หน้า: 1

ชนิดกระทู้ ผู้เขียน กระทู้: อาการชา อย่าปล่อยเฉย  (อ่าน 84 ครั้ง)
add
เรทกระทู้
« เมื่อ: 11 ก.ค. 16, 13:18 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
Send E-mail

แบ่งปันกระทู้นี้ให้เพื่อนคุณอ่านไหมคะ?

ปิดปิด
 
อาการชา อย่าปล่อยเฉย

อาการชาเป็นคงอาการหนึ่งที่หลายคนนั้นอาจเคยประสบอยู่ มีคนจำนวนไม่น้อยที่คิดว่าคงเป็นอาการทั่วไปไม่ได้หนักหนาสาหัส จึงละเลยไม่ใส่ใจที่จะไปตรวจหาข้อเท็จจริง ซึ่งอาการชาเป็นอาการสำคัญที่เป็นสัญญาณของการผิดปกติของร่างกาย ควรรีบเข้ารับการรักษา ก่อนที่จะมีอาการแทรกซ้อนอื่นๆตามมา
อาการชา (Numbness) คืออาการที่เนื้อเยื่อรับความรู้สึกต่างๆได้ลดลงโดยเฉพาะอาการ เจ็บและการสัมผัส
อาการชาเกิดได้กับเนื้อเยื่อทั่วร่างกาย แต่มักเกิดกับนิ้วมือ นิ้วเท้า มือ เท้า แขน
อาการชาเกิดจากมีการบาดเจ็บของเส้นประสาท ไขสันหลัง และ/หรือสมอง ในส่วนที่รับ รู้ความรู้สึกนั้นๆ ซึ่งมีสาเหตุได้หลายสาเหตุที่พบบ่อยเช่น
•ปลายประสาทอักเสบ/โรคเส้นประสาท (เช่น ในโรคเบาหวาน)
•การถูกกดทับของเส้นประสาท
•โรคปวดหลังจากหมอนรองกระดูก
•โรคหลอดเลือดสมอง
•โรคหลอดเลือดแดงแข็ง
•ภาวะร่างกายเสียสมดุลของเกลือแร่
•ร่างกายขาดวิตามินบางชนิดโดยเฉพาะวิตามิน บี 2
•ภาวะขาดไทรอยด์ฮอร์โมน
•ดื่มสุราเรื้อรัง
•ติดบุหรี่
•การได้รับสารพิษต่างๆเช่น แพ้อาหาร การแพ้ยาบางชนิด
•แมลงบางชนิดกัด/ต่อย
•การได้รับโลหะหนักในปริมาณสูงจากอาหารและน้ำดื่มเช่น ตะกั่ว
เมื่อเกิดอาการชา แขน ขา และ/หรือใบหน้า ร่วมกับมีกล้ามเนื้อในส่วนนั้นๆอ่อนแรงควร รีบไปโรงพยาบาลให้ด่วนที่สุด เพราะเป็นสัญญาณร้ายที่บ่งบอกว่าเป็นอาการของโรคหลอดเลือดสมอง อาจส่งผลให้เกิดการเป็นโรคอัมพฤกษ์อัมพาตได้
แนวทางการรักษาและป้องกัน
1. กำจัดจากสาเหตุ เช่น
•หากเกิดจากเส้นประสาทถูกกดทับควรลดหรือเลี่ยงพฤติกรรมที่ทำให้เกิดการกดทับเส้นประสาทเป็นเวลานาน โดยพยายามไม่อยู่ในท่าใดท่าหนึ่งนานจนเกินไป
•ผู้ป่วยที่เป็นเบาหวานควรรักษาระดับน้ำตาลให้อยู่ในเกณฑ์ปกติอย่าปล่อยให้ระดับน้ำตาลในเลือดสูงต่อเนื่องนานๆ
2. การรักษาด้วยยา
นอกจากจะต้องรับประทานยาสำหรับโรคประจำตัวของผู้ป่วยแต่ละรายแล้ว อาจมีการใช้ยาแก้อักเสบที่ไม่ใช่สเตียรอยด์, ยาแก้ปวดในกรณีที่มีอาการปวด และควรรับประทานวิตามิน เช่น มีโคบาลามินในขนาดสำหรับการรักษาเพื่อส่งเสริมในกระบวนการซ่อมแซมเส้นประสาทบรรเทาอาการชาและอาการต่างๆ ที่เกิดขึ้น
3. การผ่าตัด ในกรณีที่มีอาการรุนแรง
4. การทำกายภาพบำบัด เพื่อฟื้นฟูสมรรถภาพของกล้ามเนื้อและเส้นประสาท
ซึ่งเมื่อเราทราบแบบนี้แล้วเราต้องรู้จักดูแลตนเอง สังเกตอาการของโรค ลดพฤติกรรมที่เป็นปัจจัยเสี่ยงของโรค เพื่อที่จะได้ป้องกันและเข้ารับการรักษาได้อย่างทันท่วงที
ขอบคุณข้อมูลจาก haamor.com
www.anyapedia.com
www.thairath.co.th
https://www.facebook.com/qvitzvitamin/
line @qvitz
instagram qvitz.th
tel. 020447412
web www.qvitz.com
e-mail support@qvitz.com






noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
Tags:  

หน้า: 1

 
ตอบ
ชื่อ:
 
แชร์ไป Facebook ด้วย
กระทู้:
ไอค่อนข้อความ:
ตัวหนาตัวเอียงตัวขีดเส้นใต้จัดย่อหน้าชิดซ้ายจัดย่อหน้ากึ่งกลางจัดย่อหน้าชิดขวา

 
 

[เพิ่มเติม]
แนบไฟล์: (แนบไฟล์เพิ่ม)
ไฟล์ที่อนุญาต: gif, jpg, jpeg
ขนาดไฟล์สูงสุดที่อนุญาต 20000000 KB : 4 ไฟล์ : ต่อความคิดเห็น
ติดตามกระทู้นี้ : ส่งไปที่อีเมลของสมาชิกสนุก
  ส่งไปที่
พิมพ์อักษรตามภาพ:
พิมพ์ตัวอักษรที่แสดงในรูปภาพ
 
:   Go
  • ข้อความของคุณอยู่ในกระทู้นี้
  • กระทู้ที่ถูกใส่กุญแจ
  • กระทู้ปกติ
  • กระทู้ติดหมุด
  • กระทู้น่าสนใจ (มีผู้ตอบมากกว่า 15 ครั้ง)
  • โพลล์
  • กระทู้น่าสนใจมาก (มีผู้ตอบมากกว่า 25 ครั้ง)
         
หากท่านพบเห็นการกระทำ หรือพฤติกรรมใด ๆ ที่ไม่เหมาะสม ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเสื่อมเสียแก่สถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ รวมถึง การใช้ข้อความที่ไม่สุภาพ พฤติกรรมการหลอกลวง การเผยแพร่ภาพลามก อนาจาร หรือการกระทำใด ๆ ที่อาจก่อให้ผู้อื่น ได้รับความเสียหาย กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม