หน้า: 1

ชนิดกระทู้ ผู้เขียน กระทู้: ทปอ.เปิดตัว 3 ช่องทางเข้าถึงงานวิจัยมาสเตอร์พีชไทย หวังปลุกเอกชนลงขันหนุนสร้างนว  (อ่าน 72 ครั้ง)
add
เรทกระทู้
« เมื่อ: 11 พ.ค. 15, 16:59 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
Send E-mail

แบ่งปันกระทู้นี้ให้เพื่อนคุณอ่านไหมคะ?

ปิดปิด
 

ทปอ.เปิดตัว 3 ช่องทางเข้าถึงงานวิจัยมาสเตอร์พีชไทย
หวังปลุกเอกชนลงขันหนุนสร้างนวัตกรรมเสริมภูมิ

ที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย (ทปอ.) ผนึกสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย
สภาหอการค้าไทย จัดเวทีเสวนา “ทิศทางต่อยอดงานวิจัย:พลังขับเคลื่อนไทยสู่อนาคต” ฟันธงถึงเวลาขับเคลื่อนชาติด้วยพลังวิจัย และพัฒนา พร้อมเปิดตัว Eduzine นิตยสาร “ความรู้สู่สังคม” Application และ Website หวังสร้างช่องทางเข้าถึง แลกเปลี่ยนเรียนรู้ และส่งต่อผลงานนักวิจัยไทย เสริมภูมิของภาคธุรกิจบู๊เศรษฐกิจขาลง
ศ.ดร.ประสาท สืบค้า ประธานที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย หรือ ทปอ. เปิดเผยว่า
ที่ผ่านมา ทปอ.ทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางประสานความร่วมมือ ความคิด การสร้างสรรค์ แลกเปลี่ยน
ความคิดเห็น ระหว่างมหาวิทยาลัยสมาชิก รวมทั้ง ทำงานร่วมกับสถาบันการศึกษาต่าง ๆ และนำเสนอความคิดเห็น เสนอแนะเชิงนโยบายต่อรัฐบาลในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับผลประโยชน์ของชาติผ่านงานวิจัย กว่า 43 ปี ที่ ทปอ.ทำหน้าที่ดังกล่าวนั้น ปัญหาการเข้าถึง และการรับรู้ว่างานวิจัยได้มีการเผยแพร่ และสามารถใช้ประโยชน์อย่างเป็นรูปธรรม เป็นอุปสรรคสำคัญในการสร้างบรรยากาศ
การสนับสนุนทุนวิจัย เพื่อสร้างนักวิจัยอาชีพทั้งในภาครัฐและเอกชนกลายเป็นตัวแปรที่ส่งผลต่อ
ขีดความสามารถทางการแข่งขันในภาคเศรษฐกิจของประเทศ
ทปอ. จึงได้จัดทำโครงการ "การจัดทำหนังสือบทบาทของมหาวิทยาลัยต่อการพัฒนาประเทศด้วยการวิจัย (University Role in Country Development by Research) และอนุมัติงบประมาณเพื่อจัดทำช่องทางการเผยแพร่ผลงานวิจัยของนักวิจัย ผ่านนิตยสาร “ความรู้สู่สังคม”Application
(iOS และ Android) และ website เพื่อเป็นช่องทางเข้าถึง แลกเปลี่ยนเรียนรู้ ระหว่าง นักวิจัย นักธุรกิจ และประชาชนทั่วไป โดยเนื้อหาของหนังสือเน้นเป็นรูปแบบการนำเสนองานวิจัยที่ร่วมสมัย อ่านง่าย เข้าใจง่าย เหมือนแมกกาซีนทั่วไป แบ่งหัวข้อการนำเสนอเป็นหมวดหมู่ 6 หมวดหมู่คือ
1. Value Added: เน้นงานวิจัยที่เป็นนวัตกรรมเพื่อลดต้นทุนการผลิต /เพิ่มประสิทธิภาพ
การผลิต/ผลิตภาพของผลิตภัณฑ์หรือพัฒนาต่อยอดความเชี่ยวชาญ เพิ่มมูลค่าให้สินค้า และบริการ
ภูมิปัญญาท้องถิ่น หรือนวัตกรรมเพื่อต่อยอดเชิงพาณิชย์ได้
2. Partnership: เน้นงานวิจัยที่ย้ำความเป็นหุ้นส่วนธุรกิจ ระหว่าง นักวิจัย นักธุรกิจ และชุมชน หรืองานวิจัยที่ช่วยส่งเสริมคุณภาพชีวิต สิ่งแวดล้อมที่ดีขึ้น เอื้อประโยชน์ต่อกันและกัน
3. Trend to Success: เทรนด์ของงานวิจัยใหม่ ๆ ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต ยังไม่เคยปรากฏ สามารถทำเชิงธุรกิจได้ เช่น การวิจัยพัฒนาผลิตพลังงานทดแทนจากผลิตภัณฑ์เหลือใช้จากปิโตรเคมี ผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพเช่นการวิจัยพัฒนาเครื่องสำอางค์หรือยาจากสมุนไพรไทยเป็นต้น
4. Beyond Hub: นำเสนองานวิจัยที่ช่วยพัฒนายกระดับการบริหารจัดการระบบห่วงโซ่อุปทาน หรือการเป็นศูนย์กลางภูมิภาค อาเซียน เอเชีย ในด้านต่าง ๆ ของไทย เช่นระบบโลจิสติกส์ IT หรือ อุตสาหกรรมโรงแรมและร้านอาหาร งานวิจัยที่ยกระดับการศึกษา เป็นต้น
5. Quality of Life : เน้นงานวิจัยที่สร้างคุณภาพชีวิตคนในสังคม ให้อยู่ในสังคมอย่างสงบสุข เป็นสังคมแห่งการเรียนรู้ อาจเป็นงานวิจัยเชิงชุมชน หรือพัฒนานโยบายที่เกี่ยวข้อง
6. หมวดงานวิจัยอื่น ๆ ที่ส่งผลโดยรวมต่อการเปลี่ยนแปลงหรือสร้างองค์ความรู้ต่อสังคม
โดย Eduzine นิตยสาร “ความรู้สู่สังคม” นี้ จะออกเป็นราย 4 เดือน นอกจากนิตยสารแล้ว
ทปอ. ยังได้จัดทำ website เผยแพร่เนื้อหาของนิตยสารทาง www.thaieduzine.org และ Application
ผ่านไอแพด ระบบ iOS และแทบเล็ต ระบบ Android ที่สามารถติดตามความเคลื่อนไหวของงานวิจัย
แต่ละเล่มได้ต่อเนื่อง ซึ่งคาดหวังว่าจะเป็นอีกช่องทางหนึ่งในสร้างสังคมการเรียนรู้ แลกเปลี่ยน ระหว่าง ภาควิชาการและอุตสาหกรรม เพื่อให้เกิดการพัฒนาร่วมกันของภาคธุรกิจในที่สุด
“สำหรับเนื้อหาในเล่มแรกนี้ นำเสนอผลงานวิจัย 6 โครงการ ที่สร้างปรากฏการณ์ใหม่ให้แก่วงการสุขภาพ เช่น ถุงลอกเซลล์ผิวเท้าสำหรับผู้ป่วยเบาหวานของ ศ.ดร.พรอนงค์ อร่ามวิทย์ จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ที่ได้รับการพัฒนาต่อยอดผลิตออกจำหน่ายเชิงพาณิชย์แล้ว หรือ โครงการวิจัยเชื้อเพลิงทางเลือกจากขยะพลาสติก ของ ผศ.ดร.วีรชัย อาจหาญ จากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี
ที่พัฒนาโรงงานแปรรูปขยะพลาสติก ให้สามารถผลิตน้ำมันได้ 4,000 - 5,000 ลิตร จากขยะพลาสติก 6,000 กิโลกรัม เป็นต้น ผลงานวิจัยเหล่านี้ล้วนเป็นฝีมือของนักวิจัยไทย สิ่งนี้จึงเป็นจุดที่ ทปอ. ต้องการให้ทั้งภาครัฐ และเอกชนหันมาให้ความสำคัญของการพัฒนาองค์ความรู้ และทำงานอย่างบูรณาการร่วมกันเพื่อให้สามารถเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขันได้”
ทางด้าน ศ.นพ.สุทธิพร จิตต์มิตรภาพ เลขาธิการคณะกรรมการการวิจัยแห่งชาติ หรือ วช.เปิดเผยในโอกาสร่วมปาฐกถาพิเศษในหัวข้อ “อนาคตงานวิจัยไทย ...จากนี้ไป” ว่า ที่ผ่านมาทิศทางของงานวิจัยของไทย มีการวางเป้าหมายที่ตอบโจทย์ความต้องการของภาคเอกชนมากขึ้น จากตัวเลขของงบประมาณการวิจัยภาครัฐในปีผ่านมาอยู่ที่ 1.5 หมื่นล้านบาท แบ่งเป็นงานวิจัยที่นำไปต่อยอดเชิงพาณิชย์ถึง 1,958 โครงการ คิดเป็น 46.90% ของงบประมาณทั้งหมด รองลงมาเป็นงานวิจัยด้านวิชาการ 23.52% ด้านสังคมและชุมชน 21.32% และสุดท้ายด้านนโยบาย 8.26%ในส่วนภาคเอกชนมีการลงทุนวิจัยประมาณ 45% หรือราว 1 หมื่นล้านบาท และเมื่อนำตัวเลขมาคำนวณ จะทำให้งบประมาณด้านการวิจัยรวมของประเทศจะอยู่ที่ 2.6 หมื่นล้านบาท เมื่อเปรียบเทียบกับ GDP ในปีดังกล่าวที่ 13 ล้านล้านบาท
งบวิจัยจะอยู่ที่ 0.2% ของGDP ซึ่งถือว่าเป็นสัดส่วนที่น้อยมากเมื่อเทียบกับประเทศอื่นในภูมิภาคอาเซียน โดยผู้นำในภูมิภาคนี้คือ สิงคโปร์ คือราว 2.24% ต่อ GDPส่วนไทยเราอยู่ที่อันดับ 3 ของภูมิภาค และ
ผลจากการจัดอันดับขีดความสามารถในการแข่งขันทางเศรษฐกิจของธนาคารโลก จัดให้ไทยอยู่ในระดับรายได้ปานกลาง (Middle Income Tier) ในระยะ 10 ปีที่ผ่านมา อยู่ในระดับทรงตัวหรือมีทิศทางปรับตัวลดลง
โดยเป้าหมายการสนับสนุนงบประมาณด้านงานวิจัยของประเทศในปี 2559 จะอยู่ที่ 1% ของ GDP ที่ประมาณการอยู่ที่ 130,000 ล้านบาท คิดเป็น 1,300 ล้านบาท โดยงบประมาณดังกล่าว จะขับเคลื่อนงานวิจัยที่จะตอบสนองความต้องการของภาคเอกชน และระดับนโยบาย คือการวิจัยผลผลิตทางการเกษตร ข้าว มันสำปะหลัง ยางพารา อ้อย น้ำตาล และปาล์มน้ำมัน งานวิจัยด้านโลจิสติกส์ งานวิจัยด้านสุขภาพและการวิจัย
ระบบราง เป็นต้น ควบคู่ไปกับงานวิจัยสร้างฐานความรู้ และการสร้างนักวิจัยใหม่ แต่ทิศทางของ
การทำงานแบบบูรณาการร่วมกันของหน่วยงานทางด้านการวิจัยต้องได้รับการปฏิรูประบบวิจัย
เพื่อการทำงานอย่างเป็นระบบ มีการแบ่งหน้าที่ชัดเจน ตั้งแต่ระดับนโยบาย แหล่งทุน หน่วยงานทำวิจัย และผู้ใช้ผลงานวิจัยที่ชัดเจน ให้สามารถใช้งานได้จริง โดยยึดประโยชน์ประเทศเป็นหลักเพื่อสร้าง
ความเข้มแข็งให้กับขีดความสามารถในการแข่งขันเชิงอุตสาหกรรม คุณภาพด้านสิ่งแวดล้อม และ
ความเป็นอยู่ที่ดีของประชาชน เพื่อเป็นจุดเชื่อมระหว่าง ภาควิชาการ ภาคอุตสาหกรรม และภาคสังคม
ให้อยู่ร่วมกันอย่างบูรณาการยั่งยืนในที่สุด

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า

กระทู้ฮอตในรอบ 7 วัน

Tags:
Tags:  

หน้า: 1

 
ตอบ

ชื่อ:
 
แชร์ไป Facebook ด้วย
กระทู้:
ไอค่อนข้อความ:
ตัวหนาตัวเอียงตัวขีดเส้นใต้จัดย่อหน้าชิดซ้ายจัดย่อหน้ากึ่งกลางจัดย่อหน้าชิดขวา

 
 

[เพิ่มเติม]
แนบไฟล์: (แนบไฟล์เพิ่ม)
ไฟล์ที่อนุญาต: gif, jpg, jpeg
ขนาดไฟล์สูงสุดที่อนุญาต 20000000 KB : 4 ไฟล์ : ต่อความคิดเห็น
ติดตามกระทู้นี้ : ส่งไปที่อีเมลของสมาชิกสนุก
  ส่งไปที่
พิมพ์อักษรตามภาพ:
พิมพ์ตัวอักษรที่แสดงในรูปภาพ
 
:  
  • ข้อความของคุณอยู่ในกระทู้นี้
  • กระทู้ที่ถูกใส่กุญแจ
  • กระทู้ปกติ
  • กระทู้ติดหมุด
  • กระทู้น่าสนใจ (มีผู้ตอบมากกว่า 15 ครั้ง)
  • โพลล์
  • กระทู้น่าสนใจมาก (มีผู้ตอบมากกว่า 25 ครั้ง)
         
หากท่านพบเห็นการกระทำ หรือพฤติกรรมใด ๆ ที่ไม่เหมาะสม ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเสื่อมเสียแก่สถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ รวมถึง การใช้ข้อความที่ไม่สุภาพ พฤติกรรมการหลอกลวง การเผยแพร่ภาพลามก อนาจาร หรือการกระทำใด ๆ ที่อาจก่อให้ผู้อื่น ได้รับความเสียหาย กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม