หน้า: 1

ชนิดกระทู้ ผู้เขียน กระทู้: กังขารองฯวิษณุล้วงลูกบีบ “เอไอเอส-ทรู” สั่งเลิกขวางโอนย้ายลูกค้า-เลิกโรมมิ่งแทค  (อ่าน 86 ครั้ง)
add
เรทกระทู้
« เมื่อ: 21 เม.ย. 16, 10:32 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
Send E-mail

แบ่งปันกระทู้นี้ให้เพื่อนคุณอ่านไหมคะ?

ปิดปิด
 

วงการสื่อสารกังขาพฤติกรรมรองนายกฯวิษณุ นั่งหัวโต๊ะจับมือเอไอเอส-ทรูเซ็น MOU อย่าศึกชิงลูกค้า 2 จีเดิม แถมบีบเอไอเอสโยกบริการโรมมิ่งจากดีแทคมาใช้คลื่นทรูมูฟอีก ชี้ผลประโยชน์ทับซ้อนชัดเจนหลังพบบุตรชายหัวแก้วหัวแหวนนั่งแป้นเป็นฝ่ายบริหารทรูโดยตรง

แหล่งข่าวในวงการโทรคมนาคม เปิดเผยถึงกรณีที่สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ได้เข้ามาเป็นตัวกลางในการเจรจาจัดทำบันทึกข้อตกลงร่วม (MOU) ระหว่างบริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือเอไอเอส กับ บริษัท ทรูมูฟ เอช ยูนิเวอร์แซลคอมมิวนิเคชั่น จำกัด ในเครือทรูคอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) เพื่อคุ้มครองผู้ใช้บริการในช่วงขยายมาตรการคุ้มครองผู้ใช้บริการตามคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่ 16/2559 ล่าสุดนั้นว่า

เบื้องหลังการเจรจาจัดทำข้อตกลงร่วมดังกล่าว มาจากนโยบายของนายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯที่ได้รับมอบหมายจากนายกฯให้เข้ามาดูแลปัญหาไม่ให้เกิดปัญหาซิมดับ จึงเรียกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้ง กสทช. กระทรวงไอซีที และสองบริษัทสื่อสารเข้าพบและร่วมหารือกันหลายต่อหลายครั้ง ก่อนที่จะเสนอให้นายกฯอออกคำสั่งตาม ม.44 โดยนายวิษณุอ้างว่า จำเป็นจะต้องให้ความเป็นธรรมกับบริษัททรูที่ได้รับใบอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่ 900 จาก กสทช.ด้วยเพราะบริษัททรูได้ทำหนังสือร้องขอความเป็นธรรมไปยังนายกฯ เพื่อขอให้ กสทช.ยุติการขยายมาตรการคุ้มครองผู้ใช้บริการมือถือ 2 จีเดิม โดยอ่างว่าบริษัทได้ขยายเครือข่าย 4 จีครอบคลุมทุกพื้นที่ทั่วประเทศแล้ว โดยมีสถานีฐานมากกว่า 20,000 แห่งสามารถรองรับผู้ใช้บริการเดิมได้อย่างครอบคลุม แต่เมื่อบริษัทเอไอเอสใช้สิทธิยื่นคำร้องต่อศาลปกครองเพื่อขอขยายมาตรการคุ้มครองผู้ใช้บริการออกไป รัฐจึงจำเป็นต้องแสวงหาทางออกที่เป็นธรรมกับทุกฝ่าย ก่อนจะนำมาสู่การจัดทำข้อตกลงร่วม (MOU) ในครั้งนี้

ทั้งนี้ ภายใต้ข้อตกลง MOU ฉบับนี้ ได้มอบหมายให้สำนักงาน กสทช.เข้ามาเป็นผู้ตรวจสอบการดำเนินการโอนย้ายเลขหมายจากเอไอเอสไปยังทรูมูฟ โดยจะมีการตั้งคณะทำงานร่วมเพื่อติดตามเรื่องโดยตรง และยังให้เอไอเอสพิจารณาใช้บริการข้ามโครงข่าย หรือบริการ “โรมมิ่ง” ลูกค้าที่ยังคงใช้บริการ 2 จีมาใช้คลื่นความถี่ 905-915 และ 950-960 ของทรูมูฟที่ได้รับใบอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่จาก กสทช.ไปก่อนหน้า แทนการโรมมิ่งกับดีแทค โดยให้รายงานความคืบหน้าในการดำเนินการต่อ กสทช. กระทรวงไอซีที และหัวหน้า คสช.ด้วย

“ก็ให้น่าแปลกที่เหตุใดรองนายกฯถึงต้องออกหน้าลงมาดำเนินการในเรื่องนี้ด้วยตนเอง ทั้งที่ตามกฎหมายน่าจะเป็นเรื่องที่ กสทช.มีอำนาจดำเนินการได้เองอยู่แล้ว หรือแค่มอบหมายให้กระทรวงไอซีทีดำเนินการก็น่าจะเพียงพอ แต่เหตุใดรองนายกฯวิษณุ ถึงกับลงทุนลงแรงลงมากำกับการจัดทำข้อตกลง MOU ที่ว่าด้วยตนเอง”

ที่สำคัญก่อนหน้าที่รองนายกฯวิษณุจะเสนอให้หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ออกคำสั่งหัวหน้า คสช.ที่ 16/2559 สั่งให้ กสทช.ดำเนินการจัดประมูลคลื่นความถี่ 900 ชุดที่ 1 ช่วงคลื่นความถี่ 895-905 และ 940-950 MHz ใหม่อีกครั้ง พร้อมขยายมาตรการคุ้มครองผู้ใช้บริการเดิมออกไปนั้น เป็นที่น่าสังเกตว่าในคำสั่งหัวหน้า คสช.ที่ออกมายังได้เปิดกว้างให้ผู้เข้าประมูลทุกรายมีสิทธิ์เข้าร่วม ทั้งที่ก่อนหน้า กสทช.มีมติให้ตัดสิทธิ์บริษัทแจส โมบายที่ทิ้งการประมูลไป รวมไปถึงบริษัททรูที่ได้ใบอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่ 900 MHz ไปแล้ว หากอนุมัติให้ทรูเข้าร่วมประมูลได้อีกอาจก่อให้เกิดการผูกขาดคลื่นความถี่ และเป็นการดำเนินการที่ขัดประกาศกสทช.ว่าด้วยการประมูล 4 จี รวมทั้งขัดกฎหมายอื่นๆ ตามมาอีกเป็นพรวน แต่ก็ไม่สามารถทัดทานนโยบายของรัฐและรองนายกฯวิษณุ ที่สั่งให้ กสทช.เปิดกว้างให้ผู้ประมูลทุกรายเข้าร่วมได้ ผ่านคำสั่งหัวหน้า คสช.ดังกล่าว

“การออกมารับหน้าสื่อโอบอุ้มบริษัททรูที่ถูก กสทช.ตัดสิทธิ์การประมูลเพราะได้ใบอนุญาตไปแล้ว รวมทั้งการบีบให้เอไอเอสต้องโยกบริการโรมมิ่งลูกค้าทั้งหมดหรือบางส่วนมาใช้คลื่นความถี่ 900 ที่ทรูได้รับใบอนุญาตจาก กสทช.ไปก่อนหน้า ทั้งที่เอไอเอสมีการเจรจาจัดทำข้อตกลงโรมมิ่งกับบริษัทดีแทคไปแล้ว ชี้ให้เห็นถึงพฤติการณ์ที่น่าจะมีเรื่องของผลประโยชน์ทับซ้อนเข้ามาเกี่ยวข้อง เพราะการที่บริษัทเอกชนจะตัดสินใจใช้บริการโรมมิ่งกับเครือข่ายใดย่อมถือเป็นเรื่องของการเจราจาทางธุรกิจ หาใช่เรื่องที่รัฐจะสอดมือเข้าไปสอดแทรกได้”

ที่สำคัญเมื่อมีการตรวจสอบในเชิงลึกยังพบด้วยว่า บุตรชายของรองนายกฯวิษณุนั้นยัง เป็น 1 ในผู้บริหารในบริษัททรูคอร์ปอเรชั่นโดยตรงอีกด้วย ทำให้มีการวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างหนาหูว่า เบื้องหลังความพยายามในการดำเนินนโยบายเพื่อช่วยเหลือแก่บริษัทเอกชนรายนี้ น่าจะเป็นเรื่องที่หมิ่นเหม่ต่อผลประโยชน์ทับซ้อน (Conflict of Interest) ที่หน่วยงานที่เกี่ยวข่องอย่าง คณะกรรมการ ปปช. หรือ สตง.น่าจะได้เข้ามาตรวจสอบโดยด่วน

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า

กระทู้ฮอตในรอบ 7 วัน

Tags:
Tags:  

หน้า: 1

 
ตอบ

ชื่อ:
 
แชร์ไป Facebook ด้วย
กระทู้:
ไอค่อนข้อความ:
ตัวหนาตัวเอียงตัวขีดเส้นใต้จัดย่อหน้าชิดซ้ายจัดย่อหน้ากึ่งกลางจัดย่อหน้าชิดขวา

 
 

[เพิ่มเติม]
แนบไฟล์: (แนบไฟล์เพิ่ม)
ไฟล์ที่อนุญาต: gif, jpg, jpeg
ขนาดไฟล์สูงสุดที่อนุญาต 20000000 KB : 4 ไฟล์ : ต่อความคิดเห็น
ติดตามกระทู้นี้ : ส่งไปที่อีเมลของสมาชิกสนุก
  ส่งไปที่
พิมพ์อักษรตามภาพ:
พิมพ์ตัวอักษรที่แสดงในรูปภาพ
 
:  
  • ข้อความของคุณอยู่ในกระทู้นี้
  • กระทู้ที่ถูกใส่กุญแจ
  • กระทู้ปกติ
  • กระทู้ติดหมุด
  • กระทู้น่าสนใจ (มีผู้ตอบมากกว่า 15 ครั้ง)
  • โพลล์
  • กระทู้น่าสนใจมาก (มีผู้ตอบมากกว่า 25 ครั้ง)
         
หากท่านพบเห็นการกระทำ หรือพฤติกรรมใด ๆ ที่ไม่เหมาะสม ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเสื่อมเสียแก่สถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ รวมถึง การใช้ข้อความที่ไม่สุภาพ พฤติกรรมการหลอกลวง การเผยแพร่ภาพลามก อนาจาร หรือการกระทำใด ๆ ที่อาจก่อให้ผู้อื่น ได้รับความเสียหาย กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม