หน้า: 1

ชนิดกระทู้ ผู้เขียน กระทู้: นิด้าคาดอเมริกาฟื้นตัว หลังเลือกตั้ง ปธน.  (อ่าน 73 ครั้ง)
add
เรทกระทู้
« เมื่อ: 8 พ.ย. 16, 14:50 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
Send E-mail

แบ่งปันกระทู้นี้ให้เพื่อนคุณอ่านไหมคะ?

ปิดปิด
 
MPPM NIDA คาดพญาอินทรีฟื้นตัวหลังเลือกตั้ง ปธน. เชื่อเร่งอัดมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ ชี้ไทยได้ประโยชน์จากการเป็นประเทศคู่ค้า แนะเร่งสร้างบรรยากาศดึงเม็ดเงินลงทุน


ผู้อำนวยการหลักสูตร MPPM มองหลังเลือกตั้ง ปธน.สหรัฐ เชื่อเศรษฐกิจดีขึ้น หลังทั้ง ทรัมป์-คลินตัน ใส่เกียร์เดินหน้าแก้ปัญหาเศรษฐกิจกระตุ้นให้เกิดการจ้างงาน ชี้จุดเสี่ยงความขัดแย้งกับจีน หากมีการดำเนินนโยบายกีดกั้นทางค้า แนะไทยฉวยจังหวะดึงนักลงทุนต่างชาติลงทุนในไทยดันเศรษฐกิจปี60 เติบโต หลังนโยบายสหรัฐจากผู้นำคนใหม่ไม่หนุนหุ้นส่วนยุทธศาสตร์เศรษฐกิจภาคพื้นแปซิฟิกหรือ TPP

รศ.ดร.มนตรี โสคติยานุรักษ์ ผู้อำนวยการหลักสูตรปริญญาโทการจัดการภาครัฐและเอกชน (MPPM) สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เปิดเผยว่า แนวโน้มเศรษฐกิจสหรัฐหลังมีการเลือกตั้งประธานาธิบดีคนใหม่แทนนายโอรัค โอบามา ที่จะเกิดขึ้นในวันที่ 8 พฤศจิกายนนี้ โดยมีนายโรนัล ทรัมป์และนางฮิลลาลี คลินตัน ลงสมัครชิงตำแหน่ง ซึ่งมองว่าไม่ว่าผู้นำสหรัฐคนใหม่จะเป็นใครจะส่งผลดีต่อเศรษฐกิจของสหรัฐ เนื่องจากนโยบายของทั้ง 2 พรรคต่างชูนโยบายเร่งแก้ปัญหาเศรษฐกิจ โดยเฉพาะปัญหาว่างงานที่ยังมีความเสี่ยงกดดันต่อการเติบโตของเศรษฐกิจ ทำให้ผู้เข้าลงสมัครต่างเร่งชูนโยบายที่เร่งให้เกิดการจ้างงานที่มากขึ้นผ่านนโยบายการคลัง โดยนายทรัมป์ใช้มาตรการลดภาษีนิติบุคคลจาก 35% เหลือ 10% เพื่อเป็นแรงจูงใจภาคเอกชนลงทุนก่อให้เกิดการจ้างงงานขับเคลื่อนเศรษฐกิจ แม้มีความเสี่ยงที่จะเพิ่มภาระทางการคลังและกระทบต่อการจัดสรรงบประมาณสมดุล ขณะที่นางคลินตันเน้นพัฒนาทักษะฝีมือแรงงานและกระตุ้นการบริโภคภาคครัวเรือนเพื่อผลักดันการเติบโตทางเศรษฐกิจ

ส่วนประเด็นการค้าที่สหรัฐฯ ประสบปัญหาจากความนิยมซื้อสินค้านำเข้าจากจีนและเม็กซิโกที่มีราคาถูกกว่าสินค้าที่ผลิตภายในประเทศ ทำให้ภาคการผลิตภายในประเทศสหรัฐต้องเผชิญกับปัญหาการย้ายฐานการผลิตส่งผลกระทบต่อรายได้ของรัฐบาล การจ้างงานและการส่งออก ทำให้นายทรัมป์ มีแนวทางสนับสนุนมาตรการกีดกันทางการค้าด้วยมาตรการภาษี โดยคิดภาษีที่นำเข้าสินค้าจากจีนที่ 45% และเม็กซิโก 35% รวมถึงกำหนดภาษีนำเข้าทั้งหมดจากประเทศต่างๆ เป็น 20% และยุติการเจรจาการค้ารอบใหม่ หรือดำเนินมาตรการกับประเทศที่ละเมิดข้อตกลงทางการค้าที่ส่งผลกระทบต่อการค้าของสหรัฐ ทั้งนี้ หากสหรัฐมีความขัดแย้งกับจีนในประเด็นการค้าที่รุนแรง จะส่งผลกระทบเชิงลบกับอุตสาหกรรมต่อเนื่องในประเทศสหรัฐ เนื่องจากจีนมีขนาดใหญ่ที่สุดของโลกและเป็นคู่ค้าสำคัญของสหรัฐ โดยมีสัดส่วนส่งออกไปจีน 7.7% และนำเข้าสินค้าอยู่ที่ 21.5% และอาจลุกลามไปสู่สงครามการค้าที่กระทบต่อเศรษฐกิจโลกในที่สุด

ขณะที่นางคลินตัน เลือกใช้แนวทางการขับเคลื่อนการบริโภคภายในประเทศ ที่มีสัดส่วน 68.8% ของ GDP โดยการลดภาษีให้กับบริษัทที่ตั้งโรงงานในประเทศ ซึ่งหากประสบความสำเร็จจะมีผลต่อภาวะเศรษฐกิจสหรัฐ เศรษฐกิจโลกและการส่งออกของประเทศคู่ค้าที่ได้รับประโยชน์จากการกระตุ้นการบริโภคในประเทศสหรัฐจากการดำเนินนโยบายดังกล่าว

“ความขัดแย้งทางการค้าระหว่างจีนและสหรัฐ เป็นประเด็นที่มีความอ่อนไหวต่อเศรษฐกิจโลก ที่อาจลุกลามไปสู่สงครามการค้าที่ถือเป็นมหาอำนาจยักษ์ใหญ่ของเศรษฐกิจโลก ที่ทุกฝ่ายต่างจับตามองว่า การเลือกตั้งครั้งนี้ผู้ชนะจะเป็นใคร เนื่องจากการดำเนินนโยบายของทั้ง2 ฝ่ายมีความต่างกันที่ชัดเจน” รศ.ดร.มนตรี กล่าว

ผู้อำนวยการหลักสูตร MPPM มองว่า การดำเนินนโยบายทางเศรษฐกิจของสหรัฐต่อจากนี้ สามารถเลือกใช้นโยบายการคลังและการเงินเพื่อการบริหารได้ทั้งคู่เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศ หากใช้นโยบายการคลังจะเป็นภาระของรัฐบาลในการเลือกใช้งบประมาณและภาษีเป็นกลไกขับเคลื่อน ขณะที่นโนบายการเงินเป็นภาระของธนาคารกลางสหรัฐ หรือ เฟด ที่ใช้ดอกเบี้ยนโยบายเป็นตัวกำหนดทิศทางเศรษฐกิจและบรรยากาศการลงทุนรวมถึงนโยบายเศรษฐกิจของประเทศประกอบกัน อย่างไรก็ตาม หากนางคลินตัน เป็นฝ่ายชนะจะส่งผลกระทบเชิงบวกต่อกำลังซื้อภาคครัวเรือน รวมทั้งอัตราเงินเฟ้อ จึงมีความเป็นไปได้ว่า ธนาคารกลางสหรัฐจะมีแนวโน้มปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายในการประชุมครั้งหน้า

“เชื่อว่าหลังเลือกตั้งเศรษฐกิจโดยรวมของสหรัฐจะดีขึ้น ซึ่งจะส่งผลดีต่อเศรษฐกิจโลกและประเทศคู่ค้า รวมถึงประเทศไทยที่มีสัดส่วนการค้ากับสหรัฐฯ มากถึง 10% จะได้รับอานิสงส์ไปด้วยและควรใช้โอกาสนี้สร้างบรรยากาศดึงดูดนักลงทุนต่างชาติให้เข้าไทยเพิ่มขึ้น เพราะผู้สมัครทั้งสองฝ่ายมีท่าทีไม่สนับสนุนข้อตกลงหุ้นส่วนยุทธศาสตร์เศรษฐกิจภาคพื้นแปซิฟิคหรือ TPP ทำให้ไทยคลายความกังวลต่อการลงทุนของต่างชาติที่มีแนวคิดย้ายฐานการผลิตไปเวียดนามเบาบางลงได้ โดยภาครัฐต้องเร่งรัดเรื่องโครงสร้างพื้นฐานและกระตุ้นเศรษฐกิจผ่านการลงทุนของภาครัฐ เพื่อเสริมขีดความสามารถการแข่งขันของประเทศไทยให้ดีขึ้น ส่งผลบวกต่อเศรษฐกิจไทยไตรมาสสุดท้ายของปีนี้และปี 2560” รศ.ดร.มนตรี กล่าว

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า

กระทู้ฮอตในรอบ 7 วัน

Tags:  nida  นิด้า  mppm  เศรษฐกิจ  

หน้า: 1

 
ตอบ

ชื่อ:
 
แชร์ไป Facebook ด้วย
กระทู้:
ไอค่อนข้อความ:
ตัวหนาตัวเอียงตัวขีดเส้นใต้จัดย่อหน้าชิดซ้ายจัดย่อหน้ากึ่งกลางจัดย่อหน้าชิดขวา

 
 

[เพิ่มเติม]
แนบไฟล์: (แนบไฟล์เพิ่ม)
ไฟล์ที่อนุญาต: gif, jpg, jpeg
ขนาดไฟล์สูงสุดที่อนุญาต 20000000 KB : 4 ไฟล์ : ต่อความคิดเห็น
ติดตามกระทู้นี้ : ส่งไปที่อีเมลของสมาชิกสนุก
  ส่งไปที่
พิมพ์อักษรตามภาพ:
พิมพ์ตัวอักษรที่แสดงในรูปภาพ
 
:  
  • ข้อความของคุณอยู่ในกระทู้นี้
  • กระทู้ที่ถูกใส่กุญแจ
  • กระทู้ปกติ
  • กระทู้ติดหมุด
  • กระทู้น่าสนใจ (มีผู้ตอบมากกว่า 15 ครั้ง)
  • โพลล์
  • กระทู้น่าสนใจมาก (มีผู้ตอบมากกว่า 25 ครั้ง)
         
หากท่านพบเห็นการกระทำ หรือพฤติกรรมใด ๆ ที่ไม่เหมาะสม ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเสื่อมเสียแก่สถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ รวมถึง การใช้ข้อความที่ไม่สุภาพ พฤติกรรมการหลอกลวง การเผยแพร่ภาพลามก อนาจาร หรือการกระทำใด ๆ ที่อาจก่อให้ผู้อื่น ได้รับความเสียหาย กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม