หน้า: 1

ชนิดกระทู้ ผู้เขียน กระทู้: พี่สะใภ้ร้ายกว่าในละคร ตอนที่4  (อ่าน 88 ครั้ง)
Guest
สะใภ้เล็ก
เรทกระทู้
« เมื่อ: 8 พ.ย. 14, 15:52 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
Send E-mail

แบ่งปันกระทู้นี้ให้เพื่อนคุณอ่านไหมคะ?

ปิดปิด
 

หลังจากเหตุการณ์ครั้งนั้น พี่เปิ้ลก็เริ่มหาเหตุให้มีเรื่องกระทบกันบ่อยขึ้นวันเว้นวันกันเลยทีเดียว เพราะมั่นใจว่าภาพพจน์ของดิฉันติดลบแล้ว บางครั้งดิฉันรู้สึกท้อมากจนไม่อยากเข้าบ้านตอนเย็น เพราะไม่รู้วันนี้จะโดนกลั่นแกล้งเรื่องอะไรอีก เศร้ามากค่ะบ้านของตัวเองแท้ๆแต่ไม่อยากอยู่เลย ช่วงนั้นแอบร้องไห้ในห้องน้ำทุกวันเลยค่ะ อยากเป็นคนเข้มแข็งและปกป้องลูกได้ แต่ก็เสียใจมากที่ทำอะไรแทบไม่ได้เลย และลูกยังต้องมารับรู้สภาพสังคมแบบนี้ตั้งแต่เด็ก ที่บอกว่าทำอะไรไม่ได้มากเพราะสามีตัวเองค่ะ เขาคอยแต่จะห้ามแล้วให้หลบเข้าบ้านตลอดเวลา ไม่ให้ปะทะด้วย เพื่อเห็นแก่แม่สามี แต่ในความเป็นจริงมันทำแทบไม่ได้เลยค่ะ เคยลองหลบเข้าบ้าน 1 อาทิตย์ คราวนี้ยิ่งเหิมกันใหญ่ เล่นเสียงดังขึ้น วิ่งรอบบ้านดิฉันตะโกนโวยวาย ขณะที่ลูกดิฉันกำลังเรียนพิเศษกับครูในห้องที่ปิดหน้าต่างเปิดแอร์ แต่เสียงก็ยังดังมากเหมือนเจตนา จนลูกเดินออกมาบอกให้ดิฉันช่วยไปบอกพวกเขาให้เล่นกันเสียงเบาๆหน่อยเรียนไม่รู้เรื่อง ตอนนั้น ถ้าดิฉันเดินออกไปบอกพวกเขาให้เงียบ คราวนี้กลายเป็นเรื่องใหญ่แน่ เพราะพี่เปิ้ลหาจังหวะจะสร้างเรื่องใหม่ขึ้นมาอีกเพื่อเรียกร้องความสนใจและความเห็นใจจากพี่น้องสามีอยู่แล้ว ดิฉันตัดสินใจโทรแจ้งสามีให้มาช่วยจัดการด่วน เพราะสามีเคยบอกไว้ว่าตั้งแต่นี้ต่อไปถ้าเขาพยายามหาเรื่อง ให้โทรไปบอก สามีจะเดินมาเคลียร์เองเพราะสามีดิฉันรู้ว่าพี่เปิ้ลกำลังเอาดิฉันซึ่งเด็กกว่าเขา เป็นแพะในเกมของเขา แต่สามีดิฉันก็มาช้ามากจนพวกเขาเข้าบ้านกันไปแล้ว ดิฉันไม่กล้าโทรไปเร่งสามีเพราะลึกๆดิฉันก็เกรงใจ มันเป็นเวลางานและอาจติดพันงานบางอย่างหรือประชุมอยู่ หลังจากวันนั้นทุกอย่างดูมากขึ้นอีกเพราะพี่เปิ้ลคงคิดว่าไม่มีใครกล้ามาทำอะไร ที่ว่ามากขึ้นเช่นปล่อยลูกออกมาวิ่งเล่นตั้งแต่บ่ายสามและเล่นเลยไปถึงส่วนของออฟฟิศที่พนักงานยังทำงานกันอยู่ ขี่จักรยานบ้าง โยนลูกบอลบ้าง เสียงดังมากตะโกนหัวเราะกัน ส่วนตัวพี่เปิ้ลก็ทำเป็นเดินตามลูกมาคอยดูว่ามีใครกล้ามาว่าลูกเธอไหม พนักงานที่ออฟฟิศไม่มีใครกล้าพูดอะไรเพราะรู้ว่าเป็นลูกของพี่ชายกรรมการบริษัท จนวันหนึ่งความอดทนของดิฉันหมดจริงๆค่ะ คิดว่ามีเรื่องทะเลาะกับสามีก็ยอม วันนั้นดิฉันเดินออกไปบอกพี่เปิ้ลให้ช่วยพาลูกเข้ามาเล่นในบริเวญบ้านก่อนรอเลิกงานค่อยออกไป รู้ไหมค่ะว่าสิ่งที่ดิฉันได้ยินกลับมาคืออะไร ทุกท่านคงพอเดาได้ค่ะ “เด็กมันยังเล็กอยู่ คุมไม่ได้หรอก จะอะไรกันนักหนา แล้วอีกอย่างฉันก็มีสิทธิในที่ดินของออฟฟิศ ครึ่งหนึ่งเพราะฉะนั้นฉันจะทำอะไรก็ได้” ถ้าทุกท่านเป็นดิฉัน ณ ตอนนั้นจะทำยังไงต่อค่ะ ตอนนั้นทั้งอึ้งและโกรธมากค่ะเพราะนอกจากคำพูดแล้ว สายตา ท่าทางสุดๆเลยค่ะ ต้องมอบโล่ทองคำฝังเพชรในการแสดงบทตัวร้ายให้เลยค่ะ และเหตุการณ์นี้คือจุดเริ่มต้นของผู้ชายใส่กระโปรงค่ะ (ดิฉันขออนุญาติใช้คำไม่สุภาพค่ะ เพราะไม่รู้จะจำกัดความว่ายังไงดี เพราะตั้งแต่เล็กจนโตไม่เคยมีผู้ชายคนไหนมาพูดจาหรือทำปฏิกิยากับดิฉันแบบนี้มาก่อนเลยค่ะ) เริ่มจากวันต่อมาพี่ชายสามี( ไม่ทราบไปฟังภรรยาเล่าแบบไหน) กลายเป็นมองดิฉันด้วยสายตาชิงชัง และเริ่มแกล้งดิฉันด้วยตัวเขาเอง ส่วนพี่เปิ้ลคอยคุมและดูอยู่ในระยะ 100 เมตร วันนั้นพี่ชายสามียอมขับรถกลับจากที่ทำงานมาบ้านเร็วมาก บ่ายสามครึ่งค่ะ ก็พาลูกชายแฝดสองคนออกมาเล่นบริเวญบ้านดิฉัน แล้วพอดีจังหวะดิฉันจะออกมาไหว้ศาลพระภูมิที่อยู่ในบริเวณดังกล่าว เมื่อพี่ชายสามีเห็นดิฉันออกมา เขารีบพาลูกสองคนข้ามไปออฟฟิศเดินเล่นทั้งที่หน้าออฟฟิศมีพนักงานออกมาสูบบุหรี่และคุยงานกัน พี่ชายสามีพาลูกเขาขึ้นขี่มอเตอร์ไซด์ของพนักงานที่จอดไว้ แล้วหันมามองหน้าดิฉันยิ้มเยาะ ทำนองว่าเธอจะทำอะไรฉันได้ ตอนนั้นดิฉันอึ้งมากค่ะ และเสียความรู้สึกมากเพราะเขาคือคนที่ดิฉันเคยเคารพ ในขณะเดียวกันก็รู้สึกปลง ว่าทำไมคนเรามีหน้าที่การงานที่ดี มีการศึกษาที่ดี มีสภาพครอบครัวที่ดี แต่เปลี่ยนไปได้ขนาดนี้เพราะผู้หญิงเพียงคนเดียวที่ไม่ใช่แม้กระทั่งแม่บังเกิดเกล้า ตอนนั้นดิฉันไม่กล้าไปต่อว่าเขาค่ะเพราะลึกๆดิฉันยังเคารพเขาอยู่เพราะโดยส่วนตัว ดิฉันไม่มีปัญหาอะไรกับเขาเลย ดิฉันจึงได้โทรไปแจ้งให้สามีรีบออกมาดูและเคลียร์เพราะพนักงานที่ออกมานั่งข้างนอก อาจมีใครซักคนเป็นเจ้าของมอเตอร์ไซด์ที่หลานไปเล่น มันดูไม่ดีมากๆเลยค่ะ พอสามีดิฉันเดินออกมาดู พี่ชายสามีตกใจรีบพาลูกทั้งสองคนเดินข้ามเข้ามาบริเวณบ้านแล้วทำหน้าเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น อึ้งอีกแล้วค่ะ เล่นละครได้เก่งมากค่ะถ้าไม่เห็นด้วยตาตัวเองตั้งแต่แรกคงไม่เชื่อ แล้วหลังจากนั้นพี่สามีและพี่เปิ้ลก็คอยไปเยี่ยมพี่น้องคนอื่นๆทุกอาทิตย์เพื่อเล่าเรื่องโกหกที่สร้างขึ้นมาโดยมีดิฉันเป็นแพะทุกเรื่อง ดิฉันค่อยๆทราบมาจากแม่สามีตอนที่เขาถามว่าทำไมดิฉันไปทำเรื่องแบบนั้นแบบนี้ และแม่สามีก็ค่อนข้างเชื่อฝั่งนั้นเพราะคนที่เล่าคือลูกชายตัวเอง (พี่สามี) ส่วนพี่เปิ้ลก็คอยทำหน้าเศ้าและน้ำตาคลอตลอดเวลา (สิ่งนี้เพิ่งรู้ภายหลังจากพี่น้องสามีคนอื่น) ทุกเรื่องที่แม่สามีถาม ดิฉันก็จะคอยบอกความจริงและเล่าตั้งแต่แรกว่าแท้จริงเกิดอะไรขึ้น แต่ก็เหมือนแก้ตัวเพราะมาพูดทีหลัง และใจก็เชื่อลูกตัวเองมากกว่า และที่สำคัญคงรับไม่ได้ถ้าลูกชายตัวเองมีพฤติกรรมดังกล่าว เพราะต่อหน้าไม่เคยแสดงให้เห็น

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า

กระทู้ฮอตในรอบ 7 วัน

Tags:  พี่สะใภ้ร้ายกว่าในละคร ตอนที่5 

หน้า: 1

 
ตอบ
ชื่อ:
 
แชร์ไป Facebook ด้วย
กระทู้:
ไอค่อนข้อความ:
ตัวหนาตัวเอียงตัวขีดเส้นใต้จัดย่อหน้าชิดซ้ายจัดย่อหน้ากึ่งกลางจัดย่อหน้าชิดขวา

 
 

[เพิ่มเติม]
แนบไฟล์: (แนบไฟล์เพิ่ม)
ไฟล์ที่อนุญาต: gif, jpg, jpeg
ขนาดไฟล์สูงสุดที่อนุญาต 20000000 KB : 4 ไฟล์ : ต่อความคิดเห็น
ติดตามกระทู้นี้ : ส่งไปที่อีเมลของสมาชิกสนุก
  ส่งไปที่
พิมพ์อักษรตามภาพ:
พิมพ์ตัวอักษรที่แสดงในรูปภาพ
 
:   Go
  • ข้อความของคุณอยู่ในกระทู้นี้
  • กระทู้ที่ถูกใส่กุญแจ
  • กระทู้ปกติ
  • กระทู้ติดหมุด
  • กระทู้น่าสนใจ (มีผู้ตอบมากกว่า 15 ครั้ง)
  • โพลล์
  • กระทู้น่าสนใจมาก (มีผู้ตอบมากกว่า 25 ครั้ง)
         
หากท่านพบเห็นการกระทำ หรือพฤติกรรมใด ๆ ที่ไม่เหมาะสม ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเสื่อมเสียแก่สถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ รวมถึง การใช้ข้อความที่ไม่สุภาพ พฤติกรรมการหลอกลวง การเผยแพร่ภาพลามก อนาจาร หรือการกระทำใด ๆ ที่อาจก่อให้ผู้อื่น ได้รับความเสียหาย กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม