หน้า: 1

ชนิดกระทู้ ผู้เขียน กระทู้: เวนคืนไม่เคยทำลายรากเหง้าวัฒนธรรม อย่าอ้างส่งเดช  (อ่าน 540 ครั้ง)
add
เรทกระทู้
« เมื่อ: 12 พ.ค. 16, 16:55 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
Send E-mail

แบ่งปันกระทู้นี้ให้เพื่อนคุณอ่านไหมคะ?

ปิดปิด
 
เวนคืนไม่เคยทำลายรากเหง้าวัฒนธรรม อย่าอ้างส่งเดช
พอจะมีการเวนคืนทีไร มักมีข้ออ้างจากพวกเอ็นจีโอบ้าง ผู้อยู่อาศัย (หัวหมอ) บ้างว่าเป็นการทำลายรากเหง้าทางวัฒนธรรมของชุมชน นี่เป็นเรื่องเท็จโดยแท้
เวนคืนคือความจริงที่ปฏิเสธไม่ได้
การเวนคืนเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้เพราะการพัฒนาความเจริญต่างๆ จำเป็นต้องมีการตัดถนน สร้างทางด่วน บ่อบำบัดน้ำเสีย สนามบิน คลองประปา และคลองชลประทาน ฯลฯ โดยรัฐบาลทำการการเวนคืนเพื่อผลประโยชน์ของส่วนรวม ไม่ได้มีใครตั้งใจที่จะเวนคืนไปเพื่อทิ้งไว้โดยไม่ใช่ประโยชน์ หรือตั้งใจรังแกประชาชน แต่เพื่อประโยชน์ต่อส่วนรวม เช่น สร้างถนนริมแม่น้ำให้รถสัญจรไปมาแบบริมแม่น้ำฮัน กรุงโซล เกาหลีใต้ เป็นต้น แต่แบบไทยที่จะสร้างริมแม่น้ำเจ้าพระยาไว้ให้ขี่จักรยานเล่น ไม่สมควรแน่นอน
ในประเทศสหรัฐอเมริกาตั้งแต่ต้นศตวรรษที่ 20 (พ.ศ.2443 เป็นต้นมา) เป็นต้นมา มีการเวนคืนบ้านเรือน ย่านการค้า โรงงาน โรงนา ฯลฯ มากมายเพื่อประโยชน์สาธารณะ รัฐบาลก็ได้ออกพระราชบัญญัติการเวนคืนเพื่อปกป้องสิทธิและช่วยเหลือผู้ถูกเวนคืน และได้มีการแก้ไขให้ สอดคล้องกับความเป็นจริงอย่างต่อเนื่อง ดูรายละเอียดได้จากเอกสารของ National Highway Institute
บางกรณีต้องจ่ายสูงกว่าราคาตลาด
หลักสำคัญของการเวนคืนก็คือ ทางราชการต้องจ่ายค่าทดแทนไม่ต่ำกว่าราคาตลาด การบังคับเอาที่ดินไปจากประชาชนผู้ครอบครองโดยจ่ายค่าทดแทนต่ำ ถือเป็นการละเมิด (สิทธิมนุษยชน) และสร้างความไม่ เท่าเทียมกันในสังคม อันจะก่อให้เกิดปัญหาตั้งแต่การดื้อแพ่ง การประท้วง ความไม่สงบในบ้านเมือง โครงการที่พึงดำเนินไปหลังจากการเวนคืนก็กลับล่าช้าและเสียหาย
ในบางกรณีทางราชการยังอาจต้องจ่ายค่าทดแทนสูงกว่าราคาตลาดของทรัพย์สิน เพราะความสูญเสียของผู้ถูกเวนคืนมีมูลค่ามากกว่านั้น เช่น ทรัพย์สินเป็นสถานที่ประกอบกิจการเปิดร้านค้าหรือบริษัท เมื่อถูกเวน-คืนก็ต้องเปลี่ยนหัวจดหมายใหม่ หรือเกิดความยุ่งยากในการขนส่งสินค้า หาแหล่งวัตถุดิบใหม่ ความเสียหายเหล่านี้ควรได้รับการชดเชยเช่นกัน
อย่างไรก็ตาม ก็ยังมีบางกรณีที่อย่างไรเสียผู้ถูกเวนคืนก็ไม่ยอมย้ายออกอยู่ดี แม้จะทดแทนให้สมราคาตลาดหรือสูงกว่าเพื่อชดเชยความเสียหายอื่นแล้วก็ตาม ทั้งนี้เป็นเพราะความผูกพัน / ปักใจเป็นพิเศษในที่เดิม กรณีการ “ดื้อแพ่ง” จึงถือเป็นเรื่องส่วนตัวที่ยอมรับไม่ได้ในสังคมส่วนรวม และเข้าทำนอง “กีดขวางความเจริญ” ของชุมชน สังคมและประเทศชาติอีกต่างหาก
ผู้ถูกเวนคืนไม่ใช่ผู้เสียสละ
เราควรเข้าใจว่า การเวนคืนนั้นไม่ใช่การที่ผู้ถูกเวนคืนยอมเสียสละอะไรบางอย่างเพื่อชาติ ต่างจาก “รั้วของชาติ” ที่สละชีพเป็นชาติพลี มีบุญ-คุณต่อประเทศ เพราะตราบเท่าที่ผู้ถูกเวนคืนได้รับค่าทดแทนอย่างเป็นธรรมแล้ว ประเทศชาติก็ไม่ได้ติดค้างบุญคุณกับบุคคลเหล่านี้
เรายังควรให้การศึกษาแก่สังคมเพิ่มเติมด้วยว่า ในฐานะพลเมืองของประเทศ บุคคลไม่พึงกีดขวางความจำเป็นของชุมชน (ปัจเจกบุคคลอื่นทุกคนรวมกัน ยกเว้นผู้ถูกเวนคืน) ชุมชนไม่พึงกีดขวางความจำเป็นของเมือง เมืองไม่พึงกีดขวางความต้องการจำเป็นของชาติ หากได้รับการชดเชยที่เหมาะสม ในประเทศที่เจริญแล้ว เราตัดต้นไม้ในบ้านเราเองก็ยังทำไม่ได้ถ้าการนั้นทำให้ชุมชนเสียระบบนิเวศ หรือถ้าเราอยู่ห้องชุด เราจะเปลี่ยนกุญแจโดยพลการไม่ได้ เพราะหากเกิดเหตุร้ายทางนิติบุคคลจะได้เข้าไปช่วยเหลือได้ทันท่วงที
เราไม่ควรสับสนกันระหว่างสิทธิและเสรีภาพในการนับถือศาสนา ความเชื่อ กับหน้าที่ในการปฏิบัติตามกฎหมายเพื่อประโยชน์ของส่วนรวม สิทธิส่วนบุคคลถูกจำกัดได้ด้วยหน้าที่ต่อส่วนรวมนั่นเอง แต่เราจะยึดถือหลักการเพื่อส่วนรวมนี้ได้ เราก็ต้องบำบัดและชดเชยความสูญเสียส่วนบุคคลของผู้ถูกเวนคืนอย่างสมควร ซึ่งบางครั้งอาจตีค่าเป็นเงินสูงกว่าราคาตลาดด้วยซ้ำไป

อย่าอ้างรากเหง้าทางวัฒนธรรม
การอ้างรากเหง้างทางวัฒนธรรมเป็นสิ่งที่เป็นเท็จ ตัวอย่างง่าย ๆ ที่สามารถเห็นได้ก็คือ กรณีศาลเจ้าซำไน่เก็งที่อยู่ติดกับถนนท่าดินแดง ซึ่งเป็นศาลเจ้าจีนที่เป็นที่เคารพอย่างสูงของพี่น้องคนไทยเชื้อสายจีน ศาลเจ้าแห่งนี้แต่เดิมตั้งอยู่ติดกับแม่น้ำเจ้าพระยา แต่ต่อมาเมื่อมีการก่อสร้างถนนท่าดินแดง ก็ได้ย้ายศาลเจ้าแห่งนี้ขึ้นมาอยู่ติดกับถนน โดยตั้งอยู่ห่างจากจุดเดิมเกือบ 200 เมตร การโยกย้ายต่าง ๆ จึงเป็นสิ่งที่ทำได้ ในอนาคต หากมีการสร้างถนนเลียบแม่น้ำเจ้าพระยา เพื่อให้เกิดพื้นที่จราจรมากขึ้น (ไม่ใช่ให้มาขี่จักรยานหรือเดินเล่น) วัด โบสถ์หรือศาสนสถานอื่น ๆ รวมทั้งบ้านเรือนก็ต้องได้รับการรื้อถอน แต่อาจจัดหาที่ให้อยู่ใกล้เคีงที่ตั้งเดิม เป็นต้น
หากพิจารณาถึงวัฒนธรรมจีน จะเห็นได้ว่า ชาวจีนได้ย้ายไปยังประเทศต่างๆ ทั่วทุกมุมโลก วัฒนธรรมของชาวจีนก็ติดตามไปด้วย ไม่ได้สูญหายไปไหน ดังนั้นข้ออ้างทางด้านวัฒนธรรมจึงเป็นเพียงข้ออ้าง "ลวงโลก" ที่อ้างเพื่อหวังจะอยู่ต่อ ไม่ยอมย้าย หรือกีดขวางการพัฒนาประเทศเพื่อประโยชน์สุขของประชาชนส่วนรวม อย่างไรก็ตามหากการเวนคืนเป็นไปแบบ "ต่ำ-ช้า" คือจ่ายค่าทดแทนต่ำๆ จ่ายช้าๆ อย่างที่เคยเป็นในอดีต คงเป็นสิ่งที่ยอมรับไม่ได้เช่นกัน การจัดการของภาครัฐจึงเป็นสิ่งที่พึงปรับปรุงนั่นเอง
ประเทศไทยจำเป็นต้องมีการเวนคืนเพื่อพัฒนาชาติ เพื่อผลประโยชน์ของประชาชน อย่าให้กฎหมู่อยู่เหนือกฎหมาย
อ้างอิง
โปรดดูในเอกสารประกอบการอบรมทางไกลเรื่อง “การประเมินเพื่อการเวนคืน” (Real Estate Acquisition under the Uniform Act) ของ National Highway Institute of the Federal Highway Administration of the US Department of Transport http://www.fhwa.dot.gov/REALESTATE/distlearn.htm
ข้อมูลจากคุณนคร มุธุศรี โปรดอ่านได้ในบทความของผู้เขียนเรื่อง “กฎหมายอสังหาริมทรัพย์: เพื่อส่วนรวมจริงหรือ” ที่ http://www.thaiappraisal.org/thai/market/market80.htm
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า

กระทู้ฮอตในรอบ 7 วัน

Tags:  เวนคืนราคาที่ดิน 

หน้า: 1

 
ตอบ

ชื่อ:
 
แชร์ไป Facebook ด้วย
กระทู้:
ไอค่อนข้อความ:
ตัวหนาตัวเอียงตัวขีดเส้นใต้จัดย่อหน้าชิดซ้ายจัดย่อหน้ากึ่งกลางจัดย่อหน้าชิดขวา

 
 

[เพิ่มเติม]
แนบไฟล์: (แนบไฟล์เพิ่ม)
ไฟล์ที่อนุญาต: gif, jpg, jpeg
ขนาดไฟล์สูงสุดที่อนุญาต 20000000 KB : 4 ไฟล์ : ต่อความคิดเห็น
ติดตามกระทู้นี้ : ส่งไปที่อีเมลของสมาชิกสนุก
  ส่งไปที่
พิมพ์อักษรตามภาพ:
พิมพ์ตัวอักษรที่แสดงในรูปภาพ
 
:  
  • ข้อความของคุณอยู่ในกระทู้นี้
  • กระทู้ที่ถูกใส่กุญแจ
  • กระทู้ปกติ
  • กระทู้ติดหมุด
  • กระทู้น่าสนใจ (มีผู้ตอบมากกว่า 15 ครั้ง)
  • โพลล์
  • กระทู้น่าสนใจมาก (มีผู้ตอบมากกว่า 25 ครั้ง)
         
หากท่านพบเห็นการกระทำ หรือพฤติกรรมใด ๆ ที่ไม่เหมาะสม ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเสื่อมเสียแก่สถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ รวมถึง การใช้ข้อความที่ไม่สุภาพ พฤติกรรมการหลอกลวง การเผยแพร่ภาพลามก อนาจาร หรือการกระทำใด ๆ ที่อาจก่อให้ผู้อื่น ได้รับความเสียหาย กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม