หน้า: 1

ชนิดกระทู้ ผู้เขียน กระทู้: ชมรมต้อหินแห่งประเทศไทยแจ้งเตือนคนไทยระวังโรคต้อหิน  (อ่าน 53 ครั้ง)
Guest
ชมรมต้อหินแห่งประเทศไทย
เรทกระทู้
« เมื่อ: 6 มี.ค. 17, 08:48 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
Send E-mail

แบ่งปันกระทู้นี้ให้เพื่อนคุณอ่านไหมคะ?

ปิดปิด
 

ชมรมต้อหินแห่งประเทศไทย และราชวิทยาลัยจักษุแพทย์แห่งประเทศไทย แจ้งเตือนคนไทยระวังโรคต้อหิน
ชวนรีบไปตรวจสุขภาพตาในโรงพยาบาลใกล้บ้านป้องกันอาการบานปลาย คาดปี 2563

สำหรับโรคต้อหินนั้น เป็นโรคความเสื่อมของขั้วประสาทตา เป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้สูญเสียการมองเห็น และทำให้ตาบอดได้ โดยปัจจุบันมีผู้ป่วยต้อหินทั่วโลกมากกว่า 65 ล้านคน และมีการคาดการณ์ว่า จำนวนผู้ป่วยโรคต้อหินจะเพิ่มถึง 76 ล้านคน ในปี 2020 หรือ พ.ศ.2563 ที่จะมาถึงนี้ โรคต้อหินเป็นโรคที่ส่วนใหญ่ไม่มีอาการ ผู้ป่วยจะมีอาการก็ต่อเมื่อโรคได้ลุกลามถึงระยะรุนแรงแล้ว นอกจากนี้โรคต้อหินยังเป็นโรคที่ไม่สามารถสังเกตได้ด้วยตาเปล่าต้องอาศัยการตรวจตาโดยจักษุแพทย์เท่านั้น

สำหรับโรคต้อหินสามารถแบ่งได้เป็นชนิดต่างๆตามโครงสร้างของมุมตาหรือตามสาเหตุ คือ 1.แบ่งตามโครงสร้างมุมตา คือ ต้อหินมุมเปิด และต้อหินมุมปิด 2.แบ่งตามสาเหตุ คือ ต้อหินปฐมภูมิ คือความผิดปกติที่เกิดขึ้นเอง และต้อหินทุติยภูมิ คือต้อหินที่มีสาเหตุอื่นๆ นี้ มาก่อน เช่น ต้อกระจก, อุบัติเหตุบริเวณดวงตา, การใช้ยาเสตียรอยด์, เบาหวานขึ้นจอประสาทตา หรือการอักเสบภายในลูกตา เป็นต้น นอกจากนี้ยังสามารถพบโรคต้อหินแต่กำเนิดในเด็กแรกเกิดได้เช่นกัน

อย่างไรก็ตามกลุ่มที่มีความเสี่ยงเป็นโรคต้นหินนั้น พบว่า จะเป็นผู้ที่มีอายุมากกว่า40 ปีขึ้นไป มีความดันลูกตาสูงเกินค่าเฉลี่ยของคนปกติ ซึ่งในคนปกติไม่เกิน 21 มม.ปรอท แต่ก็มีคนไข้ต้อหินจำนวนหนึ่งที่ความดันลูกตาไม่สูงก็เป็นต้อหินได้ รวมถึงกลุ่มที่มีประวัติโรคต้อหินในครอบครัว โดยเฉพาะญาติสายตรงเช่น พ่อ แม่ พี่น้อง และผู้ที่มีสายตาสั้นหรือยาวมากๆ รวมทั้งกลุ่มผู้ที่ใช้ยาลดอักเสบกลุ่มสเตียรอยด์ ทั้งชนิดหยอด กิน พ่นจมูกและฉีด โดยหากพบว่ามีความเสี่ยงดังกล่าวข้างต้น ควรเข้าการตรวจตากับจักษุแพทย์ เพื่อหาโรคต้อหิน และสำหรับผู้ที่ได้รับวินิจฉัยเป็นโรคต้อหินแล้ว จะต้องเข้ารับการรักษา และติดตามอาการต่อเนื่องตลอดชีวิต เนื่องจากโรคต้อหินเป็นแล้วไม่หายขาด การรักษาจะช่วยป้องกันลดโอกาสเกิดภาวะตาบอดถาวรได้

ขณะที่การรักษาโรคต้อหินในปัจจุบัน มีจุดประสงค์เพื่อควบคุมความดันตาให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม ซึ่งมีอยู่ 3 วิธีหลัก คือ 1.การรักษาโดยการใช้ยาลดความดันลูกตา ส่วนใหญ่ใช้ในรูปแบบของยาหยอดตาเป็นหลัก ยากิน หรือยาฉีดจะใช้เป็นบางกรณีและใช้เพียงระยะสั้นๆ 2.การรักษาโดยใช้แสงเลเซอร์ และ 3.การผ่าตัด

“การนวดตาไม่ใช่การรักษาต้อหิน และยังทำให้โรคต้อหินแย่ลง รวมถึงทำให้เกิดผลเสียอื่นๆ ต่อโครงสร้างต่างๆในดวงตาได้ และในปัจจุบันไม่มีวิตามินและอาหารเสริมใดๆ ที่สามารถป้องกันและรักษาโรคต้อหินได้ รวมทั้งการใช้สายตาอ่านหนังสือ การดูจอโทรทัศน์ โทรศัพท์ หรือคอมพิวเตอร์ ไม่ทำให้เกิดโรคต้อหิน”

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
Tags:  

หน้า: 1

 
ตอบ

ชื่อ:
 
แชร์ไป Facebook ด้วย
กระทู้:
ไอค่อนข้อความ:
ตัวหนาตัวเอียงตัวขีดเส้นใต้จัดย่อหน้าชิดซ้ายจัดย่อหน้ากึ่งกลางจัดย่อหน้าชิดขวา

 
 

[เพิ่มเติม]
แนบไฟล์: (แนบไฟล์เพิ่ม)
ไฟล์ที่อนุญาต: gif, jpg, jpeg
ขนาดไฟล์สูงสุดที่อนุญาต 20000000 KB : 4 ไฟล์ : ต่อความคิดเห็น
ติดตามกระทู้นี้ : ส่งไปที่อีเมลของสมาชิกสนุก
  ส่งไปที่
พิมพ์อักษรตามภาพ:
พิมพ์ตัวอักษรที่แสดงในรูปภาพ
 
:  
  • ข้อความของคุณอยู่ในกระทู้นี้
  • กระทู้ที่ถูกใส่กุญแจ
  • กระทู้ปกติ
  • กระทู้ติดหมุด
  • กระทู้น่าสนใจ (มีผู้ตอบมากกว่า 15 ครั้ง)
  • โพลล์
  • กระทู้น่าสนใจมาก (มีผู้ตอบมากกว่า 25 ครั้ง)
         
หากท่านพบเห็นการกระทำ หรือพฤติกรรมใด ๆ ที่ไม่เหมาะสม ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเสื่อมเสียแก่สถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ รวมถึง การใช้ข้อความที่ไม่สุภาพ พฤติกรรมการหลอกลวง การเผยแพร่ภาพลามก อนาจาร หรือการกระทำใด ๆ ที่อาจก่อให้ผู้อื่น ได้รับความเสียหาย กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม