หน้า: 1

ชนิดกระทู้ ผู้เขียน กระทู้: กาลามสูตร ปี 2560  (อ่าน 695 ครั้ง)
add
เรทกระทู้
« เมื่อ: 10 มี.ค. 17, 14:49 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
Send E-mail

แบ่งปันกระทู้นี้ให้เพื่อนคุณอ่านไหมคะ?

ปิดปิด
 

ถ้าคุณสามารถด่าทอ ชิงชังหรืออยากทำร้ายคนเห็นต่างโดยไม่รู้สึกผิดบาป แต่กลับรู้สึกว่าถูกต้องแล้วเพราะคนที่เห็นต่างจากคุณเป็นคนไม่ดี คุณอาจกำลังถูกเป่าหู-ปั่นหัวโดยกลไกการปลุกระดมที่สร้างสถานการณ์ขึ้น การทึกทักเชื่ออะไรง่าย ๆ โดยไม่ไตร่ตรอง สอบทาน จะก่อให้เกิดอวิชชา อวิชชาย่อมไม่ดีและสมควรกำจัดแต่ไม่ใช่ไปกำจัดที่ชีวิตคน ในการต่อกรกับอวิชชา เราจึงต้องหยุดทบทวนด้วยสติ ข่มความอ่อนไหวในอารมณ์ ใช้วิชชาว่าด้วยกาลามสูตร เพื่อว่าเราจะได้ตรวจสอบความเชื่อของเราว่าสอดคล้องกับความเป็นจริงหรือไม่
ความจริงแท้มีอยู่หนึ่งเดียว ถ้าเราเข้าถึงร่วมกัน ก็จะเกิดความเข้าใจต่อกันและกัน และนำมาซึ่งความรัก ความเมตตา อันนำไปสู่ความสามัคคีร่วมใจกันสร้างสรรค์เพื่อชาติของเราในที่สุดกาลามสูตร
หลักของกาลามสูตรก็คือ “อย่าได้ยึดถือตามถ้อยคำที่ได้ยินได้ฟังมา อย่าได้ยึดถือตามถ้อยคำสืบ ๆ กันมา อย่าได้ยึดถือโดยตื่นข่าวว่าได้ยินอย่างนี้ อย่าได้ยึดถือโดยอ้างตำรา อย่าได้ยึดถือโดยเดาเอาเอง อย่าได้ยึดถือโดยคาดคะเน อย่าได้ยึดถือโดยความตรึกตามอาการ อย่าได้ยึดถือโดยชอบใจว่าต้องกันกับทิฐิของตัว อย่าได้ยึดถือโดยเชื่อว่าผู้พูดสมควรจะเชื่อได้ อย่าได้ยึดถือโดยความนับถือว่าสมณะนี้เป็นครูของเรา” {1} โดยอาจกล่าวได้ว่า เราไม่ควรรีบเชื่อหรือยึดถือเอาตาม:
1. ถ้อยคำที่ได้ยินมา หรือข่าวคราวที่แพร่สะพัด เช่น คนนี้เลว คนนั้นขายชาติ คนโน้นไม่จงรักภักดี เป็นต้น เพราะบ่อยครั้งถ้อยคำหรือข่าวนั้นเป็นการจงใจบิดเบือนหรือเป็นข่าวที่ไม่ได้สะท้อนความเป็นจริง เราจึงไม่ควรปักใจเชื่อจนก่อเกิดอคติหรือความหลงใหลได้ปลื้มกันแต่แรก
2. สิ่งที่เชื่อสืบ ๆ กันมา หรือตำรา เพราะอาจเป็นข้อสรุปที่ผิด หรือไม่สอดคล้องกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา เราจึงพึงระวังคนที่ชอบอ้างตำราหรือชอบยกคำพูดของคนดัง ๆ มาสนับสนุนความคิดของตน การกระทำเช่นนี้อาจเป็นเพราะเขาหาเหตุผลที่แท้จริงไม่ได้นั่นเอง
3. การเดา การคาดคะเน หรือการตรึกตรองตามอาการ เพราะการปลงใจเชื่อเช่นนั้นย่อมสร้างความเสียหายอันเกิดจากความเสี่ยงและความไม่แน่นอนที่ดำรงอยู่ หรือเมื่อเราเห็นคนท้องโตก็อย่าเพิ่งคิดว่าคน ๆ นั้นตั้งท้อง เป็นต้น เราจึงต้องแยกแยะธาตุแท้กับปรากฏการณ์ เปลือกกับแก่น เนื้อหากับรูปแบบให้ชัดเจน เราต้องไม่หลงไปกับการสร้างสถานการณ์ให้เราคล้อยตามไปทางใดทางหนึ่ง
4. ทิฐิของตัวเราเอง เช่น เราพบคนที่มีจริตหรือมีรสนิยมเหมือนเรา มีศาสนา มีพื้นถิ่นหรือมีเชื้อชาติเดียวกับเรา เราก็อาจเลือกเชื่อเขามากกว่าคนอื่น เป็นต้น การที่เราเป็นเช่นนี้ ย่อมแสดงว่าเรามีจิตใจอ่อนแอ พอพบคนถูกคอ ก็จะเลือกที่จะเชื่อและเฮตามกันไปโดยไม่แยกแยะผิดชอบชั่วดี
5. ผู้พูดที่สมควรจะเชื่อได้หรือผู้นั้นเป็นครูเรา {2} เช่น อย่าเพิ่งรีบเชื่อเพียงเพราะคนพูดคือคนที่เรานับถือ หรือดูมีภูมิรู้น่าเชื่อถือ นักโฆษณาชวนเชื่อมักจะพยายามหาคนน่าเชื่อถือมากล่อมเรา เราจึงควรตรึกตรองสอบทานก่อนปลงใจเชื่อ
อยู่ที่การมีข้อมูลที่ดี
บ่อยครั้งเราพบว่า การที่เราเชื่อตาม ๆ กันมานั้นเพราะขาดข้อมูลที่แท้จริง ไม่มีข้อมูลที่เชื่อถือได้ (Hard Facts) มาสนับสนุน เช่น
1. เชื่อว่าการปลูกป่าทำให้ป่าไม้สมบูรณ์ ทั้งที่เป็นกลลวงปกปิดอาชญากรรม เพราะปีหนึ่ง ๆ ปลูกป่าได้เพียงหมื่นไร่ (ด้วยงบประมาณ 500 ล้านบาท แล้วตายไปเท่าไหร่ ไม่รู้) แต่ป่าถูกทำลายปีละหลายแสนไร่ {3} การปลูกป่าเบื่อเมาไม่ให้เรารับรู้ความจริง ทำให้แก้ไขปัญหาไม่ตรงจุดและเปิดทางให้อาชญากรทำลายป่าต่างหาก
2. เชื่อว่าคนไทยส่วนใหญ่ยากจน ซึ่งเชื่อมาตั้งแต่สมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 ทั้งที่ในปัจจุบันแม้แต่เขมร เวียดนาม ลาว ยังประมาณการว่ามีคนจนไม่ถึงหนึ่งในสาม {4} ประเทศไทยคงมี “คนอยากจน” มากกว่า “คนยากจน” จริง ๆ
ในสังคมนี้ ใคร ๆ ก็มักพูดว่า เราต้องมีข้อมูลประกอบการตัดสินใจ แต่จริง ๆ แล้ว ผู้คนมักใช้อารมณ์ ลางสังหรณ์ ทิฐิหรือกระทั่งไสยศาสตร์มาประกอบการตัดสินใจมากกว่า พวกเขาไม่กล้าจ่ายเพื่อลงทุนหาข้อมูล เข้าทำนอง “ฆ่าควาย เสียดายเกลือ” บางคนสนใจข้อมูลเหมือนกัน แต่เป็นแบบ “จอมปลอม” คือ เป็นพวกทำมาดเท่เป็น “นักวิชาการ” ชอบสวมอาภรณ์ของผู้รู้เพื่อให้ตนดูขลัง แต่ความจริงไม่ได้ใส่ใจในข้อมูล หรือเห็นคุณค่าของข้อมูลเพื่อการวางแผนจริง คนเหล่านี้จำนวนมากไม่มีเวลาที่จะอ่านหรือฟังรายงานให้ได้ศัพท์ด้วยซ้ำไป {5}
เราควรตระหนักว่าการตัดสินใจโดยขาดข้อมูลย่อมนำไปสู่ความหายนะ ในทางตรงกันข้ามถ้ามีข้อมูลที่ดี เราก็จะสามารถเข้าใจความเป็นจริง สร้างประโยชน์ได้ เข้าทำนอง “รู้เขารู้เรา รบร้อยครั้งชนะร้อยครั้ง”
ข้อมูลมาจากการวิจัย
ข้อมูลที่ดีมาจากการสังเกต สำรวจ ศึกษาวิจัยซ้ำ ๆ เพื่อให้ได้ความรู้ที่สอดคล้องกับความเป็นจริงอยู่เสมอและเข้าใกล้สัจธรรมมากขึ้น กระบวนการได้มาซึ่งองค์ความรู้เพื่อการตัดสินใจในแขนงวิชาทั้งหลายนั้นมักมาจากการปฏิบัติชอบ และมีขั้นตอนใกล้เคียงกันดังนี้:
1. การแสวงหาข้อเท็จจริง (Fact Finding) ซึ่งแสดงว่าเราจำเป็นต้องศึกษาให้รู้จริง ออกแรงเอง จะ “ยืมจมูกคนอื่นหายใจ” ไม่ได้
2. การวินิจฉัยข้อมูล (Diagnosis) การมีข้อมูลมากมายนั้น อาจเป็นข้อมูลที่ขัดแย้งกันเองก็ได้ เราจึงควรมีทักษะในแยกแยะว่าข้อมูลใดเป็นเท็จ และข้อมูลใดเป็นจริง
3. การวิเคราะห์ข้อมูลและประมวลผล (Analysis) ซึ่งมีเทคนิควิธีการวิเคราะห์ข้อมูลในเชิงปริมาณและในเชิงคุณภาพอยู่หลายรายการเพื่อช่วยสนับสนุนการสกัดเอาความจริง ความรู้ ออกมาเพื่อนำไปใช้ประโยชน์
4. การปฏิบัติ (Treatment) ซึ่งก็คือการนำความรู้ไปดำเนินการรักษาคนไข้ ไปพัฒนาโครงการ ไปปรับใช้แก้ไขปัญหา เป็นต้น การนี้เป็นการพิสูจน์ความรู้จากผลการวิเคราะห์ว่าใช้ได้จริงหรือไม่ เชื่อถือได้หรือไม่ ดังนั้นกระบวนการให้ได้ความรู้ที่แท้จริงย่อมมาจากการปฏิบัติ
5. การติดตามผล (Following Up) ซึ่งเป็นกระบวนการศึกษาวิจัยที่ดำเนินไปควบคู่กับการปฏิบัติตามข้อ 4 เพื่อคอยติดตามผลเป็นระยะ ๆ ว่า การปรับใช้ความรู้นั้นได้ผลจริงเพียงใด
6. การประเมินผล (Evaluation) อันเป็นกระบวนการสุดท้ายเพื่อสรุปว่าผลการศึกษาวิจัยที่เราได้มาจากการวิเคราะห์และลองปฏิบัตินั้น สามารถใช้ได้ผลจริงหรือไม่ มีจุดเด่น จุดด้อยตรงไหน ถือเป็นสิ่งที่พึงเชื่อถือ ณ กาละเทศะหนึ่งหรือไม่เพียงใด
กระบวนการดังกล่าวนี้จะวนเวียนค้นหาข้อเท็จจริงใหม่ตามข้อ
ที่มา: http://www.area.co.th/thai/area_announce/area_press.php?strquey=press_announcement1866.htm

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
Tags:  

หน้า: 1

 
ตอบ

ชื่อ:
 
แชร์ไป Facebook ด้วย
กระทู้:
ไอค่อนข้อความ:
ตัวหนาตัวเอียงตัวขีดเส้นใต้จัดย่อหน้าชิดซ้ายจัดย่อหน้ากึ่งกลางจัดย่อหน้าชิดขวา

 
 

[เพิ่มเติม]
แนบไฟล์: (แนบไฟล์เพิ่ม)
ไฟล์ที่อนุญาต: gif, jpg, jpeg
ขนาดไฟล์สูงสุดที่อนุญาต 20000000 KB : 4 ไฟล์ : ต่อความคิดเห็น
ติดตามกระทู้นี้ : ส่งไปที่อีเมลของสมาชิกสนุก
  ส่งไปที่
พิมพ์อักษรตามภาพ:
พิมพ์ตัวอักษรที่แสดงในรูปภาพ
 
:  
  • ข้อความของคุณอยู่ในกระทู้นี้
  • กระทู้ที่ถูกใส่กุญแจ
  • กระทู้ปกติ
  • กระทู้ติดหมุด
  • กระทู้น่าสนใจ (มีผู้ตอบมากกว่า 15 ครั้ง)
  • โพลล์
  • กระทู้น่าสนใจมาก (มีผู้ตอบมากกว่า 25 ครั้ง)
         
หากท่านพบเห็นการกระทำ หรือพฤติกรรมใด ๆ ที่ไม่เหมาะสม ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเสื่อมเสียแก่สถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ รวมถึง การใช้ข้อความที่ไม่สุภาพ พฤติกรรมการหลอกลวง การเผยแพร่ภาพลามก อนาจาร หรือการกระทำใด ๆ ที่อาจก่อให้ผู้อื่น ได้รับความเสียหาย กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม