หน้า: 1

ชนิดกระทู้ ผู้เขียน กระทู้: แนวคิดธุรกิจแบบมีส่วนร่วมจะช่วยหนุนเศรษฐกิจอาเซียน  (อ่าน 79 ครั้ง)
add
เรทกระทู้
« เมื่อ: 29 ส.ค. 17, 14:15 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
Send E-mail

แบ่งปันกระทู้นี้ให้เพื่อนคุณอ่านไหมคะ?

ปิดปิด
 

ในภูมิภาคอาเซียนเริ่มมีธุรกิจที่ส่งอิทธิพลต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจผ่านการสร้างรายได้ รวมถึงการนำเสนอสินค้าและบริการราคาย่อมเยาให้แก่ชุมชนที่มีรายได้ต่ำ ธุรกิจเหล่านี้เรียกว่าธุรกิจแบบมีส่วนร่วม (Inclusive Business) ซึ่งเป็นมากกว่าการทำธุรกิจด้วยความรับผิดชอบต่อสังคม (CSR) เพราะมีการดึงเอาคนจนมาเป็นส่วนสำคัญของธุรกิจ ทั้งในฐานะผู้จัดหาสินค้า ผู้กระจายสินค้า ผู้บริโภค และผู้ค้าปลีก ปัจจุบัน ภูมิภาคอาเซียนมีประชากรยากจนราว 332 ล้านคน และบริษัทที่ใช้แนวคิดธุรกิจแบบมีส่วนร่วมสามารถเข้าถึงคนยากจนส่วนใหญ่ได้

คุณเซเฟริโน โรดอลโฟ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการค้าฟิลิปปินส์และผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) กล่าวว่า "แนวคิดธุรกิจแบบมีส่วนร่วมช่วยสร้างงานและนำไปสู่คุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น โดยเฉพาะในกลุ่มผู้ที่มีรายได้ต่ำ ทั้งยังช่วยให้เราบรรลุเป้าหมายประชาคมอาเซียนปี 2568 นั่นคือ การทำให้อาเซียนเป็นประชาคมที่มีประชาชนเป็นศูนย์กลาง"

ปัจจุบัน บริษัทที่มีแนวคิดธุรกิจแบบมีส่วนร่วมนั้น มีไม่ถึง 1% ของบริษัทจดทะเบียนทั้งหมดนอกภาค Informal Sector ของอาเซียน แต่ก็มีจำนวนเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วและสามารถดึงดูดนักลงทุนผู้ทรงอิทธิพลในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ได้เกือบ 60% ซึ่งบริษัทเหล่านี้ส่งผลดีต่อประชากรหลายล้านคนในหลายๆด้าน เช่น สุขภาพ น้ำ พลังงาน และที่อยู่อาศัย เป็นต้น

แนวคิดธุรกิจแบบมีส่วนร่วมส่งอิทธิพลสูงสุดต่อภาคการเกษตร ยกตัวอย่างกลุ่มบริษัทอูรมัต (Urmatt Group) ในประเทศไทย ที่เปิดโอกาสให้เกษตรกรรายย่อยกว่า 3,000 ราย ได้ผลิตข้าว เมล็ดเจีย และผลิตภัณฑ์จากมะพร้าวแบบออร์กานิก และบริษัท Kennemer Foods International (KFI) ในฟิลิปปินส์ ที่ช่วยฝึกอบรมรวมถึงมอบวัสดุเพาะปลูกคุณภาพสูงและเทคโนโลยีการเกษตรให้แก่เกษตรกรผู้ปลูกโกโก้จำนวน 10,000 ราย

ในอาเซียนนั้น แนวคิดธุรกิจแบบมีส่วนร่วมส่วนใหญ่ถูกนำไปใช้โดยบริษัทขนาดกลางและขนาดใหญ่ แต่ก็อาจเกิดขึ้นจากการทำธุรกิจด้วยความรับผิดชอบต่อสังคม (CSR) และธุรกิจเพื่อสังคม (SE) ซึ่งเป็นธุรกิจที่ต้องพึ่งพาเงินทุนจำนวนมากในการต่อยอดและมีผลต่อสังคมน้อยกว่า

ประเทศไทย อินโดนีเซีย และมาเลเซีย มีกฎหมาย CSR ที่เข้มงวดในเรื่องของการเปิดเผยข้อมูลด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และบรรษัทภิบาล (ESG) ซึ่งถือเป็นรากฐานที่สำคัญของการกำหนดนโยบายสำหรับธุรกิจแบบมีส่วนร่วม ขณะที่เวียดนามก็มีนโยบายและโครงการต่างๆ สำหรับบริษัทขนาดกลางและขนาดย่อม ที่สามารถนำมาใช้ร่วมกับแนวคิดธุรกิจแบบมีส่วนร่วมได้ นอกจากนี้ ประเทศไทยและสิงคโปร์ก็มีความตื่นตัวอย่างมากในการสนับสนุนธุรกิจเพื่อสังคม ซึ่งสามารถพัฒนาต่อยอดไปเป็นธุรกิจแบบมีส่วนร่วมได้

คุณโรดอลโฟเปิดเผยว่า การยกระดับการเข้าถึงข้อมูลและแหล่งเงินทุน รวมถึงการเสนอผลตอบแทนทางการเงินเพื่อจูงใจ จะเป็นขั้นตอนต่อไปที่ประเทศสมาชิกอาเซียนสามารถทำได้เพื่อสร้างบรรยากาศทางเศรษฐกิจที่เอื้อต่อการลงทุนในธุรกิจแบบมีส่วนร่วม

สื่อมวลชนติดต่อ:

Anthony Quijano
Media Relations Manager
TeamAsia
+63 917 824 9109

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
Tags:  

หน้า: 1

 
ตอบ

ชื่อ:
 
แชร์ไป Facebook ด้วย
กระทู้:
ไอค่อนข้อความ:
ตัวหนาตัวเอียงตัวขีดเส้นใต้จัดย่อหน้าชิดซ้ายจัดย่อหน้ากึ่งกลางจัดย่อหน้าชิดขวา

 
 

[เพิ่มเติม]
แนบไฟล์: (แนบไฟล์เพิ่ม)
ไฟล์ที่อนุญาต: gif, jpg, jpeg
ขนาดไฟล์สูงสุดที่อนุญาต 20000000 KB : 4 ไฟล์ : ต่อความคิดเห็น
ติดตามกระทู้นี้ : ส่งไปที่อีเมลของสมาชิกสนุก
  ส่งไปที่
พิมพ์อักษรตามภาพ:
พิมพ์ตัวอักษรที่แสดงในรูปภาพ
 
:  
  • ข้อความของคุณอยู่ในกระทู้นี้
  • กระทู้ที่ถูกใส่กุญแจ
  • กระทู้ปกติ
  • กระทู้ติดหมุด
  • กระทู้น่าสนใจ (มีผู้ตอบมากกว่า 15 ครั้ง)
  • โพลล์
  • กระทู้น่าสนใจมาก (มีผู้ตอบมากกว่า 25 ครั้ง)
         
หากท่านพบเห็นการกระทำ หรือพฤติกรรมใด ๆ ที่ไม่เหมาะสม ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเสื่อมเสียแก่สถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ รวมถึง การใช้ข้อความที่ไม่สุภาพ พฤติกรรมการหลอกลวง การเผยแพร่ภาพลามก อนาจาร หรือการกระทำใด ๆ ที่อาจก่อให้ผู้อื่น ได้รับความเสียหาย กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม