Sanook.commenu

ค้นหา ตรวจหวย ข่าว อีเมล์ ดูทีวีออนไลน์ ฟังเพลงออนไลน์ คลาสสิฟายด์ ริงโทน เกมส์ ดูทั้งหมด »

สนุก! เว็บบอร์ด > หมวดหมู่ > ชุมชนสนุก! > ร่วมเทิดไท้องค์ราชันย์ > ต่อต้านการหมิ่นสถาบันพระมหากษัตริย์
หน้า: 1 ... 22 23 24 25 26 27 28 29
ชนิดกระทู้ ผู้เขียน ต่อต้านการหมิ่นสถาบันพระมหากษัตริย์  (อ่าน 5034 ครั้ง)
Guest
ฝกพ.ศปภอ.ทบ.๔
 

ตอบโดยอ้างถึงข้อความอ้างถึง
Re : ต่อต้านการหมิ่นสถาบันพระมหากษัตริย์
        ความคิดเห็นที่ #1260: 13 ธ.ค. 15, 21:27 น

ชาวประชา จงทำดีเพื่อพ่อหลวง  

Tags:
 
Tags:
add
ตอบโดยอ้างถึงข้อความอ้างถึง
Re : ต่อต้านการหมิ่นสถาบันพระมหากษัตริย์
        ความคิดเห็นที่ #1261: 16 ธ.ค. 15, 10:46 น

๑๕๓ พระองค์ทรงเป็นมหาราชปกครองแผ่นดินโดยธรรม
หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 41

Tags:
add
ตอบโดยอ้างถึงข้อความอ้างถึง
Re : ต่อต้านการหมิ่นสถาบันพระมหากษัตริย์
        ความคิดเห็นที่ #1262: 16 ธ.ค. 15, 10:47 น

๑๕๓ พระองค์ทรงเป็นมหาราชปกครองแผ่นดินโดยธรรม
หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 41

Tags:
add
ตอบโดยอ้างถึงข้อความอ้างถึง
Re : ต่อต้านการหมิ่นสถาบันพระมหากษัตริย์
        ความคิดเห็นที่ #1263: 3 ก.พ. 16, 13:51 น

- ภูมินทร์ ผู้เป็นใหญ่แห่งแผ่นดิน
เป็นมิ่งขวัญ ปวงราษฎร์ ชาติไทยแท้
ทรงคิดแก้ ปัญหา สาระพัด
น้ำดินมา พระองค์ ทรงเจนจัด
ที่ใดขัด ข้องคิด ทรงพิจารณ์
ทรงชี้จุด ปัญหา ให้พาแก้
ช่วยชี้แนะ ทั้งสิ้น ทุกถิ่นฐาน
ทรงเข้าใจ น้ำไหล ในลำธาร
ทรงแตกฉาน หยั่งรู้ สมภูมินทร์
จะหาใคร ในพื้น พิภพนี้
มาแทนที่ รู้แจ้ง แหล่งทั้งสิ้น
ทรงชำนาญ การเกษตร บนพื้นดิน
โอ้ภูมินทร์ ภูมิพล ล้นอนันต์

Tags:
add
ตอบโดยอ้างถึงข้อความอ้างถึง
Re : ต่อต้านการหมิ่นสถาบันพระมหากษัตริย์
        ความคิดเห็นที่ #1264: 6 มิ.ย. 17, 09:08 น

“หลักของคุณธรรม คือการคิดด้วยจิตใจที่เป็นกลาง ก่อนจะพูดจะทำสิ่งไร จำเป็นต้องหยุดคิดเสียก่อน เพื่อรวบรวมสติให้ตั้งมั่น และให้จิตสว่างแจ่มใส ซึ่งเมื่อฝึกหัดจนคุ้นเคยชำนาญแล้ว จะกระทำได้คล่องแคล่ว ช่วยให้สามารถแสดงความรู้ ความคิด ในเรื่องต่าง ๆ ให้ผู้ฟังเข้าใจได้ง่าย ได้ชัด ไม่ผิดทั้งหลักวิชาทั้งหลักคุณธรรม” พระบรมราโชวาทของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ๑๐ กรกฎาคม ๒๕๓๕

Tags:
add
ตอบโดยอ้างถึงข้อความอ้างถึง
Re : ต่อต้านการหมิ่นสถาบันพระมหากษัตริย์
        ความคิดเห็นที่ #1265: 12 มิ.ย. 17, 11:55 น

“คนเราอยู่คนเดียวไม่ได้ จะต้องอยู่เป็นหมู่คณะ และถ้าหมู่คณะนั้นมีความสามัคคี คือเห็นอกเห็นใจซึ่งกันและกัน ช่วยเหลือในทุกเมื่อ ช่วยกันคิดว่าสิ่งใดควร สิ่งใดไม่สมควร สิ่งใดที่จะทำให้นำมาสู่ความเจริญ ความมั่นคง ความสุขก็ทำ สิ่งใดที่นำมาซึ่งหายนะหรือเสียหายก็เว้น และช่วยกันปฏิบัติทั้งหน้าที่ทางกายทั้งหน้าที่ทางใจ”
พระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในพิธีพระราชทานธงประจำรุ่นลูกเสือชาวบ้าน จังหวัดสระบุรี  ๑๖ เมษายน ๒๕๑๙

Tags:
add
ตอบโดยอ้างถึงข้อความอ้างถึง
Re : ต่อต้านการหมิ่นสถาบันพระมหากษัตริย์
        ความคิดเห็นที่ #1266: 13 มิ.ย. 17, 10:40 น

...ในการสั่งสอนศิษย์ นั้น มีความจำเป็นอย่างหนึ่งซึ่งสำคัญมากด้วย ที่จะต้องพยายามหาทางใช้หลักวิชาและ  วิธีการสอนทีมีประสิทธิภาพ เพื่อที่จะช่วยให้นักเรียนสามารถคิด เข้าใจ และเห็นจริงด้วยตนเองในเนื้อหาสาระ ตลอดจนกฎและหลักเกณฑ์ที่ได้เรียนรู้แล้วใช้ได้เอง โดยมองเห็นและทราบถึงประโยชน์ของการใช้หรือการทำตามบทเรียนนั้น ๆ อย่างแน่ใจ ด้วยการให้การศึกษาแก่ศิษย์ โดยหลักการนี้ จะทำให้ได้ประโยชน์ถึงสองชั้น อย่างหนึ่งคือทำให้ครูได้ฝึกฝนตนเองให้ชำนิชำนาญในการใช้ทั้งหลักวิชาครู ทั้งหลักวิชาสามัญ อีกอย่างหนึ่งจะทำให้ศิษย์เล่าเรียนวิชาการได้อย่างถูกต้อง ได้ประโยชน์ตรงกับความมุ่งหมายของการให้การศึกษา...
พระบรมราโชวาทในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรแก่บัณฑิตมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ   23 มิถุนายน 2520

Tags:
add
ตอบโดยอ้างถึงข้อความอ้างถึง
Re : ต่อต้านการหมิ่นสถาบันพระมหากษัตริย์
        ความคิดเห็นที่ #1267: 16 มิ.ย. 17, 10:45 น

การจัดและพัฒนาที่ดิน

ปัญหาการขาดแคลนที่ดินทำกินของเกษตรกร เป็นปัญหาสำคัญยิ่งในช่วง 4 ทศวรรษที่ผ่านมา งานจัดและพัฒนาที่ดินเป็นงานแรก ๆ ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงให้ความสำคัญ ทรงเริ่มโครงการพัฒนาที่ดินหุบกะพง ตามพระราชประสงค์ เมื่อปี พ.ศ.2511 โดยมุ่งแก้ไขปัญหาการไม่มีที่ดินทำกินของเกษตรกรเป็นสำคัญ ดังพระราชดำรัสที่ว่า

"…มีความเดือดร้อนอย่างยิ่งว่าประชาชนในเมืองไทยจะไร้ที่ดิน และถ้าไร้ที่ดินแล้วก็จะทำงานเป็นทาสเขา ซึ่งเราไม่ปรารถนาที่จะให้ประชาชนเป็นทาสคนอื่น แต่ถ้าเราสามารถที่จะขจัดปัญหานี้ โดยเอาที่ดินจำแนกจัดสรรอย่างยุติธรรม อย่างมีการจัดตั้งจะเรียกว่านิคมหรือจะเรียกว่าหมู่หรือกลุ่ม หรือสหกรณ์ก็ตาม ก็จะทำให้คนที่มีชีวิตแร้นแค้นสามารถที่จะพัฒนาตัวเองขึ้นมาได้…"(สำนักงาน กปร., 2531: 94-5) พระราชดำริแนวทางหนึ่งในการแก้ไขปัญหานี้ได้แก่ทรงนำเอาวิธีการปฏิรูปที่ดินมาใช้ในการจัดและพัฒนาที่ดินที่เป็นป่าเสื่อมโทรม ทิ้งร้าง ว่างเปล่า นำมาจัดสรรให้เกษตรกรที่ไร้ที่ทำกิน ได้ประกอบอาชีพ ในรูปของหมู่บ้านสหกรณ์ และโครงการจัดและพัฒนาที่ดินในรูปแบบอื่น ๆ ทั้งนี้โดยให้สิทธิทำกินชั่วลูกชั่วหลาน แต่ไม่ให้กรรมสิทธิ์ในการถือครอง พร้อมกับจัดบริการพื้นฐาน ให้ตามความเหมาะสม นอกจากนี้ยังมีการจัดพื้นที่ทำกินให้ราษฎรชาวไทยภูเขา สามารถดำรงชีพอยู่ได้เป็นหลักแหล่ง โดยไม่ต้องทำลายป่าอีกต่อไป ในการจัดพื้นที่ต่าง ๆ ดังกล่าวนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงมีหลักการว่าต้องมีการวางแผนการจัดการให้ดีเสียตั้งแต่ต้น โดยใช้แผนที่ และภาพถ่ายทางอากาศช่วยในการวางแผน ไม่ควรทำแผนผังที่ทำกินเป็นลักษณะตารางสี่เหลี่ยมเสมอไป โดยไม่คำนึงถึงสภาพภูมิประเทศ แต่ควรจัดสรรพื้นที่ทำกินแนวพื้นที่รับน้ำจากโครงการชลประทาน นั่นคือจะต้องดำเนินโครงการเกี่ยวกับการพัฒนาที่ดินเพื่อการเกษตรควบคู่ไปกับการพัฒนาแหล่งน้ำ เช่น โครงการนิคมสหกรณ์หุบกะพง (ในพระบรมราชูปถัมภ์) อำเภอชะอำ จังหวัดเพชรบุรี โครงการจัดพัฒนาที่ดินทุ่งลุยลาย อันเนื่องมาจากพระราชดำริ อำเภอคอนสาร จังหวัดชัยภูมิ และโครงการจัดพัฒนาที่ดินตามพระราชประสงค์ "หนองพลับ" อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์

โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริเหล่านี้ มีวัตถุประสงค์ที่สำคัญ คือ (ก) เพื่อนำทรัพยากรธรรมชาติออกมาใช้ในด้านการผลิตให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด (ข) เพื่อส่งเสริมให้ราษฎรมีที่ดินสำหรับประกอบอาชีพและอยู่อาศัย (ค) เพื่อส่งเสริมให้ราษฎรรู้จักพึ่งตนเอง และช่วยเหลือส่วนรวม ทั้งทางเศรษฐกิจและสังคม ทั้งนี้บางโครงการมีวัตถุประสงค์เฉพาะกิจในการช่วยบรรเทาความเดือดร้อนในเรื่องที่ทำกินของราษฎรที่ถูกอพยพออกจากพื้นที่

Tags:
add
ตอบโดยอ้างถึงข้อความอ้างถึง
Re : ต่อต้านการหมิ่นสถาบันพระมหากษัตริย์
        ความคิดเห็นที่ #1268: 20 มิ.ย. 17, 12:10 น

พระราชกรณียกิจด้านวิศวกรรมการต่อเรือ
       ในโอกาสที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้เสด็จฯ ประพาสยุโรปใน พ.ศ. ๒๕๐๓ นั้น พระองค์ได้ทอดพระเนตรกิจการต่อเรือของประเทศต่าง ๆ โดยเฉพาะการต่อเรือยนต์รักษาฝั่งที่ประเทศเยอรมนี และได้มีพระราชดำริว่ากองทัพเรือไทยน่าจะต่อเรือประเภทนี้ไว้ใช้ในราชการเองบ้าง เพื่อประโยชน์ในการรักษาความมั่นคงของประทศ
          เมื่อเสด็จฯ กลับจากการประพาสยุโรปครั้งนั้นแล้ว ได้มีพระราชปรารภเรื่องการต่อเรือยนต์รักษาฝั่งกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม หลังจากนั้นกระทรวงกลาโหมก็ได้มอบหมายให้กรมอู่ทหารเรือของกองทัพเรือเป็นผู้ดำเนินการต่อเรือดังกล่าว โดยเริ่มจากเรือ ต. ๙๑ ใน พ.ศ. ๒๕๑๐ เป็นลำแรก เรือลำนี้นายทหารที่สำเร็จการศึกษาจากต่างประเทศเป็นผู้ออกแบบ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้มีพระมหากรุณาธิคุณพระราชทานความช่วยเหลือประการต่าง ๆ เช่น ทรงสั่งเอกสารวิชาการต่อเรือจากต่างประเทศมาให้ศึกษา ทรงติดต่อกับสถาบันวิจัยและทดลองแบบเรือแห่งชาติของอังกฤษให้ช่วยทดสอบแบบให้จนเป็นที่พอใจ ได้เสด็จฯ ไปเป็นประธานในพิธีวางกระดูกงูเรือ และเมื่อมีการต่อเรือเสร็จแล้ว ก็ได้เสด็จฯ ไปทอดประเนตรการทดสอบเรือด้วยพระองค์เอง อีกทั้งได้พระราชทานข้อคิดเห็นในการแก้ไขข้อบกพร่องทางเทคนิคของเรือ จนกระทั่งเรือสามารถใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพ หลังจากนั้นก็ได้มีการต่อเรือยนต์รักษาฝั่งในชุดนี้ (แต่เปลี่ยนชื่อเป็น “เรือตรวจการใกล้ฝั่ง”) อีก ๘ ลำคือเรือ ต. ๙๒ ถึง ต. ๙๙ สำหรับลำสุดท้าย คือเรือ ต. ๙๙ นั้น มีกำหนดให้เสร็จทันวาระเฉลิมพระชนมพรรษา ๕ รอบ ใน พ.ศ. ๒๕๓๐

Tags:
add
ตอบโดยอ้างถึงข้อความอ้างถึง
Re : ต่อต้านการหมิ่นสถาบันพระมหากษัตริย์
        ความคิดเห็นที่ #1269: 27 มิ.ย. 17, 14:36 น

"...การแก้ปัญหานั้น ถ้าไม่ทำให้ถูกเหตุถูก ทาง ด้วยความรอบคอบระมัดระวัง มักจะกลาย เป็นการเพิ่มปัญหาให้มากและ ยุ่งยากขึ้น แต่ละฝ่ายจึงควรจะตั้งใจ พยายามทำ ความคิดความเห็นให้กระจ่างและ เที่ยงตรงเพื่อ จักได้สามารถเข้าใจปัญหาและเข้าใจกันและกันอย่างถูกต้อง..."
 ความตอนหนึ่ง ในพระราชดำรัส(ร.๙)   พระราชทานแก่ประชาชนชาวไทยในโอกาสขึ้นปีใหม่ ๒๕๓๓

Tags:
add
ตอบโดยอ้างถึงข้อความอ้างถึง
Re : ต่อต้านการหมิ่นสถาบันพระมหากษัตริย์
        ความคิดเห็นที่ #1270: 27 มิ.ย. 17, 14:38 น

"...ความเจริญของประเทศชาติ เป็นความเจริญส่วนรวม ซึ่งเกิดจากผลงานหรือผลของการกระทำ ของคนทั้งชาติ ถือได้ว่าทุกคน แบ่ง หน้าที่กันทำประโยชน์ให้แก่ชาติตามความถนัด และสามารถ ไม่มีผู้ ใดจะอยู่ได้และทำงานให้แก่ประเทศชาติ ได้โดยลำพังตนเอง..." 
ความตอนหนึ่ง ในพระบรมราโชวาท(ร.๙)   พระราชทานแก่ผู้สำเร็จการศึกษาจากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ณ หอประชุม จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย วันที่ ๑๐ กรกฎาคม ๒๕๑๓

Tags:
 
Tags:
add
ตอบโดยอ้างถึงข้อความอ้างถึง
Re : ต่อต้านการหมิ่นสถาบันพระมหากษัตริย์
        ความคิดเห็นที่ #1271: 29 มิ.ย. 17, 12:07 น

“การใช้จ่ายอย่างประหยัดนั้น จะเป็นหลักประกันความสมบูรณ์พูนสุขของผู้ประหยัดเอง และครอบครัวช่วยป้องกันความขาดแคลนในวันข้างหน้า การประหยัดดังกล่าวนี้จะมีผลดีไม่เฉพาะแก่ผู้ที่ประหยัดเท่านั้น ยังเป็นประโยชน์แก่ประเทศชาติด้วย” พระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในวันขึ้นปีใหม่ ๓๑ ธันวาคม ๒๕๐๒

Tags:
add
ตอบโดยอ้างถึงข้อความอ้างถึง
Re : ต่อต้านการหมิ่นสถาบันพระมหากษัตริย์
        ความคิดเห็นที่ #1272: 3 ก.ค. 17, 13:39 น

“ความสามัคคี เป็นคุณสมบัติประจำตัวของคนไทย ที่ได้อบรมสืบทอดกันมาแต่บรรพบุรุษโดยไม่ขาดสาย ทั้งนี้เพราะคนไทย ทราบตระหนักว่า หมู่คณะที่มีความสามัคคีแน่นแฟ้นสมบูรณ์ ย่อมมีกำลังกล้าแข็งทั้งในการคิดและการปฏิบัติ” พระบรมราโชวาทของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว(ร.๙)   พระราชทานในการประชุมใหญ่ สามัคคีสมาคม ๒๖ กรกฎาคม ๒๕๓๔

Tags:
add
ตอบโดยอ้างถึงข้อความอ้างถึง
Re : ต่อต้านการหมิ่นสถาบันพระมหากษัตริย์
        ความคิดเห็นที่ #1273: 6 ก.ค. 17, 10:38 น

"...คราวใดที่ชาวไทยมี ความสามัคคีเป็นน้ำ หนึ่ง ใจเดียวกัน ร่วมแรงร่วมใจกันเพื่อประเทศชาติแล้ว ชาติก็ได้รอดพ้นจากภัยพิบัติสู่ความสุขความ เจริญ แต่คราวใดที่ขาดความสามัคคีกลมเกลียวกัน ก็ต้อง ประสบเคราะห์กรรมกันทั้งชาติ จึงเป็นหน้าที่ของ เราทั้งหลาย ที่จะต้องร่วมใจกันปฏิบัติหน้าที่ ให้ดีที่สุด..."พระบรมราโชวาท (ร.๙)   ในพิธีสวนสนามทหารรักษาพระองค์ ณ ลานพระราชวังดุสิต 3 ธันวาคม 2505

Tags:
add
ตอบโดยอ้างถึงข้อความอ้างถึง
Re : ต่อต้านการหมิ่นสถาบันพระมหากษัตริย์
        ความคิดเห็นที่ #1274: 11 ก.ค. 17, 10:24 น

หน้าที่ของผู้จัดและ ผู้ให้การศึกษานั้น กล่าวอย่างสั้นที่สุดก็คือการ “ให้คนได้เรียนดี” เพื่อที่จะสามารถทำการงานสร้างตัวและดำรงตัวให้เป็นหลักเป็นประโยชน์แก่ส่วน รวมได้ การให้เรียนดีนั้นจะทำอย่างไร ข้อแรกจะต้องสอนให้มีวิชาการที่ดี ที่ถูกต้องและแน่นแฟ้นให้มีความสามารถและมีหลักการในการปฏิบัติ ข้อสอง ต้องฝึกหัดอบรมในจิตใจและความประพฤติปฏิบัติ  ให้รู้เหตุรู้ผลและความผิดชอบชั่วดี เพื่อมิให้นความรู้ไปใช้ทางเบียดเบียนกันและกัน ข้อที่สาม ต้องให้มีกำลังและสุขภาพสมบูรณ์ทั้งทางกายและทางใจ ผู้ที่ได้รับการศึกษาครบถ้วนเหมาะส่วนกันทุกด้านดังนี้ เชื่อได้ว่าจะเป็นผู้เข้มแข็งสามารถเต็มที่ในการปฏิบัติ ทั้งทางกายและทางคงวามคิดจิตใจ จะกระทำหน้าที่การงานใดก็จะมุ่งหวังผลประโยชน์ที่แท้จริงของหน้าที่การงาน นั้นเป็นใหญ่ ไม่หลงทาง ทั้งจะสามารถปฏิบัติบริหารอย่างมีประสิทธิภาพให้บรรลุผลอันสมบูรณ์ได้ด้วย  พระบรมราโชวาท(ร.๙)   ในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรแก่บัณฑิตมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ 25 มิถุนายน 2521

Tags:
add
ตอบโดยอ้างถึงข้อความอ้างถึง
Re : ต่อต้านการหมิ่นสถาบันพระมหากษัตริย์
        ความคิดเห็นที่ #1275: 14 ก.ค. 17, 09:50 น

“บ้านเมืองไทย สามารถฟันฝ่าอุปสรรคต่าง ๆ ได้โดยดี เพราะว่าจิตใจสามัคคีและแสดงออกซึ่งสามัคคี  ถ้าตราบใดเรารักษาความสามัคคี ความเห็นอกเห็นใจซึ่งกันและกันไว้ได้ เราก็จะอยู่ได้อย่างมีความสุขตราบนั้น”
พระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว(ร.๙)  พระราชทานแก่คณะประชาชนจังหวัดราชบุรี พระตำหนักจิตรลดารโหฐาน ๒๖ พฤศจิกายน ๒๕๓๑

Tags:
add
ตอบโดยอ้างถึงข้อความอ้างถึง
Re : ต่อต้านการหมิ่นสถาบันพระมหากษัตริย์
        ความคิดเห็นที่ #1276: 19 ก.ค. 17, 10:56 น

พระราชกรณียกิจด้านศาสนา
- พระมหากษัตริย์ไทยทรงเป็นพุทธมามะกะ และเป็นอัครศาสนูปถัมภก ประชาชนมีสิทธิและเสรี ในการนับถือศาสนา ตามที่ตนเชื่อ และศรัทธา สมเด็จพระบรมราชินีนาถทรงตระหนักว่า ศาสนาเป็นเครื่องยึดเหนี่ยวจิตใจของมนุษย์มิให้ประพฤติปฎิบัติในสิ่งที่เป็น ความชั่ว และเป็นแนวทางให้มนุษย์เลือกกระทำแต่ความดี จึงทรงตระหนักถึงความสำคัญในการอุปถัมภ์ศาสนา นอกจากจะทรงเป็นพุทธศาสนิกชน ที่ปฏิบัติพระราชกรณียกิจทางศาสนาโดยสม่ำเสมอแล้ว ยังทรงทะนุบำรุงศาสนาต่าง ๆ ในประเทศไทย ไม่ว่าจะเป็นศาสนาพุทธ คริสต์ อิสลาม พราหมณ์ฮินดู และ ซิกข์ เพราะทรงถือว่าทุกศาสนาต่างก็มีความสำคัญในฐานะเป็นเครื่องยึดเหนี่ยวจิตใจ ของประชาชนเช่นเดียวกัน ดังนั้น คราวใดที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จพระราชดำเนินไปในงานพระราชพิธี หรือทรงประกอบพระราชกรณียกิจเกี่ยวกับศาสนา สมเด็จพระบรมราชินีนาถมักจะโดยเสด็จเสมอไม่ว่าจะเป็นพิธีของศานาใด บางครั้งก็เสด็จพระราชดำเนินโดยลำพังพระองค์เอง ทรงปฎิบัติพระราชกรณียกิจด้วยความเคารพในประเพณีของศาสนานั้น ๆ อย่างดียิ่ง 

Tags:
add
ตอบโดยอ้างถึงข้อความอ้างถึง
Re : ต่อต้านการหมิ่นสถาบันพระมหากษัตริย์
        ความคิดเห็นที่ #1277: 24 ก.ค. 17, 11:23 น

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว(ร.9) กับการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม

ปัญหาเรื่องสิ่งแวดล้อมเป็นปัญหาที่มีความสำคัญที่มักจะเกิดควบคู่กับการพัฒนาเศรษฐกิจและความเจริญก้าวหน้า ซึ่งเป็นปัญหาร่วมกันของทุกประเทศ กล่าวคือ การพัฒนายิ่งรุดหน้าปัญหาคุณภาพสิ่งแวดล้อมและภาวะมลพิษก็ยิ่งก่อตัวและทวีความรุนแรงมากยิ่งขึ้น ประเทศไทยก็เป็นประเทศหนึ่งที่กำลังประสบกับปัญหาดังกล่าวอยู่ในขณะนี้ ทั้งนี้เพราะการพัฒนาเศรษฐกิจในช่วงที่ผ่านมาได้ให้ความสำคัญกับความเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ โดยการนำเอาทรัพยากรธรรมชาติมาใช้ประโยชน์ แต่ไม่ได้มีการวางแผนการจัดการที่เหมาะสมรองรับปัญหาที่จะเกิดขึ้น ทำให้ทรัพยากรธรรมชาติที่เหลืออยู่มีสภาพเสื่อมโทรมลง และปัญหาต่าง ๆ ด้านสิ่งแวดล้อมก็เพิ่มขึ้น ปัญหาเหล่านี้ส่งผลกระทบต่อความเป็นอยู่ของประชาชนและระบบนิเวศ จึงทรงให้มีการดำเนินโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นวิธีการที่จะทำนุบำรุงและปรับปรุงสภาพทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ให้ดีขึ้นในด้านต่าง ๆ โดยในด้านการแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมนั้น ทรงเน้นงานการอนุรักษ์และฟื้นฟูสภาพสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องของปัญหาน้ำเน่าเสีย พระราชดำริ พระราชกรณียกิจ และโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริด้านสิ่งแวดล้อมที่สำคัญได้แก่ หลักการ "น้ำดีไล่น้ำเสีย" หลักการบัดน้ำเสียด้วยผักตบชวา ทฤษฎีการบำบัดน้ำเสียด้วยการผสมผสานระหว่างพืชน้ำกับระบบการเติมอากาศ ทฤษฎีการบำบัดน้ำเสียด้วยระบบบ่อบำบัดและวัชพืชบำบัด และ "กังหันน้ำชัยพัฒนา"

Tags:
add
ตอบโดยอ้างถึงข้อความอ้างถึง
Re : ต่อต้านการหมิ่นสถาบันพระมหากษัตริย์
        ความคิดเห็นที่ #1278: 25 ก.ค. 17, 11:17 น

การบำบัดน้ำเสียด้วยการผสมผสานระหว่างพืชน้ำกับระบบเติมอากาศ ด้วยทรงห่วงใยในปัญหาน้ำเน่าเสียที่เกิดขึ้นในหนองหนองหาน จังหวัดสกลนคร ซึ่งเป็นแหล่งรับน้ำเสียจากครัวเรือนในเขตเทศบาลเมืองสกลนคร ที่มีสภาพเกินขีดความสามารถในการรองรับของเสีย พระบาสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจึงทรงพระราชทานแนวพระราชดำริ ทฤษฎีการบำบัดน้ำเสียด้วยการผสมผสานระหว่างพืชน้ำกับระบบการเติมอากาศ ณ บริเวณหนองสนม-หนองหาน จังหวัดสกลนคร ซึ่งเป็นการผสมผสานระหว่างวิธีธรรมชาติกับเทคโนโลยีแบบประหยัด โดยมีกรมประมงร่วมกับกรมชลประทานดำเนินการศึกษาและก่อสร้างระบบบำบัดน้ำเสียในบริเวณดังกล่าว โดยมีระบบบำบัดด้วยพืชน้ำซึ่งเป็นวิธีการบำบัดน้ำเสียด้วยวิธีธรรมชาติในพื้นที่ 84.5 ไร่ และได้มีการก่อสร้างแล้วเสร็จเมื่อปี พ.ศ.2537 (สำนักงานคณะกรรมการทรัพยากรน้ำแห่งชาติ, 2539:222)

Tags:
add
ตอบโดยอ้างถึงข้อความอ้างถึง
Re : ต่อต้านการหมิ่นสถาบันพระมหากษัตริย์
        ความคิดเห็นที่ #1279: 31 ก.ค. 17, 12:28 น

พระราชกรณียกิจด้านวิศวกรรมการต่อเรือ
       ในโอกาสที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้เสด็จฯ ประพาสยุโรปใน พ.ศ. ๒๕๐๓ นั้น พระองค์ได้ทอดพระเนตรกิจการต่อเรือของประเทศต่าง ๆ โดยเฉพาะการต่อเรือยนต์รักษาฝั่งที่ประเทศเยอรมนี และได้มีพระราชดำริว่ากองทัพเรือไทยน่าจะต่อเรือประเภทนี้ไว้ใช้ในราชการเองบ้าง เพื่อประโยชน์ในการรักษาความมั่นคงของประทศ
          เมื่อเสด็จฯ กลับจากการประพาสยุโรปครั้งนั้นแล้ว ได้มีพระราชปรารภเรื่องการต่อเรือยนต์รักษาฝั่งกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม หลังจากนั้นกระทรวงกลาโหมก็ได้มอบหมายให้กรมอู่ทหารเรือของกองทัพเรือเป็นผู้ดำเนินการต่อเรือดังกล่าว โดยเริ่มจากเรือ ต. ๙๑ ใน พ.ศ. ๒๕๑๐ เป็นลำแรก เรือลำนี้นายทหารที่สำเร็จการศึกษาจากต่างประเทศเป็นผู้ออกแบบ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้มีพระมหากรุณาธิคุณพระราชทานความช่วยเหลือประการต่าง ๆ เช่น ทรงสั่งเอกสารวิชาการต่อเรือจากต่างประเทศมาให้ศึกษา ทรงติดต่อกับสถาบันวิจัยและทดลองแบบเรือแห่งชาติของอังกฤษให้ช่วยทดสอบแบบให้จนเป็นที่พอใจ ได้เสด็จฯ ไปเป็นประธานในพิธีวางกระดูกงูเรือ และเมื่อมีการต่อเรือเสร็จแล้ว ก็ได้เสด็จฯ ไปทอดประเนตรการทดสอบเรือด้วยพระองค์เอง อีกทั้งได้พระราชทานข้อคิดเห็นในการแก้ไขข้อบกพร่องทางเทคนิคของเรือ จนกระทั่งเรือสามารถใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพ หลังจากนั้นก็ได้มีการต่อเรือยนต์รักษาฝั่งในชุดนี้ (แต่เปลี่ยนชื่อเป็น “เรือตรวจการใกล้ฝั่ง”) อีก ๘ ลำคือเรือ ต. ๙๒ ถึง ต. ๙๙ สำหรับลำสุดท้าย คือเรือ ต. ๙๙ นั้น มีกำหนดให้เสร็จทันวาระเฉลิมพระชนมพรรษา ๕ รอบ ใน พ.ศ. ๒๕๓๐

Tags:
add
ตอบโดยอ้างถึงข้อความอ้างถึง
Re : ต่อต้านการหมิ่นสถาบันพระมหากษัตริย์
        ความคิดเห็นที่ #1280: 3 ส.ค. 17, 10:48 น

“ความเจริญของประเทศชาติ เป็นความเจริญส่วนรวม ซึ่งเกิดจากผลงานหรือผลของการกระทำของคน ทั้งชาติ ถือได้ว่าทุกคนแบ่งหน้าที่กันทำประโยชน์ให้แก่ชาติ ตามความถนัดและความสามารถ และเกื้อกูลกันและกัน ไม่มีผู้ใดจะอยู่ได้และทำงานให้แก่ประเทศชาติได้โดยลำพังตนเอง” พระบรมราโชวาทของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ๑๐ กรกฎาคม ๒๕๑๓

Tags:
add
ตอบโดยอ้างถึงข้อความอ้างถึง
Re : ต่อต้านการหมิ่นสถาบันพระมหากษัตริย์
        ความคิดเห็นที่ #1281: 9 ส.ค. 17, 09:35 น

“…คำที่ชอบมากในพระพุทธศาสนาคือ “วิริยะ” วิระยะนี้ออกมาในรูปภาษาพูดธรรมดาก็หมายถึงความอุตสาหะ เพราะเขาใช้คำว่า วิระยะอุตสาหะ คนนั้นมีความวิระยะมาก หมายความว่ามีความอุตสาหะมาก มีความขยัน มีความอดทนมาก แต่วิระยะกลายมาเป็นคนที่มีวีระเป็นคนที่กล้า อย่างเช่นคำว่า วีรบุรุษ วีรชน คนที่กล้าก็วิริยะนี้ ความอุตสาหะหรือความกล้าก็เป็นคำที่สำคัญ ต้องกล้าที่เผชิญตัวเอง เมื่อกล้าเผชิญตัวเอง กล้าที่จะลบล้างความขี้เกียจ เกียจคร้านในตัว หันมาพยายามอุตสาหะก็ได้เป็นวิริยะอุตสาหะ วิระยะในทางที่กล้า ที่จะค้านตัวเองในความคิดพิเรนทร์ ก็เป็นตนที่มีเหตุผล เป็นคนที่ละอคติต่างๆ ก็หมายความว่าเป็นคนที่คิดดี ที่ฉลาด วิริยะในทางที่ไม่ยอมแม้แต่ความเจ็บปวด ความกลัว จะมาคุกคามก็ทำสิ่งที่ถูกต้อง ก็เป็นคนกล้า…”
พระราชดำรัสในโอกาสที่พระครูวิบูลสารธรรม เจ้าอาวาสวัดคลอง 18 และคณะเฝ้าฯ
ณ พระตำหนักจิตรลดารโหฐาน วันศุกร์ที่ 20 มิถุนายน  2518

Tags:
add
ตอบโดยอ้างถึงข้อความอ้างถึง
Re : ต่อต้านการหมิ่นสถาบันพระมหากษัตริย์
        ความคิดเห็นที่ #1282: 10 ส.ค. 17, 11:50 น

หนังสือเป็นออมสิน
หนังสือเป็นการสะสมความรู้และทุกสิ่งทุกอย่างที่มนุษย์ได้สร้างมา ทำมา คิดมา แต่โบราณกาลจนทุกวันนี้ หนังสือจึงเป็นสิ่งสำคัญ เป็นคล้ายๆ ธนาคารความรู้และเป็นออมสิน เป็นสิ่งที่จะทำให้ มนุษย์ก้าวหน้าได้โดยแท้
พระบรมราโชวาท พระราชทานแก่คณะสมาชิกห้องสมุดทั่วประเทศ
ในโอกาสที่เข้าเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท วันที่ 25พฤศจิกายน 2514

Tags:
add
ตอบโดยอ้างถึงข้อความอ้างถึง
Re : ต่อต้านการหมิ่นสถาบันพระมหากษัตริย์
        ความคิดเห็นที่ #1283: 15 ส.ค. 17, 12:41 น

ต่างคนต่างมีหน้าที่ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าทำเฉพาะหน้าที่นั้น เพราะว่าถ้าคนใดทำหน้าที่เฉพาะของตัว  โดยไม่มองไม่แลคนอื่น งานก็ดำเนินไปไม่ได้ เพราะเหตุว่างานทุกงานจะต้องพาดพิงกันจะต้องเกี่ยวโยงกัน  ฉะนั้นแต่ละคนจะต้องมีความรู้ถึงงานของผู้อื่นแล้วช่วยกันทำ”
พระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว(ร.๙)  พระราชทานแก่ คณะบุคคลต่าง ๆ ที่เข้าเฝ้าฯ เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนพรรษา ๔ ธันวาคม ๒๕๓๓

Tags:
add
ตอบโดยอ้างถึงข้อความอ้างถึง
Re : ต่อต้านการหมิ่นสถาบันพระมหากษัตริย์
        ความคิดเห็นที่ #1284: 18 ส.ค. 17, 11:04 น

โครงการฝายชะลอน้ำ
 
          ฝายแม้ว เป็นชื่อเรียก โครงการตามแนวพระราชดำริ เกี่ยวกับ วิศวกรรม แบบพื้นบ้าน ฝายแม้วเป็นฝายชะลอน้ำกึ่งถาวรประเภทหนึ่ง ประเภทเดียวกับฝายคอกหมู โดยใช้วัสดุที่หาได้ง่ายในท้องถิ่น เช่นกิ่งไม้ ก้อนหิน เพื่อกั้นชะลอน้ำในลำธาร หรือทางน้ำเล็กๆ ให้ไหลช้าลง และขังอยู่ในพื้นที่นานพอที่จะพื้นที่รอบๆจะได้ดูดซึมไปใช้ เป็นการฟื้นฟูพื้นที่ป่าเสื่อมโทรมให้เกิดความชุ่มชื้นมากพอที่จะพัฒนาการเป็นป่าสมบูรณ์ขึ้นได้ ฝายแม้วยังอาจใช้เพื่อการทดน้ำ ให้มีระดับสูงพอที่จะดึงน้ำไปใช้ในคลองส่งน้ำได้ในฤดูแล้ง โครงการตามแนวพระราชดำรินี้ได้มีการทดลองใช้ที่ โครงการห้วยฮ่องไคร้ จ.เชียงใหม่ และประสบผลสำเร็จจนเป็นตัวอย่างให้กับโครงการอื่นๆต่อมา
         ฝายชะลอน้ำสร้างขวางทางไหลของน้ำบนลำธารขนาดเล็กไว้ เพื่อชะลอการไหล- ลดความรุนแรงของกระแสน้ำ ลดการชะล้างพังทลายของตลิ่ง - เมื่อน้ำไหลช้าลง ก็มีน้ำอยู่ในลำห้วยนานขึ้น โดยเฉพาะในหน้าแล้ง - ช่วยดักตะกอนที่ไหลมากับน้ำ ลดการตื้นเขินที่ปลายน้ำ ทำให้น้ำใสมีคุณภาพดีขึ้น - ช่วยให้ดินชุ่มชื้น ป่ามีความอุดมสมบูรณ์ เพิ่มความหลากหลายทางชีวภาพ - สัตว์ป่า สัตว์น้ำ ได้อาศัยน้ำในการดำรงชีวิต คืนพืชแก่เนินเขา/ภูเขาหัวโล้น - ดินชื้น ป่าก็ชื้น กลายเป็นแนวกันไฟป่า ลดความรุนแรงของไฟได้
 
         เพื่อรักษาความชุ่มชืนของผืนป่าและกักเก็บน้ำ ทางโครงการฯ ได้จัดทำฝายชะลอน้ำ ในต้นน้ำลำธาร ๒ สาย และเพื่อสร้างความเข้าใจให้ถูกต้อง สำหรับ โครงการ ฝายชะลอน้ำ ที่ทางเราได้จัดทำ ขึ้นมานั้น มีวัตถุประสงค์ และ วิธีการก่อสร้าง เพื่อลดผลกระทบต่อระบบนิเวศน์ ในระยะยาว ดังนี้
         ๑. ฝายที่เราสร้างขึ้นมา เป็นฝายแบบไม่ถาวร ให้วัสดุจากธรรมชาติ เป็นหลัก สำหรับชะลอน้ำ ในหน้าแล้งเท่านั้น ไม่ได้สร้างเพื่อกักเก็บน้ำ การไหลของน้ำ ที่หน้าฝาย ยังมีน้ำไหลอยู่ ตลอดเวลา ไม่ว่าจะซึมผ่านฝาย หรือ น้ำล้นข้ามฝาย
         ๒. ระดับความสูงของตัวฝาย ไม่สูงมากนัก ระดับความสูงประมาณ ๔๐ % ของความสูงของระดับน้ำสูงสุด ในลำคลองหรือลำห้วย สายน้ำยังสามารถไหลล้นผ่านฝายได้ ตลอดเวลา เพื่อยังรักษาระบบนิเวศน์ หน้าฝายไว้
         ๓ ตัวฝายควรมีระดับความลาดชัน ประมาณ ๒๐ - ๔๕ องศา ทั้งด้านหน้า และ ด้านหลัง ไม่ควรสร้างฝาย ที่มีหน้าตัด ๙๐ องศา
         ๔. การก่อสร้างจะสร้างเป็นช่วงๆ แบบ ขั้นบันได เป็นช่วงๆ ระยะขึ้นอยุ่กับพื้นที่ ประมาณ ๕๐ - ๒๐๐ เมตร ๔ งบประมาณการก่อสร้างเราแทบจะไม่มี เพียงช่วยกันขนหิน ที่ระเกะ ระกะ อยุ่ตามลำคลอง มาจัดเรียงใหม่ เท่านั้น เป็นการออกกำลังกายไปในตัว หากไม่มีหิน เราก็จะใช้กระสอบทราย
         ๕. หากหน้าน้ำ มีน้ำมา ฝายนี้ก็จะพังทลาย ลง (ช่วยลดความเร็วของกระแสน้ำป่า ลงได้) หินที่ก่อเรียงตัวไว้ ก็จะพัง และ ไหลลงมาสู่ตัวฝาย ด้านล่าง ต่อไป
         ๖. พอหมดหน้าน้ำป่า น้ำเกือบจะใกล้แห้ง เราก็หาเวลามาออกกำลังกาย มายกก้อนหินกลับไปเรียง เป็นฝายชะลอน้ำ ตามเดิม (ส่วนใหญ่แล้ว จะยังหลงเหลือ โครงสร้างเดิมอยู่บ้าง) ใช้เวลาก่อสร้าง ประมาณ ๑-๒ ชม. ต่อฝายเท่านั้น
         ๗. ควรคำนึงถึง สัตว์น้ำ ที่อาศัยในลำคลองด้วยว่า สามารถเดินทางไปยังต้นน้ำได้หรือไม่ เพราะเราตั้งใจว่า “ในน้ำต้องมีปลา ในป่าต้องมีน้ำ


ที่มา : https://itoutlearning.blogspot.com/2011/02/blog-pos

Tags:
add
ตอบโดยอ้างถึงข้อความอ้างถึง
Re : ต่อต้านการหมิ่นสถาบันพระมหากษัตริย์
        ความคิดเห็นที่ #1285: 24 ส.ค. 17, 10:50 น

“ความคิดนั้นเป็นแม่บทใหญ่ของการพูดและการกระทำ เพราะกิจที่จะทำคำที่จะพูดทุกอย่างล้วนสำเร็จมาจากความคิด การคิดก่อนพูดและก่อนทำจึงช่วยให้บุคคลสามารถยับยั้งคำพูดที่ไม่สมควร หยุดยั้งการกระทำที่ไม่ถูกต้อง” พระบรมราโชวาทของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ๑๐ กรกฎาคม ๒๕๔๐

Tags:
add
ตอบโดยอ้างถึงข้อความอ้างถึง
Re : ต่อต้านการหมิ่นสถาบันพระมหากษัตริย์
        ความคิดเห็นที่ #1286: 29 ส.ค. 17, 13:04 น

การทํางานใหญๆ ทุกอยางตองการเวลามากกวาจะทําสําเร็จ ผูที่เริ่มโครงการอาจไมทันทําใหสําเร็จโดยตลอดดวยตนเองก็ได ตองมีผูอื่นรับทําตอไป ดังนั้นไมควรยกเอาเรื่องใครเปนผูริเริ่มงาน ใครเปนผูรับชวงงาน ขึ้นเปนขอสาคํ ัญนัก จะตองถือผลสําเร็จที่จะเกิดจากงานเปนใหญ
พระราชดํารัสของ พระบาทสมเดจพระเจ ็ าอยูหัว ในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรของมหาวิทยาลัยศิลปากร 14 ตุลาคม 2514

Tags:
add
ตอบโดยอ้างถึงข้อความอ้างถึง
Re : ต่อต้านการหมิ่นสถาบันพระมหากษัตริย์
        ความคิดเห็นที่ #1287: 26 ก.ย. 17, 11:07 น

“บรรพ ชนไทย เป็นนักต่อสู้ ผู้มีชีวิตจิตใจผูกพันปรองดอง เป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน สามัคคีพร้อมเพรียงกันทุกเมื่อ ไม่ว่าจะทำการสิ่งใด บ้านเมืองไทยจึงมีเอกราชอธิปไตย และมีความสุขความสมบูรณ์ทุกอย่างมาจนกระทั่งทุกวันนี้” พระบรมราโชวาทของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในพิธีสวนสนามของทหารรักษาพระองค์ ณ ลานพระราชวังดุสิต ๓ ธันวาคม ๒๕๒๒

Tags:
add
ตอบโดยอ้างถึงข้อความอ้างถึง
Re : ต่อต้านการหมิ่นสถาบันพระมหากษัตริย์
        ความคิดเห็นที่ #1288: 2 พ.ย. 17, 11:30 น

“ถ้าทุกคนสนใจในความรักประเทศชาติ รักษาความดีเอาไว้ ไม่ต้องไปตามอย่างในสิ่งที่เราเห็นว่าไม่น่า ที่จะเจริญไม่น่าจะพัฒนา เราต้องรักษาแนวทางความคิดตามที่เรามีอยู่ แม้จะเป็นสิ่งที่ตกทอดมาแต่โบราณกาลจากปู่ย่าตายายของเรา แต่เป็นระเบียบการหรือเป็นวิธีการที่ดี จะไม่ล้าสมัย” พระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในโอกาสเสด็จฯ ไปทรงเยี่ยมวิทยาลัยวิชาการศึกษาประสานมิตร ๑๓ มีนาคม ๒๕๑๔

Tags:
add
ตอบโดยอ้างถึงข้อความอ้างถึง
Re : ต่อต้านการหมิ่นสถาบันพระมหากษัตริย์
        ความคิดเห็นที่ #1289: 7 พ.ย. 17, 10:40 น

ขอให้ทุกคนระลึกว่าปัญหาทุกอย่างมีทางที่จะแก้ไขได้ ถ้าแก้คนเดียวไม่ได้ก็ช่วยกันคิดช่วยกันแก้หลายๆคน หลายๆ ทางด้วยความร่วมมือปรองดองกัน ปัญหาที่เกิดขึ้นนั้นจักได้ไม่กลายเป็นอุปสรรคขัดขวาง และบั่นทอนทำลายความเจริญและความสำเร็จของการงาน พระบรมราโชวาทของ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว... (ในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย 13 กรกฎาคม 2533)

Tags:
add
ตอบโดยอ้างถึงข้อความอ้างถึง
Re : ต่อต้านการหมิ่นสถาบันพระมหากษัตริย์
        ความคิดเห็นที่ #1290: 9 พ.ย. 17, 10:27 น

การรู้จักประมาณตน ได้แก่ การรู้จักและยอมรับว่าตนเองมีภูมิปัญญาและความสามารถด้านไหน เพียงใด และควรจะทำงานด้านไหน อย่างไร การรู้จักประมาณตนนี้ จะทำให้คนเรารู้จักใช้ความรู้ความสามารถที่มีอยู่ได้ถูกต้อง เหมาะสมกับงาน และได้ประโยชน์สูงสุดเต็มตามประสิทธิภาพ ทั้งยังทำให้รู้จักขวนขวายศึกษาหาความรู้ และเพิ่มพูนประสบการณ์อยู่เสมอ เพื่อปรับปรุงส่งเสริมศักยภาพที่มีอยู่ในตนเองให้ยิ่งสูงขึ้น พระบรมราโชวาทของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว... (77) (พระราชทานเพื่อเชิญไปอ่านในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย วันเสาร์ 18 ก.ค.2541)

Tags:
add
ตอบโดยอ้างถึงข้อความอ้างถึง
Re : ต่อต้านการหมิ่นสถาบันพระมหากษัตริย์
        ความคิดเห็นที่ #1291: 16 พ.ย. 17, 15:30 น

ผู้มีปัญญาและความรู้ดี เพราะมีโอกาสได้ศึกษาเล่าเรียนมามากกว่าผู้อื่น ย่อมมีหน้าที่และความรับผิดชอบเป็นพิเศษ ที่จะต้องทำตัวทำงานให้เป็นประโยชน์แก่ประเทศชาติและประชาชน. การที่จะกระทำให้ได้ผลเป็นประโยชน์ดังนั้น จำเป็นที่แต่ละคนจะต้องรู้ซึ้งถึงประโยชน์ที่แท้เป็นเบื้องต้นก่อน. ประโยชน์ที่แท้นั้นมีอยู่ ๒ อย่าง คือ ประโยชน์ส่วนตัว ที่ทุกคนมีสิทธิจะแสวงหาและได้รับ แต่ต้องด้วยวิถีทางที่สุจริต และเป็นธรรม กับประโยชน์ส่วนรวม ซึ่งเป็นประโยชน์ของชาติที่แต่ละคนมีส่วนร่วมอยู่. การทำงานทุกอย่างจะต้องให้ได้ประโยชน์แท้ทั้งส่วนตัวและส่วนรวม ประโยชน์นั้นจึงจะสมบูรณ์และมั่นคงถาวร เป็นผลดีแก่ชาติบ้านเมืองอย่างแท้จริง . . .พระบรมราโชวาท ในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรของมหาวิทยาลัยมหิดล วันที่ ๕ กรกฎาคม ๒๕๓๙

Tags:
add
ตอบโดยอ้างถึงข้อความอ้างถึง
Re : ต่อต้านการหมิ่นสถาบันพระมหากษัตริย์
        ความคิดเห็นที่ #1292: 21 พ.ย. 17, 13:09 น

พระราชดำรัส พระราชทานแก่ประชาชนชาวไทย ในโอกาสขึ้นปีใหม่ พุทธศักราช 2543 วันศุกร์ ที่ 31 ธันวาคม พุทธศักราช 2542“…เวลานี้ บ้านเมืองของเรากำลังต้องการการปรับปรุงและการพัฒนาที่มีประสิทธิภาพ ทางที่เราจะช่วยกันได้ก็คือ การที่ทำความคิดให้ถูกและแน่วแน่ ในอันที่จะยึดถือประโยชน์ของบ้านเมืองเป็นที่หมาย ต้องเพลาการคิดถึงประโยชน์เฉพาะตัวและความขัดแย้งในสิ่งที่มิใช่สาระลง ต้องหันหน้าปรึกษากันด้วยความรู้คิด ด้วยความเป็นญาติเป็นมิตร และเป็นไทยด้วยกัน ผู้ใดมีภาระหน้าที่อันใดอยู่ ก็เร่งกระทำให้สำเร็จลุล่วงไป ให้ทันการณ์ ทันเวลา ผลงานของแต่ละคน แต่ละฝ่าย จักได้ประกอบส่งเสริมกันขึ้น เป็นความสำเร็จและความเจริญวัฒนาของประเทศชาติ..”

Tags:
add
ตอบโดยอ้างถึงข้อความอ้างถึง
Re : ต่อต้านการหมิ่นสถาบันพระมหากษัตริย์
        ความคิดเห็นที่ #1293: 27 พ.ย. 17, 14:51 น

การให้การศึกษานั้น คือ การแนะนำส่งเสริมบุคคล ให้มีความเจริญงอกงามในการเรียนรู้  การคิดอ่าน การกระทำตามอัตภาพของตนโดยมีจุดมุ่งหมาย ในที่สุดให้สามารถนำเอาคุณสมบัติทั้งปวงที่มีในตัวออกมาใช้ ให้เป็นประโยชน์เกื้อกูลตนเกื้อกูลผู้อื่นได้ โดยสอดคล้องไม่ขัดแย้งเบียดเบียนกัน เพื่อที่จะได้อยู่ร่วมกันเป็นสังคมเป็นประเทศได้ พระบรมราโชวาทในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรแก่บัณฑิตวิทยาลัยวิชาการศึกษา พิษณุโลก 21 พฤศจิกายน 2516

Tags:
add
ตอบโดยอ้างถึงข้อความอ้างถึง
Re : ต่อต้านการหมิ่นสถาบันพระมหากษัตริย์
        ความคิดเห็นที่ #1294: 7 ธ.ค. 17, 10:54 น

ปกป้องการลบหลู่ดูหมิ่นสถาบันฯ
- คนดีย่อมส่งเสริมสถาบันสถาบันพระมหากษัตริย์   ดังนั้นเรามาช่วยกันไม่ให้ใครมาหมิ่นสถาบันฯ  ใครมีอะไรหรือมีข่าวสารการหมิ่นก็จะได้แจ้งเตือนให้เพือนๆทราบกัน    เพราะมีคนเลวจ้องทำลายสถาบันฯ เราในฐานะคนไทยไม่ว่าจะสีไหนเราก็คือคนไทยด้วยกันมีพระมหากษัตริย์องค์เดียวกัน เพราะพระมหากษัตริย์คือศูนย์รวมจิตใจของชาวไทยทั้งปวง ดังนั้นถ้าใครลบหลู่ดูหมิ่นสถาบันพระมหากษัตริย์ย่อมพบแต่ความพินาศในชีวิต ดังนั้นเรามีโอกาส สร้างความดี ถวายงานให้ "ในหลวง" โดยร่วมกันปกป้องพระเกียรติยศ และเผยแพร่พระราชกรณียกิจ เพื่อ “ในหลวง” ของพวกเรา

Tags:
add
ตอบโดยอ้างถึงข้อความอ้างถึง
Re : ต่อต้านการหมิ่นสถาบันพระมหากษัตริย์
        ความคิดเห็นที่ #1295: 15 ธ.ค. 17, 12:58 น

คุณธรรม 4 ประการ ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทานแก่ประชาชนชาวไทย ประกอบด้วย ประการแรก คือการรักษาความสัจ ความจริงใจต่อตัวเอง รู้จักสละประโยชน์ส่วนน้อยของตน เพื่อประโยชน์ส่วนใหญ่ของบ้านเมือง ประพฤติแต่สิ่งที่เป็นประโยชน์และเป็นธรรม ประการที่สอง คือการรู้จักข่มใจตนเอง ฝึกใจตนเอง ให้ประพฤติปฏิบัติอยู่ในความสัจ ความดี ประการที่สาม คือการอดทน อดกลั้น และอดออม ไม่ประพฤติล่วงความสัจสุจริต ไม่ว่าจะด้วยเหตุประการใด ประการที่สี่ คือการรู้จักและวางความชั่ว ความทุจริต คุณธรรม 4 ประการนี้ ถ้าแต่ละคนพยายามปลูกฝังและบำรุงให้เจริญงอกงามขึ้นโดยทั่วกันแล้ว จะช่วยให้ประเทศชาติบังเกิดความสุข ความร่มเย็น และมีโอกาสที่จะปรับปรุงพัฒนาให้มั่นคงก้าวหน้าต่อไปได้ดังประสงค์ พระบรมราโชวาทของ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว(ร.๙)   

Tags:
add
ตอบโดยอ้างถึงข้อความอ้างถึง
Re : ต่อต้านการหมิ่นสถาบันพระมหากษัตริย์
        ความคิดเห็นที่ #1296: 25 ธ.ค. 17, 11:25 น

“คนเราถ้าพอใจในความต้องการ ก็มีความโลภน้อย เมื่อมีความโลภน้อยก็เบียดเบียนคนอื่นน้อย ถ้าทุกประเทศมีความคิดว่าทำอะไรต้องพอเพียง หมายความว่าพอประมาณ ไม่สุดโต่ง ไม่โลภอย่างมาก คนเราก็อยู่เป็นสุข”
พระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว(ร.๙)  พระราชทานแก่คณะบุคคลที่เข้าเฝ้าฯ ณ ศาลาดุสิดาลัย ๔ ธันวาคม ๒๕๔๑

Tags:
add
ตอบโดยอ้างถึงข้อความอ้างถึง
Re : ต่อต้านการหมิ่นสถาบันพระมหากษัตริย์
        ความคิดเห็นที่ #1297: 4 เม.ย. 19, 14:49 น


สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ประทับยืนถวายความเคารพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช  และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ขณะเรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์เคลื่อนผ่านโรงพยาบาลศิริราช ในการเสด็จพระราชดำเนินไปทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจแทนพระองค์ ทรงบำเพ็ญพระราชกุศลถวายผ้าพระกฐิน โดยขบวนพยุหยาตราทางชลมารค ณ วัดอรุณราชวราราม เมื่อวันที่ 9 พฤศจิกายน 2555
ที่มา : เพจ Be Loved Crown Prince Maha Vajiralongkorn (ยืนแสดงความเคารพ ร.9)

Tags:

หน้า: 1 ... 22 23 24 25 26 27 28 29
ตอบ
ชื่อ:
กระทู้:
ไอค่อนข้อความ:
ตัวหนาตัวเอียงตัวขีดเส้นใต้จัดย่อหน้าชิดซ้ายจัดย่อหน้ากึ่งกลางจัดย่อหน้าชิดขวา


[เพิ่มเติม]
ขอความร่วมมือท่านสมาชิก และผู้ใช้บริการเว็บบอร์ด
ห้ามมิให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ทั้งเนื้อหาและภาพของหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ
แนบไฟล์: (แนบไฟล์เพิ่ม)
ไฟล์ที่อนุญาต: gif, jpg, jpeg
ขนาดไฟล์สูงสุดที่อนุญาต 20000000 KB : 4 ไฟล์ : ต่อความคิดเห็น
ติดตามกระทู้นี้ : ส่งไปที่อีเมลของสมาชิกสนุก
  ส่งไปที่
พิมพ์อักษรตามภาพ: พิมพ์ตัวอักษรที่แสดงในรูปภาพ
หากท่านพบเห็นการกระทำ หรือพฤติกรรมใด ๆ ที่ไม่เหมาะสม ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเสื่อมเสียแก่สถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ รวมถึง การใช้ข้อความที่ไม่สุภาพ พฤติกรรมการหลอกลวง การเผยแพร่ภาพลามก อนาจาร หรือการกระทำใด ๆ ที่อาจก่อให้ผู้อื่น ได้รับความเสียหาย กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม
  • ข้อความของคุณอยู่ในกระทู้นี้
  • กระทู้ที่ถูกใส่กุญแจ
  • กระทู้ปกติ
  • กระทู้ติดหมุด
  • กระทู้น่าสนใจ (มีผู้ตอบมากกว่า 15 ครั้ง)
  • โพลล์
  • กระทู้น่าสนใจมาก (มีผู้ตอบมากกว่า 25 ครั้ง)
:  
ทางสนุก! จะทำการตรวจสอบ
และขออนุญาตไม่แสดงข้อความ
ที่ไม่เหมาะสม ข้อความที่
ก่อให้เกิดความเสื่อมเสียแก่
สถาบันชาติ ศาสนา
พระมหากษัตริย์ รวมถึงข้อความที่
เข้าข่ายหลอกลวง การเผยแพร่
ภาพลามกอนาจาร หรือข้อความ
ใดๆ ที่ทำให้ผู้อื่นได้รับความ
เสียหาย บนกระทู้นี้