หน้า: 1

ชนิดกระทู้ ผู้เขียน กระทู้: โครงการ "อนาคตประเทศไทย"  (อ่าน 22 ครั้ง)
add
เรทกระทู้
« เมื่อ: 25 ม.ค. 18, 11:45 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
Send E-mail

แบ่งปันกระทู้นี้ให้เพื่อนคุณอ่านไหมคะ?

ปิดปิด
 

อนาคตของประเทศไทย ในมือของคนไทย
พวกเราอยากให้วันข้างหน้าของเราเป็นอย่างไรก็ขึ้นอยู่กับโครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก(EEC) นี้แล้วล่ะ
ว่า รุ่ง หรือ ร่วง ก็แค่คำง่ายๆ เพียง 2 คำนี้เท่านั้น

• ทำให้ ร่วง ก็แสนง่ายนิดเดียว ออกมาประท้วง ออกมาคัดค้าน แต่ไม่มีทางออก ไม่มีทางแก้ไขให้

• ทำให้ รุ่ง ก็ง่ายเหมือนกัน ร่วมกันออกมาแสดงความคิดเห็นที่มีประโยชน์ ไม่เห็นแก่ตัว และพวกพ้อง

เพียงแค่นี้ประเทศไทยเราก็มีอนาคตที่แน่นอนได้แล้ว

แล้วคุณละ อยากที่จะเห็นประเทศไทยเป็นแบบใด รุ่ง หรือ ร่วง ???
อนาคตของประเทศไทย ไม่ได้อยู่ในมือของรัฐบาล ฝ่ายค้าน นักลงทุน เอกชน ภาคประชาสังคม กลุ่มเห็นต่าง หรือกลุ่มผู้เสียผลประโยชน์เลย แต่อยู่ในมือของคนไทยทุกคนที่เราอยากจะเห็น อยากจะเชื่อ ทุกสิ่งก็อยู่ที่คนไทยเป็นคนช่วยกำหนดทั้งนั้น

ถ้าอยากเห็น "ประเทศไทย" ใน พ.ศ.๒๕๖๖ คืออีก ๕ ปี ข้างหน้า ว่าจะมีสภาพแบบไหน?
ผมแนะให้.........
แหงนหน้า ระดับสายตา ๔๕ องศา ไปที่ "โครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก(EEC)" โครงการต่อยอด "อีสเทิร์นซีบอร์ด" ที่นำไทยโชติช่วงชัชวาลด้วยอุตสาหกรรมปิโตรเลียมมาร่วม ๔๐ ปี จากอัจฉริยภาพ "ป๋าเปรม"

ถ้า "อีสเทิร์นซีบอร์ด" เป็นกองทุน "บุญประเทศ" ก็ต้องบอกว่า เรา..คนไทย-ประเทศไทย ขณะนี้"กินบุญเก่า" ไปเกือบหมดแล้ว!

เมื่อพลเอกประยุทธ์ เข้ามาบริหารประเทศ จึงคิดนโยบายต่อยอด คือ "เติมทุน" เข้ากองบุญประเทศ
อีสเทิร์นซีบอร์ด เป็นอุตสาหกรรมปิโตรเคมี
ส่วนโครงการอีอีซี เป็นอุตสาหกรรมต่อยอดด้วยเทคโนโลยีชั้นสูงและนวัตกรรมแห่งอนาคตระยะยาว
ไม่เพียงรักษาความโชติช่วงให้คงอยู่เท่านั้น อีอีซี จะทำให้ความโชติช่วงนั้น ชัชวาลยิ่งทวีคูณทั้งไทย และทั้งกลุ่ม CLMV

เอาอย่างนี้ จะอธิบายทั้งหมด ว่าอีอีซี "เมืองนวัตกรรมแห่งอนาคต" มีอะไรบ้าง? มันก็มาก ตั้ง ๑๐ หมวดอุตสาหกรรมเทคโนโลยีชั้นสูง อธิบายก็น้ำท่วมทุ่ง เพื่อให้ "หลับตาเห็นภาพ"........ และภาพนั้น ต่อยอดจินตนาการให้ท่านเห็น "ประเทศไทย" ในอีก ๕ ปีข้างหน้าเองคร่าวๆ

หลับตานึกถึงภาพ "๓ ท่าเรือหลัก" ของประเทศนะครับ
"ท่าเรือแหลมฉบัง-ท่าเรือสัตหีบ-ท่าเรือมาบตาพุด" ทั้ง ๓ ท่าเรือ........
เชื่อมโยงเข้ากันกับ "สนามบินอู่ตะเภา-สนามบินดอนเมือง-สนามบินสุวรรณภูมิ" ด้วย "รถไฟฟ้า"!
ไปไหน-มาไหน-จากจุดไหน, ไม่ว่ารายทางหรือต้นทาง-ปลายทาง "นั่งรถไฟฟ้า" ต่อเดียว-รวดเดียว ถึงกันหมด

นี่แค่ "โครงสร้างพื้นฐาน" ที่ใช้เชื่อมโยงชนิดเดียวนะ อย่างอื่นยังไม่ได้พูดถึง

ประเทศไทย พ.ศ.๒๕๖๖ "ก้าวไกล" ชนิดจินตนาการ ตามแทบไม่ทันเลยใช่ไหม?
แรงขับเคลื่อนมนุษย์ คือ "ความหวัง" ความหวัง ทำให้มนุษย์ก้าวเดิน บ้านเมืองไทยเรา มีสิ่งสนองหวังรอคอยอยู่มากมาย

ฉะนั้น การอยู่เมืองไทยให้เป็นสุข อย่าก้มหน้า อย่ามองสิ่งรอบตัวด้วยระดับสายตาปกติ เพราะภาพระดับสายตาแต่ละวันของบ้านเมือง จะให้ความรู้สึกสับสน หดหู่, สมเพช, ทุเรศ ชวนอาเจียน กับภาพเคลื่อนไหวของกลุ่มคน ในสังคมกิน และถ่ายรดเมือง ต้องเงยหน้าระดับ ๔๕ องศา นั่นแหละ จะเห็นประเทศไทยแท้จริง เต็มไปด้วยความสดสวย ศานติสดใส เปี่ยมหวังในหนทาง "สร้างบ้าน-สร้างเมือง"

ผมมองดูแล้ว โครงการอีอีซีนี้แหละ ขอเพียงเดินตามแผนได้ต่อเนื่องซัก ๕ ปี จะพลิกสังคมประเทศไปสู่อีกมิติหนึ่งชนิด "เหนือจินตนาการ" ทุกวันนี้ พวกเราหมกมุ่นกับเรื่องงั่งๆ มากไป........ แล้วเอาเรื่องงั่งๆ นั้น มาทึกทักจริงจัง แทนสาระบ้านเมือง เหมือนคนหลังคาแดง ทึกทักตุ๊กตาเป็นสมบัติเทพ แล้วทึ้งกัน!

ลองเปลี่ยนจากจ้องรัฐบาลประยุทธ์ว่าขาลง แล้วรุมทึ้ง ไปเป็น ค้นสำรวจว่า โครงการอีอีซี มันมีอะไรบ้าง ทำแล้วประยุทธ์ได้ หรือทั้งคน-ทั้งประเทศได้?

บางที "จิตรวม" จะเกิด ในขณะที่คนการเมืองชุลมุนในบท "ถ่วงเมือง" กลับปรากฏภาพหนึ่ง คือ พ่อค้า-นักธุรกิจใหญ่ๆ ของไทย ที่สังคมจริตส่วนหนึ่ง มักด่า "พวกเอาเปรียบสังคม" เขาเหล่านั้น กำลังคร่ำเคร่งอยู่กับการฟื้นฟูเศรษฐกิจการลงทุนในโครงการอีอีซี!

เท่าที่เห็น ทั้งการบินไทย, เอสซีจี, ปตท., ซีพี., อมตะ และอีกหลายกลุ่มธุรกิจ รวมทั้งกลุ่มเสี่ยเจริญ ต่างหาพันธมิตรต่างชาติมาลงทุนในอีอีซีกันคึกคัก โดยเฉพาะด้านการบิน ไม่ว่า จีอี, โบอิง, แอร์บัส, ซาบ เรียงแถวเข้ามาเล็ง

ส่วนญี่ปุ่น "ขาประจำ" ไม่ต้องพูดถึง เพียบอยู่แล้ว มีเพิ่มเข้ามา เห็นจะเป็น "กลุ่มทุนเกาหลีใต้"

ที่มีสีสันมากตอนนี้ กลุ่มทุนไทยเรานี่แหละ โดยเฉพาะรายกลุ่มทุนอมตะนคร ของคุณวิกรม กรมดิษฐ์ กับกลุ่มทุนซีพี.ของเจ้าสัวธนินท์!
ที่ผมว่ามีสีสัน ก็อ่านจากข่าว และจากที่คุณวิกรมแถลงเมื่อวาน คือจับสังเกตได้ว่า ๒ ค่ายนี้ กำลังประชันขันแข่ง แย่ง "ลูกค้าจีน" กันสนุกสนาน เพื่อให้เข้ามาอยู่ในพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมของตน "อมตะนคร" ของวิกรม กรมดิษฐ์ ถือเป็นเจ้าถิ่น ครองทั้งที่ชลบุรีและระยอง

ตอนนี้ ค่ายซีพี.ผนึกบริษัทกว่างซี จากหนานหนิง ของจีน เปิด "นิคมอุตสาหกรรมไทย-จีน" (CPGC) ที่นิคมพัฒนาและบ้านค่าย จุดเด่นค่ายนี้....... ให้เป็น "อาณาจักรจีน" โดยเฉพาะ คือรับเฉพาะนักลงทุนจีนอย่างเดียว เป็นนิคมเน้นอุตสาหกรรมที่ใช้เทคโนโลยีชั้นสูงและนวัตกรรม มีอุตสาหกรรมยานยนต์-ชิ้นส่วนเครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์-ชิ้นส่วน, อุปกรณ์ทางการแพทย์ และอุตสาหกรรมแปรรูปเกษตร


โครงการอีอีซี ถือเป็นตัวชี้ "อนาคตใหม่" ของสังคมประเทศ ปี ๒๕๖๑ นี้ น่าจะได้ฤกษ์ลงมือกันแล้ว ก็อยากให้สนใจติดตามดูกัน เข้าใจว่า ต่อจากนี้ ทางรัฐบาลคงเน้นผลคืบหน้าเป็นข่าวสารให้รู้กันกว้างขวางมากกว่านี้ โครงการนี้ ถึงใครมาเป็นรัฐบาลที่ไม่ใช่นายกฯ ประยุทธ์ ก็ต้องสานต่อให้จบ เพราะนี่คือ "อนาคตประเทศ" สู่ศตวรรษใหม่จริงๆ


ที่มา : เปลว สีเงิน
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 26 ม.ค. 18, 08:24 น โดย yenjaisabaidee » noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า

กระทู้ฮอตในรอบ 7 วัน

Tags:  อมตะ  ซีพี  โครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก  EEC 

หน้า: 1

 
ตอบ

ชื่อ:
 
แชร์ไป Facebook ด้วย
กระทู้:
ไอค่อนข้อความ:
ตัวหนาตัวเอียงตัวขีดเส้นใต้จัดย่อหน้าชิดซ้ายจัดย่อหน้ากึ่งกลางจัดย่อหน้าชิดขวา

 
 

[เพิ่มเติม]
แนบไฟล์: (แนบไฟล์เพิ่ม)
ไฟล์ที่อนุญาต: gif, jpg, jpeg
ขนาดไฟล์สูงสุดที่อนุญาต 20000000 KB : 4 ไฟล์ : ต่อความคิดเห็น
ติดตามกระทู้นี้ : ส่งไปที่อีเมลของสมาชิกสนุก
  ส่งไปที่
พิมพ์อักษรตามภาพ:
พิมพ์ตัวอักษรที่แสดงในรูปภาพ
 
:  
  • ข้อความของคุณอยู่ในกระทู้นี้
  • กระทู้ที่ถูกใส่กุญแจ
  • กระทู้ปกติ
  • กระทู้ติดหมุด
  • กระทู้น่าสนใจ (มีผู้ตอบมากกว่า 15 ครั้ง)
  • โพลล์
  • กระทู้น่าสนใจมาก (มีผู้ตอบมากกว่า 25 ครั้ง)
         
หากท่านพบเห็นการกระทำ หรือพฤติกรรมใด ๆ ที่ไม่เหมาะสม ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเสื่อมเสียแก่สถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ รวมถึง การใช้ข้อความที่ไม่สุภาพ พฤติกรรมการหลอกลวง การเผยแพร่ภาพลามก อนาจาร หรือการกระทำใด ๆ ที่อาจก่อให้ผู้อื่น ได้รับความเสียหาย กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม