หน้า: 1

ชนิดกระทู้ ผู้เขียน กระทู้: การตรวจหาสารพันธุกรรมของเชื้อเอชไอวี NUCLEIC ACID TESTING (NAT)  (อ่าน 12 ครั้ง)
add
เรทกระทู้
« เมื่อ: 26 ต.ค. 18, 05:54 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
Send E-mail

แบ่งปันกระทู้นี้ให้เพื่อนคุณอ่านไหมคะ?

ปิดปิด
 
การตรวจหาสารพันธุกรรมของเชื้อเอชไอวี Nucleic acid testing (NAT)

สำหรับการตรวจ HIV RNA หรือ proviral DNA มีการใช้อย่างกว้างขวาง โดยเฉพาะอย่างยิ่งการติดตามปริมาณไวรัส (viral load) ก่อนหรือหลังการรักษา วิธี NAT ไม่นิยมนำมาตรวจคัดกรองสำหรับการวินิจฉัยในรายบุคคลทั่วไป เพราะการตรวจหาแอนติบอดีสะดวกและเป็นการทดสอบที่ง่ายกว่า ยกเว้นการวินิจฉัยในทารกแรกคลอดและการตรวจเพื่อความปลอดภัยในเลือดผู้บริจาค

เทคนิคทางอณูที่ใช้ตรวจวินิจฉัยและตรวจวัดเชิงปริมาณสารพันธุกรรมของไวรัสเอชไอวีในพลาสมา เริ่มมีการนำมาใช้ตั้งแต่ต้นทศวรรษ 1990s และเรียกกันทั่วไปว่าวิธี HIV NAT วิธีนี้มุ่งเน้นตรวจหาสารพันธุกรรมของไวรัสในพลาสมา โดยมีการพัฒนาวิธีตรวจทั้งในเชิงคุณภาพและเชิงปริมาณ จึงใช้เป็นวิธีตรวจคัดกรองและการตรวจเสริม ในระยะแรกวิธี NAT ได้ถูกนำมาใช้ตรวจวินิจฉัยการติดเชื้อเอชไอวี (เช่นการติดเชื้อเอชไอวีระยะเฉียบพลัน ซึ่งให้ผลลบของแอนติบอดี และการตรวจวินิจฉัยทารกแรกเกิดที่เกิดจากแม่ที่ติดเชื้อเอชไอวีซึ่งไม่สามารถใช้แอนติบอดีแปลผล เพราะมีแอนติบอดีผ่านมาจากแม่) วิธี NAT ที่ใช้ตรวจหาไวรัสในเชิงปริมาณ (viral load assays) เพื่อตรวจติดตามประเมินผลการรักษา แต่ไม่ใช้ในการตรวจวินิจฉัยการติดเชื้อเอชไอวี

ปัจจุบันชุดตรวจ RNA NAT ในเชิงคุณภาพมีเพียง 1 ชนิดที่ได้รับอนุญาตใช้ทั้งในสหภาพยุโรปและสหรัฐอเมริกาเพื่อใช้ตรวจวินิจฉัยและตรวจยืนยันในผู้ติดเชื้อเอชไอวี วิธี HIV NAT ได้นำมาใช้ในการตรวจคัดกรองเลือด/พลาสมา และเนื้อเยื่อได้ด้วย วิธี NAT ได้นำมาใช้ในการวินิจฉัยการติดเชื้อเอชไอวี เช่น วินิจฉัยการติดเชื้อเอชไอวีในระยะเฉียบพลันและในทารกแรกคลอดที่เกิดจากแม่ติดเชื้อเอชไอวี ในผู้ที่มีความเสี่ยงสูงเนื่องจากได้รับอุบัติเหตุทางการแพทย์

โดยทั่วไปวิธี NAT จะช่วยวินิจฉัยการติดเชื้อเอชไอวีระยะแรก แต่วิธี NAT สำหรับการตรวจหาผู้ที่ติดเชื้อเอชไอวีก็ไม่ได้มีความไวร้อยละ 100 เพราะวิธี NAT ยังให้ผลลบในช่วง 5-10 วันได้ หลังการติดเชื้อเอชไอวี ในผู้ติดเชื้อเอชไอวีบางรายที่ไม่ได้รักษาอาจให้ผลลบด้วย NAT แต่พบการติดเชื้อได้โดยวิธีตรวจหาแอนติบอดี ในกรณีนี้เกิดได้จากหลายสาเหตุ เช่น การกดการแบ่งตัวของไวรัสตามธรรมชาติของร่างกายผู้ติดเชื้อ หรือจากการรักษาพบว่าเป็นสาเหตุหลักของการเกิดผลลบปลอมของวิธี NAT นอกจากนี้ยังมีสาเหตุอื่นๆ ที่เป็นไปได้ เช่น การเก็บตัวอย่างส่งตรวจไม่เหมาะสม การแยกตัวอย่างไม่เหมาะสม การเก็บรักษาในอุณหภูมิที่ไม่เหมาะสม การมีสารยับยั้งในตัวอย่างตรวจ และวิธี NAT จะให้ผลลบในช่วง 5-10 วันหลังการติดเชื้อเอชไอวี

ความจำเพาะของชุดตรวจด้วยวิธี NAT อยู่ระหว่างร้อยละ 97.6 – 100 เมื่อตรวจจากตัวอย่างผู้ที่ไม่ติดเชื้อ อย่างไรก็ตามมีรายงานว่าวิธี NAT ให้ผลบวกปลอมที่มีค่าต่ำๆ ได้เมื่อค่าระดับปริมาณไวรัสใกล้กับค่าจำกัดของการตรวจวัด (LoD) ในทางกลับกันถ้าระดับปริมาณไวรัสมีค่าต่ำในช่วงที่ทำการตรวจ วิธี NAT ก็อาจให้ผลลบได้เช่นกัน การปนเปื้อนของตัวอย่างตรวจ และปัญหาทางเทคนิคอื่นๆ เช่น ตัวอย่างควบคุมภายในหรือตัวอย่างปรับเทียบค่ามาตรฐานไม่ดีเพียงพอ ทำให้ค่าที่ใช้ตัดสินไม่ถูกต้องและเกิดผลบวกปลอมได้

ขอบคุณที่มา : คู่มือการตรวจหาการติดเชื้อเอชไอวี สำหรับเทคนิคการแพทย์


https://lovefoundation.or.th/th/การตรวจหาสารพันธุกรรมข/


noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า

กระทู้ฮอตในรอบ 7 วัน

Tags:  สารพันธุกรรม เชื้อเอชไอวี NUCLEICACIDTESTING Nat 

หน้า: 1

 
ตอบ
ชื่อ:
 
แชร์ไป Facebook ด้วย
กระทู้:
ไอค่อนข้อความ:
ตัวหนาตัวเอียงตัวขีดเส้นใต้จัดย่อหน้าชิดซ้ายจัดย่อหน้ากึ่งกลางจัดย่อหน้าชิดขวา

 
 

[เพิ่มเติม]
แนบไฟล์: (แนบไฟล์เพิ่ม)
ไฟล์ที่อนุญาต: gif, jpg, jpeg
ขนาดไฟล์สูงสุดที่อนุญาต 20000000 KB : 4 ไฟล์ : ต่อความคิดเห็น
ติดตามกระทู้นี้ : ส่งไปที่อีเมลของสมาชิกสนุก
  ส่งไปที่
พิมพ์อักษรตามภาพ:
พิมพ์ตัวอักษรที่แสดงในรูปภาพ
 
:   Go
  • ข้อความของคุณอยู่ในกระทู้นี้
  • กระทู้ที่ถูกใส่กุญแจ
  • กระทู้ปกติ
  • กระทู้ติดหมุด
  • กระทู้น่าสนใจ (มีผู้ตอบมากกว่า 15 ครั้ง)
  • โพลล์
  • กระทู้น่าสนใจมาก (มีผู้ตอบมากกว่า 25 ครั้ง)
         
หากท่านพบเห็นการกระทำ หรือพฤติกรรมใด ๆ ที่ไม่เหมาะสม ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเสื่อมเสียแก่สถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ รวมถึง การใช้ข้อความที่ไม่สุภาพ พฤติกรรมการหลอกลวง การเผยแพร่ภาพลามก อนาจาร หรือการกระทำใด ๆ ที่อาจก่อให้ผู้อื่น ได้รับความเสียหาย กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม