หน้า: 1

ชนิดกระทู้ ผู้เขียน กระทู้: ไบโพลาร์ โรคอารมณ์ปรวนแปรสองขั้วที่ทำให้มีอาการซึมเศร้าได้  (อ่าน 7 ครั้ง)
add
เรทกระทู้
« เมื่อ: 15 ก.ค. 19, 18:10 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
Send E-mail

แบ่งปันกระทู้นี้ให้เพื่อนคุณอ่านไหมคะ?

ปิดปิด
 
โรคไบโพลาร์ หรือไบโพล่า (Bipolar Disorder) คือ โรคอารมณ์แปรปรวนสองขั้วที่ทำให้มีอารมณ์ซึมเศร้าในตอนหนึ่ง แล้วก็มีร่าเริงผิดปกติในอีกช่วงหนึ่งสลับกันไป โรคนี้นับว่าเป็นความผิดปกติทางอารมณ์ที่จำต้องได้รับการรักษาอย่างถูกวิธี

ผู้ป่วยที่เป็นโรคไบโพลาร์จะมีลักษณะอารมณ์เปลี่ยนแปลงไปๆมาๆอย่างเห็นได้ชัด ระหว่างอารมณ์ซึมเศร้า (Major depressive episode) สลับกับตอนร่าเริงมากเกินธรรมดา (Mania หรือ Hypomania) โดยอาการในแต่ละช่วงอาจเป็นอยู่นานยาวนานหลายสัปดาห์หรือยาวนานหลายเดือนก็ได้ ลักษณะของโรคจะทำให้เกิดผลกระทบต่อผู้ป่วยทั้งในด้านงานการ การเลี้ยงชีพ ความสัมพันธ์กับคนอื่นๆ รวมทั้งการดูแลตนเองอย่างมาก ทำให้ไม่สามารถดำเนินชีวิตประจำวันได้อย่างปกติ



ชนิดของโรคไบโพลาร์
โรคไบโพลาร์มีหลากหลายประเภท แบ่งแยกตามอาการและก็ความรุนแรงได้เป็นประเภทหลักๆดังนี้

Bipolar I เป็นโรคไบโพลาร์ชนิดที่รุนแรงที่สุด
ผู้ป่วยจะมีอาการแบบร่าเริงแตกต่างจากปกติอย่างต่ำ 1 ครั้ง และก็ลักษณะโรคซึมเศร้าอย่างน้อย 1 ครั้ง โดยมีลักษณะทุกวันขั้นต่ำ 1 อาทิตย์ โดยอาการแบบร่าเริงแตกต่างจากปกติ (มาเนีย) ของผู้ป่วย Bipolar I จะร้ายแรงกว่าอาการของผู้ป่วย Bipolar II มากมาย

โรคไบโพลาร์แบบ Bipolar II
โรคไบโพลาร์ชนิดนี้มักตรวจเจอหลังจากผู้ป่วยมีลักษณะของโรคซึมเศร้าแล้วขั้นต่ำ 1 ครั้ง ร่วมกับอาการมาเนียอย่างอ่อน (Hypomania) ขั้นต่ำ 1 ครั้งเหมือนกัน โดยมีช่วงที่มีอารมณ์ปกติกั้นอยู่ระหว่างอาการซึมเศร้าแล้วก็อาการร่าเริงไม่เหมือนปกติ ภาวะอารมณ์ดีในโรคไบโพลาร์แบบ Bipolar II จะมีไม่มากเท่า Bipolar I ก็เลยมักได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นโรคซึมเศร้า เพราะอาการมาเนียอย่างอ่อนของผู้ป่วยมักถูกมองข้ามไป

โรคไบโพลาร์แบบ Cyclothymia
เป็นโรคไบโพลาร์แบบอ่อน เรียกอีกชื่อหนึ่งว่า Cyclothymic disorder ผู้ป่วยโรคนี้จะมีลักษณะมาเนียแล้วก็ซึมเศร้าที่ร้ายแรงน้อยกว่าทั้ง 2 ประเภทข้างต้น

ไบโพลาร์แบบอ่อน (Cyclothymia) เป็นยังไง
โรคไบโพลาร์ชนิดอ่อน (Cyclothymic disorder หรือ Cyclothymia) มีลักษณะอาการราวกับโรคไบโพลาร์ทั่วๆไป คือ ผู้ป่วยจะมีอารมณ์แปรปรวนขึ้นๆลงๆสลับกันระหว่างภาวการณ์ที่มีอารมณ์ร่าเริงเกินธรรมดา กับภาวะอารมณ์ซึมเศร้า โดยมีขณะสั้นๆที่มีอารมณ์เป็นปกติบ้าง

Cyclothymia กับไบโพลาร์ ต่างกันที่ความรุนแรงของอาการที่เกิดขึ้น
ผู้ป่วยโรคไบโพลาร์จะมีลักษณะอาการที่รุนแรงกว่า โดยในช่วงอาการแบบมาเนียนั้นจะเริ่มด้วยความรู้สึกที่อิ่มอกอิ่มใจ เป็นสุขมากมาย กระปรี้กระเปร่า รู้สึกว่าเป็นที่สุดของโลกนี้ ซึ่งจะก่อให้เกิดพฤติกรรมเสี่ยงต่างๆยกตัวอย่างเช่น ขับรถเร็ว เสพสารเสพติด หรือดื่มแอลกอฮอล์ ผู้ป่วยไบโพลาร์ที่มีอาการมาเนียอาจไม่นอนติดต่อกันได้ถึง 2 วัน พูดเร็วขึ้น และเปลี่ยนหัวข้อในการสนทนาไปอย่างรวดเร็วและไม่เกี่ยวข้องกัน

ในขณะที่ผู้ป่วย Cyclothymia จะมีสภาวะซึมเศร้ารวมทั้งอาการมาเนียที่อ่อนกว่าไบโพลาร์ มีลักษณะน้อยกว่า แล้วก็เกิดขึ้นในระยะที่สั้นกว่า อาการดูเหมือนเวลาปกติที่คุณผ่านวันที่ดีและก็วันที่ห่วยแตกสลับกันไป อย่างเช่น นอนน้อยลง พูดคุยมากเพิ่มขึ้น รู้สึกกระปรี้กระเปร่าเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เพียงแต่ว่าจะมีอารมณ์แปรปรวนขึ้นลงไปตลอด แทบไม่มีช่วงเวลาที่อารมณ์ปกติเลย

อาการของโรคไบโพลาร์แบบ Cyclothymia
นอกจากอารมณ์แปรปรวนแล้ว ผู้ป่วยโรคไบโพลาร์แบบอ่อนยังอาจมีอาการอื่นๆในอาการต่อไปนี้

มีอารมณ์แปรปรวนขึ้นลงมานานอย่างน้อย 2 ปี
อาการก่อให้เกิดผลเสียต่อการทำงานหรือความสัมพันธ์กับคนรอบข้างอย่างต่ำ 1 ครั้งในช่วง 2 ปี
ช่วงที่คุณไม่มีอาการหรือมีอารมณ์ธรรมดานั้นเกิดขึ้นน้อยกว่า 3 เดือนต่อเนื่องกัน
อาการไม่ร้ายแรงถึงขั้นเข้าเกณฑ์โรคไบโพลาร์


การรักษาโรคไบโพลาร์จำพวก Cyclothymia
ผู้ป่วย Cyclothymia หลายๆคนสามารถมีชีวิตได้อย่างปกติโดยไม่ต้องรักษา แต่ว่าคนที่อยู่รอบข้างก็ควรจะคอยสังเกตดูลักษณะของผู้ป่วยด้วย เนื่องจาก 1 ใน 3 ถึง 1 ใน 2 ของผู้ป่วย Cyclothymia สามารถมีลักษณะรุนแรงขึ้นจนกระทั่งเปลี่ยนเป็นโรคไบโพลาร์ได้ โดยเฉพาะผู้ป่วยที่มีคนภายในครอบครัวเคยเป็นโรคไบโพลาร์ ซึ่งจะมีความเสี่ยงเป็นโรคไบโพลาร์มากกว่าคนทั่วไป ซึ่งการป้องกันการพัฒนาจากโรค Cyclothymia ไปเป็นโรคไบโพลาร์นั้นทำค่อนข้างยาก แม้กระนั้นผู้ที่มีความชำนาญเชื่อว่าการเริ่มรักษา Cyclothymia ให้เร็วที่สุดสามารถป้องกันไม่ให้โรคนี้เปลี่ยนเป็นโรคไบโพลาร์ได้

แม้กระนั้น ณ ปัจจุบันไม่มีการรักษาที่แน่ชัดสำหรับโรค Cyclothymia แม้แต่ยาที่ใช้รักษาโรคไบโพลาร์ ตัวอย่างเช่น กลุ่มยาควบคุมอารมณ์ ก็ไม่อาจจะช่วยทำให้อาการดียิ่งขึ้นได้เสมอไป

การรักษาที่นิยมใช้เป็นการพูดคุยบรรเทากับนักจิตวิทยา (Talk therapy) โดยมีเป้าหมายเพื่อช่วยให้ตัวผู้ป่วยเรียนรู้การจัดการกับอารมณ์ของตนเอง และเข้าใจถึงต้นเหตุที่บางทีอาจเป็นตัวกระตุ้นให้อาการไม่ดีขึ้น อาทิเช่น อารมณ์ที่แปรปรวนนั้นเกิดขึ้นได้จากการนอนหลับไม่เพียงพอ การดื่มแอลกอฮอล์ หรือการเดินทางข้ามโซนเวลาต่างๆนอกนั้น การบำบัดด้วยแสง (Light therapy) ก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่ใช้รักษาโรค Cyclothymia ได้

ขอบคุณบทความจาก https://www.honestdocs.co/understanding-bipolar
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:  ไบโพลาร์ 

หน้า: 1

 
ตอบ
ชื่อ:
 
แชร์ไป Facebook ด้วย
กระทู้:
ไอค่อนข้อความ:
ตัวหนาตัวเอียงตัวขีดเส้นใต้จัดย่อหน้าชิดซ้ายจัดย่อหน้ากึ่งกลางจัดย่อหน้าชิดขวา

 
 

[เพิ่มเติม]
แนบไฟล์: (แนบไฟล์เพิ่ม)
ไฟล์ที่อนุญาต: gif, jpg, jpeg
ขนาดไฟล์สูงสุดที่อนุญาต 20000000 KB : 4 ไฟล์ : ต่อความคิดเห็น
ติดตามกระทู้นี้ : ส่งไปที่อีเมลของสมาชิกสนุก
  ส่งไปที่
พิมพ์อักษรตามภาพ:
พิมพ์ตัวอักษรที่แสดงในรูปภาพ
 
:   Go
  • ข้อความของคุณอยู่ในกระทู้นี้
  • กระทู้ที่ถูกใส่กุญแจ
  • กระทู้ปกติ
  • กระทู้ติดหมุด
  • กระทู้น่าสนใจ (มีผู้ตอบมากกว่า 15 ครั้ง)
  • โพลล์
  • กระทู้น่าสนใจมาก (มีผู้ตอบมากกว่า 25 ครั้ง)
         
หากท่านพบเห็นการกระทำ หรือพฤติกรรมใด ๆ ที่ไม่เหมาะสม ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเสื่อมเสียแก่สถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ รวมถึง การใช้ข้อความที่ไม่สุภาพ พฤติกรรมการหลอกลวง การเผยแพร่ภาพลามก อนาจาร หรือการกระทำใด ๆ ที่อาจก่อให้ผู้อื่น ได้รับความเสียหาย กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม