หน้า: 1

ชนิดกระทู้ ผู้เขียน กระทู้: ความจริงเรื่องระบอบทักษิณ จากชายบ้านนอกคนหนึ่ง  (อ่าน 254 ครั้ง)
add
เรทกระทู้
« เมื่อ: 25 ก.พ. 14, 23:59 น »
Send E-mail

แบ่งปันกระทู้นี้ให้เพื่อนคุณอ่านไหมคะ?

ปิดปิด
 

q*062q*062q*062q*071q*071q*071q*071
ต้องขอออกตัวก่อนครับว่า ไม่มีเจตนาจะอวด อะไรกับใครทั้งสิ้น เพียงแต่อยากเล่าเรื่องจริงที่เกิดขึ้นแค่นั้นครับ

ผมเป็นคน ตจว. เข้ามาทำงานในกรุงเทพฯ ประมาณ 8-9 ปี ผมกลับบ้านที่ต่างจังหวัดเมื่อปี 39 กลับไปเปิดร้านถ่ายเอกสารเล็ก ๆ (มากๆ) มีเครื่องถ่ายเก่า ๆ ตัวหนึ่ง เครื่องคอมฯ เครื่องเคลือบบัตร อย่างละตัวครับ เมีย 1 ลูก 1 อายุ 6 เดือน บ้านเช่า 2000 /เดือน (จ่ายรายปี)
ข้าวไม่ต้องซื้อ ในช่วง 3 เดือนแรก มีรายได้วันละ 20-30 บาท ซื้อไก่ 1 ไม้ 10 บาท กินทั้ง 3 มื้อกับเมีย

ต่อมาเดือนที่ 4 5 6... มีรายได้วันละ 50 บาท (ดีใจแทบตาย) วันไหนที่ได้ 100 ดีใจยังกะถูกหวย

พอปี 40 เศรษฐกิจไทยก็ทรุด ช่วงนั้นนายชวน เป็นนายกฯ ซึ่งการแก้ปัญหาขณะนั้น นายชวนจะออกในแนวประหยัด มัธยัสถ์ และมีการส่งเสริมทฤษฎีพอเพียง ช่วงนั้นคนต่างจังหวัดกลับบ้านกันเยอะมาก เพราะตกงาน ค้าขายขาดทุน แทบทุกคนกลับบ้านไปอาศัยพ่อแม่ที่บ้านนอกที่ส่วนมากเป็นเกษตรกร ทำไร่ ทำสวน ทำนา กลับมาช่วยพ่อแม่ทำงานที่บ้าน ก็ทำให้ชีวิตความเป็นอยู่ไม่ลำบากมาก เพราะมีบ้านอยู่ มีข้าวกิน อาหารการกินหาได้ตามท้องไร่ท้องนา จะไม่มีก็แค่เงินเท่านั้น

ช่วงนั้นทั้งสื่อมวลชน รัฐบาล นักวิชาการ วิชาเกิน ต่างมองเห็นเป็นแนวทางเดียวกันว่า บ้านและครอบครัวที่ต่างจังหวัดของแต่ละคน และการเกษตร นั่นแหละคือฐานที่มั่นของชีวิต ภาคเกษตรคือเบาะรองรับการล้มที่ดีที่สุด และขอบคุณเกษตรกรคนต่างจังหวัดที่ช่วยดูและและรับภาระช่วงที่เกิดวิกฤต

ผมเปิดร้านปี 39 ปี 40 เศรษฐกิจทรุด ประกอบกับร้านก็เล็ก เงินทุนหมุนเวียน 4,000 บาท หลักทรัพย์อะไรก็ไม่มี ไปกู้เงินออมสินเขาก็ไม่ให้กู้ ไปกู้กรุงไทยเขาก็ไม่ให้กู้ ก็อยู่ไปตามประสารอวันตาย นึ่งข้าวเหนียวใส่กระติบ ซื้อไก่ไม้ 10 ไม้หนึ่งกินกัน 2 คนผัวเมีย เลิกเหล้า เลิกบุรี่ เลิกเที่ยว ลดรายจ่ายทุกอย่างครับ ก็พออยู่ได้

ต่อมาไม่นานมีการเลือกตั้ง พรรคไทยรักไทย เอาป้ายมาติดหน้าร้าน พร้อมกับข้อความ คิดใหม่ ทำใหม่ ผมนึกในใจว่า ยังไงก็จะเลือกท่านทักษิณ ด้วยเหตุผลที่ว่า อยากลองของใหม่ ชอบเครื่องแบบ หน้าตาท่านดี รวย และกล้าติดสินใจ บุคลิกดี กล้าพูด คุยกับฝรั่งเสียงดัง ฟังชัด ฉะฉาน ซึ่งก็ไม่ได้คาดหวังอะไรมาก (ก็รู้กันอยู่ว่าในอดีตที่ผ่านมาเมื่อเลือกตั้งเสร็จก็งั้น ๆ คล้าย ๆ กับว่าเขาขออำนาจเราไป เมื่อได้แล้วก็จบกัน ติดตามไม่ได้ ตรวจสอบไม่ได้ เรียกร้องไม่ได้ ทวงสัญญานโยบายไม่ได้)
แต่... จากวันนั้นวันที่ ไทยรักไทยมาแขวนป้ายหน้าร้าน ชีวิตผมก็เปลี่ยนไป...
ผมมีงานมากขึ้นเพราะ สส. เข้ามาถ่ายเอกสาร หลักฐานต่าง ๆ เยอะมาก ตั้ง 8 - 9 เบอร์ แต่ละเบอร์ทำเอกสารไม่ใช้น้อย ๆ ทำให้ได้งานได้เงินมากขึ้น ราคาดีขึ้น เมื่อผลปรากฎว่า ท่านทักษิณ ชนะเลือกตั้ง แถลงนโยบายเสร็จสรรพ ด้วยวลีที่ว่า "จะเป็นรัฐบาลที่ทำงานเหนื่อยและหนักเพื่อประชาชน" การเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน ต่างสนใจในนโยบาย (ในขณะที่ประเทศไทยเป็นหนี้ IMF แต่ท่านทักษิณบอกว่าจะให้เงินชาวบ้านไปบริหาร หมู่บ้านละ 1 ล้าน ตอนนั้น พรรค ปชป. เอาแต่นั่งหัวเราะ) ข้าราชการตื่นตัว มีความกระฉับกระเฉง โครงการต่าง ๆ พรั่งพรูออกมา (ซึ่งไม่บอกทุกท่านก็น่าจะรู้ว่าเกิดการเปลี่ยนแปลงขนาดไหน)

- ต่อมามีนโยบาย ธนาคารคนจน ของธนาคารออมสิน ให้กู้รายละ 15,000 - 30,000 บาท ให้กับคนทั่วไปและพ่อค้าแม่ค้า โดยไม่ต้องมีหลักทรัพย์ ไม่ต้องมีคนค้ำประกัน ผมก็เอาด้วยครับ ก็เอามาซื้อของเข้าร้านเพิ่ม ใช้หนี้เขาสัก 2-3 เดือน ก็ผ่อนเกือบหมด ต่อมาก็มีโครงการสินเชื่อห้องแถว ผมก็เอาด้วยครับ เอามาซื้อเครื่องตัด ซื้อเครื่องถ่ายเพิ่ม ซื้ออุปกรณ์ต่าง ๆ ต่อมาผมก็ไปขอสินเชื่อประเภทซื้อที่อยู่อาศัย ธ.ออมสินเห็นว่าผมส่งเงินเขาดี ไม่ขาดตกบกพร่องเขาก็ให้กู้ซื้อบ้านราคา 400,000 บาท (ร้านที่เช่าอยู่ทุกวันนี้) ก็ผ่อนมาเรื่อยครับ ตอนนี้เหลือแสนกว่าบาท ซึ่งเงินผ่อนกับเงินค่าเช่ามันก็พอๆกัน
- ต่อมาก็มีโครงการต่าง ๆ ออกมาจากรัฐอีกมากมาย ฯ ซึ่งทุกโครงการล้วนแต่กระตุ้นการจับจ่ายใช้สอย กระจายเงิน กระจายโอกาส เช่น ป.บัณฑิต อาจารย์ 3 ผอ.กันดาร ( ผอ.3.4) เพิ่มเงิน ป. ของตำรวจ หวยบนดิน เขียนจดหมายขอทุน 1 อำเภอ 1โรงเรียน
โอท๊อป แก้ปัญหาความยากจน 30 บาท รักษาทุกโรค พักหนี้ ฯลฯ ทุกโครงการ...ร้านค้าเล็ก ๆ อย่างผมก็จะได้งานเพิ่มขึ้น แน่นอนว่ารายได้ก็ตามมา ซึ่งเป็นคนละอย่างกันกับ ท่านชวน หลีกภัย แห่ง ปชป. ที่มุ่งเน้นการประหยัด เก็บหอมรอบริบ พอเพียง (และหลายคนก็ได้รับโอกาสเหมือนผมนี่แหละ)

จวบจนกระทั่งปัจจุบันนี้ จากที่ผมเป็นร้านเล็ก ๆ ในอดีต ปัจจุบันก็ถือว่ามีความพร้อมในการให้บริการลูกค้ามากขึ้น

มีเครื่องถ่าย 5 ตัว เครื่องพิมพ์ 2 ตัว เครื่องปริ้น 7 ตัว เครื่องคอม 2 ชุด เครื่องตัด อุปกรณ์อื่น ๆ อีก มากมาย

สั่งกระดาษเข้าครั้งละประมาณ 100-200 รีม (เอ 4) ก็เป็นเรื่องปกติ ซื้อที่ในตัวอำเภอ 3 แปลง มีรถคันละล้านขับ จากร้านที่เช่าก็ซื้อเขาซะจะได้ไม่ต้องกลัวเขาไล่ที่ ส่งลูกเรียนพิเศษได้ ไปเที่ยวทะเลในวันหยุดได้ วันไหนว่าง ๆ ก็พาลูกเมียไปกินพิซซ่าได้ กินสุกี้ได้ ดูหนัง ตามห้าง ฯ ได้ มีโน๊ตบุ๊คให้ลูกใช้ มีโทรศัพท์มือถือดี ๆ เครื่องละหมื่นกว่า ๆ ใช้ มีทีวีจอ 40 นิ้วไว้ดู มีคาราโอเกะไว้ร้อง มีชุดโฮมเธียร์เตอร์ ชำระค่าเน็ตเดือนละ 700 ได้ และก็เป็นหนี้ได้สัก 2-300,000 บาท คือ สรุปว่าชีวิตมันเปลี่ยนไปในทิศทางที่ดีขึ้น แม้มันจะไม่มากก็ตาม อาจเป็นหนี้เป็นสินบ้าง แต่ก็อยู่ในภาวะที่จะชำระได้ หักลบกลบหนี้แล้วก็พอมีกำไร (มันก็ดีกว่าตอนทั้งวัน ไก่ 1 ไม้ 10 บาท กินทั้งผัวเมีย จนชาวบ้านเขาต่างดูถูกว่า สงสัยจะเลี้ยงลูกเลี้ยงครอบครัวไม่ไหว)

ที่เล่ามานี้ ผมไม่ได้ว่าจะอวด อย่างที่ว่าไว้ เพียงแต่จะสะท้อนให้เห็นว่า

1. วันหนึ่งเมื่อคนกรุงเทพฯ หรือภาคธุรกิจ-อุตสาหกรรม เดือดร้อนเพราะเศรษฐกิจ พวกคุณก็เอาคนที่ตกงาน เอาภาระของสังคม ไปฝากไว้กับ ภาคการเกษตร ที่มีแต่คนแก่ คนเฒ่าเป็นผู้บริหาร พวกเขาขาดทั้งเงินทุน ขาดทั้งองค์ความรู้ การคมนาคม อำนาจต่อรอง ฯลฯ แต่เขาก็ทำหน้าที่เลี้ยงดูคนทั้งประเทศได้ จนประเทศฟื้นคืนสู่ปกติ
แล้ววันหนึ่ง วันที่พวกเขาทำการเกษตรแล้วพอจะมีกำไรบ้าง พอที่จะปลดเปลื้องหนี้สินได้บ้าง ภาคธุรกิจ-อุตสาหกรรม ก็ต่อต้านตั้งแง่กับเขาว่าได้มากไป จะทำให้ประเทศชาติทรุด ทั้ง ๆ ที่วันที่ประเทศชาติทรุด พวกเขาเป็นคนดูแล อย่างนี้ยุติธรรมสำหรับเขาแล้วหรือ (ส่วนนักการเมืองบางฝ่ายก็ไล่ล่า ไล่ล้มกัน หาใช่การตรวจสอบเพื่อให้ภาคเกษตรกรได้ประโยชน์สูงสุดอย่างที่กล่าวอ้าง)



noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #1 เมื่อ: 26 ก.พ. 14, 00:00 น »
 

(ต่อ)

2. แล้วที่ผมบอกว่า ผมสิ่งของต่าง ๆ นานา หลาย ๆ อย่าง ก็ใช่ว่าผมจะอวด เพียงแต่อยากจะสะท้อนให้เห็นว่า ของที่ผมซื้อหามาได้นั้น ส่วนมาก ชาวไร่ชาวนา เขาไม่ได้ผลิต มีแต่คนรวย พ่อค้า นายทุน เจ้าของโรงงาน นายธนาคาร และคนชั้นกลาง-ชั้นสูง เท่านั้นที่ร่วมกันผลิต นั้นแสดงว่า แม้ผมจะทำมาหาได้ แต่สุดท้ายแล้วเงินก็กลับไปสู่พวกคุณที่เป็นพ่อค้านายทุน คนชั้นกลาง-ชั้นสูงอย่างพวกคุณ ใช่หรือไม่ (แล้วพวกคุณจะบอกว่า ท่านทักษิณฯ เอาเงินมาแจกคนจนได้อย่างไร)

ก็ใช่ว่าผมจะลุ่มหลงในโลกของทุนนิยมไปเสียทั้งหมด เพราะในที่ทางที่ผมมี ผมก็ทำตามที่พ่อท่านบอก คือ ปลูกทุกอย่างที่กิน ปลูกข้าว (3 ไร่ ) พริก มะนาว ข่า ตะไคร้ ใบมะกรูด แมงลัก มะละกอ กะท้อน มีบ่อปลาเล็ก ๆ 2 บ่อครับ แต่จับปลากินได้ทั้งปี มีกระถิน ตำลึง มะรุม ผักพื้นบ้านก็เก็บกินได้ทั้งปีครับ ปลอดจากสารเคมีทุกชนิดครับ ใช้ขี้วัว ขี้ควาย เป็นปุ๋ย (มะม่วงที่สวนผมลูกใหญ่ที่สุดในอำเภอครับ) ไก่ป่า..ก็เยอะสุดครับ เป็นเถียงนาเล็ก ๆ ครับ แต่อยู่ง่าย ๆ สบาย ๆ

"ต้องยอมรับว่า ผมมีชีวิตแบบปกติสุขอย่างทุกวันนี้ได้เพราะนโยบายของท่านทักษิณ ชินวัตร จริง ๆ แล้วแบบนี้

"ไม่ให้ผมรัก ไม่ให้ผมเลือกท่าน ก็ช่วยตอบผมหน่อยเถอะว่า จะให้เลือกหมาที่ไหน"

อ้อ... ข้อมูลจริงครับไม่ได้ดราม่า และยินดีต้อนรับทุกท่าน..ครับ..

q*071q*071q*071q*071



noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #2 เมื่อ: 26 ก.พ. 14, 07:02 น »
 
"ต้องยอมรับว่า ผมมีชีวิตแบบปกติสุขอย่างทุกวันนี้ได้เพราะนโยบายของท่านทักษิณ ชินวัตร จริง ๆ แล้วแบบนี้

"ไม่ให้ผมรัก ไม่ให้ผมเลือกท่าน ก็ช่วยตอบผมหน่อยเถอะว่า จะให้เลือกหมาที่ไหน"



q*062q*062q*062q*062q*062q*062q*062q*062


ทำไมคุณทักษิณ ถึงยังอยู่ในใจของคนไทยหลายล้านคน?
เพราะ......คุณทักษิณเป็นคนที่ "พูดจริง ทำจริง" และช่วยเหลือคนจนให้ลืมตาอ้าปากได้จริงๆ
อะไรที่ยากๆ ซึ่งนักวิชาการหลายต่อหลายคนบอก "ทำไม่ได้" แต่คุณทักษิณก็ทำได้ และก็ทำได้ดีซะด้วย
หลายๆประเทศ ต่างก็ให้ความนับหน้าถือตา และยอมรับในความสามารถ
รวมทั้งคนไทยอีกครึ่งค่อนประเทศ ที่มองเห็นในผลงาน และยังคงชื่มชมไม่เสื่อมคลาย

ผิดกับพรรค ปชป. "ที่ดีแต่พูด แต่ทำอะไรไม่เคยได้" ผลงานไม่มี ความดีไม่ปรากฎ
ถนัดที่สุดก็เรื่อง "ใส่ร้ายป้ายสี เอาดีใส่ตัว เอาชั่วใส่คนอื่น"






noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #3 เมื่อ: 26 ก.พ. 14, 07:14 น »
 

.



noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #4 เมื่อ: 26 ก.พ. 14, 13:11 น »
 
นี่คือ คห.จองคุณโจ(ณ.ประเทศซิดนี่)
พอปี 40 เศรษฐกิจไทยก็ทรุด ช่วงนั้นนายชวน เป็นนายกฯ

คุณโจจะเบี่ยงเบนความจริงไปถึงใหนกันครับ หรือเป็นโรค Thaksinism โกหกกันซึ่งๆหน้าอย่างนี้เลยหรือครับ? ไม่อายหรือครับ?

สมัยรัฐบาล พลเอกเชาวลิต ยงใจยุทธ (ก.ค-พ.ย 2540)


1. มาตรการแรก การลอยตัวค่าเงิน
คือ วันที่ 2 ก.ค. 2540 ประกาศยกเลิกการกำหนดค่าเงินบาทเทียบกับสกุลเงินของประเทศคู่ค้าสำคัญ มาเป็นระบบอัตราแลกเปลี่ยนแบบลอยตัว
2. มาตรการที่สอง การเจรจาและของกู้เงิน กับ IMF
คือ วันที่ 14 ส.ค. 2540 ลงนามสัญญารับเงื่อนไขการกู้เงินกับ IMF
3. มาตรการที่สาม มาตรการฟื้นฟูเศรษฐกิจ (มาตรการ 13 ต.ค. 40)
เช่น ปิดสถาบันการเงิน 58 แห่ง , จัดตั้ง ปรส. และ บบส. (ปฏิรูปสถาบันการเงินและบริหารสินทรัพย์ฯ)
4. นโยบายแปรรูปรัฐวิสาหกิจ
พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร รองนายกรัฐมนตรีฯ ในขณะนั้น
เป็นประธานคณะกรรมการกำกับนโยบายฯ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 26 ก.พ. 14, 13:39 น โดย manjumbo » noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #5 เมื่อ: 26 ก.พ. 14, 13:34 น »
 
ปี 2540 เศรษฐกิจประเทศ ล้มระเนระนาด เพราะการบริหารผิดพลาดของ ชวลิตฯ

ผมอ่านข้อมูลของคนแดงทีไร มวนท้องจะเข้าห้องน้ำทุกที ช่างสรรหา ความอัปยศ ให้กับกลุ่มคนเหล่านี้เสมอมา

ไม่มีความละอาย ไม่รู้ข้อมูล หรือแกล้งเบี่ยงเบน

ระหว่าง กค.-พย.2540 เป็นรัฐบาลของ พลเอก ชวลิตฯ ครับ

รัฐบาลนายชวนฯ เข้าไป ไกล้สิ้นปี แล้ว เข้าไปแก้ปัญหา ให้ประเทศชาติให้รอดพ้นวิบัติต่างหาก

ก็เหมือนรัฐบาลยิ่งลักษณ์ มีนโยบายรับจำนำข้าวนี่แหละ ชาวนาฆ่าตัวตายไปแล้ว 10 ครอบครัวเพราะรัฐบาลไม่จ่ายค่าจำนำข้าว พวกคนไถนา ก็ทวงเงิน ค่าปุ๋ย ค่าเกี่ยวข้าว พวกออกเงินกู้รายวัน ไปทวงเงินชาวนา จนเครียดถึงขนาดผูกคอตาย

คุณโจ(ณ.ประเทศซิดนี่)ก็ยังยืนยันว่ารัฐบาลยิ่งลักษณ์ทำดีบริหารดี ตอนนี้ประเทศขาดทุนไปแล้ว 4 แสนกว่าล้านบาท ต่อไปวันข้างหน้าต้องนำภาษีจากประชาชนจากเราเอาไปทดแทน.....

ไม่รู้สึกรู้สาบ้างหรือครับ คนแดง

//ช.ผาสุข
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #6 เมื่อ: 26 ก.พ. 14, 14:09 น »
 

q*022มาอีกละ ตาแก่จอมป่วน

เทือกมันสีซอให้_ฟัง ไปเข้าฝันทุกวันทุกคืน

จนมันซึมซับเข้าไปในกระแสเลือดแล้วอ่ะนะ ทำไงได้

กินหญ้า แทนข้าว อร่อยมั้ย? q*080

แหม! อุตส่าห์แนะนำให้กินปลามากๆ ยังไม่ไปกินอีกแน่ะ!

ไปเข้าวัดเข้าวามาบ้างหรือยัง กิเลศมันจะได้เบาบางลง

อำนาจฝ่ายต่ำที่มันครอบงำจิตใจ มันจะได้ลดลงบ้าง
q*025


« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 26 ก.พ. 14, 15:39 น โดย d00bd00b » noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
Guest
คนจบ ป.4
เรทกระทู้
« ตอบ #7 เมื่อ: 26 ก.พ. 14, 14:28 น »
 
โครงการ IMF เกิดขึ้นสมัยรัฐบาล พล.อ.ชวลิตฯ
พอรัฐบาลชวนเข้ามาก็ไม่ได้แก้ปัญหาอย่างที่กล่าวอ้าง
แต่กลับสานโครงการต่อ เบิกเงิน IMF จนเต็มเพดาน(มากกว่ารัฐบาล พล.อ.ชวลิตฯที่เบิกเพียงครั้งเดียว)
สร้างผลงานอัปยศ ด้วยกฎหมายทาส 11 ฉบับ
แล้วจัดการขายทรัพย์สิน ปรส.ขาดทุน 6 แสนกว่าล้านบาท
ให้กับบริษัทฯ...........(ไปหาดูเองครับ)
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #8 เมื่อ: 26 ก.พ. 14, 14:28 น »
 
นางคนนี้อ้างว่าเป็นเมียนายตำรวจ ดูจากกิริยามารยาท ไม่น่าจะใช่นะครับ หรือจะเป็นจริงก็ได้ น่าจะเป็นเมียน้อย หรือไม่ก็มีปัญหาทางครอบครัว เพราะปากคอจัดจ้าน เกินผู้หญิงมีสกุลรุณชาติจะพึงมี ขาดสมบัติผู้ดี คงจะขาดคนสั่งสอน ก็เพียงแต่นึกสมเพชเวทนา กับเหล่าคนบาป ทั้งหลาย

ความจริงผมไม่อยากกจะต่อล้อต่อเถียงกับเหล่าคนบาปพวกนี้ อ๋อเพิ่งนึกออก เห็นลงท้ายชื่อ 48 อายุน่าจะ 48 ปี ดูเหมือนเม...ส์ขาด ทำให้จิตใจวิปลาส

//ช.ผาสุข
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #9 เมื่อ: 26 ก.พ. 14, 15:04 น »
 

ผมว่าคนจบป.4 ไม่รู้จริงนะครับ อายุคงยังละอ่อนอยู่

กู้เงิน IMF เกิดในสมัยรัฐบาล ชวลิตฯ(ทักษฺิณฯเป็นรองนายก)รัฐบาลพลเอก ชวลิต รับเงิน IMF มาแล้ว ถ้าจำไม่ผิด ประมาณ 75-80% เหลืออีก 20-25% ตรงกับรัฐบาล นายชวนฯ ผมยังจำได้แม่นประชาชนบางส่วนบอกว่า เงินที่เหลือไม่ต้องเบิกมาอีก แต่ นายชวน บอกว่า การทำสัญญาระหว่างประเทศ มีการเซ็นกันหลายฝ่าย ซึ่งเป็นเงินกองทุนช่วยเหลือของนานาชาติ ธนาคารโลกดูแลอยู่ UN ดูแลอยู่ การจะยกเลิกบางส่วน รับบางส่วนไม่ได้ มันเป็นกฎระหว่างประเทศ

เอาแค่เราคนไทย สมมุติ บ้านคุณพัง แล้วไปยืมเงินธนาคาร 4 แสนบาท ธนาคารจ่าย 4งวด งวดละ 1 แสน คุณรับมาแล้ว 3 งวด 3 แสน พองวดที่ 4 คนบอกว่าไม่เอาแล้ว 3 เแสนก็เพียงพอแล้ว อย่างนี้ไม่ได้..เด็ดขาด กว่าจะต้องเปลี่ยนสัญญา หลักทรัพย์ค้ำประกันอะไรอีกมากมาย ....มันทำไม่ได้

แต่ถ้าคุณไปยืมเงิน คนข้างบ้าน..อันนั้นก็ยุ่งยาก มันมีหลักทรัพย์ค้ำประกัน มันต้องเปลี่ยนสัญญา ...โดยทั่วไปไม่มีใครเขาทำกัน

พอถึงรัฐบาลทักษิณฯ อ้างว่า ทักษิณฯคืนเงินก่อนกำหนด คนเสื้อแดงชื่นชมกันใหญ่ เมื่อหลายปีก่อนในเนตแห่งนี้ ผมถามว่า ทักษิณฯได้เงินมาจากใหน ทั้งๆที่ เงินงบรายจ่ายประจำปี ขาดดุล ของประเทศไทย ตอนนั้น ถ้าจำไม่ผิดงบรายจ่ายติดลบปีละ 1.9แสนล้านบาท เรียกว่า รายได้ของประเทศทั้งหมด ไม่พอจ่าย ส่วนที่ขาดก็ต้องยืม...(งบประมาณแผ่นดินต้องผ่านสภาฯครับ)

ผมถามว่า การคืนเงินให้ IMF ก่อนกำหนดทักษิณฯได้เงินมาจากใหน? ไม่เห็นมีใครตอบได้สักคน

//ช.ผาสุข

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
Guest
คนจบ ป.4
เรทกระทู้
« ตอบ #10 เมื่อ: 26 ก.พ. 14, 15:21 น »
 
ใครรู้จริงไม่จริง
ใครโกหกใครพูดจริง หลักฐานมีให้ดูมากมาย
ไม่ใช่ดูแต่พวกตัวเองด่าแล้วจำเอามาพร่ำแบบนี้
มันไม่สมศักดิ์ศรีคนเคยเป็นครูบาอาจารย์
โดยเฉพาะการไปทะเลาะกับผู้หญิง
................ฯ
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #11 เมื่อ: 26 ก.พ. 14, 15:29 น »
 
เงินส่วนที่ 1 ทักษิณขายหุ้น ปตท. หุ้นละ 35 บาท ราคาพาร์ 10 บาทในขณะที่หุ้นชินตอนนั้นสูงมาก พาร์10 บาท หุ้นชิน 198 บาท(ประมาณนี้) เปิดขายหุ้น ปตท.หมดเพียง 1 นาที 17 วินาที คนไทยระดับกลางๆ ไม่ได้สักกะหุ้น โดนนายทุนสามานย์ ร่วมกับธนาคาร ก.ศ.อ. บล็อคไว้เองเกือบทั้งหมด บางคนรอเข้าคิวหน้าธนาคารข้ามวัน ข้ามคืน กลับหน้าม่อย

เพียง 1 เดือน หุ้นปตท.ขึ้นพรวดๆ เดี๋ยวนี้ หุ้นละ เกือบ 400 บาท ตอนนั้น ซื้อ 1 ล้านหุ้น 35 ล้านบาท ตอนนี้ขายเกือบ 400 ล้านบาท นักการเมืองนายทุนสากันพุงปลิ้น

เงินส่วนที่ 2 กระทรวงการคลัง ทำ Road Show ในต่างประเทศ และในไทย ขายพันธบัตร ได้เงินก้อนโต ความจริงคือเงินกู้นั่นแหละ ดอกเบี้ยแพงกว่า ของ IMF นักวิชาการตำหนิทักษิณฯกันขรม...ทักษิณฯ ไม่ฟัง คนเสื้อแดงชื่นชอบ

เรื่องนี่ถกเถียงกันมาก เมื่อ6-7ปีที่แล้ว คนแดงในบอร์ดนี้เข้าใจไปแล้วจำนวนมาก เหลือ กากๆ อยู่เล็กน้อยก็ไม่เป้นไร จะอธิบายสัก 500 ครั้ง

ผมจะบ้าตาย....เอ้อมนุษย์มนา

//ช.ผาสุข(อายุ 70 ปีอดีตข้าราชการ2กรม2กระทรวงนาน 9ปี9เดือน)
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
Tags:  

หน้า: 1

 
ตอบ

ชื่อ:
 
แชร์ไป Facebook ด้วย
กระทู้:
ไอค่อนข้อความ:
ตัวหนาตัวเอียงตัวขีดเส้นใต้จัดย่อหน้าชิดซ้ายจัดย่อหน้ากึ่งกลางจัดย่อหน้าชิดขวา

 
 

[เพิ่มเติม]
แนบไฟล์: (แนบไฟล์เพิ่ม)
ไฟล์ที่อนุญาต: gif, jpg, jpeg
ขนาดไฟล์สูงสุดที่อนุญาต 20000000 KB : 4 ไฟล์ : ต่อความคิดเห็น
ติดตามกระทู้นี้ : ส่งไปที่อีเมลของสมาชิกสนุก
  ส่งไปที่
พิมพ์อักษรตามภาพ:
พิมพ์ตัวอักษรที่แสดงในรูปภาพ
 
:  
  • ข้อความของคุณอยู่ในกระทู้นี้
  • กระทู้ที่ถูกใส่กุญแจ
  • กระทู้ปกติ
  • กระทู้ติดหมุด
  • กระทู้น่าสนใจ (มีผู้ตอบมากกว่า 15 ครั้ง)
  • โพลล์
  • กระทู้น่าสนใจมาก (มีผู้ตอบมากกว่า 25 ครั้ง)
         
หากท่านพบเห็นการกระทำ หรือพฤติกรรมใด ๆ ที่ไม่เหมาะสม ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเสื่อมเสียแก่สถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ รวมถึง การใช้ข้อความที่ไม่สุภาพ พฤติกรรมการหลอกลวง การเผยแพร่ภาพลามก อนาจาร หรือการกระทำใด ๆ ที่อาจก่อให้ผู้อื่น ได้รับความเสียหาย กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม