หน้า: 1

ชนิดกระทู้ ผู้เขียน กระทู้: “ดราม่า” ทัวร์ศูนย์เหรียญ....หลุมพรางชักเรือใบให้เสีย?  (อ่าน 1058 ครั้ง)
add
เรทกระทู้
« เมื่อ: 10 พ.ย. 16, 09:28 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
Send E-mail

แบ่งปันกระทู้นี้ให้เพื่อนคุณอ่านไหมคะ?

ปิดปิด
 

กลายเป็นกรณีสุด “ดราม่า” ที่ผู้คนในสังคมกำลังจับตากันอย่างไม่กระพริบ! กับปฏิบัติการกวาดล้าง “ทัวร์ศูนย์เหรียญ” ของรัฐบาล คสช.ตามนโยบายของพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่สั่งให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการจัดการขั้นเด็ดขาดกับเครือข่ายขบวนการ “ทัวร์ศูนย์เหรียญ” จากเมืองจีนที่เข้ามาฝังรกรากใช้ไทยเป็นฐานดำเนินธุรกิจ

มีการตั้งบริษัททัวร์และจิวเวอร์รี่ รวมทั้งธุรกิจอื่นๆที่เกี่ยวข้องบังหน้าให้คนไทยถือหุ้นแต่หลังฉากกลับมีกลุ่มทุนจีนชักใยอยู่เองหลังในการนำเอากรุ๊ปทัวร์จากเมืองจีนข้ามน้ำข้ามทะเลเข้ามาท่องเที่ยวเมืองไทยผ่านเครือข่ายบริษัททัวร์ร่วม 200 บริษัท ด้วยสนนราคาที่ทำเอาทุกฝ่าย “อึ้งกิมกี่” แค่ 299-1,000 หยวนหรือราว 1,495- 5,000 บาทเศษก็สามารถเหิรเวหามาท่องเที่ยวเมืองไทยได้แล้ว ก่อนจะส่งต่อนักท่องเที่ยวเหล่านี้ส่งต่อไปให้เอเย่นต์ทัวร์ในเมืองไทยรับไม้ต่อ โดยจะต้องแบกรับภาระในการส่งต่อนักท่องเที่ยวเหล่านี้ที่คาดว่าจะอยู่ในราว 5,000-6,500 บาท แต่จะได้รับคืนจากการนำนักท่องเที่ยวเหล่านี้ไปจับจ่ายใช้สอยและซื้อสินค้า ของฝากจองที่ระลึกจากเครือข่ายธุรกิจ จิวเวอร์นี่ ร้านอาหาร ร้านของฝากของที่ระลึกต่าง ๆ ที่มีการฟันราคามหาโหดเอาจากนักท่องเที่ยวอีกที

ปฏิบัติการกวาดล้างทัวร์ศูนย์เหรียญ เริ่มจากการที่นายกรัฐมนตรีสั่งให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ(สตช.)ดำเนินการกวาดจับเครือข่ายบริษัททัวร์ศูนย์เหรียญรายใหญ่สุดของเมืองไทยคือบริษัท โอเอ ทรานสปอร์ต จำกัดและเครือข่ายอีก 4 แห่งคือบริษัทบางกอกแฮนดิคราฟท์ เซ็นเตอร์ จำกัด บริษัทรอยัล พาราไดซ์ จำกัด บริษัทรอยัลเจมส์อินเตอร์เนชั่นแนลจำกัดและบริษัทรอยัลไทยเฮิร์บ จำกัด ก่อนจะตามมาด้วยการให้สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน(ป.ป.ง.)ยึดทรัพย์ผู้เกี่ยวข้องที่ประกอบด้วยรถบัสรับส่งนักท่องเที่ยว 2,ฅ086 คันเงินสดในบัญชีร่วม 90 บัญชีมูลค่ามากกว่า 13,000 ล้านบาท พร้อมตั้งข้อหา “อั้งยี่” และร่วมกันทำลายอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว

ก่อนที่รัฐบาลและกระทรวงการท่องเที่ยวจะร่วมกันบูรณาการในการแก้ไขปัญหาอย่างยั่งยืน ด้วยการกำหนดราคาทัวร์ขั้นต่ำ 1,000 บาทต่อคนต่อวัน อันเป็นราคาพื้นฐานที่เอเย่นต์และบริษัททัวร์จะนำไปใช้เป็นฐานในการกำหนดราคาทัวร์จีนที่จะเข้ามาเมืองไทย เพื่อไม่ให้เกิดกรณีการนำเอานักท่องเที่ยวราคาถูกหรือบินฟรีมารีดค่าใช้จ่ายในเมืองไทยได้อีก แต่ต้องเป็นนักท่องเที่ยวที่ต้องการเข้ามาสัมผัสบรรยากาศการท่องเที่ยวเมืองไทยอย่างแท้จริง!

เครือข่ายทัวร์ศูนย์เหรียญดิ้นพล่าน..

คล้อยหลังปฏิบัติการปราบปรามทัวร์ศูนย์เหรียญไม่ทันขวบเดือน กระแสข่าวอีกฟากฝั่งได้ปะทุออกมาว่า ทำให้นักท่องเที่ยวจีนหดหายไปแล้วถึง 65% และภายในระยะเพียงเดือนเศษตุลาคม-พฤศจิกายน 2559 ปริมาณนักท่องเที่ยวจีนที่เคยเดินทางมายังประเทศไทยหดหายไปแล้วนับแสนคน และคาดว่าทั้งปีจะหดหายไปถึง 1 ล้านคนเลยเดียว

มีการโหมกระพือข่าว(โดยยืมมือสื่อในเครือข่าย)ด้วยว่า หลังปฏิบัติการปราบปรามทัวร์ศูนย์เหรียญของประเทศไทย ได้ทำให้บรรยากาศในเมืองท่องเที่ยวอย่างเชียงใหม่ ภูเก็ต พัทยา หรือหัวหินเงียบเหงาลงไปถนัดตา บรรดาโรงแรม ร้านอาหาร ร้านรวงทั้งหลายแหล่แทบจะร้างผู้คน และนักท่องเที่ยว เมื่อทัวร์จีนบ่ายหน้าหันไปท่องเที่ยวยังสิงคโปร์ เกาหลี ญี่ปุ่น และยุโรปแทน มีการระบุด้วยว่ารัฐบาลสิงคโปร์นั้นถึงกับให้ผลตอบแทนแก่บริษัททัวร์หรือไกด์ทัวร์ที่นำนักท่องเที่ยวจีนเข้ามาประเทศในอัตราหัวละ 60 เหรียญสิงคโปร์อีกด้วย

ทั้งยังระบุด้วยว่า มีการจัดโปรแกรมทัวร์ไปเกาหลี ญี่ปุ่นและยุโรป 5 วันในราคาถูกสุดเหลือเชื่อ 1,700 หยวนหรือราว 8,500 บาท ทัวร์ญี่ปุ่น 6 วัน 3,400 หยวนหรือ 17,495 บาท และทัวร์ยุโรปฝรั่งเศส –อิตาลี –เหยอรมัน 12 วันแค่ 3,160- 4,200 หยวนหรือราว 16,000- 20,000 บาทเท่านั้น

ก่อให้เกิดคำถามว่าผลพวงจากปฏิบัติการปราบปรามทัวร์ศูนย์เหรียญนั้น ได้ทำให้นักท่องเที่ยวจีนบอยคอต ขยาดที่จะเดินทางมาท่องเที่ยวยังประเทศไทย จนถึงกับเฮโลหันไปท่องเที่ยวยังสิงคโปร์ เกาหลีใต้ ญี่ปุ่นและยุโรปแทน และจำเป็นที่รัฐบาลจะต้องทบทวนปฏิบัติการดังกล่าวหรือไม่

ก.ท่องเที่ยว “ตีแสกหน้า”ข้อมูลลวงโลก..

อย่างไรก็ตามตัวเลขรายได้จากการท่องเที่ยวในระยะ 9 เดือนแรกของปี 59 (มกราคม-กันยายน 2559) ที่ นางกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร รมว.กระทรวงท่องเที่ยวรายงานล่าสุดนั้น ไทยมีรายได้จากการท่องเที่ยว 1.23 ล้านล้านบาท และคาดว่าตลอดปี 59 นี้จะมีรายได้รวม 1.63 ล้านล้านบาท จากปริมาณนักท่องเที่ยวทั้งปี 32.4 ล้านคน เพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้า 8.37%ส่วนตลาดยุโรป มีจำนวน 1.2 ล้านคน ขยายตัว 12.11%สร้างรายได้ 8.6 หมื่นล้านบาท เพิ่ม 15.6%และนักท่องเที่ยวอาเซียนมีจำนวน 2.2 ล้านคน เติบโต 14.63%ทำรายได้ 6.7 หมื่นล้านบาท ขยาย 18% และยังมีรายได้จากการท่องเที่ยวในประเทศอีก 8.36 แสนล้านบาท รวมทั้งปี 2.49 ล้านล้านบาท เติบโตมากกว่า 9.9%

ทั้งยังมีข้อมูลที่ยืนยันจากกระทรวงท่องเที่ยว ที่ระบุว่าจากการสำรวจสถานการณ์ท่องเที่ยวในไตรมาสที่ 3 หลังการปราบปรามทัวร์ศูนย์เหรียญพบว่า ยังคงมีนักท่องเที่ยวเข้ามาทั้งหมด 8.2 ล้านคน เพิ่มขึ้น 13.09% จากปีก่อน โดยในส่วนของนักท่องเที่ยวจีนนั้นยังคงเดินทางเข้าประเทศราว 2.4 ล้านคน เพิ่มขึ้นถึง 14.5%

สอดคล้องกับที่ นายเจริญ วังอนานนท์ นายกสมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว (แอตต้า) กล่าวยืนยันว่า จากการเก็บสถิติล่าสุดของนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางผ่านบริษัทนำเที่ยวสมาชิกแอตต้าในช่วง 10 เดือนแรก (ม.ค.-ต.ค.59) พบว่า ตลาดจีนเดินทางเข้ามาราว 2.9 ล้านคน เพิ่มขึ้น 18.5% ทำให้ตลอดปียังประเมินว่าการเดินทางผ่านทัวร์จะอยู่ที่ 3.5 ล้านคน หรือเติบโตราว 18% เมื่อเทียบกับปีก่อนทำไว้ที่ราว 3 ล้านคน “แม้ว่าในเดือน ต.ค.จะมีผลกระทบจากการจัดระเบียบทัวร์ราคาต่ำกว่าทุนทำให้ตลาดผ่านทัวร์ลดลงไปกว่า 46.92% หรือคิดเป็นจำนวน 1.08 แสนคน ส่วนคาดการณ์นักท่องเที่ยวจีนในภาพรวมทุกกลุ่มรวมตลาดเดินทางด้วยตัวเอง (FIT) ประเมินว่าจะได้ 9.5 ล้านคน จากนั้นในปี 2560 เมื่อสถานการณ์เข้าสู่ภาวะปกติจะมีนักท่องเที่ยวทั้งหมด 11 ล้านคน”

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า

กระทู้ฮอตในรอบ 7 วัน

Tags:
Tags:  

หน้า: 1

 
ตอบ

ชื่อ:
 
แชร์ไป Facebook ด้วย
กระทู้:
ไอค่อนข้อความ:
ตัวหนาตัวเอียงตัวขีดเส้นใต้จัดย่อหน้าชิดซ้ายจัดย่อหน้ากึ่งกลางจัดย่อหน้าชิดขวา

 
 

[เพิ่มเติม]
แนบไฟล์: (แนบไฟล์เพิ่ม)
ไฟล์ที่อนุญาต: gif, jpg, jpeg
ขนาดไฟล์สูงสุดที่อนุญาต 20000000 KB : 4 ไฟล์ : ต่อความคิดเห็น
ติดตามกระทู้นี้ : ส่งไปที่อีเมลของสมาชิกสนุก
  ส่งไปที่
พิมพ์อักษรตามภาพ:
พิมพ์ตัวอักษรที่แสดงในรูปภาพ
 
:  
  • ข้อความของคุณอยู่ในกระทู้นี้
  • กระทู้ที่ถูกใส่กุญแจ
  • กระทู้ปกติ
  • กระทู้ติดหมุด
  • กระทู้น่าสนใจ (มีผู้ตอบมากกว่า 15 ครั้ง)
  • โพลล์
  • กระทู้น่าสนใจมาก (มีผู้ตอบมากกว่า 25 ครั้ง)
         
หากท่านพบเห็นการกระทำ หรือพฤติกรรมใด ๆ ที่ไม่เหมาะสม ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเสื่อมเสียแก่สถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ รวมถึง การใช้ข้อความที่ไม่สุภาพ พฤติกรรมการหลอกลวง การเผยแพร่ภาพลามก อนาจาร หรือการกระทำใด ๆ ที่อาจก่อให้ผู้อื่น ได้รับความเสียหาย กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม