หน้า: 1

ชนิดกระทู้ ผู้เขียน กระทู้: กาย นวพล ยิ่งโต ยิ่งเหมือนพ่อหนุ่ยมาก  (อ่าน 43260 ครั้ง)
add
เรทกระทู้
« เมื่อ: 10 ก.พ. 17, 16:03 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
Send E-mail

แบ่งปันกระทู้นี้ให้เพื่อนคุณอ่านไหมคะ?

ปิดปิด
 
ต้องบอกว่ายิ่งโต ยิ่งหล่อเหมือนคุณพ่อไม่มีผิด สำหรับ น้องกาย นวพล ลำพูน ลูกชายของมาช่า และ หนุ่ย อำพล ลำพูน ที่ปัจจุบันกำลังศึกษาระดับปริญญาตรี ด้านภาพยนตร์ กราฟิก แอนิเมชั่น ที่ประเทศออสเตรเลีย

เห็นแบบนี้หลายคนอยากให้หนุ่มคนนี้กลับมารับงานในวงการบันเทิงเร็วๆ  q*062


noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
ใช่
เรทกระทู้
« ตอบ #1 เมื่อ: 10 ก.พ. 17, 20:20 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
หล่อกว่าพ่อเยอะเลยอะ พ่อก็หล่อแม่ก็สวย แบบธรรมชาติดั้งเดิม
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
เหมือนแม่
เรทกระทู้
« ตอบ #2 เมื่อ: 10 ก.พ. 17, 22:27 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
อายุตั้ง29 แล้วไม่ใช่เร้อ  ยังเรียนไม่จบอีกเร้อตายแล้ว
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
คนไทยไม่ในกะลา
เรทกระทู้
« ตอบ #3 เมื่อ: 11 ก.พ. 17, 00:10 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
อายุตั้ง29 แล้วไม่ใช่เร้อ ยังเรียนไม่จบอีกเร้อตายแล้ว

เอิ่มมม... ระบบการเรียน undergraduate หรือป.ตรี ในเมืองนอก ส่วนใหญ่ฝรั่งเค้าจะออกมาใช้ชีวิตก่อน หลังจากจบม.ปลาย หรือ hischool เพราะว่า

1. ชีวิตหลัง hischool ถ้าเด็กอยากเรียนอะไร ต้องส่งตัวเองเรียนนะครับ ส่วนใหญ่ผู้ปกครองจะไม่ส่งต่อนะครับ เพราะเค้าไม่มีค่านิยมต้องจบ ป.ตรีเหมือนบ้านเรา และการ undergrade ค่าเรียนแพงมาก ซึ่งถ้าเด็กคนไหนอยากเรียนก็ต้องทำงานเก็บเงินเอาเอง

2.เพื่อที่จะได้มีเวลาเรียนรู้หรือค้นพบตัวเอง ว่าจริงๆ แล้ว ชอบหรือสนใจด้านไหน หรือสิ่งใดกันแน่ จะได้เลือกเรียนได้ตรงกับสิ่งที่เราชอบ
จึงทำให้มีโอกาสที่จะโดนรีไทร์หรือเรียนไม่จบน้อยมาก และการเรียนเข้มข้นมาก นักศึกษาแทบไม่ขาดเรียน เพราะเค้าอยากรู้สิ่งเหล่านั้นจริงๆ

ดังนั้นจึงไม่ต้องแปลกใจ ถ้าเห็นฝรั่งเริ่มเรียนมหาลัยหลังอายุ 20 ปี(นี่ถือว่าเร็วมากแล้วนะ) ยิ่งบางคณะของบางมหาลัย กำหนดอายุผู้เรียนต้องไม่ต่ำกว่า 23-25ปี(แล้วแต่คณะ) เพื่อให้ผู้เรียนมีวุฒิภาวะที่เพียงพอ เช่น แพทย์ เป็นต้น

ไม่ใช่เหมือนบ้านเรา พอจบม.ปลาย ยังไม่รู้เลยว่าจะเป็นอะไร พ่อแม่ก็ยัดเยียดถีบเข้ารั้วมหาลัยแล้ว ป.ตรีบ้านเราก็เลยเกลื่อ ทั่วบ้านทั่วเมือง คนเรียนก็ไม่มีคุณภาพ เพราะไม่ชอบในสิ่งที่เรียน แถมบางคณะหรือบางสาขาก็ไม่รู้เปิดมาทำไม จบมาตลาดงานก็ซ้ำซ้อนกัน แย่งงานกันทำ ทำให้ทุกวันนี้ป.ตรี บ้านเราดูไม่มีค่าเลย

หวังว่าคงจะเปิดให้เห็นโลกกว้างขึ้นบ้างนะครับ
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
ซ้อ 7.5
เรทกระทู้
« ตอบ #4 เมื่อ: 13 ก.พ. 17, 11:45 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
อายุตั้ง29 แล้วไม่ใช่เร้อ  ยังเรียนไม่จบอีกเร้อตายแล้ว

ออกมาจากกะลาได้แล้ว
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #5 เมื่อ: 14 ก.พ. 17, 16:34 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
 q*073
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #6 เมื่อ: 15 ก.พ. 17, 17:18 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
อายุตั้ง29 แล้วไม่ใช่เร้อ  ยังเรียนไม่จบอีกเร้อตายแล้ว
29 แต่มีคุณภาพ ได้เรียนเมืองนอก ถ้าไม่จบก็ต้องได้ประสบการณ์ ได้ภาษา ยังไงก็กำไรแล้วละ  หรือ จะให้อายุ 16 17 ไปล้อมรถ เก๋าๆ แบบนั้นหรา q*073
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
1234
เรทกระทู้
« ตอบ #7 เมื่อ: 16 ก.พ. 17, 06:23 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
เอิ่มมม... ระบบการเรียน undergraduate หรือป.ตรี ในเมืองนอก ส่วนใหญ่ฝรั่งเค้าจะออกมาใช้ชีวิตก่อน หลังจากจบม.ปลาย หรือ hischool เพราะว่า

1. ชีวิตหลัง hischool ถ้าเด็กอยากเรียนอะไร ต้องส่งตัวเองเรียนนะครับ ส่วนใหญ่ผู้ปกครองจะไม่ส่งต่อนะครับ เพราะเค้าไม่มีค่านิยมต้องจบ ป.ตรีเหมือนบ้านเรา และการ undergrade ค่าเรียนแพงมาก ซึ่งถ้าเด็กคนไหนอยากเรียนก็ต้องทำงานเก็บเงินเอาเอง

2.เพื่อที่จะได้มีเวลาเรียนรู้หรือค้นพบตัวเอง ว่าจริงๆ แล้ว ชอบหรือสนใจด้านไหน หรือสิ่งใดกันแน่ จะได้เลือกเรียนได้ตรงกับสิ่งที่เราชอบ
จึงทำให้มีโอกาสที่จะโดนรีไทร์หรือเรียนไม่จบน้อยมาก และการเรียนเข้มข้นมาก นักศึกษาแทบไม่ขาดเรียน เพราะเค้าอยากรู้สิ่งเหล่านั้นจริงๆ

ดังนั้นจึงไม่ต้องแปลกใจ ถ้าเห็นฝรั่งเริ่มเรียนมหาลัยหลังอายุ 20 ปี(นี่ถือว่าเร็วมากแล้วนะ) ยิ่งบางคณะของบางมหาลัย กำหนดอายุผู้เรียนต้องไม่ต่ำกว่า 23-25ปี(แล้วแต่คณะ) เพื่อให้ผู้เรียนมีวุฒิภาวะที่เพียงพอ เช่น แพทย์ เป็นต้น

ไม่ใช่เหมือนบ้านเรา พอจบม.ปลาย ยังไม่รู้เลยว่าจะเป็นอะไร พ่อแม่ก็ยัดเยียดถีบเข้ารั้วมหาลัยแล้ว ป.ตรีบ้านเราก็เลยเกลื่อ ทั่วบ้านทั่วเมือง คนเรียนก็ไม่มีคุณภาพ เพราะไม่ชอบในสิ่งที่เรียน แถมบางคณะหรือบางสาขาก็ไม่รู้เปิดมาทำไม จบมาตลาดงานก็ซ้ำซ้อนกัน แย่งงานกันทำ ทำให้ทุกวันนี้ป.ตรี บ้านเราดูไม่มีค่าเลย

หวังว่าคงจะเปิดให้เห็นโลกกว้างขึ้นบ้างนะครับ
เขาจัดงานรับใบประกาศจบม.ปลายเหมือนรับปริญญาเลยละเชิญพ่อแม่มาร่วมงานด้วย จบม.ปลายในไทยความรู้สึกของคนไทยบอกงั้นๆแหละ ไม่มีอะไรพิเศษ
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
ป้าฯ
เรทกระทู้
« ตอบ #8 เมื่อ: 16 ก.พ. 17, 16:46 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
q*062อยากบอกว่าถูกอกถูกใจกับสิ่งที่คุณอธิบายมากเลยค่ะ อยากขอเสริมอีกนิดว่าทางฝั่งเยอรมนี ก็เปิดโอกาสให้เด็กได้เข้าไปลองฝึกงานตามที่ตนสนใจตามบริษัทต่างๆสองสัปดาห์ด้วย การเรียนสายอาชีพหลักสูตรสามปีก็ต้องทำงานในบริษัทสามวันต่อสัปดาห์ ไปเรียนสองวัน ปีแรกได้ค่าจ้าง สามร้อยยูโรโดยเฉลี่ย เพิ่มขึ้นตามจำนวนปี ถ้าเด็กทำดีงานพอจบก็รับเป็นพนักงานบริษัทนั้นได้เลย เขาจะรับคนที่เขาฝึกมาเอง  
เอิ่มมม... ระบบการเรียน undergraduate หรือป.ตรี ในเมืองนอก ส่วนใหญ่ฝรั่งเค้าจะออกมาใช้ชีวิตก่อน หลังจากจบม.ปลาย หรือ hischool เพราะว่า

1. ชีวิตหลัง hischool ถ้าเด็กอยากเรียนอะไร ต้องส่งตัวเองเรียนนะครับ ส่วนใหญ่ผู้ปกครองจะไม่ส่งต่อนะครับ เพราะเค้าไม่มีค่านิยมต้องจบ ป.ตรีเหมือนบ้านเรา และการ undergrade ค่าเรียนแพงมาก ซึ่งถ้าเด็กคนไหนอยากเรียนก็ต้องทำงานเก็บเงินเอาเอง

2.เพื่อที่จะได้มีเวลาเรียนรู้หรือค้นพบตัวเอง ว่าจริงๆ แล้ว ชอบหรือสนใจด้านไหน หรือสิ่งใดกันแน่ จะได้เลือกเรียนได้ตรงกับสิ่งที่เราชอบ
จึงทำให้มีโอกาสที่จะโดนรีไทร์หรือเรียนไม่จบน้อยมาก และการเรียนเข้มข้นมาก นักศึกษาแทบไม่ขาดเรียน เพราะเค้าอยากรู้สิ่งเหล่านั้นจริงๆ

ดังนั้นจึงไม่ต้องแปลกใจ ถ้าเห็นฝรั่งเริ่มเรียนมหาลัยหลังอายุ 20 ปี(นี่ถือว่าเร็วมากแล้วนะ) ยิ่งบางคณะของบางมหาลัย กำหนดอายุผู้เรียนต้องไม่ต่ำกว่า 23-25ปี(แล้วแต่คณะ) เพื่อให้ผู้เรียนมีวุฒิภาวะที่เพียงพอ เช่น แพทย์ เป็นต้น

ไม่ใช่เหมือนบ้านเรา พอจบม.ปลาย ยังไม่รู้เลยว่าจะเป็นอะไร พ่อแม่ก็ยัดเยียดถีบเข้ารั้วมหาลัยแล้ว ป.ตรีบ้านเราก็เลยเกลื่อ ทั่วบ้านทั่วเมือง คนเรียนก็ไม่มีคุณภาพ เพราะไม่ชอบในสิ่งที่เรียน แถมบางคณะหรือบางสาขาก็ไม่รู้เปิดมาทำไม จบมาตลาดงานก็ซ้ำซ้อนกัน แย่งงานกันทำ ทำให้ทุกวันนี้ป.ตรี บ้านเราดูไม่มีค่าเลย

หวังว่าคงจะเปิดให้เห็นโลกกว้างขึ้นบ้างนะครับ
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
ป้าฯ
เรทกระทู้
« ตอบ #9 เมื่อ: 16 ก.พ. 17, 16:50 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
มีคนที่ประสบความสำเร็จใจชีวิตหลายคนที่ไม่จบการศึกสูงก็มีเยอะมากนะคุณ คนรวยติดอันต้นๆของโลกหลายคนนะที่ไม่จบป.ตรี
อายุตั้ง29 แล้วไม่ใช่เร้อ  ยังเรียนไม่จบอีกเร้อตายแล้ว
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:  กาย นวพล 

หน้า: 1

 
ตอบ
ชื่อ:
 
แชร์ไป Facebook ด้วย
กระทู้:
ไอค่อนข้อความ:
ตัวหนาตัวเอียงตัวขีดเส้นใต้จัดย่อหน้าชิดซ้ายจัดย่อหน้ากึ่งกลางจัดย่อหน้าชิดขวา

 
 

[เพิ่มเติม]
แนบไฟล์: (แนบไฟล์เพิ่ม)
ไฟล์ที่อนุญาต: gif, jpg, jpeg
ขนาดไฟล์สูงสุดที่อนุญาต 20000000 KB : 4 ไฟล์ : ต่อความคิดเห็น
ติดตามกระทู้นี้ : ส่งไปที่อีเมลของสมาชิกสนุก
  ส่งไปที่
พิมพ์อักษรตามภาพ:
พิมพ์ตัวอักษรที่แสดงในรูปภาพ
 
:   Go
  • ข้อความของคุณอยู่ในกระทู้นี้
  • กระทู้ที่ถูกใส่กุญแจ
  • กระทู้ปกติ
  • กระทู้ติดหมุด
  • กระทู้น่าสนใจ (มีผู้ตอบมากกว่า 15 ครั้ง)
  • โพลล์
  • กระทู้น่าสนใจมาก (มีผู้ตอบมากกว่า 25 ครั้ง)
         
หากท่านพบเห็นการกระทำ หรือพฤติกรรมใด ๆ ที่ไม่เหมาะสม ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเสื่อมเสียแก่สถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ รวมถึง การใช้ข้อความที่ไม่สุภาพ พฤติกรรมการหลอกลวง การเผยแพร่ภาพลามก อนาจาร หรือการกระทำใด ๆ ที่อาจก่อให้ผู้อื่น ได้รับความเสียหาย กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม