ที่ ต. เขาพัง อ. บ้านตาขุน จ. สุราษฎร์ธานี

Tags:
add
ตอบโดยอ้างถึงข้อความอ้างถึง
Re : โครงการหลวง
        ความคิดเห็นที่ #137: 28 พ.ย. 19, 10:49 น

เมื่อปี 2542 ในหลวงรัชกาลที่ 9 เสด็จพร้อมสมเด็จพระนางเจ้าฯ มาเยือนศูนย์ศิลปาชีพ ใน อ. วิภาวดี จ. สุราษฎร์ธานี สมเด็จพระนางเจ้าฯ ทรงถามถึงปัญหาความเป็นอยู่ของหมู่บ้านไกรสร และชุมชนใกล้เคียง ซึ่งเป็นชุมชนที่ได้รับผลกระทบจากการสร้างเขื่อนรัชชประภา (เขื่อนเชี่ยวหลาน) ซึ่งผู้แทนชุมชนได้ทูลขออาชีพเสริมเพื่อเพิ่มรายได้ให้กับสมาชิก สมเด็จพระนางเจ้าฯ จึงได้พระราชทานโครงการส่งเสริมอาชีพทอผ้าตั้งแต่ปี 2543 โดยพระราชทานอาคาร อุปกรณ์การทอผ้า ตั้งอยู่ที่ ต. เขาพัง อ. บ้านตาขุน จ. สุราษฎร์ธานี

Tags:
add
ตอบโดยอ้างถึงข้อความอ้างถึง
Re : โครงการหลวง
        ความคิดเห็นที่ #138: 28 พ.ย. 19, 10:49 น

เมื่อปี 2542 ในหลวงรัชกาลที่ 9 เสด็จพร้อมสมเด็จพระนางเจ้าฯ มาเยือนศูนย์ศิลปาชีพ ใน อ. วิภาวดี จ. สุราษฎร์ธานี สมเด็จพระนางเจ้าฯ ทรงถามถึงปัญหาความเป็นอยู่ของหมู่บ้านไกรสร และชุมชนใกล้เคียง ซึ่งเป็นชุมชนที่ได้รับผลกระทบจากการสร้างเขื่อนรัชชประภา (เขื่อนเชี่ยวหลาน) ซึ่งผู้แทนชุมชนได้ทูลขออาชีพเสริมเพื่อเพิ่มรายได้ให้กับสมาชิก สมเด็จพระนางเจ้าฯ จึงได้พระราชทานโครงการส่งเสริมอาชีพทอผ้าตั้งแต่ปี 2543 โดยพระราชทานอาคาร อุปกรณ์การทอผ้า ตั้งอยู่ที่ ต. เขาพัง อ. บ้านตาขุน จ. สุราษฎร์ธานี

Tags:
add
ตอบโดยอ้างถึงข้อความอ้างถึง
Re : โครงการหลวง
        ความคิดเห็นที่ #139: 28 พ.ย. 19, 10:49 น

เมื่อปี 2542 ในหลวงรัชกาลที่ 9 เสด็จพร้อมสมเด็จพระนางเจ้าฯ มาเยือนศูนย์ศิลปาชีพ ใน อ. วิภาวดี จ. สุราษฎร์ธานี สมเด็จพระนางเจ้าฯ ทรงถามถึงปัญหาความเป็นอยู่ของหมู่บ้านไกรสร และชุมชนใกล้เคียง ซึ่งเป็นชุมชนที่ได้รับผลกระทบจากการสร้างเขื่อนรัชชประภา (เขื่อนเชี่ยวหลาน) ซึ่งผู้แทนชุมชนได้ทูลขออาชีพเสริมเพื่อเพิ่มรายได้ให้กับสมาชิก สมเด็จพระนางเจ้าฯ จึงได้พระราชทานโครงการส่งเสริมอาชีพทอผ้าตั้งแต่ปี 2543 โดยพระราชทานอาคาร อุปกรณ์การทอผ้า ตั้งอยู่ที่ ต. เขาพัง อ. บ้านตาขุน จ. สุราษฎร์ธานี

Tags:
add
ตอบโดยอ้างถึงข้อความอ้างถึง
Re : โครงการหลวง
        ความคิดเห็นที่ #140: 28 พ.ย. 19, 10:49 น

เมื่อปี 2542 ในหลวงรัชกาลที่ 9 เสด็จพร้อมสมเด็จพระนางเจ้าฯ มาเยือนศูนย์ศิลปาชีพ ใน อ. วิภาวดี จ. สุราษฎร์ธานี สมเด็จพระนางเจ้าฯ ทรงถามถึงปัญหาความเป็นอยู่ของหมู่บ้านไกรสร และชุมชนใกล้เคียง ซึ่งเป็นชุมชนที่ได้รับผลกระทบจากการสร้างเขื่อนรัชชประภา (เขื่อนเชี่ยวหลาน) ซึ่งผู้แทนชุมชนได้ทูลขออาชีพเสริมเพื่อเพิ่มรายได้ให้กับสมาชิก สมเด็จพระนางเจ้าฯ จึงได้พระราชทานโครงการส่งเสริมอาชีพทอผ้าตั้งแต่ปี 2543 โดยพระราชทานอาคาร อุปกรณ์การทอผ้า ตั้งอยู่ที่ ต. เขาพัง อ. บ้านตาขุน จ. สุราษฎร์ธานี

Tags:
add
ตอบโดยอ้างถึงข้อความอ้างถึง
Re : โครงการหลวง
        ความคิดเห็นที่ #141: 28 พ.ย. 19, 10:50 น

ในหลวงรัชกาลที่ 9 มีพระราชดำริให้ก่อตั้งศูนย์ศึกษาการพัฒนาพิกุลทองอันเนื่องมาจากพระราชดำริขึ้น เมื่อปี 2524 เป็นศูนย์รวมกำลังของเจ้าหน้าที่ด้านเกษตร สังคม และการส่งเสริมการศึกษามารวมอยู่ด้วยกัน เพื่อให้ความรู้ และช่วยอนุเคราะห์ด้านวิชาการแก่ประชาชน ในการประกอบอาชีพและพัฒนาตนเอง โดยมีเป้าหมายเพื่อปรับปรุงดินพรุ ให้สามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้มากที่สุด และมีการศึกษาทดลองเรื่องยางพารา และปาล์มน้ำมัน อันเป็นพืชเศรษฐกิจของภาคใต้ด้วย ตั้งอยู่ที่ ต. กะลุวอเหนือ อ. เมือง จ. นราธิวาส

Tags:
add
ตอบโดยอ้างถึงข้อความอ้างถึง
Re : โครงการหลวง
        ความคิดเห็นที่ #142: 28 พ.ย. 19, 10:50 น

ในหลวงรัชกาลที่ 9 มีพระราชดำริให้ก่อตั้งศูนย์ศึกษาการพัฒนาพิกุลทองอันเนื่องมาจากพระราชดำริขึ้น เมื่อปี 2524 เป็นศูนย์รวมกำลังของเจ้าหน้าที่ด้านเกษตร สังคม และการส่งเสริมการศึกษามารวมอยู่ด้วยกัน เพื่อให้ความรู้ และช่วยอนุเคราะห์ด้านวิชาการแก่ประชาชน ในการประกอบอาชีพและพัฒนาตนเอง โดยมีเป้าหมายเพื่อปรับปรุงดินพรุ ให้สามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้มากที่สุด และมีการศึกษาทดลองเรื่องยางพารา และปาล์มน้ำมัน อันเป็นพืชเศรษฐกิจของภาคใต้ด้วย ตั้งอยู่ที่ ต. กะลุวอเหนือ อ. เมือง จ. นราธิวาส

Tags:
add
ตอบโดยอ้างถึงข้อความอ้างถึง
Re : โครงการหลวง
        ความคิดเห็นที่ #143: 28 พ.ย. 19, 10:50 น

ในหลวงรัชกาลที่ 9 มีพระราชดำริให้ก่อตั้งศูนย์ศึกษาการพัฒนาพิกุลทองอันเนื่องมาจากพระราชดำริขึ้น เมื่อปี 2524 เป็นศูนย์รวมกำลังของเจ้าหน้าที่ด้านเกษตร สังคม และการส่งเสริมการศึกษามารวมอยู่ด้วยกัน เพื่อให้ความรู้ และช่วยอนุเคราะห์ด้านวิชาการแก่ประชาชน ในการประกอบอาชีพและพัฒนาตนเอง โดยมีเป้าหมายเพื่อปรับปรุงดินพรุ ให้สามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้มากที่สุด และมีการศึกษาทดลองเรื่องยางพารา และปาล์มน้ำมัน อันเป็นพืชเศรษฐกิจของภาคใต้ด้วย ตั้งอยู่ที่ ต. กะลุวอเหนือ อ. เมือง จ. นราธิวาส

Tags:
add
ตอบโดยอ้างถึงข้อความอ้างถึง
Re : โครงการหลวง
        ความคิดเห็นที่ #144: 28 พ.ย. 19, 10:50 น

ในหลวงรัชกาลที่ 9 มีพระราชดำริให้ก่อตั้งศูนย์ศึกษาการพัฒนาพิกุลทองอันเนื่องมาจากพระราชดำริขึ้น เมื่อปี 2524 เป็นศูนย์รวมกำลังของเจ้าหน้าที่ด้านเกษตร สังคม และการส่งเสริมการศึกษามารวมอยู่ด้วยกัน เพื่อให้ความรู้ และช่วยอนุเคราะห์ด้านวิชาการแก่ประชาชน ในการประกอบอาชีพและพัฒนาตนเอง โดยมีเป้าหมายเพื่อปรับปรุงดินพรุ ให้สามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้มากที่สุด และมีการศึกษาทดลองเรื่องยางพารา และปาล์มน้ำมัน อันเป็นพืชเศรษฐกิจของภาคใต้ด้วย ตั้งอยู่ที่ ต. กะลุวอเหนือ อ. เมือง จ. นราธิวาส

Tags:
add
ตอบโดยอ้างถึงข้อความอ้างถึง
Re : โครงการหลวง
        ความคิดเห็นที่ #145: 28 พ.ย. 19, 10:50 น

ในหลวงรัชกาลที่ 9 มีพระราชดำริให้ก่อตั้งศูนย์ศึกษาการพัฒนาพิกุลทองอันเนื่องมาจากพระราชดำริขึ้น เมื่อปี 2524 เป็นศูนย์รวมกำลังของเจ้าหน้าที่ด้านเกษตร สังคม และการส่งเสริมการศึกษามารวมอยู่ด้วยกัน เพื่อให้ความรู้ และช่วยอนุเคราะห์ด้านวิชาการแก่ประชาชน ในการประกอบอาชีพและพัฒนาตนเอง โดยมีเป้าหมายเพื่อปรับปรุงดินพรุ ให้สามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้มากที่สุด และมีการศึกษาทดลองเรื่องยางพารา และปาล์มน้ำมัน อันเป็นพืชเศรษฐกิจของภาคใต้ด้วย ตั้งอยู่ที่ ต. กะลุวอเหนือ อ. เมือง จ. นราธิวาส

Tags:
 
Tags:
add
ตอบโดยอ้างถึงข้อความอ้างถึง
Re : โครงการหลวง
        ความคิดเห็นที่ #146: 28 พ.ย. 19, 10:50 น

ในหลวงรัชกาลที่ 9 มีพระราชดำริให้ก่อตั้งศูนย์ศึกษาการพัฒนาพิกุลทองอันเนื่องมาจากพระราชดำริขึ้น เมื่อปี 2524 เป็นศูนย์รวมกำลังของเจ้าหน้าที่ด้านเกษตร สังคม และการส่งเสริมการศึกษามารวมอยู่ด้วยกัน เพื่อให้ความรู้ และช่วยอนุเคราะห์ด้านวิชาการแก่ประชาชน ในการประกอบอาชีพและพัฒนาตนเอง โดยมีเป้าหมายเพื่อปรับปรุงดินพรุ ให้สามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้มากที่สุด และมีการศึกษาทดลองเรื่องยางพารา และปาล์มน้ำมัน อันเป็นพืชเศรษฐกิจของภาคใต้ด้วย ตั้งอยู่ที่ ต. กะลุวอเหนือ อ. เมือง จ. นราธิวาส

Tags:
add
ตอบโดยอ้างถึงข้อความอ้างถึง
Re : โครงการหลวง
        ความคิดเห็นที่ #147: 28 พ.ย. 19, 10:51 น

จ. พัทลุง ได้ชื่อว่าเป็นแหล่งเพาะปลูกข้าวที่สำคัญของภาคใต้ แต่ด้วยภูมิประเทศที่มีลำน้ำช่วงสั้น ทำให้ยากแก่การบริหารจัดการน้ำ มักประสบปัญหาขาดแคลนน้ำในภาวะฝนทิ้งช่วง และเกิดปัญหาอุทกภัยในฤดูฝน ไม่สามารถทำการเกษตรได้อย่างเต็มที่ ในหลวงรัชกาลที่ 9 จึงมีพระราชดำริสร้างอ่างเก็บน้ำคลองหัวช้าง เพื่อใช้เป็นแหล่งน้ำต้นทุนในการทำการเกษตร การอุปโภคบริโภค คลุมพื้นที่กว่า 1 แสนไร่ ส่งผลให้ราษฎรในพื้นที่มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ตั้งอยู่ที่ อ. ตะโหมด จ. พัทลุง

Tags:
add
ตอบโดยอ้างถึงข้อความอ้างถึง
Re : โครงการหลวง
        ความคิดเห็นที่ #148: 28 พ.ย. 19, 10:51 น

จ. พัทลุง ได้ชื่อว่าเป็นแหล่งเพาะปลูกข้าวที่สำคัญของภาคใต้ แต่ด้วยภูมิประเทศที่มีลำน้ำช่วงสั้น ทำให้ยากแก่การบริหารจัดการน้ำ มักประสบปัญหาขาดแคลนน้ำในภาวะฝนทิ้งช่วง และเกิดปัญหาอุทกภัยในฤดูฝน ไม่สามารถทำการเกษตรได้อย่างเต็มที่ ในหลวงรัชกาลที่ 9 จึงมีพระราชดำริสร้างอ่างเก็บน้ำคลองหัวช้าง เพื่อใช้เป็นแหล่งน้ำต้นทุนในการทำการเกษตร การอุปโภคบริโภค คลุมพื้นที่กว่า 1 แสนไร่ ส่งผลให้ราษฎรในพื้นที่มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ตั้งอยู่ที่ อ. ตะโหมด จ. พัทลุง

Tags:
add
ตอบโดยอ้างถึงข้อความอ้างถึง
Re : โครงการหลวง
        ความคิดเห็นที่ #149: 28 พ.ย. 19, 10:51 น

จ. พัทลุง ได้ชื่อว่าเป็นแหล่งเพาะปลูกข้าวที่สำคัญของภาคใต้ แต่ด้วยภูมิประเทศที่มีลำน้ำช่วงสั้น ทำให้ยากแก่การบริหารจัดการน้ำ มักประสบปัญหาขาดแคลนน้ำในภาวะฝนทิ้งช่วง และเกิดปัญหาอุทกภัยในฤดูฝน ไม่สามารถทำการเกษตรได้อย่างเต็มที่ ในหลวงรัชกาลที่ 9 จึงมีพระราชดำริสร้างอ่างเก็บน้ำคลองหัวช้าง เพื่อใช้เป็นแหล่งน้ำต้นทุนในการทำการเกษตร การอุปโภคบริโภค คลุมพื้นที่กว่า 1 แสนไร่ ส่งผลให้ราษฎรในพื้นที่มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ตั้งอยู่ที่ อ. ตะโหมด จ. พัทลุง

Tags:
add
ตอบโดยอ้างถึงข้อความอ้างถึง
Re : โครงการหลวง
        ความคิดเห็นที่ #150: 28 พ.ย. 19, 10:51 น

จ. พัทลุง ได้ชื่อว่าเป็นแหล่งเพาะปลูกข้าวที่สำคัญของภาคใต้ แต่ด้วยภูมิประเทศที่มีลำน้ำช่วงสั้น ทำให้ยากแก่การบริหารจัดการน้ำ มักประสบปัญหาขาดแคลนน้ำในภาวะฝนทิ้งช่วง และเกิดปัญหาอุทกภัยในฤดูฝน ไม่สามารถทำการเกษตรได้อย่างเต็มที่ ในหลวงรัชกาลที่ 9 จึงมีพระราชดำริสร้างอ่างเก็บน้ำคลองหัวช้าง เพื่อใช้เป็นแหล่งน้ำต้นทุนในการทำการเกษตร การอุปโภคบริโภค คลุมพื้นที่กว่า 1 แสนไร่ ส่งผลให้ราษฎรในพื้นที่มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ตั้งอยู่ที่ อ. ตะโหมด จ. พัทลุง

Tags:
add
ตอบโดยอ้างถึงข้อความอ้างถึง
Re : โครงการหลวง
        ความคิดเห็นที่ #151: 28 พ.ย. 19, 10:51 น

จ. พัทลุง ได้ชื่อว่าเป็นแหล่งเพาะปลูกข้าวที่สำคัญของภาคใต้ แต่ด้วยภูมิประเทศที่มีลำน้ำช่วงสั้น ทำให้ยากแก่การบริหารจัดการน้ำ มักประสบปัญหาขาดแคลนน้ำในภาวะฝนทิ้งช่วง และเกิดปัญหาอุทกภัยในฤดูฝน ไม่สามารถทำการเกษตรได้อย่างเต็มที่ ในหลวงรัชกาลที่ 9 จึงมีพระราชดำริสร้างอ่างเก็บน้ำคลองหัวช้าง เพื่อใช้เป็นแหล่งน้ำต้นทุนในการทำการเกษตร การอุปโภคบริโภค คลุมพื้นที่กว่า 1 แสนไร่ ส่งผลให้ราษฎรในพื้นที่มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ตั้งอยู่ที่ อ. ตะโหมด จ. พัทลุง

Tags:
add
ตอบโดยอ้างถึงข้อความอ้างถึง
Re : โครงการหลวง
        ความคิดเห็นที่ #152: 28 พ.ย. 19, 10:51 น

จ. พัทลุง ได้ชื่อว่าเป็นแหล่งเพาะปลูกข้าวที่สำคัญของภาคใต้ แต่ด้วยภูมิประเทศที่มีลำน้ำช่วงสั้น ทำให้ยากแก่การบริหารจัดการน้ำ มักประสบปัญหาขาดแคลนน้ำในภาวะฝนทิ้งช่วง และเกิดปัญหาอุทกภัยในฤดูฝน ไม่สามารถทำการเกษตรได้อย่างเต็มที่ ในหลวงรัชกาลที่ 9 จึงมีพระราชดำริสร้างอ่างเก็บน้ำคลองหัวช้าง เพื่อใช้เป็นแหล่งน้ำต้นทุนในการทำการเกษตร การอุปโภคบริโภค คลุมพื้นที่กว่า 1 แสนไร่ ส่งผลให้ราษฎรในพื้นที่มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ตั้งอยู่ที่ อ. ตะโหมด จ. พัทลุง

Tags:
add
ตอบโดยอ้างถึงข้อความอ้างถึง
Re : โครงการหลวง
        ความคิดเห็นที่ #153: 28 พ.ย. 19, 10:51 น

จ. พัทลุง ได้ชื่อว่าเป็นแหล่งเพาะปลูกข้าวที่สำคัญของภาคใต้ แต่ด้วยภูมิประเทศที่มีลำน้ำช่วงสั้น ทำให้ยากแก่การบริหารจัดการน้ำ มักประสบปัญหาขาดแคลนน้ำในภาวะฝนทิ้งช่วง และเกิดปัญหาอุทกภัยในฤดูฝน ไม่สามารถทำการเกษตรได้อย่างเต็มที่ ในหลวงรัชกาลที่ 9 จึงมีพระราชดำริสร้างอ่างเก็บน้ำคลองหัวช้าง เพื่อใช้เป็นแหล่งน้ำต้นทุนในการทำการเกษตร การอุปโภคบริโภค คลุมพื้นที่กว่า 1 แสนไร่ ส่งผลให้ราษฎรในพื้นที่มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ตั้งอยู่ที่ อ. ตะโหมด จ. พัทลุง

Tags:
add
ตอบโดยอ้างถึงข้อความอ้างถึง
Re : โครงการหลวง
        ความคิดเห็นที่ #154: 28 พ.ย. 19, 10:51 น

เดิมทีพื้นที่บริเวณนี้มีความแห้งแล้งเป็นอย่างมาก เมื่อใดที่ฝนทิ้งช่วง ชาวบ้านที่ประกอบอาชีพเกษตรกรรมจะได้รับความเดือนร้อนจากการขาดน้ำทำนา ในหลวงรัชกาลที่ 9 เมื่อทราบเรื่องทรงศึกษาพื้นที่ และมีพระราชดำริให้กรมชลประทานสร้าง “อ่างเก็บน้ำบางกำปรัด อันเนื่องมาจากพระราชดำริ” ขึ้น เพื่อเป็นแหล่งอุปโภคและบริโภคของคนในพื้นที่ รวมถึงพื้นที่ฝั่งขวาของโครงการฯ บริเวณเหนือฝาย ยังเป็นแหล่งเพาะพันธุ์ปลาน้ำจืดได้อย่างดีอีกด้วย ตั้งอยู่ที่บ้านโคกหาร ต. โคกหาร อ. เขาพนม จ. กระบี่

Tags:
add
ตอบโดยอ้างถึงข้อความอ้างถึง
Re : โครงการหลวง
        ความคิดเห็นที่ #155: 28 พ.ย. 19, 10:51 น

เดิมทีพื้นที่บริเวณนี้มีความแห้งแล้งเป็นอย่างมาก เมื่อใดที่ฝนทิ้งช่วง ชาวบ้านที่ประกอบอาชีพเกษตรกรรมจะได้รับความเดือนร้อนจากการขาดน้ำทำนา ในหลวงรัชกาลที่ 9 เมื่อทราบเรื่องทรงศึกษาพื้นที่ และมีพระราชดำริให้กรมชลประทานสร้าง “อ่างเก็บน้ำบางกำปรัด อันเนื่องมาจากพระราชดำริ” ขึ้น เพื่อเป็นแหล่งอุปโภคและบริโภคของคนในพื้นที่ รวมถึงพื้นที่ฝั่งขวาของโครงการฯ บริเวณเหนือฝาย ยังเป็นแหล่งเพาะพันธุ์ปลาน้ำจืดได้อย่างดีอีกด้วย ตั้งอยู่ที่บ้านโคกหาร ต. โคกหาร อ. เขาพนม จ. กระบี่

Tags:
add
ตอบโดยอ้างถึงข้อความอ้างถึง
Re : โครงการหลวง
        ความคิดเห็นที่ #156: 28 พ.ย. 19, 10:52 น

เดิมทีพื้นที่บริเวณนี้มีความแห้งแล้งเป็นอย่างมาก เมื่อใดที่ฝนทิ้งช่วง ชาวบ้านที่ประกอบอาชีพเกษตรกรรมจะได้รับความเดือนร้อนจากการขาดน้ำทำนา ในหลวงรัชกาลที่ 9 เมื่อทราบเรื่องทรงศึกษาพื้นที่ และมีพระราชดำริให้กรมชลประทานสร้าง “อ่างเก็บน้ำบางกำปรัด อันเนื่องมาจากพระราชดำริ” ขึ้น เพื่อเป็นแหล่งอุปโภคและบริโภคของคนในพื้นที่ รวมถึงพื้นที่ฝั่งขวาของโครงการฯ บริเวณเหนือฝาย ยังเป็นแหล่งเพาะพันธุ์ปลาน้ำจืดได้อย่างดีอีกด้วย ตั้งอยู่ที่บ้านโคกหาร ต. โคกหาร อ. เขาพนม จ. กระบี่

Tags:
add
ตอบโดยอ้างถึงข้อความอ้างถึง
Re : โครงการหลวง
        ความคิดเห็นที่ #157: 28 พ.ย. 19, 10:52 น

เดิมทีพื้นที่บริเวณนี้มีความแห้งแล้งเป็นอย่างมาก เมื่อใดที่ฝนทิ้งช่วง ชาวบ้านที่ประกอบอาชีพเกษตรกรรมจะได้รับความเดือนร้อนจากการขาดน้ำทำนา ในหลวงรัชกาลที่ 9 เมื่อทราบเรื่องทรงศึกษาพื้นที่ และมีพระราชดำริให้กรมชลประทานสร้าง “อ่างเก็บน้ำบางกำปรัด อันเนื่องมาจากพระราชดำริ” ขึ้น เพื่อเป็นแหล่งอุปโภคและบริโภคของคนในพื้นที่ รวมถึงพื้นที่ฝั่งขวาของโครงการฯ บริเวณเหนือฝาย ยังเป็นแหล่งเพาะพันธุ์ปลาน้ำจืดได้อย่างดีอีกด้วย ตั้งอยู่ที่บ้านโคกหาร ต. โคกหาร อ. เขาพนม จ. กระบี่

Tags:
add
ตอบโดยอ้างถึงข้อความอ้างถึง
Re : โครงการหลวง
        ความคิดเห็นที่ #158: 28 พ.ย. 19, 10:52 น

เดิมทีพื้นที่บริเวณนี้มีความแห้งแล้งเป็นอย่างมาก เมื่อใดที่ฝนทิ้งช่วง ชาวบ้านที่ประกอบอาชีพเกษตรกรรมจะได้รับความเดือนร้อนจากการขาดน้ำทำนา ในหลวงรัชกาลที่ 9 เมื่อทราบเรื่องทรงศึกษาพื้นที่ และมีพระราชดำริให้กรมชลประทานสร้าง “อ่างเก็บน้ำบางกำปรัด อันเนื่องมาจากพระราชดำริ” ขึ้น เพื่อเป็นแหล่งอุปโภคและบริโภคของคนในพื้นที่ รวมถึงพื้นที่ฝั่งขวาของโครงการฯ บริเวณเหนือฝาย ยังเป็นแหล่งเพาะพันธุ์ปลาน้ำจืดได้อย่างดีอีกด้วย ตั้งอยู่ที่บ้านโคกหาร ต. โคกหาร อ. เขาพนม จ. กระบี่

Tags:
add
ตอบโดยอ้างถึงข้อความอ้างถึง
Re : โครงการหลวง
        ความคิดเห็นที่ #159: 28 พ.ย. 19, 10:52 น

เดิมทีพื้นที่บริเวณนี้มีความแห้งแล้งเป็นอย่างมาก เมื่อใดที่ฝนทิ้งช่วง ชาวบ้านที่ประกอบอาชีพเกษตรกรรมจะได้รับความเดือนร้อนจากการขาดน้ำทำนา ในหลวงรัชกาลที่ 9 เมื่อทราบเรื่องทรงศึกษาพื้นที่ และมีพระราชดำริให้กรมชลประทานสร้าง “อ่างเก็บน้ำบางกำปรัด อันเนื่องมาจากพระราชดำริ” ขึ้น เพื่อเป็นแหล่งอุปโภคและบริโภคของคนในพื้นที่ รวมถึงพื้นที่ฝั่งขวาของโครงการฯ บริเวณเหนือฝาย ยังเป็นแหล่งเพาะพันธุ์ปลาน้ำจืดได้อย่างดีอีกด้วย ตั้งอยู่ที่บ้านโคกหาร ต. โคกหาร อ. เขาพนม จ. กระบี่

Tags:
add
ตอบโดยอ้างถึงข้อความอ้างถึง
Re : โครงการหลวง
        ความคิดเห็นที่ #160: 28 พ.ย. 19, 10:52 น

มูลนิธิชัยพัฒนา
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทานพระราชดำริให้จัดตั้ง “มูลนิธิชัยพัฒนา” โดย ทรงดำรงตำแหน่งเป็นนายกกิตติมศักดิ์ และทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เป็นองค์ประธาน เพื่อสนับสนุนช่วยเหลือประชาชนในลักษณะของการดำเนินงานพัฒนาต่างๆ ในกรณีที่ต้องถูกจำกัดด้วยเงื่อนไขของกฎเกณฑ์ ระเบียบ หรืองบประมาณที่ระบบราชการไม่สามารถดำเนินการได้ทันที จนเป็นเหตุให้การแก้ไขปัญหาไม่สอดคล้อง หรือทันกับสถานการณ์ที่จำเป็นเร่งด่วนที่จะต้องกระทำโดยเร็ว การที่มูลนิธิชัยพัฒนาเข้ามาดำเนินการเช่นนี้ ส่งผลให้ประชาชนได้รับประโยชน์อย่างแท้จริง รวดเร็วฉับพลัน โดยไม่ตกอยู่ภายใต้ข้อจำกัดใดๆ ทั้งสิ้น อาจกล่าวได้ว่าการดำเนินงานของมูลนิธิชัยพัฒนาเป็นการช่วยให้กระบวนการพัฒนา เกิดความสมบูรณ์ขึ้น

Tags:
add
ตอบโดยอ้างถึงข้อความอ้างถึง
Re : โครงการหลวง
        ความคิดเห็นที่ #161: 28 พ.ย. 19, 10:52 น

มูลนิธิชัยพัฒนา
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทานพระราชดำริให้จัดตั้ง “มูลนิธิชัยพัฒนา” โดย ทรงดำรงตำแหน่งเป็นนายกกิตติมศักดิ์ และทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เป็นองค์ประธาน เพื่อสนับสนุนช่วยเหลือประชาชนในลักษณะของการดำเนินงานพัฒนาต่างๆ ในกรณีที่ต้องถูกจำกัดด้วยเงื่อนไขของกฎเกณฑ์ ระเบียบ หรืองบประมาณที่ระบบราชการไม่สามารถดำเนินการได้ทันที จนเป็นเหตุให้การแก้ไขปัญหาไม่สอดคล้อง หรือทันกับสถานการณ์ที่จำเป็นเร่งด่วนที่จะต้องกระทำโดยเร็ว การที่มูลนิธิชัยพัฒนาเข้ามาดำเนินการเช่นนี้ ส่งผลให้ประชาชนได้รับประโยชน์อย่างแท้จริง รวดเร็วฉับพลัน โดยไม่ตกอยู่ภายใต้ข้อจำกัดใดๆ ทั้งสิ้น อาจกล่าวได้ว่าการดำเนินงานของมูลนิธิชัยพัฒนาเป็นการช่วยให้กระบวนการพัฒนา เกิดความสมบูรณ์ขึ้น

Tags:
add
ตอบโดยอ้างถึงข้อความอ้างถึง
Re : โครงการหลวง
        ความคิดเห็นที่ #162: 28 พ.ย. 19, 10:52 น

มูลนิธิชัยพัฒนา
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทานพระราชดำริให้จัดตั้ง “มูลนิธิชัยพัฒนา” โดย ทรงดำรงตำแหน่งเป็นนายกกิตติมศักดิ์ และทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เป็นองค์ประธาน เพื่อสนับสนุนช่วยเหลือประชาชนในลักษณะของการดำเนินงานพัฒนาต่างๆ ในกรณีที่ต้องถูกจำกัดด้วยเงื่อนไขของกฎเกณฑ์ ระเบียบ หรืองบประมาณที่ระบบราชการไม่สามารถดำเนินการได้ทันที จนเป็นเหตุให้การแก้ไขปัญหาไม่สอดคล้อง หรือทันกับสถานการณ์ที่จำเป็นเร่งด่วนที่จะต้องกระทำโดยเร็ว การที่มูลนิธิชัยพัฒนาเข้ามาดำเนินการเช่นนี้ ส่งผลให้ประชาชนได้รับประโยชน์อย่างแท้จริง รวดเร็วฉับพลัน โดยไม่ตกอยู่ภายใต้ข้อจำกัดใดๆ ทั้งสิ้น อาจกล่าวได้ว่าการดำเนินงานของมูลนิธิชัยพัฒนาเป็นการช่วยให้กระบวนการพัฒนา เกิดความสมบูรณ์ขึ้น

Tags:
add
ตอบโดยอ้างถึงข้อความอ้างถึง
Re : โครงการหลวง
        ความคิดเห็นที่ #163: 28 พ.ย. 19, 10:52 น

มูลนิธิชัยพัฒนา
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทานพระราชดำริให้จัดตั้ง “มูลนิธิชัยพัฒนา” โดย ทรงดำรงตำแหน่งเป็นนายกกิตติมศักดิ์ และทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เป็นองค์ประธาน เพื่อสนับสนุนช่วยเหลือประชาชนในลักษณะของการดำเนินงานพัฒนาต่างๆ ในกรณีที่ต้องถูกจำกัดด้วยเงื่อนไขของกฎเกณฑ์ ระเบียบ หรืองบประมาณที่ระบบราชการไม่สามารถดำเนินการได้ทันที จนเป็นเหตุให้การแก้ไขปัญหาไม่สอดคล้อง หรือทันกับสถานการณ์ที่จำเป็นเร่งด่วนที่จะต้องกระทำโดยเร็ว การที่มูลนิธิชัยพัฒนาเข้ามาดำเนินการเช่นนี้ ส่งผลให้ประชาชนได้รับประโยชน์อย่างแท้จริง รวดเร็วฉับพลัน โดยไม่ตกอยู่ภายใต้ข้อจำกัดใดๆ ทั้งสิ้น อาจกล่าวได้ว่าการดำเนินงานของมูลนิธิชัยพัฒนาเป็นการช่วยให้กระบวนการพัฒนา เกิดความสมบูรณ์ขึ้น

Tags:
add
ตอบโดยอ้างถึงข้อความอ้างถึง
Re : โครงการหลวง
        ความคิดเห็นที่ #164: 28 พ.ย. 19, 10:52 น

มูลนิธิชัยพัฒนา
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทานพระราชดำริให้จัดตั้ง “มูลนิธิชัยพัฒนา” โดย ทรงดำรงตำแหน่งเป็นนายกกิตติมศักดิ์ และทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เป็นองค์ประธาน เพื่อสนับสนุนช่วยเหลือประชาชนในลักษณะของการดำเนินงานพัฒนาต่างๆ ในกรณีที่ต้องถูกจำกัดด้วยเงื่อนไขของกฎเกณฑ์ ระเบียบ หรืองบประมาณที่ระบบราชการไม่สามารถดำเนินการได้ทันที จนเป็นเหตุให้การแก้ไขปัญหาไม่สอดคล้อง หรือทันกับสถานการณ์ที่จำเป็นเร่งด่วนที่จะต้องกระทำโดยเร็ว การที่มูลนิธิชัยพัฒนาเข้ามาดำเนินการเช่นนี้ ส่งผลให้ประชาชนได้รับประโยชน์อย่างแท้จริง รวดเร็วฉับพลัน โดยไม่ตกอยู่ภายใต้ข้อจำกัดใดๆ ทั้งสิ้น อาจกล่าวได้ว่าการดำเนินงานของมูลนิธิชัยพัฒนาเป็นการช่วยให้กระบวนการพัฒนา เกิดความสมบูรณ์ขึ้น

Tags:
add
ตอบโดยอ้างถึงข้อความอ้างถึง
Re : โครงการหลวง
        ความคิดเห็นที่ #165: 28 พ.ย. 19, 10:53 น

มูลนิธิชัยพัฒนา
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทานพระราชดำริให้จัดตั้ง “มูลนิธิชัยพัฒนา” โดย ทรงดำรงตำแหน่งเป็นนายกกิตติมศักดิ์ และทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เป็นองค์ประธาน เพื่อสนับสนุนช่วยเหลือประชาชนในลักษณะของการดำเนินงานพัฒนาต่างๆ ในกรณีที่ต้องถูกจำกัดด้วยเงื่อนไขของกฎเกณฑ์ ระเบียบ หรืองบประมาณที่ระบบราชการไม่สามารถดำเนินการได้ทันที จนเป็นเหตุให้การแก้ไขปัญหาไม่สอดคล้อง หรือทันกับสถานการณ์ที่จำเป็นเร่งด่วนที่จะต้องกระทำโดยเร็ว การที่มูลนิธิชัยพัฒนาเข้ามาดำเนินการเช่นนี้ ส่งผลให้ประชาชนได้รับประโยชน์อย่างแท้จริง รวดเร็วฉับพลัน โดยไม่ตกอยู่ภายใต้ข้อจำกัดใดๆ ทั้งสิ้น อาจกล่าวได้ว่าการดำเนินงานของมูลนิธิชัยพัฒนาเป็นการช่วยให้กระบวนการพัฒนา เกิดความสมบูรณ์ขึ้น

Tags:
add
ตอบโดยอ้างถึงข้อความอ้างถึง
Re : โครงการหลวง
        ความคิดเห็นที่ #166: 28 พ.ย. 19, 10:53 น

มูลนิธิชัยพัฒนา
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทานพระราชดำริให้จัดตั้ง “มูลนิธิชัยพัฒนา” โดย ทรงดำรงตำแหน่งเป็นนายกกิตติมศักดิ์ และทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เป็นองค์ประธาน เพื่อสนับสนุนช่วยเหลือประชาชนในลักษณะของการดำเนินงานพัฒนาต่างๆ ในกรณีที่ต้องถูกจำกัดด้วยเงื่อนไขของกฎเกณฑ์ ระเบียบ หรืองบประมาณที่ระบบราชการไม่สามารถดำเนินการได้ทันที จนเป็นเหตุให้การแก้ไขปัญหาไม่สอดคล้อง หรือทันกับสถานการณ์ที่จำเป็นเร่งด่วนที่จะต้องกระทำโดยเร็ว การที่มูลนิธิชัยพัฒนาเข้ามาดำเนินการเช่นนี้ ส่งผลให้ประชาชนได้รับประโยชน์อย่างแท้จริง รวดเร็วฉับพลัน โดยไม่ตกอยู่ภายใต้ข้อจำกัดใดๆ ทั้งสิ้น อาจกล่าวได้ว่าการดำเนินงานของมูลนิธิชัยพัฒนาเป็นการช่วยให้กระบวนการพัฒนา เกิดความสมบูรณ์ขึ้น

Tags:
add
ตอบโดยอ้างถึงข้อความอ้างถึง
Re : โครงการหลวง
        ความคิดเห็นที่ #167: 28 พ.ย. 19, 10:53 น

มูลนิธิชัยพัฒนา
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทานพระราชดำริให้จัดตั้ง “มูลนิธิชัยพัฒนา” โดย ทรงดำรงตำแหน่งเป็นนายกกิตติมศักดิ์ และทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เป็นองค์ประธาน เพื่อสนับสนุนช่วยเหลือประชาชนในลักษณะของการดำเนินงานพัฒนาต่างๆ ในกรณีที่ต้องถูกจำกัดด้วยเงื่อนไขของกฎเกณฑ์ ระเบียบ หรืองบประมาณที่ระบบราชการไม่สามารถดำเนินการได้ทันที จนเป็นเหตุให้การแก้ไขปัญหาไม่สอดคล้อง หรือทันกับสถานการณ์ที่จำเป็นเร่งด่วนที่จะต้องกระทำโดยเร็ว การที่มูลนิธิชัยพัฒนาเข้ามาดำเนินการเช่นนี้ ส่งผลให้ประชาชนได้รับประโยชน์อย่างแท้จริง รวดเร็วฉับพลัน โดยไม่ตกอยู่ภายใต้ข้อจำกัดใดๆ ทั้งสิ้น อาจกล่าวได้ว่าการดำเนินงานของมูลนิธิชัยพัฒนาเป็นการช่วยให้กระบวนการพัฒนา เกิดความสมบูรณ์ขึ้น

Tags:
add
ตอบโดยอ้างถึงข้อความอ้างถึง
Re : โครงการหลวง
        ความคิดเห็นที่ #168: 28 พ.ย. 19, 10:53 น

มูลนิธิชัยพัฒนา
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทานพระราชดำริให้จัดตั้ง “มูลนิธิชัยพัฒนา” โดย ทรงดำรงตำแหน่งเป็นนายกกิตติมศักดิ์ และทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เป็นองค์ประธาน เพื่อสนับสนุนช่วยเหลือประชาชนในลักษณะของการดำเนินงานพัฒนาต่างๆ ในกรณีที่ต้องถูกจำกัดด้วยเงื่อนไขของกฎเกณฑ์ ระเบียบ หรืองบประมาณที่ระบบราชการไม่สามารถดำเนินการได้ทันที จนเป็นเหตุให้การแก้ไขปัญหาไม่สอดคล้อง หรือทันกับสถานการณ์ที่จำเป็นเร่งด่วนที่จะต้องกระทำโดยเร็ว การที่มูลนิธิชัยพัฒนาเข้ามาดำเนินการเช่นนี้ ส่งผลให้ประชาชนได้รับประโยชน์อย่างแท้จริง รวดเร็วฉับพลัน โดยไม่ตกอยู่ภายใต้ข้อจำกัดใดๆ ทั้งสิ้น อาจกล่าวได้ว่าการดำเนินงานของมูลนิธิชัยพัฒนาเป็นการช่วยให้กระบวนการพัฒนา เกิดความสมบูรณ์ขึ้น

Tags:
add
ตอบโดยอ้างถึงข้อความอ้างถึง
Re : โครงการหลวง
        ความคิดเห็นที่ #169: 28 พ.ย. 19, 10:53 น

มูลนิธิชัยพัฒนา
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทานพระราชดำริให้จัดตั้ง “มูลนิธิชัยพัฒนา” โดย ทรงดำรงตำแหน่งเป็นนายกกิตติมศักดิ์ และทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เป็นองค์ประธาน เพื่อสนับสนุนช่วยเหลือประชาชนในลักษณะของการดำเนินงานพัฒนาต่างๆ ในกรณีที่ต้องถูกจำกัดด้วยเงื่อนไขของกฎเกณฑ์ ระเบียบ หรืองบประมาณที่ระบบราชการไม่สามารถดำเนินการได้ทันที จนเป็นเหตุให้การแก้ไขปัญหาไม่สอดคล้อง หรือทันกับสถานการณ์ที่จำเป็นเร่งด่วนที่จะต้องกระทำโดยเร็ว การที่มูลนิธิชัยพัฒนาเข้ามาดำเนินการเช่นนี้ ส่งผลให้ประชาชนได้รับประโยชน์อย่างแท้จริง รวดเร็วฉับพลัน โดยไม่ตกอยู่ภายใต้ข้อจำกัดใดๆ ทั้งสิ้น อาจกล่าวได้ว่าการดำเนินงานของมูลนิธิชัยพัฒนาเป็นการช่วยให้กระบวนการพัฒนา เกิดความสมบูรณ์ขึ้น

Tags:
add
ตอบโดยอ้างถึงข้อความอ้างถึง
Re : โครงการหลวง
        ความคิดเห็นที่ #170: 28 พ.ย. 19, 10:53 น

มูลนิธิชัยพัฒนา
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทานพระราชดำริให้จัดตั้ง “มูลนิธิชัยพัฒนา” โดย ทรงดำรงตำแหน่งเป็นนายกกิตติมศักดิ์ และทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เป็นองค์ประธาน เพื่อสนับสนุนช่วยเหลือประชาชนในลักษณะของการดำเนินงานพัฒนาต่างๆ ในกรณีที่ต้องถูกจำกัดด้วยเงื่อนไขของกฎเกณฑ์ ระเบียบ หรืองบประมาณที่ระบบราชการไม่สามารถดำเนินการได้ทันที จนเป็นเหตุให้การแก้ไขปัญหาไม่สอดคล้อง หรือทันกับสถานการณ์ที่จำเป็นเร่งด่วนที่จะต้องกระทำโดยเร็ว การที่มูลนิธิชัยพัฒนาเข้ามาดำเนินการเช่นนี้ ส่งผลให้ประชาชนได้รับประโยชน์อย่างแท้จริง รวดเร็วฉับพลัน โดยไม่ตกอยู่ภายใต้ข้อจำกัดใดๆ ทั้งสิ้น อาจกล่าวได้ว่าการดำเนินงานของมูลนิธิชัยพัฒนาเป็นการช่วยให้กระบวนการพัฒนา เกิดความสมบูรณ์ขึ้น

Tags:
add
ตอบโดยอ้างถึงข้อความอ้างถึง
Re : โครงการหลวง
        ความคิดเห็นที่ #171: 28 พ.ย. 19, 10:54 น

มูลนิธิโครงการหลวง
เมื่อปีพุทธศักราช 2512 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จพระราชดำเนินไปทอดพระเนตรชีวิตของชาวเขาที่ บ้านดอยปุยใกล้พระตำหนักภูพิงคราชนิเวศน์ จึงทรงทราบว่าชาวเขาปลูกฝิ่นแต่ยากจน รับสั่งถามว่านอกจากฝิ่นขายแล้ว เขามีรายได้จากพืชชนิดอื่นอีกหรือเปล่า ทำให้ทรงทราบว่า นอกจากฝิ่นแล้ว เขายังเก็บท้อพื้นเมืองขาย แม้ว่าลูกจะเล็กก็ตาม แต่ก็ยังได้เงินเท่าๆ กัน โดยที่ทรงทราบว่า สถานีทดลองดอยปุย ซึ่งเป็นสถานีทดลองไม้ผลเขตหนาว ของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ได้นำกิ่งพันธุ์ท้อลูกใหญ่มาต่อกับต้นตอท้อพื้นเมืองได้ ให้ค้นคว้าหาพันธุ์ท้อที่เหมาะสมสำหรับบ้านเรา เพื่อให้ได้ท้อผลใหญ่ หวานฉ่ำ ที่ทำรายได้สูงไม่แพ้ฝิ่น โดยพระราชทานเงินจำนวน 200,000 บาท ให้มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ สำหรับจัดหาที่ดินสำหรับดำเนินงานวิจัยไม้ผลเขตหนาวเพิ่มเติมจากสถานี วิจัยดอยปุยซึ่งมีพื้นที่คับแคบ ซึ่งเรียกพื้นที่นี้ว่า สวนสองแสน ต่อมาทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ตั้งโครงการหลวงขึ้น เมื่อ พ.ศ. 2512 เริ่มต้นโครงการหลวงเป็นโครงการส่วนพระองค์ โดยมีหม่อมเจ้าภีศเดช รัชนี เป็นผู้รับสนองพระบรมราชโองการในตำแหน่งผู้อำนวยการ มีชื่อเรียกในระยะแรกว่า “โครงการหลวงพระบรมราชานุเคราะห์ชาวเขา” โดยพระราชทานพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ รวมกับเงินที่มีผู้ทูลเกล้าฯถวาย สำหรับเป็นงบประมาณดำเนินงานต่างๆ และพระราชทานมีเป้าหมายสำหรับการดำเนินงาน คือ 1. ช่วยชาวเขาเพื่อมนุษยธรรม 2. ช่วยชาวไทยโดยลดการทำลายทรัพยากรธรรมชาติ คือ ป่าไม้และต้นน้ำลำธาร 3. กำจัดการปลูกฝิ่น 4. รักษาดิน และใช้พื้นที่ให้ถูกต้อง คือ ให้ป่าอยู่ส่วนที่เป็นป่า และทำไร่ ทำสวน ในส่วนที่ควรเพาะปลูก อย่าสองส่วนนี้รุกล้ำซึ่งกันและกัน

Tags:
add
ตอบโดยอ้างถึงข้อความอ้างถึง
Re : โครงการหลวง
        ความคิดเห็นที่ #172: 28 พ.ย. 19, 10:56 น

มูลนิธิโครงการหลวง
เมื่อปีพุทธศักราช 2512 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จพระราชดำเนินไปทอดพระเนตรชีวิตของชาวเขาที่ บ้านดอยปุยใกล้พระตำหนักภูพิงคราชนิเวศน์ จึงทรงทราบว่าชาวเขาปลูกฝิ่นแต่ยากจน รับสั่งถามว่านอกจากฝิ่นขายแล้ว เขามีรายได้จากพืชชนิดอื่นอีกหรือเปล่า ทำให้ทรงทราบว่า นอกจากฝิ่นแล้ว เขายังเก็บท้อพื้นเมืองขาย แม้ว่าลูกจะเล็กก็ตาม แต่ก็ยังได้เงินเท่าๆ กัน โดยที่ทรงทราบว่า สถานีทดลองดอยปุย ซึ่งเป็นสถานีทดลองไม้ผลเขตหนาว ของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ได้นำกิ่งพันธุ์ท้อลูกใหญ่มาต่อกับต้นตอท้อพื้นเมืองได้ ให้ค้นคว้าหาพันธุ์ท้อที่เหมาะสมสำหรับบ้านเรา เพื่อให้ได้ท้อผลใหญ่ หวานฉ่ำ ที่ทำรายได้สูงไม่แพ้ฝิ่น โดยพระราชทานเงินจำนวน 200,000 บาท ให้มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ สำหรับจัดหาที่ดินสำหรับดำเนินงานวิจัยไม้ผลเขตหนาวเพิ่มเติมจากสถานี วิจัยดอยปุยซึ่งมีพื้นที่คับแคบ ซึ่งเรียกพื้นที่นี้ว่า สวนสองแสน ต่อมาทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ตั้งโครงการหลวงขึ้น เมื่อ พ.ศ. 2512 เริ่มต้นโครงการหลวงเป็นโครงการส่วนพระองค์ โดยมีหม่อมเจ้าภีศเดช รัชนี เป็นผู้รับสนองพระบรมราชโองการในตำแหน่งผู้อำนวยการ มีชื่อเรียกในระยะแรกว่า “โครงการหลวงพระบรมราชานุเคราะห์ชาวเขา” โดยพระราชทานพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ รวมกับเงินที่มีผู้ทูลเกล้าฯถวาย สำหรับเป็นงบประมาณดำเนินงานต่างๆ และพระราชทานมีเป้าหมายสำหรับการดำเนินงาน คือ 1. ช่วยชาวเขาเพื่อมนุษยธรรม 2. ช่วยชาวไทยโดยลดการทำลายทรัพยากรธรรมชาติ คือ ป่าไม้และต้นน้ำลำธาร 3. กำจัดการปลูกฝิ่น 4. รักษาดิน และใช้พื้นที่ให้ถูกต้อง คือ ให้ป่าอยู่ส่วนที่เป็นป่า และทำไร่ ทำสวน ในส่วนที่ควรเพาะปลูก อย่าสองส่วนนี้รุกล้ำซึ่งกันและกัน

Tags:
add
ตอบโดยอ้างถึงข้อความอ้างถึง
Re : โครงการหลวง
        ความคิดเห็นที่ #173: 28 พ.ย. 19, 10:56 น

มูลนิธิโครงการหลวง
เมื่อปีพุทธศักราช 2512 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จพระราชดำเนินไปทอดพระเนตรชีวิตของชาวเขาที่ บ้านดอยปุยใกล้พระตำหนักภูพิงคราชนิเวศน์ จึงทรงทราบว่าชาวเขาปลูกฝิ่นแต่ยากจน รับสั่งถามว่านอกจากฝิ่นขายแล้ว เขามีรายได้จากพืชชนิดอื่นอีกหรือเปล่า ทำให้ทรงทราบว่า นอกจากฝิ่นแล้ว เขายังเก็บท้อพื้นเมืองขาย แม้ว่าลูกจะเล็กก็ตาม แต่ก็ยังได้เงินเท่าๆ กัน โดยที่ทรงทราบว่า สถานีทดลองดอยปุย ซึ่งเป็นสถานีทดลองไม้ผลเขตหนาว ของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ได้นำกิ่งพันธุ์ท้อลูกใหญ่มาต่อกับต้นตอท้อพื้นเมืองได้ ให้ค้นคว้าหาพันธุ์ท้อที่เหมาะสมสำหรับบ้านเรา เพื่อให้ได้ท้อผลใหญ่ หวานฉ่ำ ที่ทำรายได้สูงไม่แพ้ฝิ่น โดยพระราชทานเงินจำนวน 200,000 บาท ให้มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ สำหรับจัดหาที่ดินสำหรับดำเนินงานวิจัยไม้ผลเขตหนาวเพิ่มเติมจากสถานี วิจัยดอยปุยซึ่งมีพื้นที่คับแคบ ซึ่งเรียกพื้นที่นี้ว่า สวนสองแสน ต่อมาทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ตั้งโครงการหลวงขึ้น เมื่อ พ.ศ. 2512 เริ่มต้นโครงการหลวงเป็นโครงการส่วนพระองค์ โดยมีหม่อมเจ้าภีศเดช รัชนี เป็นผู้รับสนองพระบรมราชโองการในตำแหน่งผู้อำนวยการ มีชื่อเรียกในระยะแรกว่า “โครงการหลวงพระบรมราชานุเคราะห์ชาวเขา” โดยพระราชทานพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ รวมกับเงินที่มีผู้ทูลเกล้าฯถวาย สำหรับเป็นงบประมาณดำเนินงานต่างๆ และพระราชทานมีเป้าหมายสำหรับการดำเนินงาน คือ 1. ช่วยชาวเขาเพื่อมนุษยธรรม 2. ช่วยชาวไทยโดยลดการทำลายทรัพยากรธรรมชาติ คือ ป่าไม้และต้นน้ำลำธาร 3. กำจัดการปลูกฝิ่น 4. รักษาดิน และใช้พื้นที่ให้ถูกต้อง คือ ให้ป่าอยู่ส่วนที่เป็นป่า และทำไร่ ทำสวน ในส่วนที่ควรเพาะปลูก อย่าสองส่วนนี้รุกล้ำซึ่งกันและกัน

Tags:
add
ตอบโดยอ้างถึงข้อความอ้างถึง
Re : โครงการหลวง
        ความคิดเห็นที่ #174: 28 พ.ย. 19, 10:56 น

มูลนิธิโครงการหลวง
เมื่อปีพุทธศักราช 2512 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จพระราชดำเนินไปทอดพระเนตรชีวิตของชาวเขาที่ บ้านดอยปุยใกล้พระตำหนักภูพิงคราชนิเวศน์ จึงทรงทราบว่าชาวเขาปลูกฝิ่นแต่ยากจน รับสั่งถามว่านอกจากฝิ่นขายแล้ว เขามีรายได้จากพืชชนิดอื่นอีกหรือเปล่า ทำให้ทรงทราบว่า นอกจากฝิ่นแล้ว เขายังเก็บท้อพื้นเมืองขาย แม้ว่าลูกจะเล็กก็ตาม แต่ก็ยังได้เงินเท่าๆ กัน โดยที่ทรงทราบว่า สถานีทดลองดอยปุย ซึ่งเป็นสถานีทดลองไม้ผลเขตหนาว ของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ได้นำกิ่งพันธุ์ท้อลูกใหญ่มาต่อกับต้นตอท้อพื้นเมืองได้ ให้ค้นคว้าหาพันธุ์ท้อที่เหมาะสมสำหรับบ้านเรา เพื่อให้ได้ท้อผลใหญ่ หวานฉ่ำ ที่ทำรายได้สูงไม่แพ้ฝิ่น โดยพระราชทานเงินจำนวน 200,000 บาท ให้มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ สำหรับจัดหาที่ดินสำหรับดำเนินงานวิจัยไม้ผลเขตหนาวเพิ่มเติมจากสถานี วิจัยดอยปุยซึ่งมีพื้นที่คับแคบ ซึ่งเรียกพื้นที่นี้ว่า สวนสองแสน ต่อมาทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ตั้งโครงการหลวงขึ้น เมื่อ พ.ศ. 2512 เริ่มต้นโครงการหลวงเป็นโครงการส่วนพระองค์ โดยมีหม่อมเจ้าภีศเดช รัชนี เป็นผู้รับสนองพระบรมราชโองการในตำแหน่งผู้อำนวยการ มีชื่อเรียกในระยะแรกว่า “โครงการหลวงพระบรมราชานุเคราะห์ชาวเขา” โดยพระราชทานพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ รวมกับเงินที่มีผู้ทูลเกล้าฯถวาย สำหรับเป็นงบประมาณดำเนินงานต่างๆ และพระราชทานมีเป้าหมายสำหรับการดำเนินงาน คือ 1. ช่วยชาวเขาเพื่อมนุษยธรรม 2. ช่วยชาวไทยโดยลดการทำลายทรัพยากรธรรมชาติ คือ ป่าไม้และต้นน้ำลำธาร 3. กำจัดการปลูกฝิ่น 4. รักษาดิน และใช้พื้นที่ให้ถูกต้อง คือ ให้ป่าอยู่ส่วนที่เป็นป่า และทำไร่ ทำสวน ในส่วนที่ควรเพาะปลูก อย่าสองส่วนนี้รุกล้ำซึ่งกันและกัน

Tags:
add
ตอบโดยอ้างถึงข้อความอ้างถึง
Re : โครงการหลวง
        ความคิดเห็นที่ #175: 28 พ.ย. 19, 10:56 น

มูลนิธิโครงการหลวง
เมื่อปีพุทธศักราช 2512 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จพระราชดำเนินไปทอดพระเนตรชีวิตของชาวเขาที่ บ้านดอยปุยใกล้พระตำหนักภูพิงคราชนิเวศน์ จึงทรงทราบว่าชาวเขาปลูกฝิ่นแต่ยากจน รับสั่งถามว่านอกจากฝิ่นขายแล้ว เขามีรายได้จากพืชชนิดอื่นอีกหรือเปล่า ทำให้ทรงทราบว่า นอกจากฝิ่นแล้ว เขายังเก็บท้อพื้นเมืองขาย แม้ว่าลูกจะเล็กก็ตาม แต่ก็ยังได้เงินเท่าๆ กัน โดยที่ทรงทราบว่า สถานีทดลองดอยปุย ซึ่งเป็นสถานีทดลองไม้ผลเขตหนาว ของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ได้นำกิ่งพันธุ์ท้อลูกใหญ่มาต่อกับต้นตอท้อพื้นเมืองได้ ให้ค้นคว้าหาพันธุ์ท้อที่เหมาะสมสำหรับบ้านเรา เพื่อให้ได้ท้อผลใหญ่ หวานฉ่ำ ที่ทำรายได้สูงไม่แพ้ฝิ่น โดยพระราชทานเงินจำนวน 200,000 บาท ให้มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ สำหรับจัดหาที่ดินสำหรับดำเนินงานวิจัยไม้ผลเขตหนาวเพิ่มเติมจากสถานี วิจัยดอยปุยซึ่งมีพื้นที่คับแคบ ซึ่งเรียกพื้นที่นี้ว่า สวนสองแสน ต่อมาทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ตั้งโครงการหลวงขึ้น เมื่อ พ.ศ. 2512 เริ่มต้นโครงการหลวงเป็นโครงการส่วนพระองค์ โดยมีหม่อมเจ้าภีศเดช รัชนี เป็นผู้รับสนองพระบรมราชโองการในตำแหน่งผู้อำนวยการ มีชื่อเรียกในระยะแรกว่า “โครงการหลวงพระบรมราชานุเคราะห์ชาวเขา” โดยพระราชทานพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ รวมกับเงินที่มีผู้ทูลเกล้าฯถวาย สำหรับเป็นงบประมาณดำเนินงานต่างๆ และพระราชทานมีเป้าหมายสำหรับการดำเนินงาน คือ 1. ช่วยชาวเขาเพื่อมนุษยธรรม 2. ช่วยชาวไทยโดยลดการทำลายทรัพยากรธรรมชาติ คือ ป่าไม้และต้นน้ำลำธาร 3. กำจัดการปลูกฝิ่น 4. รักษาดิน และใช้พื้นที่ให้ถูกต้อง คือ ให้ป่าอยู่ส่วนที่เป็นป่า และทำไร่ ทำสวน ในส่วนที่ควรเพาะปลูก อย่าสองส่วนนี้รุกล้ำซึ่งกันและกัน

Tags:
add
ตอบโดยอ้างถึงข้อความอ้างถึง
Re : โครงการหลวง
        ความคิดเห็นที่ #176: 28 พ.ย. 19, 10:56 น

มูลนิธิโครงการหลวง
เมื่อปีพุทธศักราช 2512 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จพระราชดำเนินไปทอดพระเนตรชีวิตของชาวเขาที่ บ้านดอยปุยใกล้พระตำหนักภูพิงคราชนิเวศน์ จึงทรงทราบว่าชาวเขาปลูกฝิ่นแต่ยากจน รับสั่งถามว่านอกจากฝิ่นขายแล้ว เขามีรายได้จากพืชชนิดอื่นอีกหรือเปล่า ทำให้ทรงทราบว่า นอกจากฝิ่นแล้ว เขายังเก็บท้อพื้นเมืองขาย แม้ว่าลูกจะเล็กก็ตาม แต่ก็ยังได้เงินเท่าๆ กัน โดยที่ทรงทราบว่า สถานีทดลองดอยปุย ซึ่งเป็นสถานีทดลองไม้ผลเขตหนาว ของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ได้นำกิ่งพันธุ์ท้อลูกใหญ่มาต่อกับต้นตอท้อพื้นเมืองได้ ให้ค้นคว้าหาพันธุ์ท้อที่เหมาะสมสำหรับบ้านเรา เพื่อให้ได้ท้อผลใหญ่ หวานฉ่ำ ที่ทำรายได้สูงไม่แพ้ฝิ่น โดยพระราชทานเงินจำนวน 200,000 บาท ให้มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ สำหรับจัดหาที่ดินสำหรับดำเนินงานวิจัยไม้ผลเขตหนาวเพิ่มเติมจากสถานี วิจัยดอยปุยซึ่งมีพื้นที่คับแคบ ซึ่งเรียกพื้นที่นี้ว่า สวนสองแสน ต่อมาทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ตั้งโครงการหลวงขึ้น เมื่อ พ.ศ. 2512 เริ่มต้นโครงการหลวงเป็นโครงการส่วนพระองค์ โดยมีหม่อมเจ้าภีศเดช รัชนี เป็นผู้รับสนองพระบรมราชโองการในตำแหน่งผู้อำนวยการ มีชื่อเรียกในระยะแรกว่า “โครงการหลวงพระบรมราชานุเคราะห์ชาวเขา” โดยพระราชทานพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ รวมกับเงินที่มีผู้ทูลเกล้าฯถวาย สำหรับเป็นงบประมาณดำเนินงานต่างๆ และพระราชทานมีเป้าหมายสำหรับการดำเนินงาน คือ 1. ช่วยชาวเขาเพื่อมนุษยธรรม 2. ช่วยชาวไทยโดยลดการทำลายทรัพยากรธรรมชาติ คือ ป่าไม้และต้นน้ำลำธาร 3. กำจัดการปลูกฝิ่น 4. รักษาดิน และใช้พื้นที่ให้ถูกต้อง คือ ให้ป่าอยู่ส่วนที่เป็นป่า และทำไร่ ทำสวน ในส่วนที่ควรเพาะปลูก อย่าสองส่วนนี้รุกล้ำซึ่งกันและกัน

Tags:
add
ตอบโดยอ้างถึงข้อความอ้างถึง
Re : โครงการหลวง
        ความคิดเห็นที่ #177: 28 พ.ย. 19, 10:56 น

มูลนิธิโครงการหลวง
เมื่อปีพุทธศักราช 2512 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จพระราชดำเนินไปทอดพระเนตรชีวิตของชาวเขาที่ บ้านดอยปุยใกล้พระตำหนักภูพิงคราชนิเวศน์ จึงทรงทราบว่าชาวเขาปลูกฝิ่นแต่ยากจน รับสั่งถามว่านอกจากฝิ่นขายแล้ว เขามีรายได้จากพืชชนิดอื่นอีกหรือเปล่า ทำให้ทรงทราบว่า นอกจากฝิ่นแล้ว เขายังเก็บท้อพื้นเมืองขาย แม้ว่าลูกจะเล็กก็ตาม แต่ก็ยังได้เงินเท่าๆ กัน โดยที่ทรงทราบว่า สถานีทดลองดอยปุย ซึ่งเป็นสถานีทดลองไม้ผลเขตหนาว ของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ได้นำกิ่งพันธุ์ท้อลูกใหญ่มาต่อกับต้นตอท้อพื้นเมืองได้ ให้ค้นคว้าหาพันธุ์ท้อที่เหมาะสมสำหรับบ้านเรา เพื่อให้ได้ท้อผลใหญ่ หวานฉ่ำ ที่ทำรายได้สูงไม่แพ้ฝิ่น โดยพระราชทานเงินจำนวน 200,000 บาท ให้มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ สำหรับจัดหาที่ดินสำหรับดำเนินงานวิจัยไม้ผลเขตหนาวเพิ่มเติมจากสถานี วิจัยดอยปุยซึ่งมีพื้นที่คับแคบ ซึ่งเรียกพื้นที่นี้ว่า สวนสองแสน ต่อมาทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ตั้งโครงการหลวงขึ้น เมื่อ พ.ศ. 2512 เริ่มต้นโครงการหลวงเป็นโครงการส่วนพระองค์ โดยมีหม่อมเจ้าภีศเดช รัชนี เป็นผู้รับสนองพระบรมราชโองการในตำแหน่งผู้อำนวยการ มีชื่อเรียกในระยะแรกว่า “โครงการหลวงพระบรมราชานุเคราะห์ชาวเขา” โดยพระราชทานพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ รวมกับเงินที่มีผู้ทูลเกล้าฯถวาย สำหรับเป็นงบประมาณดำเนินงานต่างๆ และพระราชทานมีเป้าหมายสำหรับการดำเนินงาน คือ 1. ช่วยชาวเขาเพื่อมนุษยธรรม 2. ช่วยชาวไทยโดยลดการทำลายทรัพยากรธรรมชาติ คือ ป่าไม้และต้นน้ำลำธาร 3. กำจัดการปลูกฝิ่น 4. รักษาดิน และใช้พื้นที่ให้ถูกต้อง คือ ให้ป่าอยู่ส่วนที่เป็นป่า และทำไร่ ทำสวน ในส่วนที่ควรเพาะปลูก อย่าสองส่วนนี้รุกล้ำซึ่งกันและกัน

Tags:
add
ตอบโดยอ้างถึงข้อความอ้างถึง
Re : โครงการหลวง
        ความคิดเห็นที่ #178: 28 พ.ย. 19, 10:56 น

โครงการส่วนพระองค์สวนจิตรลดา
โครงการส่วนพระองค์ สวนจิตรลดา มุ่งเน้นการดำเนินงานโดยยึดแนวพระราชดำริเกี่ยวกับ “เศรษฐกิจพอเพียง” ซึ่งให้ความสำคัญกับการพัฒนาคุณภาพชีวิตของเกษตรกรอย่างยั่งยืน ให้เกษตรกรสามารถพึ่งตนเองได้ ควบคู่ไปกับการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ มีการศึกษาวิจัยเกี่ยวกับการแปรรูปผลผลิตทางการเกษตรภายในประเทศ เพื่อลดการนำเข้าสินค้าจากต่างประเทศ และการนำวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรมาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด ด้วยกระบวนการผลิตที่ง่าย แต่มีประสิทธิภาพ ประหยัดเวลาและค่าใช้จ่าย โดยดำเนินการภายใต้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ที่มีการศึกษา ทดลอง เก็บรวบรวมข้อมูลและผลการศึกษา เพื่อเผยแพร่องค์ความรู้ให้แก่เกษตรกร และประชาชน

Tags:
add
ตอบโดยอ้างถึงข้อความอ้างถึง
Re : โครงการหลวง
        ความคิดเห็นที่ #179: 28 พ.ย. 19, 10:56 น

โครงการส่วนพระองค์สวนจิตรลดา
โครงการส่วนพระองค์ สวนจิตรลดา มุ่งเน้นการดำเนินงานโดยยึดแนวพระราชดำริเกี่ยวกับ “เศรษฐกิจพอเพียง” ซึ่งให้ความสำคัญกับการพัฒนาคุณภาพชีวิตของเกษตรกรอย่างยั่งยืน ให้เกษตรกรสามารถพึ่งตนเองได้ ควบคู่ไปกับการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ มีการศึกษาวิจัยเกี่ยวกับการแปรรูปผลผลิตทางการเกษตรภายในประเทศ เพื่อลดการนำเข้าสินค้าจากต่างประเทศ และการนำวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรมาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด ด้วยกระบวนการผลิตที่ง่าย แต่มีประสิทธิภาพ ประหยัดเวลาและค่าใช้จ่าย โดยดำเนินการภายใต้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ที่มีการศึกษา ทดลอง เก็บรวบรวมข้อมูลและผลการศึกษา เพื่อเผยแพร่องค์ความรู้ให้แก่เกษตรกร และประชาชน

Tags:

หน้า: 1 2 3 4 5 6
ตอบ
ชื่อ:
กระทู้:
ไอค่อนข้อความ:
ตัวหนาตัวเอียงตัวขีดเส้นใต้จัดย่อหน้าชิดซ้ายจัดย่อหน้ากึ่งกลางจัดย่อหน้าชิดขวา


[เพิ่มเติม]
ขอความร่วมมือท่านสมาชิก และผู้ใช้บริการเว็บบอร์ด
ห้ามมิให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ทั้งเนื้อหาและภาพของหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ
แนบไฟล์: (แนบไฟล์เพิ่ม)
ไฟล์ที่อนุญาต: gif, jpg, jpeg
ขนาดไฟล์สูงสุดที่อนุญาต 20000000 KB : 4 ไฟล์ : ต่อความคิดเห็น
ติดตามกระทู้นี้ : ส่งไปที่อีเมลของสมาชิกสนุก
  ส่งไปที่
พิมพ์อักษรตามภาพ: พิมพ์ตัวอักษรที่แสดงในรูปภาพ
หากท่านพบเห็นการกระทำ หรือพฤติกรรมใด ๆ ที่ไม่เหมาะสม ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเสื่อมเสียแก่สถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ รวมถึง การใช้ข้อความที่ไม่สุภาพ พฤติกรรมการหลอกลวง การเผยแพร่ภาพลามก อนาจาร หรือการกระทำใด ๆ ที่อาจก่อให้ผู้อื่น ได้รับความเสียหาย กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม
  • ข้อความของคุณอยู่ในกระทู้นี้
  • กระทู้ที่ถูกใส่กุญแจ
  • กระทู้ปกติ
  • กระทู้ติดหมุด
  • กระทู้น่าสนใจ (มีผู้ตอบมากกว่า 15 ครั้ง)
  • โพลล์
  • กระทู้น่าสนใจมาก (มีผู้ตอบมากกว่า 25 ครั้ง)
:  
ทางสนุก! จะทำการตรวจสอบ
และขออนุญาตไม่แสดงข้อความ
ที่ไม่เหมาะสม ข้อความที่
ก่อให้เกิดความเสื่อมเสียแก่
สถาบันชาติ ศาสนา
พระมหากษัตริย์ รวมถึงข้อความที่
เข้าข่ายหลอกลวง การเผยแพร่
ภาพลามกอนาจาร หรือข้อความ
ใดๆ ที่ทำให้ผู้อื่นได้รับความ
เสียหาย บนกระทู้นี้