หน้า: 1

ชนิดกระทู้ ผู้เขียน กระทู้: Case Study 5 : รายได้เท่าเดิม อยากซื้ออสังหาริมทรัพย์ที่แพงกว่า ควรทำอย่างไร ?  (อ่าน 6 ครั้ง)
add
เรทกระทู้
« เมื่อ: 24 มิ.ย. 19, 17:39 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
Send E-mail

แบ่งปันกระทู้นี้ให้เพื่อนคุณอ่านไหมคะ?

ปิดปิด
 
สังคมปัจจุบัน มีผู้สนใจอยากมีธุรกิจส่วนตัวกันไม่น้อย จากการเริ่มต้นวัยทำงาน หาประสบการณ์ชีวิต ด้วยการเป็นมนุษย์เงินเดือนในด้านที่ร่ำเรียนมา เพื่อให้มีรายได้เลี้ยงชีพ หรือจุนเจือครอบครัวตามแต่ฐานะ เมื่อเวลาผ่านไป ได้รู้จักผู้คนมากขึ้น มีเงินเก็บมากขึ้น ก็อยากนำไปลงทุนต่อยอดในสิ่งที่ตนรัก ตามความถนัดและสนใจ หรืออาจเห็นช่องทางธุรกิจใหม่ๆ เป็นโอกาสในการสร้างรายได้ อย่างที่หลายคนเริ่มต้นจากอาชีพเสริมเล็กๆ กลายมาเป็นอาชีพหลักเลี้ยงชีพได้อย่างสบาย การซื้ออาคารพาณิชย์/ตึกแถว เป็นอสังหาริมทรัพย์ยอดนิยมของเหล่า SME ทุกประเภท เช่น ร้านอาหาร สตูดิโอถ่ายภาพ เป็นต้น ภายใต้สมมติฐานความคาดหวังว่ากิจการจะประสบความสำเร็จรุ่งเรืองร่ำรวย จึงตัดสินใจซื้อเป็นทรัพย์สินของตนเอง แต่หากเงินทุนที่เก็บไว้มีจำนวนไม่พียงพอ การยื่นเรื่องขอสินเชื่อจึงมีความสำคัญ ลำพังรายได้ประจำของตนเอง อาจมีความสามารถในการชำระหนี้น้อยเกินไปในการอนุมัติสินเชื่อ การกู้ร่วมกับคนในครอบครัวจึงเป็นทางออกที่หลายคนเลือกทำ แต่หากต้องการอาคารในทำเลที่ดีกว่า ราคาย่อมสูงกว่า แล้วควรทำอย่างไรเพื่อให้การขอสินเชื่อเพื่อซื้ออสังหาริมทรัพย์ครั้งนี้ประสบความสำเร็จ TerraBKK Research ขอยกตัวอย่างเป็นเหตุการณ์สมมติ เพื่อทำความเข้าใจให้ง่ายขึ้น ดังนี้ (ทั้งหมดเป็นตัวเลขสมมติโดยประมาณ อาจแตกต่างจากเหตุการณ์จริงได้ตามปัจจัยอื่น) "นาย SME อายุ 30 ปี มีรายได้ประจำเดือนละ 35,000 บาท มีความฝันเปิดร้านอาหารเป็นของตนเอง จึงมองหาสถานที่เปิดร้าน และพบอาคารพาณิชย์ 3.5 ชั้น ขนาด 16 ตร.วา ย่านจรัญสนิทวงศ์ จำนวน 2 หลัง โดยหลังที่ 1 ราคา 3.5 ล้านบาท และหลังที่ 2 ราคา 4.5 ล้านบาท นาย SME มีความสนใจหลังที่ 2 ซึ่งมีทำเลดีกว่า แต่เนื่องจากมีเงินทุนไม่เพียงพอ จึงตัดสินใจยืนเรื่องขอสินเชื่อธนาคาร ตามเงื่อนไขนี้ "



SME มีความสามารถผ่อนชำระหนี้สูงสุดที่ 40% ของรายได้ = 35,000 x 40% = 14,000 บาท สามารถขอสินเชื่อภายในวงเงินไม่เกิน 2.1 ล้านบาท (ค่าประมาณจากโปรแกรมการคำนวณสินเชื่อของTerraBKK.com) ซึ่งไม่เพียงพอต่อการลงทุนซื้อครั้งนี้ TerraBKK Research ขอแนะนำ นาย SME ให้เพิ่มความสามารถในการชำระหนี้ด้วยวิธีการกู้ร่วมกับคนในครอบครัว แบ่งเป็น 2 กรณี ดังนี้ กรณี หลังที่ 1 ราคา 3.5 ล้านบาท #terraadsโดยทั่วไปธนาคารอนุมัติวงเงินไม่เกิน 80% ของราคาขาย = 3,500,000 X 80% = 2,800,000 บาท จากอัตราดอกเบี้ยข้างต้น อัตราผ่อนขั้นต่ำ(ระยะเวลาสูงสุด 30 ปี) = 18,800 บาทต่อเดือน จึงเกินความสามารถในการผ่อนชำระหนี้ของนาย SME ที่ 14,000 บาท ดังนั้น นาย SME จำเป็นต้องเลือกวิธีกู้ร่วมกับน้องสาว (รายได้ประจำเดือนละ 26,000 บาท) ทำให้ระดับความสามารถในการผ่อนชำระหนี้เพิ่มขึ้น = (26,000 + 35,000) X 40% = 24,400 บาท หาก นาย SME และน้องสาว เลือกอัตราผ่อนชำระที่ระดับความสามารถในการผ่อนชำระสูงสุด 24,400 บาทต่อเดือน พบว่าใช้เวลาประมาณ 16 ปี ก็สามารถปลดหนี้ก้อนนี้ได้ แต่หากต้องการซื้ออาคารพาณิชย์ในทำเลที่ดีกว่า จะสามารถเป็นไปได้ ดังนี้ กรณี หลังที่ 2 ราคา 4.5 ล้านบาท ธนาคารอนุมัติวงเงินไม่เกิน 80% ของราคาขาย = 4,500,000 X 80% = 3,600,000 บาท จากอัตราดอกเบี้ยข้างต้น อัตราผ่อนขั้นต่ำ(ระยะเวลาสูงสุด 30 ปี) = 24,200 บาทต่อเดือน นั้นแสดงว่า หากนาย SME และน้องสาว เลือกยืดระยะเวลาการผ่อนชำระออกไปสูงสุด 30 ปี ภายใต้ขีดจำกัดความสามารถในการผ่อนชำระเดิม (24,400 บาท) ก็สามารถซื้ออาคารพาณิชย์ในทำเลที่ดีกว่าได้ ในราคาที่สูงขึ้นได้ โดยไม่ต้องหาคนกู้ร่วมเพิ่มแต่อย่างไร TerraBKK Research ขออธิบายว่า การเพิ่มวงเงินสินเชื่อธนาคาร นอกจากจะใช้วิธีกู้ร่วมกับบุคคลตามเงื่อนไขที่ธนาคารกำหนด เช่น บุคคลในครอบครัว เป็นต้น ยังมีอีกหนึ่งวิธีที่สามารถช่วยได้ นั้นคือ การยืดระยะเวลาการผ่อนชำระออกไป เพราะโดยปกติแล้ว การยืดอายุสัญญาเงินกู้ จะส่งผลให้อัตราผ่อนชำระต่อเดือนลดลง จึงเป็นไปได้ที่ อัตราผ่อนชำระหนี้ระยะสั้นของวงเงินกู้น้อย จะอยู่ในช่วง อัตราผ่อนชำระหนี้ระยะยาวของวงเงินกู้สูง แต่นั้นย่อมหมายความว่า ภาระการเป็นหนี้ย่อมยาวนานออกไปด้วย อย่างนาย SME ต้องใช้เวลาชำระหนี้นานขึ้น 14 ปี (30-16 ปี) เพื่อซื้ออาคารพาณิชย์ที่ระดับราคาสูงขึ้น 1ล้านบาท (4.5 – 3.5 ล้านบาท)



ท้ายนี้ TerraBKK Research แนะนำว่า หากเงินทุนไม่เพียงพอในการซื้ออสังหาริมทรัพย์เพื่อประกอบธุรกิจ การยื่นเรื่องขอสินเชื่อธนาคารเป็นหนึ่งสิ่งจำเป็นในการเริ่มต้น แต่ด้วยปัจจัยต่างๆ อาจทำให้ วงเงินกู้ไม่ผ่านอนุมัติตามที่คาดหวังไว้ การกู้ร่วมจึงเป็นทางออกที่ดี และเมือยืดระยะเวลาชำระหนี้ออกไป ก็สามารถเพิ่มวงเงินกู้ได้ด้วย ภายใต้ความสามารถที่มีอยู่อย่างจำกัด เพื่อก่อประโยชน์สูงสุด ในการหาเงินทุน มาทำธุรกิจอย่างแท้จริง แต่หากจะให้ดีที่สุด การประกอบธุรกิจครั้งนี้ ควรจะมีกำไรสุทธิขั้นต่ำ เท่ากับ จำนวนดอกเบี้ยจ่ายธนาคารในแต่ละเดือน หรือ ดีกว่านั้นคือเท่ากับเงินผ่อนชำระในแต่ละเดือน

กู้ร่วม... รวมพลังขอสินเชื่อ การกู้ร่วมคืออะไร คือการเพิ่มฐานรายได้ของผู้กู้ให้เพียงพอต่อการผ่อนชำระหนี้ในวงเงินที่ต้องการ ด้วยการใช้อีกบุคคลหนึ่งมาเป็นลูกหนี้ร่วมกัน ลูกหนี้ทั้งสองต้องร่วมกันผ่อนชำระหนี้ก้อนนี้ให้หมดภายในระยะเวลาที่กำหนด การกู้ร่วมจะมีผู้กู้หลัก 1 คน และผู้กู้ร่วมได้ตามแต่เงื่อนไขของสถาบันการเงินซึ่งแต่ละแห่งจะกำหนดไว้ไม่เท่ากัน

บทความโดย : TerraBKK คลังความรู้


อ่านเนื้อหาต้นฉบับได้ที่ : TerraBKK.com - https://www.terrabkk.com/news/14390


noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
Tags:  

หน้า: 1

 
ตอบ
ชื่อ:
 
แชร์ไป Facebook ด้วย
กระทู้:
ไอค่อนข้อความ:
ตัวหนาตัวเอียงตัวขีดเส้นใต้จัดย่อหน้าชิดซ้ายจัดย่อหน้ากึ่งกลางจัดย่อหน้าชิดขวา

 
 

[เพิ่มเติม]
แนบไฟล์: (แนบไฟล์เพิ่ม)
ไฟล์ที่อนุญาต: gif, jpg, jpeg
ขนาดไฟล์สูงสุดที่อนุญาต 20000000 KB : 4 ไฟล์ : ต่อความคิดเห็น
พิมพ์อักษรตามภาพ:
พิมพ์ตัวอักษรที่แสดงในรูปภาพ
 
:   Go
  • ข้อความของคุณอยู่ในกระทู้นี้
  • กระทู้ที่ถูกใส่กุญแจ
  • กระทู้ปกติ
  • กระทู้ติดหมุด
  • กระทู้น่าสนใจ (มีผู้ตอบมากกว่า 15 ครั้ง)
  • โพลล์
  • กระทู้น่าสนใจมาก (มีผู้ตอบมากกว่า 25 ครั้ง)
         
หากท่านพบเห็นการกระทำ หรือพฤติกรรมใด ๆ ที่ไม่เหมาะสม ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเสื่อมเสียแก่สถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ รวมถึง การใช้ข้อความที่ไม่สุภาพ พฤติกรรมการหลอกลวง การเผยแพร่ภาพลามก อนาจาร หรือการกระทำใด ๆ ที่อาจก่อให้ผู้อื่น ได้รับความเสียหาย กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม