หน้า: 1

ชนิดกระทู้ ผู้เขียน กระทู้: นายกฯ อย่าเพิ่งปลื้มยอดจองบ้านประชารัฐ  (อ่าน 2581 ครั้ง)
add
เรทกระทู้
« เมื่อ: 26 เม.ย. 16, 10:35 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
Send E-mail

แบ่งปันกระทู้นี้ให้เพื่อนคุณอ่านไหมคะ?

ปิดปิด
 

นายกฯ อย่าเพิ่งปลื้มยอดจองบ้านประชารัฐ
ยอดจองบ้านประชารัฐที่ว่ามาก ยังน้อยนิดเมื่อเทียบกับจำนวนบ้านเพิ่มในแต่ละปี ที่มาขอกู้คงเป็นบ้านของผู้ประกอบการโดยเฉพาะรายใหญ่มากกว่า ไม่ได้ช่วย SMEs จำนวนผู้ได้รับอนุมัติมีน้อยมาก และอาจสร้างความเสี่ยงแก่ธนาคาร การที่อาจกู้ไม่ผ่านจำนวนมากมาย แสดงว่าเศรษฐกิจกำลังย่ำแย่หนัก รัฐบาลพึงระวัง

ตามที่มีข่าวว่า "นายกฯ ปลื้มประชาชนตอบรับโครงการบ้านประชารัฐกว่า 3 หมื่นราย" (bit.ly/1YPfGTp) นั้น ดร.โสภณ พรโชคชัย ประธานกรรมการบริหาร ศูนย์ข้อมูลวิจัยและประเมินค่าอสังหาริมทรัพย์ไทย (www.area.co.th) เห็นว่าท่านนายกฯ อาจเข้าใจผิด จึงจัดทำ AREA แถลงฉบับนี้นำเสนอข้อมูลที่แท้เพื่อประโยชน์ทางราชการ ดังนี้:

1. ในความเป็นจริงเป็นสิ่งที่น่าวิตก เพราะตัวเลขที่ว่า "ตั้งแต่ 23 มีนาคม - 18 เมษายน 2559 มีประชาชนยื่นขอสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย ผ่านธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส) และธนาคารออมสิน รวมทั้งสิ้น 33,050 ราย ได้รับการอนุมัติแล้ว 1,628 ราย แบ่งเป็น การยื่นกู้ผ่าน ธอส. 1,698 ราย อนุมัติ 332 ราย ออมสิน 31,352 ราย อนุมัติ 1,296 ราย" แสดงให้เห็นว่าน่าจะมีผู้กู้ไม่ผ่านเป็นจำนวนมาก แม้มีผู้ขอกู้ 33,050 ราย แต่ได้รับการอนุมัติแล้วเพียง 1,628 ราย ส่วนใหญ่คงไม่ผ่านเกณฑ์

2. การจัดสร้างที่อยู่อาศัยในแต่ละปี ณ อัตราการเพิ่มที่ 2.65% จะเป็นประมาณเกือบ 7 แสนหน่วยต่อปี (bit.ly/206ERFM) จำนวนที่มาขอกู้ที่ 33,050 รายจึงเป็นแค่ส่วนหนึ่งที่น่าจะมากู้ตามปกติอยู่แล้ว ไม่ได้ช่วยกระตุ้นอะไรนัก

3. การที่ออมสินรับอนุมัติมากกว่า ธอส. หลายเท่าตัว อาจสร้างความเสี่ยงให้กับธนาคารแห่งนี้เป็นอย่างมาก และการที่ธนาคารพาณิชย์ไม่ได้เข้าร่วมโครงการนี้ แสดงถึงการมีความเสี่ยงสูง ดังนั้นทั้ง ธอส.และออมสินจึงแบกรับความเสี่ยงไว้สูงในอนาคต

4. ในจำนวนที่ได้รับอนุมัติให้กู้ หรือมาขอกู้ ส่วนมากอาจเป็นบ้านในโครงการของผู้ประกอบการบ้านจัดสรรโดยเฉพาะรายใหญ่ ๆ จึงเท่ากับเป็นการกระจายความเสี่ยงของผู้ประกอบการให้ผู้ซื้อบ้านแบกรับความเสี่ยงไว้หรือไม่

5. แม้ส่วนน้อยมากเพียง 5% ที่ได้รับการอนุมัติให้กู้แล้ว แต่จำนวนคนที่มากู้ถึง 33,500 ราย (ทั้งที่ส่วนใหญ่คุณสมบัติอาจไม่ผ่าน) แสดงให้เห็นว่าภาวะเศรษฐกิจของชาติตกต่ำมาก ประชาชนคงไม่มีเงินสด จึงหวังซื้อขายบ้านเพื่อให้เกิดสภาพคล่องทางการเงินของตนเองหรือไม่ ภาวะเศรษฐกิจในขณะนี้จึงอาจแตกต่างจากที่ทางราชการคาดการณ์ไว้ในแง่ดี

ดร.โสภณ เคยเสนอหนทางง่าย ๆ อย่างหนึ่งก็คือการส่งเสริมการซื้อบ้านมือสองซึ่งเป็นบ้านที่มีอยู่แล้ว ไม่ต้องเสียต้นทุนในการผลิตใหม่ (bit.ly/1S9YmDN) โดยประกาศให้ผู้ที่มีบ้านที่จะขายในราคาถูก ที่อาจเป็นทั้งผู้ประกอบการที่มีหน่วยขายเหลืออยู่น้อย ไม่มีงบประมาณในการโฆษณา หรือประชาชนทั่วไปผู้มีบ้านหรือห้องชุดเป็นของตนเองในราคาไม่เกิน 1,500,000 บาท เพื่อให้โอกาสคนซื้อบ้านได้ซื้อบ้านในราคาถูก และคนขายบ้านได้เงินสดไปหมุนเวียนโดยไม่ต้องไปกู้หนี้ยืมสินหรือไม่ต้องไปขอรับความช่วยเหลือจากรัฐบาล เป็นการแบ่งเบาภาระของรัฐบาล

ทั้งนี้ให้ผู้สนใจขายบ้านลงทะเบียนไว้กับกรมบังคับคดี การเคหะแห่งชาติ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค บสก. หรือหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่ง โดยต้องเสียค่าธรรมเนียมในการว่าจ้างบริษัทประเมินที่เป็นกลางไปประเมินหน่วยละประมาณ 3,000 บาท เพื่อเป็นการสร้างความมั่นใจกับผู้ซื้อบ้านว่า จะได้บ้านที่มีราคาที่เป็นธรรม และเพื่อป้องกันการทุจริต ก็ให้บริษัทประเมินทำประกันไว้ว่า หากประเมินผิดไปจากความเป็นจริงเกิน 10% ต้องเสียค่าปรับ 20 เท่าของค่าจ้าง

แล้วให้ใช้หอประชุมกองทัพบก ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ หรือสถานที่อื่นใดจัดการขายบ้านเหล่านี้ โดยให้ผู้จะขายรายย่อยตั้งโต๊ะขายโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย หรือให้บริษัทพัฒนาที่ดิน บสก. สถาบันการเงินที่มีทรัพย์สินจะขายจัดบูธได้โดยเสียค่าใช้จ่าย เพื่อสนับสนุนผู้ขายบ้านรายย่อย หรือให้บริษัทพัฒนาที่ดินที่มีสินค้าถูกเหล่านี้ขายมาขายกับผู้สนใจซื้อโดยตรง

ให้ผู้ขายบ้านตั้งราคาขายตามราคาที่ประเมินได้ ใครมาก่อนได้ไปก่อน โดยผู้จะซื้อแต่ละรายต้องวางเงินจองไว้ 50,000 บาท โดยสถาบันการเงินที่เป็นกลาง เป็นผู้เก็บรักษาเงินดังกล่าว หากตกลงกันแล้วแต่ผู้ซื้อกลับ 'เบี้ยว' ให้ยกเงินนี้ให้กับผู้ขาย ทั้งนี้ในการซื้อขายนี้ไม่จำเป็นต้องเป็นการซื้อขายเฉพาะบ้านมือหนึ่งบ้านหลังแรกเท่านั้น เพราะวัตถุประสงค์หลักคือการกระตุ้นให้มีการซื้อบ้านเหล่านี้ได้โดยง่ายซึ่งจะทำให้เกิดการหมุนเวียนของเงินในระบบเศรษฐกิจเป็นสำคัญ และในกรณีที่ยังมีหน่วยขายเหลือ
ให้ตกลงกับเจ้าของบ้านเพื่อลดราคาเหลือ 80% แล้วนำออกมาประมูลเพื่อส่งเสริมการขายในอีก 1 เดือนให้หลัง



noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า

กระทู้ฮอตในรอบ 7 วัน

Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #1 เมื่อ: 26 ก.ย. 22, 14:37 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

อย่าเข้าใจผิดว่าอำนาจเผด็จการทำให้ชาติเจริญ
AREA แถลง ฉบับที่ 704/2565: วันจันทร์ที่ 26 กันยายน 2565

ผู้แถลง: ดร.โสภณ พรโชคชัย
ประธาน ศูนย์ข้อมูลวิจัยและประเมินค่าอสังหาริมทรัพย์ไทย
บจก.เอเจนซี่ ฟอร์ เรียลเอสเตท แอฟแฟร์ส sopon@area.co.th https://www.facebook.com/dr.sopon4
อย่าเข้าใจผิดว่าในยุคเผด็จการ ได้มีการสร้างสรรค์สิ่งดีๆ เพื่อประเทศชาติ มากอสไม่ได้สร้างนครหลวงเกซอน และย่านธุรกิจมาคาติ ทรราชซูฮาร์โตก็แค่พัฒนาตามพันธกิจเดิมที่เคยวางไว้

ผมเคยไปสำรวจตลาดที่อยู่อาศัยในกรุงมะนิลามา และเคยสำรวจตลาดที่อยู่อาศัยในกรุงจาการ์ตา ผมไปสำรวจที่กรุงมะนิลาและไปบรรยายที่นั่นมาหลายรอบ รวมทั้งที่กรุงจาการ์ตาที่ผมเคยไปทำงานให้กับธนาคารโลกในโครงการสาธารณูปโภค และในโครงการที่ปรึกษาของกระทรวงการคลังอินโดนีเซีย จึงขออนุญาตแบ่งปันข้อเท็จจริงเชิงเปรียบเทียบกับไทยเรา




เกซอนซิตี้

ที่ฟิลิปปินส์ เขาเคยสร้างเมืองหลวงแห่งใหม่แทนที่กรุงมะนิลามาแล้ว ชื่อว่า "เกซอนซิตี้" (Quezon City) โดยเป็นนครหลวงในช่วงปี 2491-2516 มีการก่อสร้างอาคารรัฐสภา กระทรวงและสำนักงานของทางราชการส่วนกลางทั้งหลายมาตั้งอยู่รวมกันในนครหลวงแห่งใหม่นี้ ทั้งนี้สาเหตุที่ย้ายเมืองหลวงเพราะกรุงมะนิลา "เน่า" เต็มทน ผู้บริหารจึงรู้สึกว่า "เกินเยียวยา" สร้างใหม่ดีกว่า ไทยเราก็ทำศูนย์ราชการ เช่นที่แจ้งวัฒนะ แต่ก็ทำได้ "โหลยโท่ย" จริง ๆ เพราะพื้นที่ก็เล็ก สร้างก็จำกัด ดูเหมือนไม่ได้มีการรวมศูนย์ราชการจริง ๆ เลย

อย่างไรก็ตามแนวคิดนี้ผิดพลาดเป็นอย่างมาก เพราะปรากฏว่าในภายหลังทั้งกรุงมะนิลาและกรุงเกซอนซิตี้กลับเชื่อมต่อกันเพราะห่างกันเพียง 17 กิโลเมตรเท่านั้น ภายหลังเกซอนซิตี้จึงกลายเป็นเพียงเทศบาลหนึ่งที่เป็นส่วนหนึ่งของ Metro Manila หรือ "กรุงมะนิลาและปริมณฑล" ข้อนี้เป็นการชี้ชัดอย่างหนึ่งว่า การย้าย/สร้างเมืองหลวงใหม่ เป็นสิ่งที่เป็นไปไม่ได้ เราอาจย้ายศูนย์ราชการออกไปได้ แต่ก็อยู่แบบค่อนข้างโดดเดี่ยว เช่น กรุงวอชิงตัน กรุงแคนเบอรา กรุงบราซิเลีย หรือกรุงเนปยีดอ เป็นต้น แต่เมืองหลวงทางเศรษฐกิจยังอยู่ยั้งยืนยงอยู่ที่เดิม เช่น นิวยอร์ก ซิดนีย์ เซาเปาโล ย่างกุ้ง เป็นต้น

คือหลายคนอาจเข้าใจว่าอดีต "กรุงเกซอนซิตี้" สร้างในสมัยมาร์กอส แต่ความจริงมาร์กอสมาเป็นประธานาธิบดีในปี 2508 จึงไม่ได้มีส่วนในการสร้างเมืองนี้ขึ้นมาแต่อย่างใด เผด็จการไม่ได้มาสร้าง แต่มา "กิน"! แต่มาร์กอสก็เป็นผู้ที่เลิกสถานะเมืองหลวงของเกซอนซิตี้ และให้มีสถานะเป็นเพียงเทศบาลหนึ่งในนครหลวงแห่งนี้ การมีเทศบาลหลายแห่งใน "กรุงมะนิลาและปริมณฑล" นี้ ในแง่หนึ่งก็เป็นแง่ดีที่ทำให้เกิดการกระจายอำนาจ แต่ละเทศบาลดูแลปัญหาได้ใกล้ชิด แต่ในด้านแง่ลบก็คือทำให้ขาดการประสานงานกัน

แต่ที่แน่ๆ สำหรับกรุงเทพมหานครก็คือ เราควรมีการเลือกตั้งผู้อำนวยการเขต หรือแม้แต่หัวหน้าฝ่ายการศึกษา ฝ่ายเทศกิจ ฯลฯ ก็ควรให้มีการเลือกตั้ง ให้ข้าราชการเป็นแค่มือไม้หรือเครื่องมือสนองนโยบายของผู้แทนของประชาชน และควรให้มีการเก็บภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง (ในอาเซียนมีเพียงไทย บรูไนและเมียนมาร์ที่ไม่มีภาษีนี้) มาบริหารราชการให้สนองความต้องการของประชาชนจริงๆ



มาคาติ

ฟิลิปปินส์มีหลายสิ่งที่เจริญกว่าไทย เช่น เขาเคยจัดแข่งชกมวยชิงแชมป์โลกระหว่างโจ ฟราเซียกับโมฮัมหมัด อาลี ที่เกซอนซิตี้เมื่อปี 2518 มาแล้ว นอกจากนี้ฟิลิปปินส์ยังมีย่านธุรกิจชั้นนำใจกลางเมืองชื่อว่าเมืองมาคาติ (Makati) ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของกรุงมะนิลา ถือเป็นศูนย์รวมสถาบันการเงิน ธุรกิจชั้นนำ อาคารสวยและสูงใหญ่มากมายที่สร้างและเจริญมาก่อนกรุงเทพมหานครเสียอีก ในกรุงเทพมหานครของเราก็คงมีแต่ย่านสีลม สุรวงศ์ สาทร เป็นต้น แต่ย่านสีลม หรือแม้แต่ย่านค้าปลีกเช่น สยาม-ชิดลม-เพลินจิต ก็เป็นย่านที่เกิดขึ้นเองตามยถากรรม ไม่ได้ผ่านการวางแผนอย่างเป็นกระบวนการเช่นในกรณีของมะนิลา

ย่านอะยาลา (Ayala) ในใจกลางเมืองมากาตีซึ่งเป็นเสมือนย่านวอลสตรีทหรือศูนย์กลางการเงินของนิวยอร์กนั้น แต่เดิมเป็นสนามบินเก่า เขาไม่เอาไปทำสวนสาธารณะแบบที่เรากำลังรณรงค์ให้เอาที่รถไฟมักกะสันไปทำสวน (ทำไมไม่รณรงค์เอาที่ดินโรงเรียนเตรียมทหารหรือที่ดินบรรทัดทองจุฬาฯ ไปทำสวนบ้างก็ไม่รู้) มากาติจึงเป็นศูนย์รวมความเจริญ อาคารขนาดใหญ่เช่นธนาคารกรุงเทพย่านสีลมที่สร้างมาตั้งแต่ปี 2525 นั้น ในย่านมากาติ เขามีมาก่อนนับสิบปีแล้ว

ย่านมากาติ มีการตัดถนนหนทาง วางผังเมืองอย่างสวยงาม บ้านเมืองเป็นระเบียบเรียบร้อยจัดได้ว่าการวางผังเมืองที่นี่ได้ผลเป็นอย่างดี ถ้าจะเดินเล่นในมะนิลาในยามวิกาล มากาติถือเป็นย่านที่เดินได้ แต่ถ้าไปในเขตเทศบาลมะนิลาที่เป็นเมืองหลวงเก่า ก็ไม่สามารถเดินได้ พูดมาถึงตรงนี้หลายท่านอาจเข้าใจผิดว่ามาร์กอสเป็นผู้สร้างเมืองมากาติ แต่แท้จริงเขาพัฒนามาก่อนสมัยมาร์กอสแล้ว แต่มากาติก็เป็นศูนย์รวมสำคัญของการเดินขบวนขับไล่มาร์กอส



จาการ์ตาหลังซูฮาร์โต

จาการ์ตาเป็นอีกนครหลวงหนึ่งที่เคยเจริญยิ่งใหญ่กว่าเรามาก แต่มาชะลอไปในช่วงประธานาธิบดีซูฮาร์โต แต่อันที่จริงในยุคต้นของซูฮาร์โตก็มีการพัฒนาทางหลวงพิเศษขึ้นมากมายเช่นกัน แต่เป็นการพัฒนาที่ต่อเนื่องมาจากยุคของซูการ์โนที่เป็นประธานาธิบดีคนแรก และเป็นคนที่ถูกซูฮาร์โตจับไปขังในเมืองโบโกร์ ซึ่งเป็นเมืองบริวารหนึ่งของกรุงจาการ์ตา และเสียชีวิตเนื่องจากไม่ได้รับการรักษาพยาบาลที่ดีเพียงพอ

ศูนย์ธุรกิจใหม่ของกรุงจาการ์ตา ณ ถนนนายพลสุเดอแมน (Jend. Sudirman) และ ถนนราซูนาซาอิด (H.R. Rasuna Said) ก็เติบโตขึ้นมาอย่างจริงจังหลังจากการโค่นอำนาจของจอมเผด็จการซูฮาร์โตหลังปี 2541 แล้ว โดยเฉพาะในช่วง 7-8 ปีหลังมานี้ ราคาสำนักงานพุ่งสูงขึ้นสูงนับเท่าตัว อันเป็นผลพวงจากการตื่นตัวทางเศรษฐกิจของประเทศ อินโดนีเซียกลายเป็น "ยักษ์ที่เพิ่งตื่นจากหลับ" หลังจากสลบไสลไปหลายสิบปีภายใต้อำนาจเผด็จการซูฮาร์โตนั่นเอง

รัฐบาลใหม่ภายใต้การนำของประธานาธิบดีโจโก วีโดโด (Joko Widodo) ซึ่งชนะการเลือกตั้งเมื่อ 9 กรกฎาคม ปีที่แล้ว กำลังคึกคักอย่างยิ่ง การลงทุนไหลบ่าเข้าประเทศเป็นอย่างมาก ส่วนในฟากประเทศฟิลิปปินส์ ประธานาธิบดีเบนิกโน อากีโนที่ 3 ที่ครองตำแหน่งมาตั้งแต่ปี 2553 จากการเลือกตั้งโดยเสียงข้างมากเช่นกัน ก็ยังเป็นที่นิยมของประชาชน แต่ขณะนี้มีข่าวว่าคนรอบข้างของท่านประธานาธิบดีอาจมีกลิ่นโกงโชยมาแล้ว ซึ่งก็คงต้องดูกันต่อไป แต่ที่แน่ๆ ก็คือประเทศมักจะพัฒนาอย่างก้าวกระโดดในยุคประชาธิปไตยเบ่งบาน ส่วนในยุคเผด็จการ ประเทศมักถดถอยเพราะการโกงโดยไร้การตรวจสอบนั่นเอง

ยุคเผด็จการคือยุคมืดที่ไม่มีการตรวจสอบและจบลงด้วยการโกงมหาศาล ทำร้ายชาติต่างหาก ในประวัติศาสตร์ไม่มีอัศวินม้าขาวไหนที่เหาะมาโดยไมได้รับฉันทามติของประชาชน อย่าลืมประเทศที่ด้อยพัฒนากว่าเรา ยังจัดเลือกตั้งได้โดยไม่หาว่าคนเขาถูกซื้อเสียง และไม่มีใครกล้าขัดขวาง






noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
Tags:  

หน้า: 1

 
ตอบ

ชื่อ:
 
แชร์ไป Facebook ด้วย
กระทู้:
ไอค่อนข้อความ:
ตัวหนาตัวเอียงตัวขีดเส้นใต้จัดย่อหน้าชิดซ้ายจัดย่อหน้ากึ่งกลางจัดย่อหน้าชิดขวา

 
 

[เพิ่มเติม]
แนบไฟล์: (แนบไฟล์เพิ่ม)
ไฟล์ที่อนุญาต: gif, jpg, jpeg
ขนาดไฟล์สูงสุดที่อนุญาต 20000000 KB : 4 ไฟล์ : ต่อความคิดเห็น
ติดตามกระทู้นี้ : ส่งไปที่อีเมลของสมาชิกสนุก
  ส่งไปที่
พิมพ์อักษรตามภาพ:
พิมพ์ตัวอักษรที่แสดงในรูปภาพ
 
:  
  • ข้อความของคุณอยู่ในกระทู้นี้
  • กระทู้ที่ถูกใส่กุญแจ
  • กระทู้ปกติ
  • กระทู้ติดหมุด
  • กระทู้น่าสนใจ (มีผู้ตอบมากกว่า 15 ครั้ง)
  • โพลล์
  • กระทู้น่าสนใจมาก (มีผู้ตอบมากกว่า 25 ครั้ง)
         
หากท่านพบเห็นการกระทำ หรือพฤติกรรมใด ๆ ที่ไม่เหมาะสม ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเสื่อมเสียแก่สถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ รวมถึง การใช้ข้อความที่ไม่สุภาพ พฤติกรรมการหลอกลวง การเผยแพร่ภาพลามก อนาจาร หรือการกระทำใด ๆ ที่อาจก่อให้ผู้อื่น ได้รับความเสียหาย กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม