หน้า: 1

ชนิดกระทู้ ผู้เขียน กระทู้: A Lifetime Run & Fun ขับไปพักชิลที่ไทรโยค วิ่งท้าโลกที่ช่องเขาขาด  (อ่าน 538 ครั้ง)
add
เรทกระทู้
« เมื่อ: 7 ก.ค. 16, 09:04 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
Send E-mail

แบ่งปันกระทู้นี้ให้เพื่อนคุณอ่านไหมคะ?

ปิดปิด
 
ทริปนี้ เกิดขึ้นจาก กิจกรรมดีๆ ของ KTC Real Team ครั้งที่ 40
ตอน A Lifetime Run & Fun ขับไปพักชิลที่ไทรโยค วิ่งท้าโลกที่ช่องเขาขาด
กิจกรรมนี้ที่เราสนใจมากเพราะเป็นการวิ่ง Trail ที่จัดขึ้นครั้งแรกในเส้นทางประวัติศาสตร์
ณ ช่องเขาขาด จ.กาญจนบุรี
เป็นการวิ่ง Trail ครั้งแรกของผมและแฟนด้วย ผมไม่รีรอที่จะสมัครร่วมกิจกรรมนี้
งานนี้เราได้รับการสนับสนุน รถยนต์ Toyota Fortuner จาก Hertz ให้ใช้ขับเที่ยว
โดยเรารับผิดชอบค่าน้ำมันเอง
และ ที่พัก 1 ห้อง 2 คืน พร้อมกับอาหารเช้าและอาหารเย็น ที่ โฮมพุเตย ริเวอร์แคว รีสอร์ท นอกจากนี้ เรายังได้เล่นกิจกรรม ผจญภัยกลางแจ้งและกลางอากาศ กับ Tree Top Adventure Park

ปกติแล้วในช่วงวันหยุดผมกับแฟนจะมองหากิจกรรมงานกีฬา ทำร่วมกัน มากกว่าจะเดินห้างดูหนัง ผมมองว่ากิจกรรมพวกนี้ได้ทั้งสุขภาพที่แข็งแรงและได้ความภูมิใจ เป็นการท้าทายความสามารถของตนเองด้วย พวกเราเริ่มหันมาออกกำลังกายอย่างจริงจังประมาณครึ่งปีได้ หลังจากงานวิ่ง Running of the Brides4 ผมกับแฟนได้รางวัลจากกิจกรรมนั้นด้วย นอกจากนี้ น้ำหนักตัวผมลดลงมาเกือบ 20 กิโล หลังผมหันมาออกกำลังกายอย่างจริงจังทุกวัน ที่ผ่านมาผมก็อาศัยช่วงวันหยุดยาวบ้าง ไปงานวิ่ง งานไตรกีฬา ตามต่างจังหวัดกับกลุ่มเพื่อนและแฟน เรียกได้ว่า ได้ไปเที่ยว พักผ่อน และได้สุขภาพ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 7 ก.ค. 16, 09:54 น โดย rabbitzyzz » noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า

กระทู้ฮอตในรอบ 7 วัน

add
เรทกระทู้
« ตอบ #1 เมื่อ: 7 ก.ค. 16, 10:31 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

กาญจนบุรี ถือเป็นจังหวัดที่มีสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติและประวัติศาสตร์เยอะมาก
คือไปเที่ยวจังหวัดเดียวได้ครบทุกฟิลครับ การเดินทางก็ไม่ยาก แค่ประมาณ 3ชั่วโมงจากกรุงเทพฯ
งานนี้เราเริ่มเดินทางวันศุกร์ที่ 24 มิถุนายน ช่วงเช้าผมเดินทางไปรับรถยนต์ ที่Hertz สาขาสาธร
ศูนย์บริการหาไม่ยาก อยู่ริมถนนติดกับตึกTisco ใกล้BTS ศาลาแดง


รถยนต์ Toyota Fortuner ที่ได้สภาพใหม่มากครับ ติดฟิล์มมาอย่างดี มีการตรวจเช็คก่อนรับรถละเอียด พนักงานให้การบริการดี ผมไม่ผิดหวังเลยที่ได้รับรถเช่าจากที่นี่ เพราะเคยใช้บริการเมื่อตอนไปเที่ยวภูเก็ต ผมใช้โปรโมชั่นร่วมกับ บัตรKTC ได้รับส่วนลดด้วย

ผมเริ่มออกเดินทางช่วงประมาณเที่ยง ใช้เส้นทางหลวงสาย 323 กรุงเทพฯ-กาญจนบุรี-อำเภอไทรโยค-ทองผาภูมิ
เราแวะเที่ยว สะพานข้ามแม่น้ำแควกันก่อน แต่ไม่ได้อยู่นาน เนื่องจาก สภาพอากาศวันนั้น ครึ้มฟ้า ครึ้มฝน ขับไปบางช่วงแดดออก บางช่วงฝนตกหนัก หลังจากนั้น เราวิ่งต่อไป บนเส้นทางสาย 323 ที่มุ่งตรงไปยังทองผาภูมิ ตาม GPS ไป โฮมพุเตย ริเวอร์แคว รีสอร์ท ที่นี่ตั้งอยู่ประมาณหลักกิโลที่ 61


noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #2 เมื่อ: 7 ก.ค. 16, 10:46 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 


ปากทางมีป้ายบอกชัดเจนครับ บริเวณทางเข้าจะมีเจ้าหน้าที่สอบถามการจองที่พักก่อน
เพื่อให้แน่ใจว่าลูกค้าเข้าพักมีชื่อจองมาแล้ว จากทางเข้าเราต้องขับเข้าไปตัวรีสอร์ท อีกประมาณ 2 กิโลเมตร สองข้างทางเป็นป่า ทางคดเคี้ยวเล็กน้อย ไม่มีไฟส่องทาง ทางค่อนข้างแคบแต่รถสามารถสวนกันได้ กรณีแขกที่มาพักไม่ได้เอารถมา ก็จะมีรถของทางรีสอร์ทบริการวิ่งขึ้นมารับครับ



มาถึงส่วนต้อนรับของรีสอร์ท พนักงานได้จัดเตรียมน้ำดื่มสมุนไพรไว้ให้ ช่วยเอาของสัมภาระลง และแจ้งให้เราไปจอดบริเวณจุดจอดรถ ซึ่งห่างไม่ไกลจากบริเวณ Lobby เนื่องจากรีสอร์ทนี้กว้างมาก
ทางรีสอร์ทมีรถกอล์ฟ คอยบริการรับส่งด้วย

หลังจากเรา check in แล้ว พนักงานอธิบายแผนที่ของรีสอร์ทและกิจกรรมภายใน นอกจากนี้ ยังมี กิจกรรม Tree Top Adventure ซึ่งเราได้ booking เข้าเล่นในวันเสาร์ช่วงเช้า





ที่รีสอร์ท ทำป้ายบอกสถานที่ชัดเจนไม่หลงแน่ครับ

บรรยากาศที่นี่ ดีมากๆเลยครับ ผมหายเหนื่อยจากการขับรถเลย


บรรยากาศ ภายในรีสอร์ท ครับ

พนักงานพาเราเดินไปส่งที่ห้องพัก ตอนแรกห้องพักที่เราได้เป็นห้อง Deluxe แต่เนื่องจากคืนวันเสาร์มี groups เข้าพักเต็ม ทางรีสอร์ทจึงอัพเกรด ให้เข้าพักห้องริเวอร์ไซด์ พรีเมียร์ ดีลักซ์ เป็นห้องพักเป็นหลังเดี่ยว วิวแม่น้ำแคว พื้นที่กว้างขวางมีพื้นที่นั่งเล่นพร้อมโซฟาทั้งด้านนอกและใน

บริเวณห้องพักครับ


ภายในห้องพัก
ห้องเพดานสูง มีพัดลม แอร์ ทำให้ห้องดูโล่งโปร่งสบาย
ที่นอนไม่นิ่มไม่แข็ง นอนสบาย เครื่องนอนสะอาด ไม่มีกลิ่นอับ
มีกาต้มน้ำร้อน ชากาแฟ พร้อมกับน้ำดื่ม 2 ขวดในตู้เย็น มีตู้เสื้อผ้า ตู้เซฟ และร่ม 2 คัน
ายในห้องน้ำแยกเป็น 2 ฝั่ง ฝั่งอาบน้ำฝักบัว และฝั่งโถส้วม ห้องสะอาด
มีอุปกรณ์พร้อมใช้ ไดร์ฟเป่าผม สบู่แชมพู ที่แคะหู ผ้าเช็ดตัวเปลี่ยนให้ทุกวัน
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #3 เมื่อ: 7 ก.ค. 16, 10:49 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
หลังจากที่เก็บข้าวของแล้ว เราเริ่มเดิมสำรวจสถานที่ภายในรีสอร์ท
โดยเริ่มจาก พิพิธภัณฑ์อนุสรณ์ทางรถไฟสายไทย – พม่า
ที่นี่มีรถไฟเก่า และประวัติศาสตร์เกี่ยวกับการสร้างทางรถไฟสายมรณะเอาไว้


ต้นกำเนิดของ พิพิธภัณฑ์ เอ็ดเวิลด์ แวรี ดันลอป เนื่องมาจาก ในปี 1983เซอร์เอ็ดเวิลด์ แวรี ดันลอป ซึ่งเป็นแพทย์อดีตเชลยสงครามชาวออสเตรเลีย เป็นบุคคลที่มีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักกันดีในด้านความทรงจำของออสเตรเลียที่เกี่ยวกับทางรถไฟสายไทย-พม่า ได้เดินทางกลับมายังประเทศไทยพร้อมด้วยกลุ่มแพทย์ เพื่อเยี่ยมชมทางรถไฟแห่งนี้ คุณคณิตและภรรยา(เจ้าของรีสอร์ท) ได้พบกับท่านเซอร์และคณะที่มาขอซื้อเบียร์ที่แพลอยน้ำ คุณคณิตได้เชิญพวกเขาขึ้นมาบนบ้านลอยน้ำ และให้การต้อนรับเป็นอย่างดีที่โฮมพุเตย จากมิตรภาพในวันนั้นของทั้งคู่ คุณคณิตตัดสินใจมอบที่ดิน 15 เอเคอร์เพื่อสร้างพิพิธภัณฑ์เอ็ดเวิลด์ แวรี ดันลอป ซึ่งเป็นปัจจุบันเป็นอนุสรณ์สถานแห่งมิตรภาพ และเพื่อการรำลึกถึงความโหดร้ายในสมัยนั้น ภายในยังเก็บรวบรวมสิ่งของส่วนตัวที่หายากและมีความเกี่ยวข้องกับทางรถไฟแห่งนี้


ทุกปี ในวันที่ 25 เมษายน ซึ่งเป็นวันที่ชาวออสเตรเลียจะทำการระลึกถึงวีรชนที่สละชีวิตในสงครามหรือเหตุการณ์ต่างๆ คุณคณิตได้จัดงานเลี้ยงอาหารค่ำสำหรับผู้เข้าร่วมงานที่นี่ โฮมพุเตยและพิพิธภัณฑ์เอ็ดเวิลด์ แวรี ดันลอปเป็นสถานที่ที่เจ้าหน้าที่กลาโหมของออสเตรเลียจะต้องมาทุกครั้งเมื่อมาเยือนประเทศไทย และมีโอกาศได้พบกับคุณคณิตเป็นการส่วนตัว นอกจากนี้คุณคณิตยังสนับสนุนด้านการเรียนรู้ให้กับเด็กในพื้นที่ด้วยการให้ความรู้ด้านประวัติศาสตร์เกี่ยวกับสถานที่
(ข้อมูล จาก https://www.homephutoeyriverkwai.com)
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 7 ก.ค. 16, 11:03 น โดย rabbitzyzz » noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #4 เมื่อ: 7 ก.ค. 16, 11:50 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
ถัดจากพิพิธภัณฑ์ เรามาผ่อนคลายกันที่สระว่ายน้ำ และสระน้ำแร่ร้อนของรีสอร์ท
ตั้งอยู่ใกล้กับ Zone Tree Top Adventure








สระน้ำแร่ร้อน เป็นบริเวณด้านริมทะเลสาบ จะเปิดให้บริการ 17.00 – 22.00
ที่นี่ไม่จำเป็นต้องใส่ชุดว่ายน้ำลงก็ได้ครับ แต่ควรล้างตัวก่อนลงสระ
ข้างๆกันเป็นสระว่ายน้ำ มีที่ให้ล้างตัวก่อนลงสระ และผ้าขนหนูให้
เราสามารถสั่งเครื่องดื่มกับพนักงานบริเวณนี้ได้ครับ

วันนั้นเป็นช่วงเย็นประมาณ 5 โมง ที่สระมีเราแค่ 2 คน พวกเราได้พักผ่อนท่ามกลางธรรมชาติ อากาศบริสุทธิ์ เสียงนกร้อง ลมพัดเบาๆ ยามเย็นก่อนพระอาทิตย์ตก เป็นความรู้สึกที่เกินคำบรรยายจริงๆ พอเริ่มจะค่ำ เราต้องกลับห้องกันแล้ว เพราะช่วงหน้าฝน ยุ่งเยอะมาก เราไม่ได้เตรียมยาทากันยุ่งมาด้วย ต้องออกไปซื้อข้างนอก

ห้องอาหารที่นี่ ตั้งอยู่บริเวณ ด้านหลังของ Lobby มีzoneด้านบนและด้านล่างริมแม่น้ำแคว
มื้อเย็นของที่นี่ เปิดเวลา 18.00 – 21.00 น



ทางรีสอร์ท ได้จัดอาหารกับข้าวเซ็ทให้เรา 5 อย่าง พร้อมด้วยของหวาน
เราเลือกที่จะนั่งด้านล่างริมแม่น้ำแคว ให้บรรยากาศ exclusive private สุดๆ
อาหารรสชาติใช้ได้เลยทีเดียว ปลาสด อาหารรสไม่จัดมาก
พนักงานบริการดีมาก คอยเติมข้าวและน้ำดื่ม ให้เราจนอิ่ม
ห้องอาหารที่นี่ มีอาหารหลายเมนูให้เลือก มีทั้งอาหารจานเดียว กับข้าว สเต็ก ขนมของหวาน
และ ผลไม้ ราคาร้านอาหารทั่วไป ไม่แพง



หลังจากอิ่มแล้ว เราต้องออกไปหาซื้อยากันยุง จริงๆแล้วพนักงานที่รีสอร์ท มีให้ใช้สามารถขอเขาได้ แต่เนื่องจากเราต้องมีไว้เตรียมไปใช้ตอนเราวิ่ง จึงตัดสินใจขับรถออกไปหาซื้อกันดีกว่า ทางขับเข้าออกตอนกลางคืนไม่มีไฟ ต้องใช้ความระมัดระวังในการขับตอนกลางคืนพอสมควร ร้านมินิมาร์ทริมทาง ไม่ไกลจากรีสอร์ท ประมาณ 3 กิโลเมตร แต่ถ้าจะไป 7-11
ใกล้สุดต้องขับเข้าเมืองไปอีก 15 กิโลเมตร

สำหรับคืนแรกของที่นี่ ประทับใจมาก กินอิ่ม นอนหลับสบาย.....

เช้าวันเสาร์ ผมตื่นมาตั้งแต่ 6 โมง ไม่ใช่นอนไม่หลับ หรือหลับไม่สบายนะครับ
ผมต้องการออกมา จิ๊บกาแฟยามเช้า พร้อมกับยืนมองท้องฟ้าสดใส สูดอากาศบริสุทธิ์
ฟังเสียงนกร้อง ท่ามกลางป่าเขา เวลาแบบนี้ไม่ได้หากันง่ายๆในกรุงเทพฯ
เมื่อคืนฝนตกค่อนข้างหนัก วันนี้อากาศคงครื้มๆอีกวัน
อาหารเช้า ที่นี่ เริ่มเวลา 7.00 – 10.00 น. อาหารมีให้เลือกหลายอย่าง อาทิเช่น ไข่ดาว แฮม ไส้กรอก ข้าวสวย กับข้าว ผัดมาม่า ข้าวต้ม น้ำเต้าหู้ ขนมปังปิ้ง สลัดผักผลไม้ เครื่องดื่ม น้ำผลไม้ ชากาแฟ พนักงานคอยบริการอย่างเต็มที่ทุกจุด


เช้านี้เราจัดอาหารกันเต็มที่ เพราะเตรียมตัวไปใช้พลังงาน กับ กิจกรรม Tree Top Adventure
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 7 ก.ค. 16, 15:15 น โดย rabbitzyzz » noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #5 เมื่อ: 7 ก.ค. 16, 15:07 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
เช้าวันเสาร์ ผมตื่นมาตั้งแต่ 6 โมง ไม่ใช่นอนไม่หลับ หรือหลับไม่สบายนะครับ
ผมต้องการออกมา จิ๊บกาแฟยามเช้า พร้อมกับยืนมองท้องฟ้าสดใส สูดอากาศบริสุทธิ์
ฟังเสียงนกร้อง ท่ามกลางป่าเขา เวลาแบบนี้ไม่ได้หากันง่ายๆในกรุงเทพฯ
เมื่อคืนฝนตกค่อนข้างหนัก วันนี้อากาศคงครื้มๆอีกวัน

อาหารเช้า ที่นี่ เริ่มเวลา 7.00 – 10.00 น. อาหารมีให้เลือกหลายอย่าง อาทิเช่น ไข่ดาว แฮม ไส้กรอก ข้าวสวย กับข้าว ผัดมาม่า ข้าวต้ม น้ำเต้าหู้ ขนมปังปิ้ง สลัดผักผลไม้ เครื่องดื่ม น้ำผลไม้ ชากาแฟ พนักงานคอยบริการอย่างเต็มที่ทุกจุด





noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #6 เมื่อ: 7 ก.ค. 16, 15:35 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
ถัดจากพิพิธภัณฑ์ เรามาผ่อนคลายกันที่สระว่ายน้ำ และสระน้ำแร่ร้อนของรีสอร์ท
ตั้งอยู่ใกล้กับ Zone Tree Top Adventure







สระน้ำแร่ร้อน เป็นบริเวณด้านริมทะเลสาบ จะเปิดให้บริการ 17.00 – 22.00
ที่นี่ไม่จำเป็นต้องใส่ชุดว่ายน้ำลงก็ได้ครับ แต่ควรล้างตัวก่อนลงสระ
ข้างๆกันเป็นสระว่ายน้ำ มีที่ให้ล้างตัวก่อนลงสระ และผ้าขนหนูให้
เราสามารถสั่งเครื่องดื่มกับพนักงานบริเวณนี้ได้ครับ

วันนั้นเป็นช่วงเย็นประมาณ 5 โมง ที่สระมีเราแค่ 2 คน พวกเราได้พักผ่อนท่ามกลางธรรมชาติ อากาศบริสุทธิ์ เสียงนกร้อง ลมพัดเบาๆ ยามเย็นก่อนพระอาทิตย์ตก เป็นความรู้สึกที่เกินคำบรรยายจริงๆ พอเริ่มจะค่ำ เราต้องกลับห้องกันแล้ว เพราะช่วงหน้าฝน ยุ่งเยอะมาก เราไม่ได้เตรียมยาทากันยุ่งมาด้วย ต้องออกไปซื้อข้างนอก

ห้องอาหารที่นี่ ตั้งอยู่บริเวณ ด้านหลังของ Lobby มีzoneด้านบนและด้านล่างริมแม่น้ำแคว
มื้อเย็นของที่นี่ เปิดเวลา 18.00 – 21.00 น



ทางรีสอร์ท ได้จัดอาหารกับข้าวเซ็ทให้เรา 5 อย่าง พร้อมด้วยของหวาน
เราเลือกที่จะนั่งด้านล่างริมแม่น้ำแคว ให้บรรยากาศ exclusive private สุดๆ
อาหารรสชาติใช้ได้เลยทีเดียว ปลาสด อาหารรสไม่จัดมาก
พนักงานบริการดีมาก คอยเติมข้าวและน้ำดื่ม ให้เราจนอิ่ม
ห้องอาหารที่นี่ มีอาหารหลายเมนูให้เลือก มีทั้งอาหารจานเดียว กับข้าว สเต็ก ขนมของหวาน
และ ผลไม้ ราคาร้านอาหารทั่วไป ไม่แพง

หลังจากอิ่มแล้ว เราต้องออกไปหาซื้อยากันยุง จริงๆแล้วพนักงานที่รีสอร์ท มีให้ใช้สามารถขอเขาได้ แต่เนื่องจากเราต้องมีไว้เตรียมไปใช้ตอนเราวิ่ง จึงตัดสินใจขับรถออกไปหาซื้อกันดีกว่า ทางขับเข้าออกตอนกลางคืนไม่มีไฟ ต้องใช้ความระมัดระวังในการขับตอนกลางคืนพอสมควร ร้านมินิมาร์ทริมทาง ไม่ไกลจากรีสอร์ท ประมาณ 3 กิโลเมตร แต่ถ้าจะไป 7-11
ใกล้สุดต้องขับเข้าเมืองไปอีก 15 กิโลเมตร

สำหรับคืนแรกของที่นี่ ประทับใจมาก กินอิ่ม นอนหลับสบาย.....
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #7 เมื่อ: 7 ก.ค. 16, 15:38 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
เช้าวันเสาร์ ผมตื่นมาตั้งแต่ 6 โมง ไม่ใช่นอนไม่หลับ หรือหลับไม่สบายนะครับ
ผมต้องการออกมา จิ๊บกาแฟยามเช้า พร้อมกับยืนมองท้องฟ้าสดใส สูดอากาศบริสุทธิ์
ฟังเสียงนกร้อง ท่ามกลางป่าเขา เวลาแบบนี้ไม่ได้หากันง่ายๆในกรุงเทพฯ
เมื่อคืนฝนตกค่อนข้างหนัก วันนี้อากาศคงครื้มๆอีกวัน

อาหารเช้า ที่นี่ เริ่มเวลา 7.00 – 10.00 น. อาหารมีให้เลือกหลายอย่าง อาทิเช่น ไข่ดาว แฮม ไส้กรอก ข้าวสวย กับข้าว ผัดมาม่า ข้าวต้ม น้ำเต้าหู้ ขนมปังปิ้ง สลัดผักผลไม้ เครื่องดื่ม น้ำผลไม้ ชากาแฟ พนักงานคอยบริการอย่างเต็มที่ทุกจุด
เช้านี้เราจัดอาหารกันเต็มที่ เพราะเตรียมตัวไปใช้พลังงาน กับ กิจกรรม Tree Top Adventure


Zone Tree Top Adventure Park

Tree Top Adventure park ในไทย มี 4 ที่ ที่เปิดบริการแล้ว และสถานที่ที่ 5
กำลังจะเปิดให้บริการ ณ สวนแม่ฟ้าหลวง ดอยตุง จ.เชียงราย ช่วง เดือน ก.ค. 59
ผมเคยเห็นทางกิจกรรม มาเปิดบูทในงานไทยเที่ยวไทยและมีโปรโมชั่นอยู่
อยากลองเล่นสักครั้ง คราวนี้ได้ลองสมใจแล้ว
การเตรียมตัวเล่นกิจกรรม ไม่มีอะไรมาก แค่เราต้องใส่รองเท้าหุ้มส้นเล่น






เจ้าหน้าที่สาธิตวิธีการใช้อุปกรณ์กันก่อน
พร้อมแล้ว ไปเล่นกันเลย ผมกับแฟนเล่นกัน 2 คน มีเจ้าหน้าที่ 3 คนคอยประกบช่วยเหลือ
และนำทางเรา เรียกได้ว่า มีมาตราฐานความปลอดภัยมากๆ ไม่ต้องห่วง
ก่อนเล่นผมไม่คิดว่ามันจะตื่นเต้นมากกับการปีนป่ายต้นไม้ แต่ผิดคลาด กิจกรรมแต่ละฐานมีทั้งความตื่นเต้น หวาดเสียว และสนุกมากๆ เราไม่สามารถบรรยายด้วยคำพูดได้ เพราะมันสนุกมากๆๆ ลองชมคลิปนี้ดูครับ

https://www.youtube.com/watch?v=qxLqFJvNdGI

กิจกรรมอื่นๆในรีสอร์ท เราพายเรือแคนูเล่น รอบๆทะเลสาบ


noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #8 เมื่อ: 7 ก.ค. 16, 15:47 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
ช่วงบ่ายวันเสาร์
ผมต้องไปลงทะเบียนวิ่ง ที่พิพิทธภัณฑ์ช่องเขาขาด
ศูนย์ฝึกอบรมอเนกประสงค์ กกส.สทพ.นทพ. อ.ไทรโยค จ.กาญจนบุรี
ซึ่งห่างจากรีสอร์ท โฮมพุเตย แค่ 3 Km.







โดยกิจกรรมวิ่งนี้ สนามวิ่งเชิงประวัติศาสตร์เพื่อย้อนรอยสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2
"ช่องเขาขาด" หรือ "ช่องไฟนรก"
เป็นส่วนหนึ่งของเส้นทางรถไฟสายไทย-พม่า (เส้นทางรถไฟสายมรณะ)
ระยะแข่งขัน (4K) (11 K) และ (21K)
Chip Timing จับเวลาสำหรับ ระยะ Mini Marathon (10K) Half Marathon (21K)
การแบ่งรุ่นอายุ
การแบ่งรุ่นอายุการแข่งขันประเภทชายและหญิง ระยะ 21 กม.และ 11 กม.แบ่งดังนี้
1.รุ่นอายุไม่เกิน 18 ปี
2.รุ่นอายุ 19-29 ปี
3.รุ่นอายุ 30-39 ปี
4.รุ่นอายุ 40-49 ปี
5.รุ่นอายุ 50-59 ปี
6.รุ่นอายุ 60 ปีขึ้นไป
• เดินวิ่ง 3.5 กิโลเมตร (ไม่แบ่งรุ่นอายุ)
รางวัล เหรียญสำหรับผู้เข้าเส้นชัยทุกระยะ
ถ้วย Overall สำหรับ ญ / ช ,ระยะ 21K
ถ้วยอันดับ 1 - 5 ของทุกรุ่นอายุชาย/หญิง
ของระยะ 21K และ 11K
และของที่ระลึกจาก Sponsor
ประเภท Funrun ไม่มีถ้วยรางวัล




ภายในงาน มีบูธสปอนเซอร์ต่างๆ อาทิเช่น นิตยาสาร Refill Tiger Balm CFMOTO
และซุ้มขายเสื้อผ้ากีฬา อุปกรณ์เสริมมาเปิดด้วย


ข้างๆ จุดลงทะเบียนจะเป็น
พิพิธภัณฑ์สถานแห่งความทรงจำ ช่องเขาขาด
เราไม่พลาดที่จะเข้าไปชมที่นี่ ชมฟรีครับ


ประวัติของที่นี่
“ช่องเขาขาด” เป็นส่วนหนึ่งของ “เส้นทางรถไฟสายมรณะ” ซึ่งใช้เป็นเส้นทางขนส่งเสบียงจากประเทศไทยไปยังประเทศพม่าในช่วงสงครามโลก ที่แห่งนี้เต็มไปด้วยเรื่องราวอันโหดร้ายของความทุกข์ทรมานของเชลยศึกและกรรมกรที่ต้องมาใช้แรงงานในการก่อสร้างทางรถไฟ และหลายรายถึงกับต้องจบชีวิตลงที่นี่เพราะไม่อาจทนต่อการทารุณอย่างหนักเยี่ยงทาสที่เกินกว่าใครจะคาดคิดได้
เรื่องราวในอดีตถูกรวบรวมและบอกเล่าผ่านนิทรรศการภายใน“พิพิธภัณฑ์แห่งความทรงจำ ช่องเขาขาด” ที่ออกแบบและสร้างไว้อย่างเป็นสัดส่วนโดยความร่วมมือของรัฐบาลไทยกับรัฐบาลออสเตรเลีย พิพิธภัณฑ์ฯได้รวบรวมภาพถ่าย ข้อมูล และสิ่งของเครื่องใช้ต่างๆ ที่เกิดในระหว่างการสร้างทางรถไฟสายมรณะ นอกจากตัวอักษรและภาพประกอบที่อธิบายถึงเหตุการณ์ต่างๆ ในแต่ละช่วงแล้ว จุดเด่นหนึ่งของพิพิธภัณฑ์ฯก็คือ ห้องมินิเธียร์เตอร์ ที่ฉายภาพยนตร์เงียบขาว-ดำ ซึ่งถ่ายทำจากเหตุการณ์จริงในระหว่างสงครามโลกครั้งที่ 2 และแน่นอนว่าในภาพยนตร์เรื่องนี้เราจะได้เห็นสภาพความเป็นอยู่ ความทุรกันดารและความโหดร้ายของการตกเป็นเชลยศึกสงคราม กว่า 12,000 ชีวิตของเชลยชาวออสเตรเลีย อังกฤษ เยอรมัน อเมริกัน และกว่า 60,000 ชีวิตของแรงงานชาวเอเชียที่ถูกบังคับให้ทำงานแบบหามรุ่งหามค่ำ เพื่อตัดช่องหินผ่านภูเขา และสร้างทางรถไฟเป็นระยะทางรวมกว่า 415 กิโลเมตรทั้งๆ ที่แทบจะไม่มีเครื่องมือทุ่นแรงใดๆ เลย เชลยศึกและแรงงานส่วนใหญ่ต้องทำงานอย่างน้อยวันละ 18 ชั่วโมง และมีอาหารเพียง 2 มื้อ คือ ข้าวกับผักดองประทังชีวิตเท่านั้น ทั้งความอดอยาก การโดนทารุณทุบตี และโรคระบาดต่างๆ ที่รุมเร้า จึงทำให้ใครต่อใครขนานนามหุบเขาแห่งนี้ว่า “ช่องไฟนรก”

Note:
ที่นี้มีเครื่องมือบรรยายและหูฟังบริการฟรี โดยเสียค่ามัดจำ 200 บาทต่อเครื่อง โดยมีให้เลือก 4 ภาษา ได้แก่ ไทย อังกฤษ ญี่ปุ่น และ เยอรมัน
- ปกติถ้าเดินชมเพียงอย่างเดียวจะใช้เวลาประมาณครึ่งชั่วโมง แต่ถ้าอ่าน และฟังตามเครื่องบรรยายด้วยจะใช้เวลาประมาณ 2-3 ชั่วโมง
- เส้นทางเดินในช่องเขาขาด มีหินแหลมคม บางช่วงเป็นทางแคบและค่อนข้างชัน การเดินควรใช้ความระมัดระวัง นักท่องเที่ยวควรสวมใส่รองเท้าให้เหมาะสม
- ถ้าเป็นไปได้ขอความร่วมมือจากนักท่องเที่ยวให้ช่วยบริจาคเงินบำรุงรักษาสถานที่ และอย่านำเครื่องดื่ม อาหาร สัตว์เลี้ยง หรือสูบบุหรี่ภายในพิพิธภัณฑ์ฯ
(เครดิต โดย http://www.thetrippacker.com)

หลังจากออกจากห้องพิพิธภัณฑ์
ทำให้ผมนึกถึงหนังเรื่อง THE RAILWAY MAN
สร้างจากงานเขียนมุมมองของ อีริค โลแมกซ์ นายทหารยศร้อยตรีประจำเหล่าสื่อสารแห่งกองทัพสหราชอาณาจักร ซึ่งถูกทหารญี่ปุ่นจับตัวในสิงคโปร์ และถูกส่งมาเป็นเชลยและบังคับให้เป็นแรงงานสร้างทางรถไฟสายมรณะ ผมจำได้ลางๆ ตอนนั้นไม่อินมาก แต่การได้มาที่นี่
ผมว่าจะกลับไปดูหนังเรื่องนี้อีกครั้ง คงจะอินมากขึ้นหลายเท่า
ถ้าใครสนใจ ลองหาชมได้นะครับ แล้วถ้าได้มีโอกาสมาที่นี่ คุณจะรู้สึกอินเหมือนผม

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #9 เมื่อ: 7 ก.ค. 16, 15:57 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
ช่วงบ่ายวันเสาร์
ผมต้องไปลงทะเบียนวิ่ง ที่พิพิทธภัณฑ์ช่องเขาขาด
ศูนย์ฝึกอบรมอเนกประสงค์ กกส.สทพ.นทพ. อ.ไทรโยค จ.กาญจนบุรี
ซึ่งห่างจากรีสอร์ท โฮมพุเตย แค่ 3 Km.







โดยกิจกรรมวิ่งนี้ สนามวิ่งเชิงประวัติศาสตร์เพื่อย้อนรอยสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2
"ช่องเขาขาด" หรือ "ช่องไฟนรก"
เป็นส่วนหนึ่งของเส้นทางรถไฟสายไทย-พม่า (เส้นทางรถไฟสายมรณะ)
ระยะแข่งขัน (4K) (11 K) และ (21K)
Chip Timing จับเวลาสำหรับ ระยะ Mini Marathon (10K) Half Marathon (21K)
การแบ่งรุ่นอายุ
การแบ่งรุ่นอายุการแข่งขันประเภทชายและหญิง ระยะ 21 กม.และ 11 กม.แบ่งดังนี้
1.รุ่นอายุไม่เกิน 18 ปี
2.รุ่นอายุ 19-29 ปี
3.รุ่นอายุ 30-39 ปี
4.รุ่นอายุ 40-49 ปี
5.รุ่นอายุ 50-59 ปี
6.รุ่นอายุ 60 ปีขึ้นไป
• เดินวิ่ง 3.5 กิโลเมตร (ไม่แบ่งรุ่นอายุ)
รางวัล เหรียญสำหรับผู้เข้าเส้นชัยทุกระยะ
ถ้วย Overall สำหรับ ญ / ช ,ระยะ 21K
ถ้วยอันดับ 1 - 5 ของทุกรุ่นอายุชาย/หญิง
ของระยะ 21K และ 11K
และของที่ระลึกจาก Sponsor
ประเภท Funrun ไม่มีถ้วยรางวัล




ภายในงาน มีบูธสปอนเซอร์ต่างๆ อาทิเช่น นิตยาสาร Refill Tiger Balm CFMOTO
และซุ้มขายเสื้อผ้ากีฬา อุปกรณ์เสริมมาเปิดด้วย


ข้างๆ จุดลงทะเบียนจะเป็น
พิพิธภัณฑ์สถานแห่งความทรงจำ ช่องเขาขาด
เราไม่พลาดที่จะเข้าไปชมที่นี่ ชมฟรีครับ


ประวัติของที่นี่
“ช่องเขาขาด” เป็นส่วนหนึ่งของ “เส้นทางรถไฟสายมรณะ” ซึ่งใช้เป็นเส้นทางขนส่งเสบียงจากประเทศไทยไปยังประเทศพม่าในช่วงสงครามโลก ที่แห่งนี้เต็มไปด้วยเรื่องราวอันโหดร้ายของความทุกข์ทรมานของเชลยศึกและกรรมกรที่ต้องมาใช้แรงงานในการก่อสร้างทางรถไฟ และหลายรายถึงกับต้องจบชีวิตลงที่นี่เพราะไม่อาจทนต่อการทารุณอย่างหนักเยี่ยงทาสที่เกินกว่าใครจะคาดคิดได้
เรื่องราวในอดีตถูกรวบรวมและบอกเล่าผ่านนิทรรศการภายใน“พิพิธภัณฑ์แห่งความทรงจำ ช่องเขาขาด” ที่ออกแบบและสร้างไว้อย่างเป็นสัดส่วนโดยความร่วมมือของรัฐบาลไทยกับรัฐบาลออสเตรเลีย พิพิธภัณฑ์ฯได้รวบรวมภาพถ่าย ข้อมูล และสิ่งของเครื่องใช้ต่างๆ ที่เกิดในระหว่างการสร้างทางรถไฟสายมรณะ นอกจากตัวอักษรและภาพประกอบที่อธิบายถึงเหตุการณ์ต่างๆ ในแต่ละช่วงแล้ว จุดเด่นหนึ่งของพิพิธภัณฑ์ฯก็คือ ห้องมินิเธียร์เตอร์ ที่ฉายภาพยนตร์เงียบขาว-ดำ ซึ่งถ่ายทำจากเหตุการณ์จริงในระหว่างสงครามโลกครั้งที่ 2 และแน่นอนว่าในภาพยนตร์เรื่องนี้เราจะได้เห็นสภาพความเป็นอยู่ ความทุรกันดารและความโหดร้ายของการตกเป็นเชลยศึกสงคราม กว่า 12,000 ชีวิตของเชลยชาวออสเตรเลีย อังกฤษ เยอรมัน อเมริกัน และกว่า 60,000 ชีวิตของแรงงานชาวเอเชียที่ถูกบังคับให้ทำงานแบบหามรุ่งหามค่ำ เพื่อตัดช่องหินผ่านภูเขา และสร้างทางรถไฟเป็นระยะทางรวมกว่า 415 กิโลเมตรทั้งๆ ที่แทบจะไม่มีเครื่องมือทุ่นแรงใดๆ เลย เชลยศึกและแรงงานส่วนใหญ่ต้องทำงานอย่างน้อยวันละ 18 ชั่วโมง และมีอาหารเพียง 2 มื้อ คือ ข้าวกับผักดองประทังชีวิตเท่านั้น ทั้งความอดอยาก การโดนทารุณทุบตี และโรคระบาดต่างๆ ที่รุมเร้า จึงทำให้ใครต่อใครขนานนามหุบเขาแห่งนี้ว่า “ช่องไฟนรก”

Note:
ที่นี้มีเครื่องมือบรรยายและหูฟังบริการฟรี โดยเสียค่ามัดจำ 200 บาทต่อเครื่อง โดยมีให้เลือก 4 ภาษา ได้แก่ ไทย อังกฤษ ญี่ปุ่น และ เยอรมัน
- ปกติถ้าเดินชมเพียงอย่างเดียวจะใช้เวลาประมาณครึ่งชั่วโมง แต่ถ้าอ่าน และฟังตามเครื่องบรรยายด้วยจะใช้เวลาประมาณ 2-3 ชั่วโมง
- เส้นทางเดินในช่องเขาขาด มีหินแหลมคม บางช่วงเป็นทางแคบและค่อนข้างชัน การเดินควรใช้ความระมัดระวัง นักท่องเที่ยวควรสวมใส่รองเท้าให้เหมาะสม
- ถ้าเป็นไปได้ขอความร่วมมือจากนักท่องเที่ยวให้ช่วยบริจาคเงินบำรุงรักษาสถานที่ และอย่านำเครื่องดื่ม อาหาร สัตว์เลี้ยง หรือสูบบุหรี่ภายในพิพิธภัณฑ์ฯ
(เครดิต โดย http://www.thetrippacker.com)

หลังจากออกจากห้องพิพิธภัณฑ์
ทำให้ผมนึกถึงหนังเรื่อง THE RAILWAY MAN
สร้างจากงานเขียนมุมมองของ อีริค โลแมกซ์ นายทหารยศร้อยตรีประจำเหล่าสื่อสารแห่งกองทัพสหราชอาณาจักร ซึ่งถูกทหารญี่ปุ่นจับตัวในสิงคโปร์ และถูกส่งมาเป็นเชลยและบังคับให้เป็นแรงงานสร้างทางรถไฟสายมรณะ ผมจำได้ลางๆ ตอนนั้นไม่อินมาก แต่การได้มาที่นี่
ผมว่าจะกลับไปดูหนังเรื่องนี้อีกครั้ง คงจะอินมากขึ้นหลายเท่า
ถ้าใครสนใจ ลองหาชมได้นะครับ แล้วถ้าได้มีโอกาสมาที่นี่ คุณจะรู้สึกอินเหมือนผม

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #10 เมื่อ: 7 ก.ค. 16, 16:14 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
เช้ามืดวันอาทิตย์ มีฝนตกเล็กน้อย
พวกเราตื่นมา วอร์มร่างกาย ทานคาร์โบไฮเดรต จำพวก แป้ง ขนมปังจิ้มนมข้นหวาน ครับง่ายสุด
เรามาถึงงานประมาณตี 5 นักวิ่งทยอยมากันเรื่อยๆ
คนวิ่งงานนี้ประมาณเกือบ 1000 คน ถือเป็นงานใหญ่อยู่ สถานที่จอดรถกว้างและเพียงพอ อาจเพราะที่นี่เป็นศูนย์ฝึกอบรมอเนกประสงค์ มีเจ้าหน้าที่ คอยบอกทางอำนวยความสะดวกได้ดี ห้องน้ำบริเวณสถานที่จัดงาน น้อยไปหน่อย ไม่ค่อยพอกับจำนวนคน ภายในงาน มีซุ้มอาหาร เครื่องดื่ม
จุดปฐมพยาบาล จุดฝากของ นักกีฬาเริ่มมารวมตัวกันจนแน่นสนาม
(ภาพขณะวิ่งอาจไม่ชัดมากเพราะผมวิ่งไปถือกล้องSJ ถ่ายภาพนิ่งและวิดีโอไปด้วย)


ช่วงแรกเริ่มปล่อยตัวนักกีฬาวิ่ง 21K ตอนประมาณ 6โมง
พวกเราวิ่งระยะ 11K เป็นกลุ่มที่ 2 จุดให้น้ำทุกๆ 2 กิโล โดยประมาณ


เมื่อสัญญาณปล่อยตัวดังขึ้น ทุกคนวิ่งตามๆกัน



ช่วงแรกเป็นถนนและพื้นดินทางลงเขา และมาเป็นพื้นถนนที่ลาดชัน พวกเราวิ่งเลี้ยวไปตามทาง
ต้องวิ่งแบบเอนตัวไปด้านหลัง ไม่ให้หน้าทิ่ม วิ่งลงมาทางราบผมแทบจะเป็นตะคิว เลยครับ

ตลอดเส้นทางจะมีป้ายบอกตลอด สำหรับ ระยะ 21K 11K และ 4K ไม่งงแน่นอนครับ



นอกจากนี้ยังมีเจ้าหน้าที่ คอยยืนเป็นระยะ เรียกได้ว่าปลอดภัย หากเป็นลม หรือ เกิดอุบัติเหตุ อะไรขึ้นมา สามารถช่วยเหลือได้ทันที




ซึ่งจุดนี้เขาให้เราเดินข้ามไป นักวิ่งจะหยุดถ่ายรูปกับสะพาน และวิวรอบข้าง


บรรยากาศ ณ ตอนนั้นน่าประทับใจมากเลยครับ อากาศดี ลืมเหนื่อยไปเลย

เมื่อลงสะพานไป ทางต่อมาจะเป็น ถนนลูกรัง
ถนนบางช่วงเป็นโคลนแฉะๆ อาจจะเพราะฝนตกเมื่อคืน ต้องใช้ความระมัดระวังในการวิ่ง



ตลอดทางที่วิ่ง จะมีช่างกล้องคอยถ่ายรูปให้ เป็นระยะ
เราไม่พลาดที่จะ โพสต์ท่าสวยๆ เก็บไว้เป็นที่ระลึก
งานนี้ไม่มีรูปเดี่ยวของผมหรือแฟน งานนี้มีแต่รูปคู่ครับ เพราะ พวกเรา Run Together ^^

ระยะทางต่อมาเราวิ่งวนกลับไปขึ้นสะพานเดิม และกลับไปทางถนนอีกทางครับ

ทางสุดท้ายก่อนถึงจุด finish เป็นทางถนนขึ้นเขา วิ่ง+ เดิน เหนื่อยเลยครับ
แฟนหมดแรงวิ่งแล้ว แต่พอเห็นจุด Finish กลับมีแรงวิ่งกลับมาเต็มที่



ถึงจุด Finish แล้ว พวกเราทำเวลากันดีอยู่ครับ 1ชั่วโมง 13 นาที



ระยะทางต่อจากนี้เป็นเส้นทางไปช่องเขาขาดประมาณ 3 กิโลเมตร ครับ
ทางทีมงานได้จัดเตรียม ดอกไม้ให้นักวิ่งทุกคน เพื่อนำไปวาง เป็นที่รำลึก
ถึงสถานที่ผู้เสียชีวิตในสงครามโลก ครั้งที่ 2
เส้นทางเดินเป็นหิน และทางขึ้นลงบันได นักวิ่งต่างเดินตามๆกัน บ้างหยุดถ่ายรูปเป็นที่ระลึก บริเวณช่องเขาขาด
ทางเดินจะมาสุดที่หลังพิพิธภัณฑ์ช่องเขาขาด
เรามาถึงบริเวณจุดเริ่มต้น ฝนก็ตกลงมาพอดี เราได้รับเหรียญเป็นที่ระลึกงานนี้
[/img]
ซุ้มหลังงาน มีทั้งอาหาร ก๋วยเตี๋ยว กระเพาะปลา ของหวาน
เครื่องดื่ม เกลือแร่ ไว้คอยบริการให้นักวิ่งพร้อม

ภาพรวมของงานวิ่งที่นี่ สำหรับผมแล้วคิดว่าโอเค ทั้งสถานที่จัดงาน เส้นทางวิ่ง ความปลอดภัย แต่เพื่อนผมที่วิ่งในระยะ 21 Km. บ่นกันว่าเมื่อมาถึงเส้นชัยแล้ว อาหารและเครื่องดื่ม มีไม่ค่อยเพียงพอ เสื้อที่แจก ตัวใหญ่มาก หน่วยปฐมพยาบาลไม่ค่อยมีความพร้อมเท่าไร

การเที่ยวเชิงธรรมชาติป่าเขา เป็นประสบการณ์ใหม่ของผม และการวิ่ง Trail นี้ด้วย ผมหวังว่าในอนาคตจะได้กลับมางานวิ่งแนวนี้อีกครั้ง
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:  กาญจนบุรี โฮมพุเตย TreeTopAdventure ช่องเขาขาด งานวิ่ง วิ่งTrail 

หน้า: 1

 
ตอบ
ชื่อ:
 
แชร์ไป Facebook ด้วย
กระทู้:
ไอค่อนข้อความ:
ตัวหนาตัวเอียงตัวขีดเส้นใต้จัดย่อหน้าชิดซ้ายจัดย่อหน้ากึ่งกลางจัดย่อหน้าชิดขวา

 
 

[เพิ่มเติม]
แนบไฟล์: (แนบไฟล์เพิ่ม)
ไฟล์ที่อนุญาต: gif, jpg, jpeg
ขนาดไฟล์สูงสุดที่อนุญาต 20000000 KB : 4 ไฟล์ : ต่อความคิดเห็น
ติดตามกระทู้นี้ : ส่งไปที่อีเมลของสมาชิกสนุก
  ส่งไปที่
พิมพ์อักษรตามภาพ:
พิมพ์ตัวอักษรที่แสดงในรูปภาพ
 
:   Go
  • ข้อความของคุณอยู่ในกระทู้นี้
  • กระทู้ที่ถูกใส่กุญแจ
  • กระทู้ปกติ
  • กระทู้ติดหมุด
  • กระทู้น่าสนใจ (มีผู้ตอบมากกว่า 15 ครั้ง)
  • โพลล์
  • กระทู้น่าสนใจมาก (มีผู้ตอบมากกว่า 25 ครั้ง)
         
หากท่านพบเห็นการกระทำ หรือพฤติกรรมใด ๆ ที่ไม่เหมาะสม ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเสื่อมเสียแก่สถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ รวมถึง การใช้ข้อความที่ไม่สุภาพ พฤติกรรมการหลอกลวง การเผยแพร่ภาพลามก อนาจาร หรือการกระทำใด ๆ ที่อาจก่อให้ผู้อื่น ได้รับความเสียหาย กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม