หน้า: 1

ชนิดกระทู้ ผู้เขียน กระทู้: เสนอพลเอกประยุทธ์ขีดเส้นตายให้สนช.พิจารณาร่างพ.ร.บ.ปิโตรเลียม 2 ฉบับ  (อ่าน 75 ครั้ง)
add
เรทกระทู้
« เมื่อ: 10 ธ.ค. 16, 21:15 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
Send E-mail

แบ่งปันกระทู้นี้ให้เพื่อนคุณอ่านไหมคะ?

ปิดปิด
 

กรมเชื้อเพลิงธรรมชาติเตรียมเสนอ กพช. กำหนดdeadline การพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ปิโตรเลียม ของ สนช. ระบุปี 2561 กระบวนการลงทุนในปิโตรเลียมแหล่งเอราวัณต้องเริ่มเพื่อรักษาอัตราการผลิตให้มีความต่อเนื่อง ชี้หากล่าช้ากว่านี้ต้องรื้อแผนก๊าซฯทั้งประเทศใหม่หมด กรมเชื้อเพลิงธรรมชาติเตรียมข้อมูลชี้แจงเหตุผล สนช.อีกรอบ

นายวีระศักดิ์ พึ่งรัศมี อธิบดีกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ เปิดเผยว่า กรมเชื้อเพลิงธรรมชาติเตรียมหารือผู้บริหารระดับสูงในกระทรวงพลังงานเพื่อกำหนดระยะเวลาเส้นตาย(deadline)การพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ปิโตรเลียม และร่าง พ.ร.บ.ภาษีเงินได้ปิโตรเลียม ของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.) โดยจะเสนอให้ที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ(กพช.) ที่มีพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นผู้พิจารณาเห็นชอบ ว่าควรจะมีระยะเวลาให้สนช.พิจารณาร่างกฎหมายของรัฐบาลให้เสร็จสิ้นภายในเมื่อไหร่

ทั้งนี้เนื่องจากการพิจารณาร่าง พ.ร.บ. ปิโตรเลียมทั้งสองฉบับนั้นมีความล่าช้าไปมากแล้ว โดยล่าสุดเมื่อวันที่8 ธ.ค. ที่ผ่านมา ที่ประชุมสนช.ก็อนุมัติ ให้ขยายระยะเวลาการพิจารณาเป็นรอบที่ 4 ไปอีก 30 วัน หรือสิ้นสุดวันที่21ม.ค. 2560 รวมใช้ระยะเวลาร่างกฎหมายทั้ง2ฉบับนี้แล้ว 150วัน ซึ่งยังไม่แน่ใจว่าจะมีการขอขยายระยะเวลาต่อไปอีกในอนาคตหรือไม่ โดยความล่าช้าดังกล่าวจะส่งผลกระทบต่อกระบวนการประมูลแหล่งสัมปทานปิโตรเลียมที่จะหมดอายุ 2 แหล่งคือ แหล่งเอราวัณ ที่จะหมดอายุในปี 2565 และแหล่งบงกช ที่จะหมดอายุในปี 2566 ให้เกิดความล่าช้า และอาจเกินกำหนดที่ กพช. สั่งให้ประมูลเสร็จและรู้ผลประมูลภายในเดือนก.ย. 2560

อย่างไรก็ตามแหล่งเอราวัณ ซึ่งจะหมดอายุสัญญาในปี 2565 นั้นจะต้องรู้ผลว่าใครเป็นผู้ชนะการประมูลเพื่อเริ่มกระบวนการลงทุนเพื่อผลิตก๊าซฯ ให้มีความต่อเนื่องตั้งแต่ปี2561 ไม่เช่นนั้นประเทศจะเกิดวิกฤติก๊าซฯ ซึ่งจะไม่มีก๊าซในอ่าวไทยเพียงพอที่จะใช้ในการผลิตไฟฟ้าและอุตสาหกรรมอื่นๆที่ใช้ก๊าซฯทันที ทำให้กระทรวงพลังงานต้องกลับมาพิจารณารื้อแผนบริหารจัดการก๊าซธรรมชาติระยะยาว 21 ปี (พ.ศ.2558-2579) ทั้งประเทศใหม่หมด เพื่อหาวิธีรองรับการจัดหาก๊าซฯ มาให้เพียงพอรองรับความต้องการใช้ระยะยาว

"ในปี 2560 การประมูลแหล่งสัมปทานปิโตรเลียมที่จะหมดอายุทั้งแหล่งเอราวัณและแหล่งบงกช ควรต้องเสร็จสิ้นและรู้ผลผู้ชนะแล้ว เพื่อให้เริ่มกระบวนการลงทุนเพื่อรักษาอัตราการผลิตปิโตรเลียมในปี 2561 เพราะกระบวนการผลิตต้องใช้เวลาไม่ต่ำกว่า 4 ปี เพื่อผลิตก๊าซฯออกมาได้ทันและต่อเนื่องกับสัญญาเดิมที่จะหมดอายุในปี 2565 แต่หากผู้ชนะเป็นรายใหม่ก็ไม่แน่ใจว่าจะใช้เวลาผลิตก๊าซฯให้กลับมาเท่าปัจจุบันได้ทันใน 4 ปีหรือไม่อีก"

นายวีระศักดิ์ กล่าวว่า สำหรับกระบวนการในเรื่องของกฎหมายนั้น หากร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าวมีผลบังคับใช้แล้ว ทางกระทรวงต้องออกกฎหมายลูกที่เกี่ยวข้องและร่างเงื่อนไขการประมูล (TOR) ซึ่งใช้เวลาอีก 6 เดือน ดังนั้นหาก สนช.พิจารณาร่างพ.ร.บ.ปิโตรเลียมเสร็จ ม.ค. 2560 แล้ว ตัวกฎหมายลูกและTOR จะออกได้ประมาณเดือนมิ.ย.-ก.ค. 2560 จากนั้นจึงจะเริ่มการประมูลได้ แต่ถ้า สนช.เลื่อนพิจารณาไปเรื่อยๆ กระบวนการทุกอย่างก็ต้องเลื่อนตามไปหมด

นอกจากนี้ร่าง พ.ร.บ.ปิโตรเลียม จะมีการกำหนดระบบการให้ผลประโยชน์ทั้งรูปแบบสัมปทาน การแบ่งปันผลผลิต(PSC)และจ้างผลิต ดังนั้นเมื่อร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าวออกมาแล้ว กรมฯจะกำหนดว่า แหล่งปิโตรเลียมขนาดใด ต้องใช้ระบบผลประโยชน์แบบใด และเสนอต่อ คณะรัฐมนตรี(ครม.)พิจารณา เพื่อนำมาใช้กับการประมูลแหล่งปิโตรเลียมทุกชนิดในอนาคตต่อไป

ส่วนกรณีที่ สนช.ขอขยายระยะเวลาการพิจารณาร่างพ.ร.บ.ออกไปอีก 30 วันนั้น ขณะนี้ กรมฯ อยู่ระหว่างรอ คณะกรรมาธิการวิสามัญกิจการสภานิติบัญญัติ (วิป สนช.) แจ้งให้ กรมฯ แสดงความเห็น เกี่ยวกับการขอเปลี่ยนคำในร่าง พ.ร.บ.ปิโตรเลียมของ คณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาร่างพ.ร.บ.ปิโตรเลียม จากคำว่า "การสำรวจและผลิต"เป็น "จ้างบริการ" เพื่อนำเข้าสู่การพิจารณาของครม. เพื่อให้นายกฯตัดสินใจรับหลักการดังกล่าวหรือไม่ โดยหากรับหลักการดังกล่าวจะต้องกลับไปแก้ไข ในร่าง พ.ร.บ.ปิโตรเลียมอีกครั้ง ถ้าไม่รับก็สามารถเดินหน้าร่าง พ.ร.บ.ปิโตรเลียมต่อไปได้

ด้านแหล่งข่าวจากกระทรวงพลังงาน กล่าวว่า การพิจารณาร่างกฎหมายปิโตรเลียมทั้ง2ฉบับ มีแนวโน้มว่าจะล่าช้าออกไปอีก โดยถึงแม้รัฐบาลจะมีมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 1 พ.ย. 2559 ที่ขอความร่วมมมือให้สนช.เร่งพิจารณาร่างกฏหมายของรัฐบาลที่ยังค้างอยู่หลายฉบับ ซึ่งรวมทั้งร่างกฏหมายปิโตรเลียมทั้งสองฉบับนี้ให้แล้วเสร็จภายในเดือนธันวาคม แต่ก็ดูเหมือนว่าคณะกรรมาธิการพิจารณาร่างพ.ร.บ.ปิโตรเลียมที่มีพลเอกสกนธ์ สัจจานิตย์ เป็นประธาน ก็ไม่ได้ให้ความสำคัญกับมติคณะรัฐมนตรีดังกล่าว โดยยังขอขยายระยะเวลาการพิจารณาร่างกฏหมายออกไปอีก เป็นครั้งที่4 อีก30วัน ทั้งๆที่การทำงานในยุครัฐบาลคสช. ทางสนช.ฝ่ายนิติบัญญัติ ควรจะต้องให้ความร่วมมือกับร่างกฏหมายของรัฐบาล ซึ่งเป็นฝ่ายบริหาร ไม่เช่นนั้นจะทำให้การแก้ไขปัญหาด้านพลังงานของประเทศมีปัญหา

http://energynewscenter.com//news/detail/492
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:  ปิโตรเลียม 

หน้า: 1

 
ตอบ

ชื่อ:
 
แชร์ไป Facebook ด้วย
กระทู้:
ไอค่อนข้อความ:
ตัวหนาตัวเอียงตัวขีดเส้นใต้จัดย่อหน้าชิดซ้ายจัดย่อหน้ากึ่งกลางจัดย่อหน้าชิดขวา

 
 

[เพิ่มเติม]
แนบไฟล์: (แนบไฟล์เพิ่ม)
ไฟล์ที่อนุญาต: gif, jpg, jpeg
ขนาดไฟล์สูงสุดที่อนุญาต 20000000 KB : 4 ไฟล์ : ต่อความคิดเห็น
ติดตามกระทู้นี้ : ส่งไปที่อีเมลของสมาชิกสนุก
  ส่งไปที่
พิมพ์อักษรตามภาพ:
พิมพ์ตัวอักษรที่แสดงในรูปภาพ
 
:  
  • ข้อความของคุณอยู่ในกระทู้นี้
  • กระทู้ที่ถูกใส่กุญแจ
  • กระทู้ปกติ
  • กระทู้ติดหมุด
  • กระทู้น่าสนใจ (มีผู้ตอบมากกว่า 15 ครั้ง)
  • โพลล์
  • กระทู้น่าสนใจมาก (มีผู้ตอบมากกว่า 25 ครั้ง)
         
หากท่านพบเห็นการกระทำ หรือพฤติกรรมใด ๆ ที่ไม่เหมาะสม ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเสื่อมเสียแก่สถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ รวมถึง การใช้ข้อความที่ไม่สุภาพ พฤติกรรมการหลอกลวง การเผยแพร่ภาพลามก อนาจาร หรือการกระทำใด ๆ ที่อาจก่อให้ผู้อื่น ได้รับความเสียหาย กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม