หน้า: 1

ชนิดกระทู้ ผู้เขียน กระทู้: เคล็ดลับเลือก''แหวนเพชร''งามตรงความต้องการ  (อ่าน 9 ครั้ง)
add
เรทกระทู้
« เมื่อ: 20 มิ.ย. 19, 23:01 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
Send E-mail

แบ่งปันกระทู้นี้ให้เพื่อนคุณอ่านไหมคะ?

ปิดปิด
 
ทำความเข้าใจเทคนิค "การเลือก แหวนเพชร " ให้สวยตรงใจในวันสำคัญได้อย่างง่ายดายไม่ยากเหมือนอย่างที่คิด ที่ใช้เวลาเพียงแค่ 10 นาที!




เมื่อถึงวันสำคัญของชีวิต ไม่ว่าจะเป็นงานหมั้น หรืองานมงคลสมรส ย่อมจะขาดสิ่งสำคัญอย่างแหวนเพชร ที่นับว่าเป็นสัญลักษณ์สำคัญในวันแสนพิเศษนี้ไปมิได้ แต่มั่นใจว่า คนจำนวนมากน่าจะสงสัยไม่ใช้น้อยว่า "วิธีการเลือก แหวนเพชร " ให้คุ้มค่าและตรงความต้องการที่สุดนั้นต้องเป็นอย่างไร?


วันนี้ เราจะพาไปไขข้อข้องใจ พร้อมวิธีการเลือกซื้อ "แหวนเพชร" ได้ง่ายๆ
 

ระบุ Budget แหวนเพชรในใจ
เป็นสิ่งที่เราควรจะทำเป็นขั้นแรก เพื่อไม่ให้งบประมาณเกินเลยไปไกลกว่าที่คิด การจัดสรรงบประมาณสำหรับเลือกซื้อเครื่องเพชรนั้น จะต้องมีสัดส่วนอยู่ที่ แหวน 50% สร้อยคอ 30% ต่างหูรวมทั้งสร้อยข้อมือหรือกำไล อีก 20%

เลือกสรร "แหวนเพชร" ให้ตรงความต้องการที่สุด
เมื่อเรามีงบประมาณในใจแล้ว ถัดมาเป็นการเลือกแหวนเพชรให้ตรงความต้องการที่สุด ซึ่งเพชรมีพื้นฐานอยู่ 4 ประการ หรือเรียกว่า 4 Cs ได้แก่ Carat Weight (กะรัต) Cut (การเจียระไน) Color (สี) และก็ Clarity (ความสะอาด)

- "กะรัต (CARAT)" เป็นหน่วยที่ใช้ชั่งน้ำหนักของเพชรและอัญมณีต่างๆหรือภาษาง่ายๆก็คือ การเลือกขนาดของเม็ดเพชรนั่นเอง ซึ่งกะรัตจะใช้ตัวย่อว่า "ct" โดยใน 1 กะรัตจะแบ่งหน่วยย่อยออกเป็น 100 หน่วยเรียกว่า Point หรือที่รู้จักกันว่า "ตัง" อาทิเช่น เพชรขนาด 0.50 ct จะเรียกว่า 50 Point หรือ 50 ตัง ดังนั้น เพชรที่มีน้ำหนักเท่ากัน อาจจะเป็นไปได้ว่าจะมีราคาที่แตกต่างกันได้ ซึ่ง "ขนาดของเม็ดเพชร" ก็จะมีผลต่อราคามากที่สุด ยิ่งเพชรเม็ดใหญ่ขึ้นมากมากแค่ไหน ราคาก็สูงมากขึ้นตามไปด้วย
- "การเจียระไน (cut)" สัดส่วนของเพชรได้มาจากการเจียระไนอีกเช่นกัน "เพชรจะส่องประกายได้ดีแค่ไหนขึ้นอยู่กับการเจียระไน" ต่อให้เป็นเพชรคุณภาพดี แต่ว่าหากได้รับการเจียระไนที่ผิดรูปทรง จะไม่มีประกาย แต่ว่าหากยิ่งเจียระไนรูปร่างของ แหวนเพชร ดีเพียงใด ก็จะยิ่งทำให้สะท้อนแสงแวววามได้มากขึ้นเช่นกัน ซึ่งการดู "รูปทรงของเพชร" นั้นพวกเราไม่สามารถดูได้ด้วยตาเปล่า แต่ให้มองจากใบรับรองที่ได้มาตราฐาน (Certificate) โดยให้ดูจาก 3 ส่วน ดังนี้ 1.Cut Grade: Excellent 2.lish: Excellent รวมทั้ง 3.Symmetry: Excellent ทั้งสามแบบนี้เกรดที่ได้ควรต้อง 3 Excellent เพียงเท่านั้นนั่นหมายถึงเพชรที่เจียระไนได้สมบูรณ์
- "สี,น้ำ (Color)" โดยปกติพวกเราชอบพบเพชรที่มีลักษณะเป็นสีขาวหรือไร้สี การลำดับสีของเพชรนั้นเริ่มจากไม่มีสีไปจนกระทั่งปนเหลือง โดยสีของเพชรจะถูกแบ่งเริ่มตั้งแต่เพชรที่ใส ไม่มีสี(Colorless) ,กระทั่งเริ่มมีสีนวลขึ้นในระดับที่สายตาเริ่มพิจารณาได้(Near Colorless) ,สีเหลืองจาง (Yellow Tinge) และก็เป็นสีเหลืองอ่อน(Light Yellow) และก็ถ้าใช้มาตรฐานของ GIA จะสามารถแบ่งระดับสีหรือที่นิยมเรียกกันว่า "น้ำ"โดยใช้อักษรตั้งแต่ D เท่ากันกับน้ำ 100 ถัดมาเป็น E ซึ่งเท่ากันกับน้ำ 99 แล้วก็ F เท่ากับน้ำ 98 ไล่ลำดับจนกระทั่ง Z ซึ่งจะสีออกเหลืองไปเลย
- "ความสะอาด (Clarity)" ซึ่งก็คือตำหนิที่เกิดขึ้นจากธรรมชาติของเพชร เพชรที่สะอาดก็คือเพชรที่มีตำหนิน้อย โดยเหตุนี้เพชรยิ่งมีตำหนิน้อยมากเท่าไหร่ ราคาก็จะยิ่งสูงขึ้นมากเท่านั้น

เลือกทรงของแหวนเพชรให้ตรงความต้องการที่สุด
โดยการเลือก "เพชรเม็ดกลาง" ควรเลือกเพชรพรีเมี่ยม โดยขนาดของเพชรเม็ดกึ่งกลางที่เลือก จะช่วยทำให้เลือกแบบของแหวนได้ง่ายขึ้นต่อจากนั้นพวกเราก็มาเลือกดีไซน์ตัวเรือนของแหวนเพชร ก็จะมีให้เลือกหลายแบบ แต่ละแบบสามารถทำให้แหวนเพชรมีเอกลักษณ์ที่ต่างกัน โดยในปัจจุบันได้รับความนิยม 3 แบบด้วยกันดังต่อไปนี้
- "แหวนเกลี้ยงเพชรเม็ด (SOLITAIRE)" ถือเป็นแหวนเพชรสุดคลาสสิค เรียบหรู เป็นทรงที่ใช้ได้กับทุกยุคทุกสมัย และสำหรับแหวนทรงนี้ส่วนมาก จะนิยมเลือกหนามเตยเล็กๆเพื่อจะเพิ่มพื้นที่ในการโชว์เม็ดเพชรให้ส่งประกายได้มากขึ้น
- "ฝังเพชรหรือพลอยด้านข้าง (SIDESTONES/DIAMOND BAND)" ตัวเรือนจะมีการฝังเพชรเม็ดขนาดรองมาเป็นแถว ซึ่งจำนวนเพชรอาจจะมีตั้งแต่ข้างละ 2 เม็ดไปจนถึงรอบนิ้ว
- "เพชรล้อมเม็ดกลาง (HALO)" เป็นลักษณะของเพชรเม็ดเล็กๆล้อมเพชรเม็ดกลางของแหวน ซึ่งจะมีผลให้เพชรเม็ดกลางดูใหญ่รวมทั้งเด่นขึ้น เหมาะกับคุณผู้หญิงที่หลงใหลความพิเศษมากขึ้นจากการออกแบบแหวนเรียบๆ
4 หนามเตยจะช่วยยึดเพชรกับตัวเรือนให้เพชรดูมีขนาดใหญ่เพิ่มมากขึ้น และก็
6 หนามเตยจะเพิ่มความแข็งแรงให้กับการยึดเพชรกับตัวเรือนมากกว่า แต่ก็ไม่ค่อยเป็นที่นิยมนัก เนื่องจากเพชรยอดจะมีขนาดไม่ใหญ่นัก
 

หลังจากที่พวกเราเลือกการออกแบบแหวนเพชร กันได้แล้ว ต่อจากนั้นจึงมาเลือก "วัสดุที่ใช้ในการทำตัวแหวน" ซึ่งวัสดุที่ใช้ทำตัวเรือนของแหวนจะมีประมาณ 3 ชนิด ซึ่งจะมีทองผสมในสัดส่วนที่ไม่เหมือนกันคร่าวๆ เป็น ทองคำขาว – 18k ทอง – 22k รวมทั้งพิงก์โกลด์ – 18k

 ข้อสุดท้ายที่สำคัญที่สุด เป็นการเลือก "ร้านเพชรที่มีบริการหลังการขาย" เนื่องจากว่าราคาของแหวนเพชรที่เราซื้อไปนั้น ใครๆก็ย่อมที่อยากเก็บไว้นานๆดังนั้นควรจะเลือกร้านที่มีบริการหลังการขาย ทั้งยังบริการล้าง ทำความสะอาด ไปจนถึงบริการปรับแก้ มีอุปกรณ์ครบถ้วนสำหรับในการตรวจสอบเพชร พร้อมด้วย Certificate จาก GIA และก็ Certificate จากทางร้าน เพราะขึ้นชื่อว่า "เพชร" แล้ว... เป็นอัญมณีที่เลอค่าทุกยุคสมัยแล้วก็ที่สำคัญคือสัญลักษณ์แทนความรักที่มอบให้แก่กันอย่างประมาณคุณค่ามิได้

 

เมื่อรู้เคล็ดลับ "การเลือกแหวนเพชร" ให้สวยตรงความต้องการในวันสำคัญได้ไม่ยากกันแล้ว ก็เข้าไปเลือกชมแหวนเพชรงามๆให้ผู้ที่เรารักกัน

https://anantajewelry.com/love-and-wedding-engagement-solitaire-rings/
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:  แหวนเพชร 

หน้า: 1

 
ตอบ
ชื่อ:
 
แชร์ไป Facebook ด้วย
กระทู้:
ไอค่อนข้อความ:
ตัวหนาตัวเอียงตัวขีดเส้นใต้จัดย่อหน้าชิดซ้ายจัดย่อหน้ากึ่งกลางจัดย่อหน้าชิดขวา

 
 

[เพิ่มเติม]
แนบไฟล์: (แนบไฟล์เพิ่ม)
ไฟล์ที่อนุญาต: gif, jpg, jpeg
ขนาดไฟล์สูงสุดที่อนุญาต 20000000 KB : 4 ไฟล์ : ต่อความคิดเห็น
ติดตามกระทู้นี้ : ส่งไปที่อีเมลของสมาชิกสนุก
  ส่งไปที่
พิมพ์อักษรตามภาพ:
พิมพ์ตัวอักษรที่แสดงในรูปภาพ
 
:   Go
  • ข้อความของคุณอยู่ในกระทู้นี้
  • กระทู้ที่ถูกใส่กุญแจ
  • กระทู้ปกติ
  • กระทู้ติดหมุด
  • กระทู้น่าสนใจ (มีผู้ตอบมากกว่า 15 ครั้ง)
  • โพลล์
  • กระทู้น่าสนใจมาก (มีผู้ตอบมากกว่า 25 ครั้ง)
         
หากท่านพบเห็นการกระทำ หรือพฤติกรรมใด ๆ ที่ไม่เหมาะสม ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเสื่อมเสียแก่สถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ รวมถึง การใช้ข้อความที่ไม่สุภาพ พฤติกรรมการหลอกลวง การเผยแพร่ภาพลามก อนาจาร หรือการกระทำใด ๆ ที่อาจก่อให้ผู้อื่น ได้รับความเสียหาย กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม