หน้า: 1

ชนิดกระทู้ ผู้เขียน กระทู้: บั้งไฟพญานาค หนองคาย นักท่องเที่ยวทยอยรอชม  (อ่าน 176 ครั้ง)
add
เรทกระทู้
« เมื่อ: 18 ต.ค. 13, 16:16 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
Send E-mail

แบ่งปันกระทู้นี้ให้เพื่อนคุณอ่านไหมคะ?

ปิดปิด
 

บั้งไฟพญานาค หนองคาย นักท่องเที่ยวทยอยรอชม


นักท่องเที่ยวรอชมบั้งไฟพญานาคที่หนองคาย (ไอเอ็นเอ็น)
ภาพประกอบไม่เกี่ยวข้องกับข้อมูล

นักท่องเที่ยวเริ่มทยอยเดินทางเข้าพื้นที่หนองคาย รอชมปรากฏการณ์บั้งไฟพญานาค ในวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 11

วันนี้ (18 ตุลาคม 2556) ผู้สื่อข่าวรายงาน บรรยากาศของงานเทศกาลออกพรรษา บั้งไฟพญานาค ของจังหวัดหนองคาย เริ่มมีนักท่องเที่ยวทยอยเดินทางเข้าจังหวัดหนองคายบ้างแล้ว เพื่อรอชมปรากฏการณ์บั้งไฟพญานาค ที่คาดว่าจะเกิดขึ้นในช่วงพลบค่ำวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 11 ตรงกับวันเสาร์ที่ 19 ตุลาคม 2556

โดยนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ได้ใช้เวลาว่างก่อนจะได้ชมบั้งไฟพญานาคด้วยการท่องเที่ยวทั้งใน สถานที่ต่าง ๆ ของจังหวัดหนองคาย และรวมถึงการเดินทางข้ามไปยัง นครหลวงเวียงจันทน์ สปป.ลาว มีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติจำนวนมาก หลั่งไหลเดินทางไปเที่ยวนครหลวงเวียงจันทน์อย่างไม่ขาดสาย ทำให้บริเวณด่านพรมแดนสะพานมิตรภาพไทย-ลาว คึกคักไปด้วยผู้คน

ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ประจำสะพานมิตรภาพไทย-ลาว ต้องเพิ่มการให้บริการ ทั้งด่านตรวจคนเข้าเมืองหนองคาย ด่านศุลกากรหนองคาย เจ้าหน้าที่ชุดสนธิกำลังสกัดกั้นยาเสพติดจังหวัดหนองคาย เข้มงวดตรวจสอบบุคคล ยานพาหนะที่เข้า-ออกประเทศ คาดว่า ตลอดทั้งสัปดาห์นี้จะมีนักท่องเที่ยวข้ามไปยังประเทศลาวหลายพันคน


เครดิต กระปุกดอทคอม

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า

กระทู้ฮอตในรอบ 7 วัน

add
เรทกระทู้
« ตอบ #1 เมื่อ: 18 ต.ค. 13, 16:53 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

บั้งไฟพญานาค หนองคาย นักท่องเที่ยวทยอยรอชม



noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #2 เมื่อ: 18 ต.ค. 13, 18:21 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ตำรวจขอนแก่น พร้อมรับมือนักท่องเที่ยว เดินทางดูบั้งไฟพญานาค คาด รถกว่า 3 หมื่นคัน แน่นภาคอีสานตอนบน ในช่วงค่ำนี้
488070-01
พ.ต.อ.จรูญ นวมทอง ผกก. สภ.เมืองขอนแก่น พร้อมด้วย พ.ต.ท.ภาดล จันทร์ดอน สว.สทล.2 กก.4 บก.ทล. ตำรวจทางหลวงขอนแก่น ปล่อยแถวเจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวง ตำรวจท่องเที่ยว สภ.เมืองขอนแก่น และอาสาสมัครกู้ภัยตำรวจทางหลวง เพื่อเตรียมพร้อมรับมือกับการเดินทางกลับภูมิลำเนา และท่องเที่ยวในเทศกาลวันออกพรรษา และชมปรากฏการณ์ธรรมชาติบั้งไฟพญานาค

พ.ต.ท.ภา ดล กล่าวว่า ปริมาณรถจะเดินทางเข้าสู่ภาคอีสานตอนบน ตั้งแต่ช่วงค่ำของวันนี้ ไม่น้อยกว่า 30,000 คัน ซึ่งจะส่งผลต่อสภาพการจราจรที่ติดขัดบางจุด ซึ่งเตรียมเปิดช่องทางพิเศษ ขอนแก่น-หนองคาย-โพนพิสัย และเส้นทางกลับ โพนพิสัย-สกลนคร หรือนครพนม เพื่อเร่งระบายรถให้มากที่สุด พร้อมจัดกำลังตำรวจทุกทางร่วมทางแยกและประจำในทุก 30 กม. เพื่ออำนวยความสะดวกให้ได้อย่างเต็มที่

innnews

เครดิต mthai new

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #3 เมื่อ: 20 ต.ค. 13, 00:47 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ในช่วงที่ผ่านมาได้ปรากฎข่าวเกี่ยวกับพญานาค เช่น ข่าวผู้พบเเหตุการณ์สุดอัศจรรย์ เมื่อบริเวณวัดพระธาตุพนมวรมหาวิหาร อ.ธาตุพนม จ.นครพนม ซึ่งได้มีการจัดพิธีสัตนาคารำลึก หรือพิธีบวงสรวงพญาค มีผู้พบบางสิ่งบางอย่างคล้ายพญานาคในลำนำโขง ชูเศียรชัดเจน ลำตัวเป็นสีเหลืองทองอร่าม ความยาวประมาณ 30 – 40 เมตร ลอยวนเวียนไปมาทวนกระแสน้ำเสียงดังถึงริมฝั่ง เป็นเวลาประมาณ เกือบ 30 นาที ในระยะห่างจากฝั่งประมาณ 300 – 400 เมตร โดยมีผู้พบเห็นเหตุการณ์ร่วมกัน จำนวนถึง 6 คน ซึ่งเป็นเรื่องราวที่น่าเหลือเชื่อมาก มีการนำภาพถ่ายมายืนยันด้วย



หรือจะเป็นกรณีของ อาร์ต พศุตม์ บานแย้มควงแฟนสาว น้ำฝน พัชรินทร์ ไปทำบุญที่ วัดป่าเรียน จ.นครศรีธรรมราช ซึ่งวัดแห่งนี้กำลังจะมีการก่อสร้างพระพุทธรูปปางนาคปรกบนเกาะลอยน้ำ เนื่องจากเจ้าอาวาสมีนิมิตว่า มีพญานาคอาศัยอยู่ในบริเวณดังกล่าวอาร์ต พศุตม์ ถ่ายคลิปติดพญานาค ซึ่งระหว่างที่มีการทำพิธีได้เกิดเหตุการณ์ประหลาด เมื่อชาวบ้านที่เข้าร่วมงานมองเห็นว่ามีบางสิ่งบางอย่างแหวกว่ายอยู่ในน้ำ มีลักษณะยาวคล้ายงู มีเกล็ดสีเงิน ซึ่งชาวบ้านต่างเชื่อว่าน่าจะเป็นพญานาค จึงได้อธิษฐานว่าถ้ามีจริงขอให้เกิดขึ้นอีกครั้ง เพราะอยากจะถ่ายคลิปเก็บไว้ ซึ่งต่อจากนั้นอีกไม่นานก็ปรากฎเหตุการณ์แบบเดิมอีกครั้ง ซึ่งคราวนี้มีคนถ่ายคิปเก็บไว้ได้ ซึ่งหนุ่มอาร์ต พศุตม์ บอกว่าเรื่องนี้เป็นความเชื่อส่วนบุคคล ซึ่งตนและผู้คนนับสิบที่อยู่ตรงนั้นเห็นเหตุการณ์แบบเดียวกันหมด และสามารถถ่ายคลิปไว้ได้ด้วย

fire

จากปรากฎการณ์ของพญานาคที่ปรากฎตามหน้าสื่อแบบถี่ยิบ ซึ่งเกิดขึ้นใกล้กับวันออกพรรษา สอดคล้องกับบั้งไฟพญานาค ที่จะเกิดขึ้นในวันที่ 19 ต.ค.นี้ โดยมีความเชื่อที่ว่า เมื่อพระพุทธเจ้าเสด็จขึ้นไปโปรดพระมารดาที่สวรรค์ชั้นดาวดึงส์ จนครบ 1 พรรษา (3 เดือน) และเสด็จกลับโลกมนุษย์ในวันขึ้น15 ค่ำ เดือน 11 ด้วยบันไดแก้ว บันไดเงินและบันไดทอง ที่เหล่าเทวดาทำถวาย ส่วนมนุษย์โลกก็จะทำบุญตักบาตร นำดอกไม้ธูปเทียนไปกราบไหว้บูชา เมื่อรู้ถึงพญานาคที่อยู่เมืองบาดาล จึงได้จัดทำ “บั้งไฟพญานาค” และจุดเฉลิมฉลองเช่นกัน และได้กลายมาเป็นประเพณีมาจนทุกวันนี้

มีข้อมูลที่ นายแพทย์มนัส กนกศิลป์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลสรรพสิทธิประสงค์ ผู้ศึกษาเรื่องบั้งไฟพญานาค อธิบายว่า บั้งไฟพญานาค เกิดจากก๊าซร้อนที่มีส่วนผสมของก๊าซมีเทนและก๊าซ เมื่อไปเจอความกดดันของน้ำ ความกดดันของอากาศในตอนพลบค่ำ หล่มทรายก็จะไม่สามารถรับแรงดันได้ ก๊าซจะหลุดออกมาและพุ่งขึ้นเมื่อโผล่พ้นน้ำ และมีการฟุ้งกระจายไปบางส่วน โดยเหลือแกนในของก๊าซซึ่งลอยตัวขึ้นสูง เมื่อไปกระทบกับอนุภาพออกซิเจนอะตอมที่มีประจุ ที่มีพลังงานสูง ก็จะเกิดการสันดาปอย่างรวดเร็ว กลายเป็นดวงไฟหลายสี แต่ 95% จะเป็นดวงไฟสีแดงอำพัน พุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้าแล้วก็หายไป และทุกตำแหน่งที่เกิดบั้งไฟพญานาคจะอยู่ในระดับ 5-13 เมตรทั้งสิ้น

โดยมีการได้อธิบายเพิ่มเติมว่า บั้งไฟพญานาคไม่น่าที่จะเกิดจากน้ำมือของมนุษย์ เพราะคนที่กระทำต้องแข็งแรงมากเพราะกระแสน้ำมันแรงมาก ในขณะที่คนธรรมดากอดเสาอยู่ในน้ำยังทรงตัวไม่อยู่ โดยเขาได้เริ่มศึกษาเมื่อปี พ.ศ. 2522 ก็มีบั้งไฟพญานาคขึ้นมาแล้ว 120 ปี ซึ่งจริง ๆ แล้ว ต้องเกิดขึ้นนานกว่านี้อีก เนื่องจากคนที่ทำคนนี้ต้องมีอายุมากกว่า 104 ปีแล้วต้องทำด้วยตัวเองจึงตัวเองจึงจะคุมความลับ

Phon-Phisai-Bungfai-Phayanak3

แต่ก็มีนักวิชาการอีกท่านหนึ่งได้ออกมาคัดค้าน นั่นคือ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.เจษฎา เด่นดวงบริพันธ์ นักวิชาการจากคณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย อธิบายว่า ไม่มีก๊าซชนิดใดในโลกที่สันดาปเองแล้วกลายเป็นลูกไฟลอยสูงขึ้นไปสูง ๆ ได้ เว้นแต่มีการสันดาปด้วยเชื้อเพลิงขับ เช่น ดินปืน พลุ หรือกระสุนส่องแสง ขึ้นจากฝั่งตรงข้ามแต่หลอกตาเหมือนขึ้นจากน้ำ และยังตั้งข้อสังเกตว่า ที่ผ่านมายังไม่มีภาพถ่ายวิดีโอใดๆเลยที่ชี้ให้เห็นว่าลูกไฟขึ้นจากน้ำได้จริง โดยมักเป็นภาพลูกไฟที่ลอยขึ้นไปในอากาศแล้ว พร้อมขอให้มีการสร้างบั้งไฟพญานาคเลียนแบบปรากฏการณ์ธรรมชาติขึ้นมาเพื่อพิสูจน์
วัฒนธรรมสมัยนิยม

นอกจากประเทศไทยแล้ว ที่อื่น ๆ ในโลกก็มีรายงานการพบปรากฏการณ์ลักษณะเดียวกันนี้เช่นกัน เช่นที่ รัฐมิสซูรี และ รัฐเทกซัส ของสหรัฐอเมริกา โดยเรียกกันว่า แสงมาร์ฟา (Marfa lights) นอกจากนี้ยังพบที่เมืองเจดด้าห์ ประเทศซาอุดิอาระเบีย ริมฝั่งทะเลแดง [ ในออสเตรเลีย อังกฤษ นอร์เวย์ และในยุโรป บางแห่งมีสีฟ้า สีส้ม สีแดงเข้ม สีขาว สีขาวปนเหลือง สีเหลืองทอง สีรุ้ง ขนาดตั้งแต่เท่าลูกปิงปองถึงลูกบาสเกตบอล มีรูปร่างทรงกลม ทรงรี รีคล้ายลูกอ๊อดหัวขึ้น รูปทรงคล้ายเพชร รูปทรงกระบอก ทรงเหลี่ยม และรูปทรงแปลก ๆ การเคลื่อนที่แตกต่างกันไปทั้งอยู่นิ่ง ลอยขึ้นในแนวดิ่งหรือเคลื่อนที่ในแนวราบ บางที่มีให้เห็นนานเกือบ 12 นาที ในบางทีอาจได้ยินเสียงฟู่ หากพบในระยะใกล้ และบ่อยครั้งที่พบตามแหล่งน้ำ

อย่างไรก็ตามปริศนาความลับเกี่ยวกับบั้งไฟพญานาคที่เป็นข้อถกเกียงกว่าร้อยปี ยังคงดำเนินต่อไป คู่ขนานไปกับความเชื่อและวิทยาศาสตร์ ศรัทธาและเหตุผล ถึงจะเป็นยังไง แต่เชื่อว่าปรากฎการณ์ดังกล่าวสามารถสร้างเม็ดเงินการท่องเที่ยวในพื้นที่จังหวัดหนองคายและใกล้เคียงได้อย่างมหาศาลเลยทีเดียว


เครดิต MthaiNews

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #4 เมื่อ: 20 ต.ค. 13, 13:17 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ฮือฮา! นักท่องเที่ยวพบวัตถุคล้ายพญานาค ในแม่น้ำโขง ที่เชียงราย


เมื่อเวลา 18.49 น. วานนี้ (19 ต.ค.) ที่บริเวณริมแม่น้ำโขงด้านหน้าที่ว่าการอำเภอเชียงแสน จ.เชียงราย บรรยากาศการรอชมบั้งไฟพญานาคที่ริมแม่น้ำโขง เป็นไปอย่างคึกคัก โดยขณะที่มีพิธีบวงสรวงพญานาคบนริมฝั่ง มีสิ่งมหัศจรรย์เกิดขึ้นเมื่อนักท่องเที่ยวที่ไปรอชมแม่น้ำโขงสามารถบันทึกภาพวัตถุคล้ายพญานาคยาวประมาณ 4 เมตร ว่ายน้ำในแม่น้ำโขงใกล้กับสถานที่ประกอบพิธี เป็นเวลาประมาณ 15 วินาที แล้วค่อย ๆ หายไป

241684
(ขอบคุณภาพประกอบจากเดลินิวส์)

นายปราโมทย์ เทพพิทักษ์ อายุ 63 ปี ชาว จ.ลำปาง เป็นผู้บันทึกภาพไว้ได้และมีผู้ที่เห็นพร้อมกันเป็นชาวอำเภอเชียงแสนอีกจำนวน 4 คน ต่างยืนยันเป็นเสียงเดียวกันว่าเห็นวัตถุคล้ายพญานาค

MThai News



noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #5 เมื่อ: 20 ต.ค. 13, 13:18 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

สรุปบั้งไฟพญานาค ที่หนองคาย 844 ลูก ส่วนนักท่องเที่ยวยังรอเฝ้าชมปรากฏการณ์บั้งไฟพญานาค พรุ่งนี้อีกวัน

488324-01
สรุปบั้งไฟพญานาคที่ จ.หนองคาย ประจำปี 2556 จากการติดตามการรายงานผลการปรากฏขึ้นของลูกไฟจากนักวิทยุสมัครเล่นจังหวัดหนองคาย ที่ประจำในทุกอำเภอของจังหวัดหนองคาย ที่คาดว่าจะปรากฏบั้งไฟพญานาค ทั้ง อ.สังคม (อ่างปลาบึก) อ.ศรีเชียงใหม่ (วัดหินหมากเป้ง) อ.โพนพิสัย และ อ.รัตนวาปี พบว่า หลังจากเกิดบั้งไฟพญานาคลูกแรก เมื่อเวลา 18.15 น. ที่บ้านท่าม่วง ต.รัตนวาปี อ.รัตนวาปี 2 ลูก หลังจากนั้น มีบั้งไฟพญานาค ทยอยพุ่งขึ้นกลางแม่น้ำโขง อย่างต่อเนื่อง

จนถึงเวลา 21.00 น. มีบั้งไฟพญานาคเกิดขึ้นที่ อ.รัตนวาปี ประกอบด้วย บ้านตาลชุม 136 ลูก บ้านท่าม่วง 176 ลูก บ้านโปร่งสำราญ 194 ลูก ส่วนที่ อ.โพนพิสัย มีบั้งไฟพญานาคเกิดขึ้นที่ บ้านหนองกุ้งเหนือ 168 ลูก หน้าวัดไทย 9 ลูก บ้านน้ำเป 135 ลูก หน้า อบต.จุมพล 23 ลูก และบ้านเวิน 3 ลูก รวมจำนวนบั้งไฟพญานาค วันที่ 19 ตุลาคม 2556 ณ ช่วงเวลา 21.00 น. จำนวน 844 ลูก ส่วนในพื้นที่ จ.บึงกาฬ มีบั้งไฟพญานาคเกิดขึ้นที่ลานพญานาค อ.ปากคาด จ.บึงกาฬ 69 ลูก และที่บ้านท่าสีใคร อ.บึงโขงหลง จ.บึงกาฬ จำนวน 3 ลูก สำหรับบั้งไฟพญานาคในปีนี้ มีสีส้มอมแดง สำหรับคืนพรุ่งนี้ (20 ต.ค. 2556) คาดว่าจะเป็นอีก 1 วัน ที่มีบั้งไฟพญานาคเกิดขึ้น เนื่องจากปีนี้ วันออกพรรษาไทย กับวันออกพรรษาลาว ไม่ตรงกัน ทำให้มีบั้งไฟพญานาค 2 วัน ซึ่งมีนักท่องเที่ยวส่วนหนึ่งตั้งใจรอชมบั้งไฟพญานาคในคืนนี้ต่ออีก 1 วัน

innnews

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #6 เมื่อ: 21 ต.ค. 13, 15:21 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

พบซากปลาพญานาคชายฝั่งรัฐแคลิฟอร์เนียเป็นตัวที่ 2 ในรอบสัปดาห์

เมื่อวันที่ 20 ตุลาคม 2556 เว็บไซต์นิวยอร์กเดลี่นิวส์ รายงานว่า พบปลาพญานาค หรือปลาออร์ เกยตื้นบนชายฝั่งแคลิฟอร์เนียอีกตัวแล้ว นับเป็นตัวที่สองที่พบในรัฐนี้ภายในระยะเวลาเพียง 1 สัปดาห์เท่านั้น

รายงานระบุว่า ปลาพญานาค หรือปลาออร์ (Oarfish) ตัวนี้ มีลำตัวยาว 4 เมตร ถูกพบตายอยู่บริเวณน้ำตื้นชายฝั่งเมืองโอเชียนไซด์ ชายฝั่งทางตอนใต้ของรัฐแคลิฟอร์เนีย สหรัฐฯ เมื่อช่วงบ่ายของวันที่ 18 ตุลาคมที่ผ่านมา ก่อนจะถูกชาวบ้านลากขึ้นมาบนฝั่ง และมีผู้คนมามุงดูซากปลาด้วยความประหลาดใจจำนวนมาก

ทั้งนี้ ปลาพญานาคเป็นสัตว์ทะเลน้ำลึกที่อาศัยอยู่ใต้ทะเลลึกถึง 900 เมตร ดังนั้น การพบเจอสัตว์น้ำจากใต้ทะเลลึกเช่นนี้ในบริเวณชายฝั่งตื้น ๆ ไม่ว่าจะอยู่ในสภาพตายแล้วหรือยังมีชีวิตอยู่ นับว่าเป็นเรื่องแปลกมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่ง นี่เป็นการพบครั้งที่ 2 ในรอบสัปดาห์ด้วยแล้ว (หลังจากก่อนหน้านี้พบปลาพญานาคยาว 5 เมตร ไปตัวหนึ่งแล้วเมื่อวันที่ 13 ตุลาคมที่ผ่านมา) ยิ่งสร้างความฉงนใจให้กับชาวบ้านและบรรดาผู้เชี่ยวชาญว่าเกิดอะไรขึ้นมากขึ้นไปอีก

อย่างไรก็ดี เจ้าหน้าที่ตำรวจโอเชียนไซด์ได้ติดต่อพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำซีเวิลด์ ซานดิเอโก และสำนักงานจัดการด้านมหาสมุทรและบรรยากาศ ในการนำซากปลาพญานาคดังกล่าวไปตรวจสอบและศึกษาวิจัยเรียบร้อยแล้ว

อนึ่ง สำหรับปลาออร์ หรือปลาริบบิ้น หรือที่เรียกกันคุ้นหูว่าปลาพญานาคนั้น เป็นปลากระดูกแข็งที่อาศัยอยู่ในท้องทะเลลึก กินแพลงตอนเป็นอาหาร จึงพบเห็นได้ยากมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งตามแนวชายฝั่ง ขนาดลำตัวสามารถยาวได้ถึง 11 เมตรเลยทีเดียว




หมายเหตุ: เพิ่มเติมข้อมูล ณ วันที่ 21 ตุลาคม 2556 เวลา 10.50 น.


เครดิต กระปุกดอทคอม



noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:  ทยอย นักท่องเที่ยว 

หน้า: 1

 
ตอบ

ชื่อ:
 
แชร์ไป Facebook ด้วย
กระทู้:
ไอค่อนข้อความ:
ตัวหนาตัวเอียงตัวขีดเส้นใต้จัดย่อหน้าชิดซ้ายจัดย่อหน้ากึ่งกลางจัดย่อหน้าชิดขวา

 
 

[เพิ่มเติม]
แนบไฟล์: (แนบไฟล์เพิ่ม)
ไฟล์ที่อนุญาต: gif, jpg, jpeg
ขนาดไฟล์สูงสุดที่อนุญาต 20000000 KB : 4 ไฟล์ : ต่อความคิดเห็น
ติดตามกระทู้นี้ : ส่งไปที่อีเมลของสมาชิกสนุก
  ส่งไปที่
พิมพ์อักษรตามภาพ:
พิมพ์ตัวอักษรที่แสดงในรูปภาพ
 
:  
  • ข้อความของคุณอยู่ในกระทู้นี้
  • กระทู้ที่ถูกใส่กุญแจ
  • กระทู้ปกติ
  • กระทู้ติดหมุด
  • กระทู้น่าสนใจ (มีผู้ตอบมากกว่า 15 ครั้ง)
  • โพลล์
  • กระทู้น่าสนใจมาก (มีผู้ตอบมากกว่า 25 ครั้ง)
         
หากท่านพบเห็นการกระทำ หรือพฤติกรรมใด ๆ ที่ไม่เหมาะสม ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเสื่อมเสียแก่สถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ รวมถึง การใช้ข้อความที่ไม่สุภาพ พฤติกรรมการหลอกลวง การเผยแพร่ภาพลามก อนาจาร หรือการกระทำใด ๆ ที่อาจก่อให้ผู้อื่น ได้รับความเสียหาย กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม