หน้า: 1

ชนิดกระทู้ ผู้เขียน กระทู้: เคลือบแก้วทนแสงแดดได้ดีแค่ไหน  (อ่าน 55 ครั้ง)
add
เรทกระทู้
« เมื่อ: 26 เม.ย. 17, 20:01 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
Send E-mail

แบ่งปันกระทู้นี้ให้เพื่อนคุณอ่านไหมคะ?

ปิดปิด
 

เป็นเรื่องจริงที่ว่ามีความเข้าใจผิดเรื่องประสิทธิภาพในการปกป้องหลังจากรถได้ผ่านการทำ เคลือบแก้ว มาแล้ว ว่ามันจะต้องทนทานราวกับได้รับการหุ้มเกราะ สามารถต่อต้านสรรพสิ่งได้อย่างไม่มีขีดจำกัด เรื่องนี้อาจจะเกิดจากการรับฟังสรรพคุณที่เป็นเรื่องของงานขาย ที่เขาเน้นโชว์ประสิทธิภาพในเชิงโฆษณา ซึ่งแน่นอนว่าเวลาเล่าไปมันอาจจะมีใส่อารมณ์เติมสีตีไข่ให้เกินจริงไปบ้าง และบางส่วนอาจจะบอกไม่หมด ก็เลยออกมาแนว รถยนต์เคลือบแก้ว ทนทานสุดบรรยาย รับได้ทุกสรรพสิ่ง แต่ในความเป็นจริงแล้ว มันไม่ได้ถึงขนาดเป็นเกราะวิเศษปกป้องอะไรขนาดนั้น แต่ต้องยอมรับอยู่ว่า รถเคลือบแก้ว เหนือกว่ารถที่ไม่ได้ทำการเคลือบปกป้องมาแน่นอน แต่มีเรื่องหนึ่งที่เป็นข้อกังขา นั่นก็คือเรื่องของการปกป้องรถจากแสงแดด มีการถกเถียงกันอยู่ว่าตกลงการ เคลือบแก้ว ปกป้องแบบนี้สามารถช่วยปกป้องรถจากแสงแดดได้จริงหรือไม่

รถเคลือบแก้ว ไม่กลัวแสงแดดจริงหรือ

หากบอกว่า รถเคลือบแก้ว มาแล้วจอดตากแดดได้ไม่เป็นไร ไม่กลัวร้อน คงเป็นเรื่องที่… ไม่จริง เพราะการ เคลือบแก้ว ไม่ได้เป็นการป้องกันรถจากแสงแดดที่ส่องลงมาแผดเผาโดยตรง แต่หากถามว่าช่วยเรื่องสีรถไม่ให้ซีดจางอย่างรวดเร็วเมื่อโดนแสงแดดหรือไม่ เรื่องนี้จริงและสามารถทำได้ ทั้งนี้เนื่องจากที่ผิวของรถจะมีชั้นของ น้ำยาเคลือบแก้ว ที่กลายเป็นฟิล์มเคลือบเอาไว้อีกชั้นหนึ่ง ซึ่งมันมีความหนาและมีความมันเงา สามารถสะท้อนแสง และป้องกันไม่ให้แสงแดดลงไปถึงชั้นสีแท้ได้โดยตรง ดังนั้นมันจึงสามารถชะลออาการสีซีดจางที่เกิดจากแสงแดดได้ดีกว่ารถที่ไม่ผ่านการเคลือบปกป้อง แต่ก็ใช่ว่าจะสามารถรับมือกับแสงแดดได้จนถึงขนาดที่ว่าเราอยู่ในรถแล้วไม่ร้อน หรือ ความร้อนไม่ส่งผ่านเข้าไปเล่นงานอุปกรณ์ภายในแต่อย่างใด ส่วนที่เป็นยางหรือ พลาสติกยังเกิดปัญหาเสื่อมสภาพเร็วและแตกกรอบได้ง่ายอยู่ ดังนั้นต่อให้เป็น รถยนต์เคลือบแก้ว มาแล้วทางที่ดีก็ควรจะหาที่จอดในร่มก็ย่อมจะดีที่สุด

แต่อย่างไรก็ตามในการใช้งานรถทั่วไป การหาที่ร่มจอดไม่ใช่เรื่องง่ายสักเท่าไหร่ การทำ เคลือบแก้ว ไว้ ช่วยลดปัญหาเรื่องแสงแดดได้ส่วนหนึ่ง และสิ่งที่ได้มากกว่าก็คือ การลดปัญหาเรื่องการเกาะติดของสิ่งสกปรกที่มันสามารถแห้งและแข็งเกาะติดผิวสีของรถได้ง่ายในเวลาที่แดดร้อน ไม่ว่าจะเป็นดินโคลน มูลนก ยางไม้ ซึ่งแต่ละอย่างจะเกาะแน่นยิ่งขึ้นเมื่อมันแห้งสนิทและทำให้ทำความสะอาดได้ยาก แต่หากเป็น รถเคลือบแก้ว คราบสกปรกเหล่านี้จะสามารถจัดการทำความสะอาดได้ง่ายกว่า ล้างทำความสะอาดแล้วกลับมาสดใสเหมือนเดิม ไม่เกิดรอยคราบฝังแน่นให้รถเกิดเป็นริ้วรอยแสดงออกถึงความเสียหาย

ที่สำคัญก็คือ การนำเอารถไปรับการตรวจสภาพและรับบริการเพิ่มเติมตาม โปรโมชั่นหรือตามโปรแกรมที่เราได้ทำกับทางร้านมา ก็จะช่วยยืดอายุการปกป้องของสาร เคลือบแก้ว ที่ผิวรถให้อยู่ได้นานยิ่งขึ้น รถเคลือบแก้ว ของเราก็จะสวยเงางามอยู่ทนมากกว่า และลดปัญหาเมื่อใช้กลางแจ้งที่เจอแสงแดดได้ดังที่กล่าวไปข้างต้นนั่นเอง
ขอบคุณhttps://albatroscarcare.com/2016/12/05/glass-coating_026/

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:  เคลือบแก้ว เคลือบแก้วรถยนตร์ 

หน้า: 1

 
ตอบ
ชื่อ:
 
แชร์ไป Facebook ด้วย
กระทู้:
ไอค่อนข้อความ:
ตัวหนาตัวเอียงตัวขีดเส้นใต้จัดย่อหน้าชิดซ้ายจัดย่อหน้ากึ่งกลางจัดย่อหน้าชิดขวา

 
 

[เพิ่มเติม]
แนบไฟล์: (แนบไฟล์เพิ่ม)
ไฟล์ที่อนุญาต: gif, jpg, jpeg
ขนาดไฟล์สูงสุดที่อนุญาต 20000000 KB : 4 ไฟล์ : ต่อความคิดเห็น
ติดตามกระทู้นี้ : ส่งไปที่อีเมลของสมาชิกสนุก
  ส่งไปที่
พิมพ์อักษรตามภาพ:
พิมพ์ตัวอักษรที่แสดงในรูปภาพ
 
:   Go
  • ข้อความของคุณอยู่ในกระทู้นี้
  • กระทู้ที่ถูกใส่กุญแจ
  • กระทู้ปกติ
  • กระทู้ติดหมุด
  • กระทู้น่าสนใจ (มีผู้ตอบมากกว่า 15 ครั้ง)
  • โพลล์
  • กระทู้น่าสนใจมาก (มีผู้ตอบมากกว่า 25 ครั้ง)
         
หากท่านพบเห็นการกระทำ หรือพฤติกรรมใด ๆ ที่ไม่เหมาะสม ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเสื่อมเสียแก่สถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ รวมถึง การใช้ข้อความที่ไม่สุภาพ พฤติกรรมการหลอกลวง การเผยแพร่ภาพลามก อนาจาร หรือการกระทำใด ๆ ที่อาจก่อให้ผู้อื่น ได้รับความเสียหาย กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม