หน้า: 1 2  ทั้งหมด

ชนิดกระทู้ ผู้เขียน กระทู้: เล่าบ้าง..จากกรณี รุ่นพี่บังคับรุ่นน้องยกมือไหว้  (อ่าน 50189 ครั้ง)
add
เรทกระทู้
« เมื่อ: 19 มิ.ย. 13, 15:34 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
Send E-mail

แบ่งปันกระทู้นี้ให้เพื่อนคุณอ่านไหมคะ?

ปิดปิด
 

สำหรับ เด็กมหาวิทยาลัยหลายคนคงมองเป็นเรื่องปกติ โดยเฉพาะมหาวิทยาลัยของรัฐ ยิ่งถ้าตามต่างจังหวัด จะยิ่งเฉยๆกับเรื่องเช่นนี้

การที่บังคับรุ่นน้องยกมือไหว้รุ่นพี่ หรือ ให้ไปล่าลายเซ็นรุ่นพี่

แน่นอนครับ พี่เชียร์ หรือ พี่ว้าก(เรียกสุภาพว่าพี่วินัย) จะบอกเหตุผลว่า เพื่อให้รุ่นน้องได้รู้จักรุ่นพี่ และให้น้องมีสัมมาคารวะ

ผมบอกเสียก่อนว่า ผมเองเคยเรียนอยู่ ม.ริมทะเล 1 ปี แล้วซิวไป ม.สองแคว

ตอนอยู่ที่ริมทะเล ผม เข้าเชียร์ เพียง 2 ครั้ง ซึ่งเป็น 2 ครั้งที่ รุ่นพี่มาขอร้องให้เข้าประชุมเชียร์ (ครั้งแรกพี่take ผู้หญิง มาบีบน้ำตาขอให้เข้า ครั้งที่สองรุ่นพี่ผู้ชาย เอาเสื้อมาให้เปลี่ยนพร้อมพานั่งมอเตอร์ไซค์ไปที่สนาม) ซึ่งที่สองครั้ง ผมไม่ได้โดนบังคับนะ และทำให้ผมได้สัมผัสการว้ากบ้าง

พอไปอยู่ ม.สองแคว ผมไม่เคยเข้าประชุมเชียร์เลย (หลายคนคงนึกด่าผมว่า เห็นแก่ตัวไม่เสียสละร่วมกิจกรรม) ยกเว้นวันแรกที่เป็นการแนะนำตัวและจัดที่นั่งห้องเชียร์ ซึ่งผมถูกดึงให้ไปเป็นลีดคณะ ที่นั่งผมจึงหายไป แต่สุดท้ายผมก็ไม่ยอมเป็นลีดเพราะไม่ชอบ

ชักนอกเรื่องไปไกล ขอเข้าเรื่องดีกว่า

ตอนผมซิวไป ม.สองแคว
แน่นอนครับ พี่เชียร์ พี่ว้าก พี่สรรฯ ต่างก็จะพยายามกดดัน ปีหนึ่งว่า ต้องเคารพระเบียบห้องเชียร์ แต่งกายตามกฎ ปีหนึ่ง ผู้ชายผูกไท กางเกงแสล็ก รองเท้าหนัง ผู้หญิง ติดกระดุมคอ ใส่รองเท้าขาว รวบผม กระโปงทรงA และทุกคนต้องมีป้ายคล้องคอ ตลอด

ซึ่งผมขบถ กับเรื่องนี้มาตั้งแต่วันแรก ผมไม่ผูกไท ไม่ใส่ป้ายชื่อ และไม่เข้าห้องเชียร์ (ประมาณมีชั่วโมงบินจาก ม.เก่า)

ผลที่ผมได้รับ คือ ได้รับความนับหน้าถือตาจากเพื่อนร่วมคณะ ที่มายกมือไหว้ผมตลอดทางไปเรียน (ยกเว้นเพื่อนที่อยู่สาขาเดียวกัน) ซึ่งแรก ผมก็ต้องพยายามบอกว่า รุ่นเดียวกัน แต่พอผมต้องไปเรียน ตึกคณะอื่น ก็เริ่มเอื้อมๆที่จะบอก เลยรับไหว้มันไปแทน นี่คือสิ่งที่ทำให้รู้ว่า การไหว้ไม่ได้มาจากความเคารพนับถือ แต่ รุ่นน้องถือว่าเป็นหน้าที่ต่างหาก

ส่วนเรื่องห้องเชียร์ ผมไม่คิดจะเข้าเลย แม้เพื่อนจะมาขอร้องให้ผมเข้า เพราะโดนรุ่นพี่ลงโทษ ผมก็บอกเพื่อนๆว่า ถ้าทนไม่ไหวก็ไม่ต้องเข้าสิ สู้กลับห้องไปอ่านหนังสือ แล้วนอนดีกว่า (ห้องเชียร์จะเลิกประมาณ 4-5 ทุ่ม ทั้งที่ระเบียบมหาวิทยาลัยให้เลิกไม่เกิน 2 ทุ่ม) ซึ่งสุดท้าย มีเพื่อนผมคนหนึ่งเธอมาจากกรุงเทพเหมือนกัน ขณะที่โดนรุ่นพี่ว้ากสั่งให้หมอบกับพื้น เธอก็ลุกเดินออกมาเลย

พอพี่ว้ากถาม "คุณจะไปไหน" เพื่อนผมเธอก็ทำหน้าหงุดหงิดแล้วตอบว่า "ก้อไปกินข้าวสิ หิว นี่มันกี่โมงแล้ว" ซึ่งหากใครเคยผ่านกิจกรรมนี้ คงพอจะเข้าใจ เลิกเรียนช้าสุดประมาณ ห้าโมงเย็น และห้องเชียร์ก็เริ่มห้าโมงเย็น ใครมาช้าเกินจะถูกลงโทษ มันหมายความว่า หากใครมีเรียนคาบสุดท้าย ส่วนใหญ่จะต้องถูกซ่อม และกลุ่มนี้แหละที่มาห้องเชียร์โดยที่ไม่ได้กินอะไรมาก่อน แต่รุ่นพี่ที่อ้างว่ารักน้องนักหนา ไม่เคยคิดถึงเรื่องนี้เลย

สุดท้าย ผมที่เป็นขบถห้องเชียร์ ถูกเพื่อนคนนี้โทรมาให้ไปรับที่หน้าห้องเชียร์และพาไปกินข้าว จากนั้นเธอก็มาร่วมอุดมการณ์กับผม

แน่นอน ผมกับเพื่อนถูกสายตาครหา จากเพื่อนๆ นอกสาขาไม่น้อย (ในสาขาไม่มีปัญหา เพราะว่าทุกคนเข้าใจและอยากทำแบบผมด้วยซ้ำแต่ไม่กล้า แถมผมเคยด่าความงี่เง่าของห้องเชียร์ให้เพื่อนๆฟัง ทั้งที่ มีพี่ว้ากยืนอยู่ห่างไเพียง เมตรกว่าๆ เพราะผมไม่รู้จักนิ ว่าใครคือ พี่ว้าก)

แต่สายตาแบบนั้นมองผมได้ไม่นาน เมื่อผ่านไปหนึ่งสัปดาห์ ตอนเช้า ผมไปนั้งเรียนคาบแรก 8 โมง จากจำนวนนิสิต ที่เรียนให้ห้องเดียวกัน ประมาณ เกือบ 200 คน มีคนมาเข้าเรียนเพียง 20 กว่าคน เป็น ปีหนึ่ง เพียง 5-6 คน นอกนั้นคือ ชั้นอื่นๆ ซึ่งวิชานี้คือวิชาพื้นฐานที่ส่วนใหญ่ นิสิตที่ลงทะเบียนคือ ปีหนึ่ง จึงเป็นเรื่อง

อาจารย์ หลายท่านในหลายวิชาที่สอนเช้าวันนั้น ส่งเรื่องไปยังรองคณบดีฝ่ายกิจกรรมและผลสรุป คือ คืนก่อนหน้า พี่ว้าก บังคับให้รุ่นน้อง นั่งตากฝนตั้งแต่หัวค่ำ ก่อนที่จะประชุมเชียร์ต่อ จนเกือบเที่ยงคืน ทำให้นิสิตหลายคนเป็นไข้ และหลายคนอ่อนเพลียไม่สามารถตื่นเช้ามาเรียนได้ คณะเลยยกเลิกห้องเชียร์ไปเลย

แต่ประสบการณ์เรื่องการบังคับรับน้องของผมยังไม่หมด เมื่อผมต้องก้าวขึ้นมาเป็นรุ่นพี่

ผมเชื่อหลายคน คงคิด ว่าตอนอยู่ปีหนึ่ง ไม่เข้าเชียร์ ไม่เข้าระเบียบ แล้วพออยู่ปีสองจะกล้ารับไหว้จากรุ่นน้องไหม จะกล้าสอนรุ่นน้องไหม

ผมบอกเลยว่าผมกล้า ครับ

มีรุ่นน้องแห่มาไหว้ผม ผมก็รับไหว้ แล้วบอกว่า น้องครับเจอกันครั้งหน้าแค่ยิ้มทักทายก็พอ ไม่ต้องไหว้หรอก พี่ยังไม่แก่

และที่ผมสอนน้องก็มี เพราะว่ามีอยู่วันหนึ่ง ผมกำลังเข้าแถวต่อจากอาจารย์สอนวิชาภาษาไทย เพื่อซื้ออาหาร รุ่นน้องที่เพิ่งเลิกเรียน เดินมายกมือไหว้ผมเป็นทิวแถว

ผมเล่นได้แต่รับไหว้แบบเขิลๆ แล้วบอกรุ่นน้องไปว่า "น้องครับมาไหว้พี่ทำไม อาจารย์อยู่นี่ครับ ถ้าไหว้ น้องต้องไหว้อาจารย์นะครับ พี่ว้ากไม่ได้สอนใช่ไหม" (แอบแหนบเพื่อนที่เป็นพี่ว้าก ซึ่งนั่งซัดก๋วยเตี๊ยวอยู่) ซึ่งอาจารย์ ท่านก็หันมายิ้มให้ผม แล้วก็บ่นให้ฟังว่า "นิสิตเคารพรุ่นพี่มากกว่าอาจารย์ซะอีก"

ประสบการณ์นี้ เลยสอนให้ผมรู้ว่า สัมมาคารวะ ไม่ได้จากระบบห้องเชียร์ เลย เพราะสุดท้าย รุ่นน้องปีหนึ่งก็ไม่สามารถแยกแยะได้ว่า อะไร คือ บุคคลที่ควรเคารพ นอกจากคิดว่า มันคือ หน้าที่ที่ต้องเคารพ

"ปูชา จ ปูชนียานํ เอตมฺมงฺคลมฺุตตมนฺติ---บูชาบุคคลที่ควรบูชา เป็นอุดมมงคลอย่างยิ่ง"

จากคุณ > เว็บไซต์พันทิป http://pantip.com/topic/30624149

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า

กระทู้ฮอตในรอบ 7 วัน

Guest
อดีตเด็ก ราชมงคล
เรทกระทู้
« ตอบ #1 เมื่อ: 20 มิ.ย. 13, 07:28 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

แจ่มผมก็เป็นแบบนี้แหร่ะ แต่ผมไหว้เฉพาะคนที่ผมเคารพและนับถือ
แล้วทำตัวดีสมกับเป็นรุ่นพี่เท่านั้น q*071 พอเรามาเป็นรุ่นพี่ ถ้าเราทำตัวดี
สอนน้องมันดี น้องๆก็เคารพเราจนทุกวันนี้

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
รุ่นน้อง
เรทกระทู้
« ตอบ #2 เมื่อ: 20 มิ.ย. 13, 07:49 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ตอนนี้รุ่นพี่ มาทำงานเป็นลูกน้องผม ผมสั่งทำนู่นทำนี่ ไม่กล้าขัดคำสั่ง
เสียดายเวลาเรียนของแกมาก เรียนไม่ต่ำกว่า6ปี มีแต่กิจกรรมไม่ได้เรื่องได้ราว

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
imokna
เรทกระทู้
« ตอบ #3 เมื่อ: 20 มิ.ย. 13, 08:02 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

เราก็เข้า 2 ครั้งแรกเหมือนกัน น่าเบื่อ ชอบด่าว่ารุ่นน้องไม่มีเหตุผล ยิ่งเพื่อนอีกคนที่เป็นผู้หญิงของเรา เธอห้าวมากแบบว่าตัวใหญ่ๆหน้าดุ แล้ววันที่ 2 มีรุ่นพี่ว๊ากผู้หญิงเดินว่าเธอแรง เธอก็มองหน้าแบบว่าเป็นใครหรอ พ่อแม่ยังไม่เคยว่าเค้าแรงๆอย่างนี้เลย แล้วคุณเป็นใคร แบบว่าตะโกนด่ารุ่นพี่คนนี้ต่อหน้าเฟรชชี่ทุกคนแล้วเค้าก็เดินออกมาเฉยๆ แล้วก็บ่นดังๆต่อหน้าทุกคนว่า ไร้สาระ น่าเบื่อ เสียเวลา ...หลังจากวันนั้นเราก็ไม่เคยเข้าร่วมอีกเลย ก็ไม่มีอะไรนะ เรียนตามปรกติ อยากทำไรก็ทำ ที่รุ่นพี่ขู่ว่าจะไม่จบ เหลวไหลมากๆ
..... บางทีรุ่นพี่ก็ทำเกินไป ไร้สาระเกินไป .....

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
เซียนอยู่รู หมูอยู่ตึก
เรทกระทู้
« ตอบ #4 เมื่อ: 20 มิ.ย. 13, 08:27 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ยกมือไหว้ เป็นสิ่งไม่ดีอย่างนั้นหรือ ไม่ว่าจะบังคับหรือไม่บังคับก็แล้วแต่ ไหว้แสดงถึงความมีวัฒนธรรมของไทย จะอ่อนกว่าหรือแก่กว่าไม่เท่าไหร่ก็ไหว้ได้ วัฒนธรรมดีงามของไทยจะหายไปก็เพราะคนที่คิดแบบนี้ ในส่วนอื่นที่นอกเหนือจากเรื่องไหว้ ผมก็เห็นแบบคุณที่ไม่สมควร
ไหว้ไม่ใช่สิ่งน่าเกลียด ไหว้ไม่ใช่สิ่งน่าอาย รร.เก่าของผม เจอรุ่นพี่รุ่นน้องหรือเพื่อนยกมือไหว้ทักทายกัน เจอกันตามสถานที่ไหนก็แล้วแต่ถ้าจำกันได้ก็ยกมือไหว้กัน ไม่เห็นมันจะน่าอายตรงไหน

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
ทองพูน
เรทกระทู้
« ตอบ #5 เมื่อ: 20 มิ.ย. 13, 08:36 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ผมเรียนเทคนิคเมื่อปี 2554 ไม่เคยโดนรับน้องเลย จริง ๆ ก็อยากโดนเหมือนกัน แต่ไม่มีใครกล้า ส่วนเพื่อนอีกคนเรียนวิทยาลัยเกษตร (ชื่อตอนนั้น) ก็โดนรับน้อง ตีกันกับรุ่นพี่กระจาย ตอนหลังรุ่นพี่ก็ไม่กล้ายุ่ง q*031

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
ฮ่า ฮ่า ฮ่า
เรทกระทู้
« ตอบ #6 เมื่อ: 20 มิ.ย. 13, 08:47 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

สรุปคือ ประเด็นว้ากนี่รุ่นพี่ตกเป็นฝ่ายผิดไปเต็มๆ
q*073

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
แชร์ประสบการณ์
เรทกระทู้
« ตอบ #7 เมื่อ: 20 มิ.ย. 13, 08:47 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

แต่ประสบการณ์ของผม รุ่นสอนว่าการไหว้คือมารยาทไทยที่เจอหน้ากันไหว้ทักทาย อย่าคิดว่าทำเพื่อเคารพ จะเคารพได้ก็ต่อเมื่ออยู่ด้วยกัน ทำกิจกรรมด้วยกัน เรียนด้วยกัน ผมคนนึงที่เคยทะเลาะกะพี่ว๊าก ทุกครั้งที่โดนซ้อมจะบอกเหตุผลก่อนเสมอ ไม่ได้ทำเพราะอารมณ์ ผมคนนึงเคยเป็นพี่ว๊ากมาก่อน ถามว่าได้อะไรจากตรงนั้น 1ได้ความจิงจัยจากเพื่อน 2ทุกวันนี้การไหว้ของผมยังติดตัวเป็นนิสัยไปแล้ว เจอใครในที่ทำงานก้อไหว้ครับ
มันมีเหตุผลในตัว แล้วแต่คนจะมองครับ ผมเรียนหลักสูตร5ปี ทำกิจกรรมพร้อมเรียนตลอด มันก็ไม่ส่งผลเสียอะไรเลย ทุกอย่างมีข้อดีและข้อเสีย ลองมองดีๆครับ

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
แมน
เรทกระทู้
« ตอบ #8 เมื่อ: 20 มิ.ย. 13, 09:06 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

รุ่นพี่อย่างผมไม่ได้ต้องการให้รุ่นน้องมาไหว้ แค่อยากให้จดจำกันว่าเป็นรุ่นพี่รุ่นน้อง เวลาทำงานจะได้ีคอนเน็คชั่นต่อกันมันก็แค่นั้น

ถ้าเพื่อนคนนึงที่ไม่ยอมเข้าเชียร์ด้วยกัน ไม่ยอมนั่งร้องเพลงด้วยกัน มันก็ธรรมดาที่เค้าเห็นคุณแปลกแยกไป แล้วในที่สุดก็ไม่สนิทกัน ก็ขาดคอนเน็กชั่นในการเรียนด้วยกัน ซิ่วมากี่รอบแล้ว น่าจะรู้ว่าเรียนมหาลัยเองคนเดียวน่ะมันลำบาก

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
กำไล
เรทกระทู้
« ตอบ #9 เมื่อ: 20 มิ.ย. 13, 09:16 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ตอนเด็กๆ ผมก็คิดว่าเด็กมหาลัยเจ๋ง เขาว่ากันว่าเป็น "ปัญญาชน" ดูมันเท่ห์

แต่ตอนนี้ผมได้เข้ามาทำงานในมหาวิทยาลัย ถึงได้รู้ว่า

เด็กมหาวิทยาลัยมันก็แค่ไอ๊เด็กเมื่อวานซืน ซึ่งวันนี้มันก็ยังไม่โต

โง่แต่อวดฉลาด
แต่งตัวก็ไม่เรียบร้อย แนวกระเป๋ารถร่วม ถ่อยๆสถุนๆ แนวเด็กไซด์ไลน์เดินหาลูกค้า
มาเรียนก็สาย ถึงสายมาก
เวลาเรียนก็เล่นเฟซ
สอบแ่ต่ละครั้งได้คะแนนไม่เคยเกิน 50% แต่คุยกันเหมือนเป็นสิ่งดี

รู้สึกว่าเด็กอนุบาล เด็กประถม น่าจะยังรู้เรื่องมากกว่า q*027

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
คนเคยรับน้อง
เรทกระทู้
« ตอบ #10 เมื่อ: 20 มิ.ย. 13, 09:34 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ถ้าพูดถึงว่าเคยเรียน ม.ริมทะเล ฉันก็อาจจะเป็นคนนึงที่เรียนจบมาจากสถาบัน การไหว้เคารพรุ่นพี่ บางคนอาจจะมองว่าไม่ดี มันทำไปก็แค่สักแต่ไหว้ไม่ได้เคารพ แต่เหตุผลที่รุ่นพี่ให้มาก็ถูกของเค้า เพราะทำให้รุ่นพี่กับรุ่นน้องรู้จักกันมากขึ้น การรับน้องก็อาจมีทั้งดีและไม่ดีมันขึ้นอยู่กับสถาบันนั้นๆว่ามีกรอบการรับน้องการดูแลน้องมากน้อยแค่ไหน บางคนอาจดูไร้สาระ แต่ถ้ามองลึก ๆ ไปอาจมีประโยชน์ต่อตัวรุ่นน้องเอง อย่างตัวเราเองก็รู้จักรุ่นพี่ รุ่นน้อง ทั้งในคณะและต่างคณะมากขึ้น ได้ดูแลช่วยเหลือกัน ก็ต้องดูด้วยว่าแต่ละสถาบันวิธีการรับแตกต่างกันไป และกาลเวลามันก็ทำให้กลายเป็นประเพณีนิยมผิดไปเรื่อย ๆ แต่ก็ยังเชื่อว่าระบบไหว้รุ่นพี่ก็ยังมีข้อดีของมันเอง

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
lllll
เรทกระทู้
« ตอบ #11 เมื่อ: 20 มิ.ย. 13, 09:50 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

การไหว้ไม่น่าอาย เป็นวัฒนธรรม เมื่อเขาเห็นว่าควรแก่การไหว้เขาจะไหว้เอง ออกมาจากใจ ที่ไม่ใช่การบังคับและไม่ควรบังคับ

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
คนเหมือนกัน
เรทกระทู้
« ตอบ #12 เมื่อ: 20 มิ.ย. 13, 10:05 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

การจะไหว้หรือไม่ไหว้ใครมันเป็นสิทธิส่วนบุคคล คุณพอใจจะไหว้ก็ไหว้ ไม่พอใจไหว้ก็ไม่ต้องไหว้ มันไม่ได้ไปสร้างความเดือดร้อนให้ใคร รุ่นพี่เองก็ไม่ได้เป็นเจ้าของมหาวิทยาลัยหรือผู้มีพระคุณหรือทำคุณงามความดีอะไรไว้ รุ่นพี่เองน่าจะมีความละอายบ้างกับการบังคับให้คนอื่นต้องมาไหว้ เพราะไม่มีเหตุผลอะไรที่จะบังคับให้คนอื่นต้องมาไหว้ จะเอาไปเปรียบเทียบกับชีวิตการทำงานมันคนละเรื่องกัน เพราะอันนั้นมันเป็นเรื่องของความจำเป็น ถ้าคุณไม่ไหว้เจ้านายก็อาจมีผลต่อการทำงาน แต่สำหรับในมหาวิทยาลัยมันไม่ได้มีใครเป็นเจ้านายใคร ทุกคนเป็นนักศึกษาเหมือนๆกัน ไม่มีใครอุปถัมภ์ใคร ทุกคนเท่าเทียม การจะไหว้หรือไม่ไหว้ จึงไม่สมควรที่รุ่นพี่จะต้องมาคับแค้นใจทีรุ่นน้องไม่ไหว้

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #13 เมื่อ: 20 มิ.ย. 13, 10:18 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
นานาจิตตัง ก็ว่ากันไป แต่มารู้จักการไหว้กันก่อนดีไหม...
1. ไหว้พระ ประนมมือขึ้น ก้มศีรษะ จรดหัวแม่มือที่กลางหว่างคิ้ว นิ้วชี้แตะที่เหนือหน้าผาก ก้มหัวให้หน้าขนานกับพื้น ค้อมหลังพอประมาณ

2. ไหว้ผู้มีพระคุณและผู้อาวุโส เช่นเดียวกับการไหว้พระ แต่นิ้วหัวแม่มือจรดปลายจมูก นิ้วชี้จดหว่างคิ้ว

3.ไหว้บุคคลทั่วไปและเสมอกัน ประนมมือขึ้น ก้มศีรษะเล็กน้อย หัวแม่มือจรดที่ปลายคาง นิ้วชี้แตะที่จมูก ค้อมหลังพอประมาณ

แต่ละประเทศก็มีการทักทายแตกต่างกันไป บ้างจับมือ บ้างหอมแก้ม บ้างกอด บ้างเอาปลายจมูกสัมผัสกัน บ้างแลบลิ้น
สำหรับประเทศไทย การไหว้ เป็นทั้งการทักทาย แสดงความนับถือ และขอโทษ แต่จะไหว้แบบไหน ในโอกาสอะไร ไหว้ใคร ก็ตามสามข้อด้านบน เจ้าของกระทู้หากไม่รู้สึกเคารพในรุ่นพี่ ไม่อยากไหว้แบบการแสดงความเคารพ เราก็ไหว้แบบทักทายผู้เสมอกันก็ได้นะ ทำไปเถอะเป็นผลดีต่อตัวเราเอง
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
แม้ว
เรทกระทู้
« ตอบ #14 เมื่อ: 20 มิ.ย. 13, 10:21 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ไหว้ ด้วยความเคารพ ไม่ใช่หน้าที่ จนทุกวันนี้ เจอกัน ผมยัง ยกมือไหว้ตลอด มันทำ ให้มีความผูกพันธ์ กันมากก ขึ้น

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
123
เรทกระทู้
« ตอบ #15 เมื่อ: 20 มิ.ย. 13, 10:26 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ผมว่านะ จะไหว้หรือไม่ไหว้ก็ได้ มันอยู่ที่ใจมากกว่า ไม่รู้จะบังคับทำไม q*075

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
55555
เรทกระทู้
« ตอบ #16 เมื่อ: 20 มิ.ย. 13, 10:27 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

การรับน้องมันก็ไม่ต่าง จากการทำงานหรอกคุณ เวลาออกมาทำงาน คุณก็ต้องยกมือไหว้ จะเคารพไม่เคารพ ก็เถอะ แม้แต่หัวหน้าคุณเอง ถึงคุณไม่เคารพยังไงก็ต้องยกมือไหว้ คนในสังคมอีกเยอะ ที่คุณก็ไม่ได้เคารพหรอกครับ เวลาไปสัมภาษณ์งาน คุณเจอคน สัมภาษณ์งานคุณยกมือไหว้เขาไหมละ ไม่รู้จักอีกต่างหาก ใครก้ไม่รู้ แต่คุณมาของานเขาทำ อย่าไปคิดมากขนาดนั้น ทุกอย่างมีผลดีและผลเสีย ใ้ห้เก็บแต่ผลดีมาใช้ครับ ผมก็ผ่านมาแล้วหลายปี รับน้องทั้ง ปอ ตรี ปอโท สนุกสนานเฮฮา ไปอคติมากก็กลายเป็นกดดันตัวเองป่าวๆ ถึงเวลาเรียน รุ่นพี่อาจจะไม่ได้ช่วย เราก็ทำด้วยตัวเองครับ ไม่ใช่จะไปหวังพึ่งเขาซะทีเดียว เวลาสอบก็ตัวใครตัวเผือกทั้งนั้น ไม่เข้าใจจะไป อคติอะไรมาก นอกจากสถาบันที่รับแบบโหดอันนั้นแหละ ที่เราไม่ควรเข้าไปร่วม ตอนปวช ก็มีรับ แต่ผมก็ไม่เข้า เพราะเกินขอบเขต เราเลือกดูได้ครับ

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
ระวังๆ
เรทกระทู้
« ตอบ #17 เมื่อ: 20 มิ.ย. 13, 10:32 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ให้ตัวอย่าง ไปอีกข้อละกัน เกิด ลูก หลาน ท่านเอง คิดแบบนี้ นะ

แล้วไม่ยกมือไหว้ท่าน ท่านจะรู้สึกอย่างไร ถ้าหลานบอกว่า ก็ท่านไม่ใช่เจ้านาย เป็นแค่ ลุง ป้า น้า อา ระวังไว้เถอะ แล้วหลานบอกผมไม่เคารพ ลุง ป้า น้า อา ผมก็เลยไม่อยากไหว้ ความคิดแบบคนรุ่นใหม่ๆ บางที มันก็ดูเอาความเหมาะสมครับ

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
คนๆนึง
เรทกระทู้
« ตอบ #18 เมื่อ: 20 มิ.ย. 13, 10:34 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ในความคิดเราและคนที่เคยเปนรุ่นพี่ สำหรับเราการว๊ากน้องอ่ะแค่อยากจะให้น้องเข้มแข็ง เพราะการออกไปในสังคมบางทีมันเจออะไรมากกว่าที่น้องเจอในมหาวิทยาลัย มันทำให้เรารักและเข้าใจกันมากขึ้น แต่การกระทำที่เกินเหตุของรุ่นพี่บางคนมันก็ไม่เหมาะสม แต่การที่อยากให้น้องเข้าห้องเชียร์ก็แค่อยากให้อยู่ในกติกาที่สังคมได้สร้างไว้ ถึงแม้เราไม่ชอบแต่เมื่ออยู่กับส่วนรวมแล้วเราต้องยอมรับมัน

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
4k
เรทกระทู้
« ตอบ #19 เมื่อ: 20 มิ.ย. 13, 10:35 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

คุณจะไหว้ ใคร หรือไม่ไหว้ใคร ผมเฉยๆ
เพราะเป็นเรื่องนานาจิตตัง

แต่การที่คุณเป็นนิสิตปีหนึ่ง..

ซึ่งทุกมหาวิทยาลัย เขามีขนบ ให้แต่งกายสุภาพ ผูกไท หรืออื่นๆ

แต่คุณคิดว่า การไม่ทำตามกฏแบบนีัน มันเท่ ดูแปลกแยก ไม่เหมือนคนอื่น

ผมไม่เห็นด้วย หากคุณเข้าทำงานในหน่วยงานหรือ ประเภทงาน ที่เขาไม่เข้มงวด เรื่องนี้ ก็แล้วไป หากต้องทำงานในหน่้วยงานที่มีระเบียบ ต้องแต่งกายถูกต้อง หากคุณคิดอยากจะแตกต่าง

เพราะอ้างว่า ใช้สมองทำงาน ไม่ได้ใช้การแต่งกาย ก็คงต้องวิ่งหางานไปเรื่อยๆ

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
Caspy_casper
เรทกระทู้
« ตอบ #20 เมื่อ: 20 มิ.ย. 13, 10:36 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ยังมองว่าการไหว้รุ่นพี่หรือการร่วมกิจกรรมเป็นสิ่งที่ดี การไหว้คนที่อายุมากกว่ามันก็เป็นมารยาทคนไทยอยู่แล้ว ถ้าเกิดขนาดในมหาลัยยังทำตัวแย่
ไม่มีสัมมาคารวะ ไม่รู้จักการเสียสละ ตอนทำงานก็คงเหยียบหัวคนอื่น เห็นแก่ตัว ทำงานเป็นทีมไม่เป็น ภูมิใจที่มีระบบรุ่นพี่รุ่นน้อง เพราะรุ่นพี่ก็ไม่เคยทิ้งรุ่นน้อง บอกตรงๆภูมิใจมาก SRC KU 65

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
แปลกแท้
เรทกระทู้
« ตอบ #21 เมื่อ: 20 มิ.ย. 13, 10:38 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

แล้วที่คุณเล่ามานะ ผมว่า รับน้องชิวๆ มากกเลย

ขนาดที่ผมรับๆกัน ผมยังรู้สึกเฉยๆ มองเป็นเรื่องฮาๆ มากกว่า

ปอโท นี่ รับ นอกสถานที่ ถอดเสื้อผ้า ต่อผ้า กัน ผู้ ญ ก็ไม่ต้องถอด แล้วแต่

ไม่บังคับ ผมก็ถอด หมด เหลือแต่ กกน มองเป็นเรื่องลามก ก็ ใช่ แต่มองเป็นเรื่องความสามัคคี มันก็ใช่ อีก

เกมส์ ตักน้ำ ใส่ถังที่ เจาะรู เหนื่อย แต่สนุก โฮก

พอคุณโต แล้วทำงาน คุณจะมองย้อนกลับไปเองแหละว่า ที่คุณเล่ามา มันก็แค่ช่วงนึงของชีวิต

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
ทำไมปัญหาเยอะนัก
เรทกระทู้
« ตอบ #22 เมื่อ: 20 มิ.ย. 13, 10:41 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ผมเจอรุ่นพี่ ผมก็แค่ยกมือทักทายกันธรรมดาเพราะรุ่นพี่ก็สนิทกันเหมือนเพื่อนๆมากกว่าไปเที่ยวไปเล่นบอลกินเหล้าเฮฮาด้วยกันประจำ เจอรุ่นน้องเขายกมือทักทายผมก็ยกมือตอบถ้าไม่ทักบางทีผมก็ยิ้มทักเขาเขาก็ยิ้มตอบกลับ ก็เท่านั้น แต่เจออาจารย์ผมยกมือไหว้เป็นปกติตั้งแต่เด็ก

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
แค่ยกมือไหว้
เรทกระทู้
« ตอบ #23 เมื่อ: 20 มิ.ย. 13, 10:47 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

แค่ยกมือไหว้ ไม่เห็นจะเสียหายเลย

แค่นี้ ก็ซื้อใจคนที่เจอคุณได้แล้ว

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
จบป่ะ
เรทกระทู้
« ตอบ #24 เมื่อ: 20 มิ.ย. 13, 10:56 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ส่วนตัวไม่เคยเจอระบบรับน้องเพราะเรียนภาคต่อเนื่อง คือจบปสว.แล้วมาต่อ ป.ตรี อีกสองปี ทุกวันนี้ทำธุรกิจส่วนตัว รายได้หลักแสน ไม่เห็นต้องมีรุ่นพี่มาว๊าก มาบังคับ ก็สามารถดำเนินชีวิตด้วยตัวเองได้ จบมาต่างคนต่างก็ไปทำงาน ไปมีครอบครัวของตัวเอง ดูแลพ่อแม่พี่น้องของเราให้ดี ส่วนเพื่อน นานๆนัดกันที แล้วมันจะอะไรกันนักหนา นึกไม่ออกว่าระบบรับน้อง มันมาช่วยให้ชีวิตเราดีขึ้นตรงไหน

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
pae
เรทกระทู้
« ตอบ #25 เมื่อ: 20 มิ.ย. 13, 11:02 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ขอเล่าบ้างสิ ผมคนนึงที่ไม่ชอบเรื่องประชุมเชียร์มากๆ ผมเป็นคนรักสันโดษนะ มาเรียนคือเรียน เรียนเสร็จกลับหอ จะมาประชุมหรือทำกิจกรรมต่างๆนะ ขอแค่ครั้งสองครั้งพอ จะทำอะไรเป็นอาทิตย์ๆ ไม่ไหวหรอก และมีอยู่ครั้งนึง ผมก็เข้าซ่อมรับน้อง เพราะวันรับน้องจริงๆผมไม่ได้เข้า รุ่นพี่ก็เอาใหญ่ ขู่มากมายว่าวันรับน้องไม่เข้า วันนี้เจอดีแน่ เออ รุ่นพี่นี่ดูน่าเกรงขรามมากๆ แต่ที่ทำให้เกลียดจนถึงทุกวันนี้คือ ในการซ่อมรับน้องครั้งนั้น คุณรุ่นพี่ผู้ชาย มันไล่ถามที่ละคนว่าเคยช่วยตัวเองมั้ย และห้ามโกหกเด็ดขาด โดยตอบด้วยการตะโกนเสียงดัง ไม่เว้นแม้กระทั่งผู้หญิง มีเพื่อนผมคนนึง เธอร้องไห้ออกมาด้วยความอาย เพราะมันกำลังจะมาถามเธอ และที่ถามผ่านมา ทุกคนอายกันหมด บางคนตอบว่าไม่เคย มันก็บอกให้ตอบใหม่ และพูโว่าโกหก เพื่อนผมเธอต้องตอบว่าเคย ด้วยน้ำตา แต่รุ่นพี่ผู้ชายมันไม่สะทกสะท้านอะไร กลับได้ใจ ผมจำช็อตนี้ติดตา อยากจะฆ่ามัน ถ้าเธอคนนั้นเป็นน้องผมหรือแฟนผม จากนั้น ผมก็ไม่เคยไหว้ใคร เพราะคนที่ผมไหว้ต้องทำตัวให้น่าเคารพเท่านั้น ถ้าเราไหว้มัน ก็เหมือนเราไหว้ คนบ้า คนหน้าตัวเมียดีๆนี่เอง

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
คนคนหนึ่ง
เรทกระทู้
« ตอบ #26 เมื่อ: 20 มิ.ย. 13, 11:06 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ยินดีด้วยนะครับที่ จขกท ผ่านมาได้..แต่จากประสบการณ์ของผมที่อยากจะเรียนรู้ระบบการรับน้องผมทำทุกอย่างที่พี่ให้ทำ..ซื้อข้าวมาเทรวมนั่งกินด้วยกัน..อาบน้ำพร้อมกัน..ผมไม่ได้โง่แต่อยากทำ..เขาไม่ได้บังคับให้ทำในส่งที่ทำไม่ได้..หรือผมโชคดีที่มีรุ่นพี่ที่ก่อนสั่งจะทำให้ดู..ผมเห็นรุ่นพี่บางคนหน้าโหดมาก..ยกมือไหว้พี่ผู้หญิง..ผมกลับมองว่ามันเป็นภาพที่ดี..ผมเขาใจว่าสิทธิเป็นอย่างไร..แต่การรับน้องที่มีก็เพื่อให้น้องได้รู้จักกัน..รู้จักรุ่นพี่..(สถาบันสอนมาดีเวลารับน้องห้ามโดนตัว)และระยะเวลาการรับน้องก็ไม่ได้คงอยู่ตลอดระยะเวลาการศึกษา..ไม่เคารพใครเราก็เรียนจบ..จริง..ขออภัยที่จะถามว่า..ถ้าในอนาคต..คุณเป็นนายคน..หรือจะมีตำแหน่งใหญ่โต..มีเด็กใหม่เขามาร่วมงานแล้วไม่ให้ความเคารพคุณถือว่าเป็นสิทธิหรือไม่..แต่ทำงานได้..เขาจะถูกประเมินผ่านงานหรือไม่..
..สุดท้าย..การประชุมเชียร์..ถ้าเรียนจบมาแล้วไม่รู่ว่าเพลงประจำสถาบันร้องอย่างไร..มันก็น่าคิดนะ..
..การรับน้องดีๆๆมีมากมาย...แต่ต้องมาถูกทำลายเพราะใครเพียงไม่กี่คน..

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
sdfrf
เรทกระทู้
« ตอบ #27 เมื่อ: 20 มิ.ย. 13, 11:19 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

แล้วเมื่อ เราต้องการไหว้คนดี
พอรุ่นน้องทำดี
รุ่นพี่เคยไหว้รุ่นน้องก่อนบ้างหรือไม่

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #28 เมื่อ: 20 มิ.ย. 13, 11:29 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ไม่เคยเรียนมหาลัย แต่อยากรู้บังคับรุ่นน้องให้ไหว้ แล้วได้รับไหว้รุ่นน้องกันมั่งมั๊ย เชื่อว่าไม่ทุกคน อยากสอนให้รุ่นน้องมีสัมมาคารวะ ควรเริ่มที่ตนเองก่อน มีรุ่นพี่คอยติว คอยทำอะไรดีๆให้เพื่อส่งเสริมการเรียน ช่วยน้องให้จบได้เกรดออกมาดี ๆ ไม่ใช่มาคอยแต่โหวกเหวก โวยวาย โชว์ความเก๋าว่าตัวเองรุ่นพี่แล้วบังคับให้น้องเคารพ ถ้าเป็นอย่างนั้นอย่าไปเข้ามันเลยกิจกรรมแบบนี้ ตั้งใจเรียนเอาเองดีกว่ามานั่งทำกิจกรรมไร้สาระ แทนที่จะรู้สึกดีๆกับสถาบันแต่ดันพารุ่นน้องเสียสุขภาพจิต

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
บุหลัน
เรทกระทู้
« ตอบ #29 เมื่อ: 20 มิ.ย. 13, 11:43 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
การรับน้องมันก็ไม่ต่าง จากการทำงานหรอกคุณ เวลาออกมาทำงาน คุณก็ต้องยกมือไหว้ จะเคารพไม่เคารพ ก็เถอะ แม้แต่หัวหน้าคุณเอง ถึงคุณไม่เคารพยังไงก็ต้องยกมือไหว้ คนในสังคมอีกเยอะ ที่คุณก็ไม่ได้เคารพหรอกครับ เวลาไปสัมภาษณ์งาน คุณเจอคน สัมภาษณ์งานคุณยกมือไหว้เขาไหมละ ไม่รู้จักอีกต่างหาก ใครก้ไม่รู้ แต่คุณมาของานเขาทำ อย่าไปคิดมากขนาดนั้น ทุกอย่างมีผลดีและผลเสีย ใ้ห้เก็บแต่ผลดีมาใช้ครับ ผมก็ผ่านมาแล้วหลายปี รับน้องทั้ง ปอ ตรี ปอโท สนุกสนานเฮฮา ไปอคติมากก็กลายเป็นกดดันตัวเองป่าวๆ ถึงเวลาเรียน รุ่นพี่อาจจะไม่ได้ช่วย เราก็ทำด้วยตัวเองครับ ไม่ใช่จะไปหวังพึ่งเขาซะทีเดียว เวลาสอบก็ตัวใครตัวเผือกทั้งนั้น ไม่เข้าใจจะไป อคติอะไรมาก นอกจากสถาบันที่รับแบบโหดอันนั้นแหละ ที่เราไม่ควรเข้าไปร่วม ตอนปวช ก็มีรับ แต่ผมก็ไม่เข้า เพราะเกินขอบเขต เราเลือกดูได้ครับ
ทำไมเรื่องปัญญาอ่อนแบบนี้ต้องเป็นกระแสด้วย วัฒนธรรมไทยการที่คนอายุอ่อนกว่าไหว้คนอายุมากกว่านั่นผิดตรงไหน การไหว้คนที่อายุมากกว่ามันทำให้เรารู้จักเป็นคนมีสัมมาคารวะ ผู้ใหญ่จะได้เอ็นดู ไม่ใช่เห็นว่าตัวเองฉลาดก็มองข้ามหัวคนอื่น ไหว้ก็ให้ไหว้อย่างมีสติ ลองคิดเอาเองว่าคุณจะรู้สึกอย่างไร ถ้ามีเด็กมาทัก"เฮ้ย ไปไหนมาว่ะ" กับอีกคน"พี่สวัสดีครับ ไปไหนมาครับ" ถ้าเด็กสองคนเดือดร้อนคุณจะช่วยคนไหน? นั่นคือคำตอบว่าการมีสัมมาคารวะมันสำคัญอย่างไร
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
Forever Blue
เรทกระทู้
« ตอบ #30 เมื่อ: 20 มิ.ย. 13, 12:07 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ผมสอนลูกให้ยกมือไหว้ทุกคนที่อายุมากกว่า โดยไม่จำเป็นว่าคนๆนั้นเป็นใคร เพราะการไหว้คือการแสดงความเคารพ การให้เกรียติเพื่อนมนุษย์ ไม่ใช่เป็นการเสียศักดิ์ศรีแต่อย่างใด

ลูกผมไหว้หมดไม่ว่าจะเป็น ป้าแม่บ้าน แม่ครัว พี่มอไซค์รับจ้าง แม้แต่ลุงซาเล้ง

วันหนึ่งผมไปรับลูกที่บ้านเพื่อนเค็าตอนดึกๆ มีแม่บ้านมายืนคอยเป็นเพื่อน แล้วยิ้มทักทายผม ผมก็เลยยกมือไหว้พร้อมกับลูก พอขึ้นรถลูกก็บอกว่า ป้าเค๊าอยากเห็นหน้าพ่อ เพราะลูกผมเป็นเด็กคนเดียวที่ยกมือไหว้เค๊า

ผมแปลกใจว่า สิ่งที่ผมสั่งสอนลูกมันเพี้ยนไปแล้วหรือ การไหว้ผู้อวุโสกว่ามันเสียศักดิ์ศรีหรือเสียเกรียติตรงไหน หรือเรากำลังจะยอมรับว่า สังคมเรามีชนชั้นจริงๆ

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
SC MU 36
เรทกระทู้
« ตอบ #31 เมื่อ: 20 มิ.ย. 13, 12:44 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

การไหว้มันก็เป็นแค่การทักทายอย่างหนึ่งเท่านั้นเอง ไม่มีใครบอกว่ามันไม่ดี คนไทยทุกคนก็รู้จักการไหว้มาตั้งแต่เด็กๆแล้ว ทุกคนรู้ความหมายของการไหว้ และก็ไหว้กันมาตั้งแต่สมัยเรียนอนุบาลไหว้พ่อแม่ ครู อาจารย์ ญาติ ผู้ใหญ่ มันเป็นเรื่องปกติในสังคม แต่ที่มันน่าทุเรศคือ มีการนำเอาวัฒนธรรมที่ดีงามนี้มาเป็นเครื่องมือกดหัวคนอื่นให้อยู่ในอำนาจของตัว อย่างเช่นระบบการรับน้องในมหาวิทยาลัยที่ทำกันอยู่นี่ไงครับ การที่มีคนปัญญาอ่อนอ้างถึงในเรื่องลำดับก่อนหลังในการเข้ามหาวิทยาลัยเพื่อเป็นเหตุให้ตัวเองมีอำนาจเหนือผู้อื่น แล้วสร้างกฏล้าหลังมาบังคับคนโน้นคนนี้มันเป็นสิ่งที่ขัดกับเชาว์ปัญญาของผู้มีการศึกษา เช่นบังคับให้คนอื่นมาไหว้ตัวเอง ทั้งที่อายุไม่ได้ต่างกันนั้น อีกทั้งก็ไม่ได้มีคุณูปการใดๆ ไม่ได้สร้างสรรค์อะไรให้กับมหาวิทยาลัย แล้วยังจะมาหน้าด้านอ้างสิทธิ์ข่มเหงผู้อื่นให้มาไหว้มากราบกราน มันเป็นเรื่องที่น่าละอายใจเป็นอย่างยิื่่ง ผมเป็นครูอาจารย์ เจอลูกศฺิิิษย์เดินผ่านแล้วไม่ไหว้ แต่กลับไปไหว้รุ่นพี่ก็ยังรู้สึกเฉยๆ เพราะก็มีทั้งคนที่ไหว้และไม่ไหว้ ใครไม่ไหว้ก็เป็นสิทธิ์ของเค้า ไม่เห็นต้องไปโกรธเคือง แสดงความอาฆาตมาดร้ายกันเลย เรื่องแบบนี้มันเป็นสิทธิส่วนบุคคล เราควรเคารพในความเป็นมนุษยืของผู้อื่น และเข้าใจว่าคนอื่นเขาก็มีความคิดเป็นของตัวเอง ไม่ใช่คิดแต่จะครอบงำคนอื่นด้วยวิธีการของคนเบาปัญญาที่ไร้การศึกษา

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
ป้าง
เรทกระทู้
« ตอบ #32 เมื่อ: 20 มิ.ย. 13, 12:54 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ไห้ว แล้วได้อะไร
q*031

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
ddnaka
เรทกระทู้
« ตอบ #33 เมื่อ: 20 มิ.ย. 13, 13:34 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ก็คิดว่าถ้าหัวข้อไหว้..ไม่น่าใช้ประเด็นหลัก เพราะแม้แต่อาจารย์ในมหาลัยยังไหว้กันเองเลยไม่เห็นต้องมีใครบังคับ

รุ่นพี่บังคับรุ่นน้องไหว้...มองแง่ดีก็เป็นการสร้างนิสัยให้รู้จักอ่อนน้อมในการเข้าสังคม

คนเคยเป็นรุ่นน้องปีนี้ ปีหน้าก็กลายเป็นรุ่นพี่ อยากให้เค้าทำตัวอย่างไร ก็ทำตัวกับรุ่นพี่อย่างนั้น

ส่วนตัวไม่ถึงกับแบบเจ้าของกระทู้ เพราะที่ทำคุณรอดคนเดียว ตอนเป็นนักศึกษาปี1 เจอว๊ากเหมือนกัน แต่ถ้าอะไรมีเหตุผลก็ทำตามพี่เค้า อะไรเกินไปก็ลุกขึ้นพูดเลยตรงๆ ต่อหน้ารุ่นพี่เลยไม่เคยต้องไปกระแทกใคร

ปี2 ก็เป็นพี่ว๊าก แต่ก็อธิบายเหตุผลในการกระทำ ไม่ได้บังคับใคร พอปีหลังๆไม่ใช้หน้าที่ แต่น้องๆก็มาเชิญไปอยู่เป็นเพื่อน ค่อยดูความเรียบร้อยให้ทุกปีน่ะค่ะ

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
อาบน้ำร้อนมาก่อน
เรทกระทู้
« ตอบ #34 เมื่อ: 20 มิ.ย. 13, 14:08 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

-การไหว้รุ่นพี่นะรับได้
-แต่การให้นักศึกษา ช. ถอดเสื้อ ลงนอนกับพื้นและเอานมข้นหวานมาทารอบหัวนมนักศึกษา ช. แล้วให้นักศึกษาหญิงก้มลงเลียให้หมด
-หรือการซื้อไอติมแท่งมาให้นักศึกษาหญิงดูดและเลียให้ดู (ต้องให้ได้อารมณ์แบบxxxด้วย)
-หรือการให้เคี้ยวพริกเต็มปาก
-หรือการให้นอนกลิ้งกับพื้นถนน จนแขน เข่าและขาถลอกปอกเปิกไปหมด
-หรือการเอาสีต่างๆมาละเลงใบหน้า
-หรือการเอาอาหารหมาชนิดเม็ดมาให้กิน ฯลฯ
-นี่คือการรับน้อง (จากเทคนิคฯ แห่งหนึ่งใน กทม.) เราผ่านมาแล้ว แต่เราไม่ทำตามที่สั่งทั้งหมด พวกรุ่นพี่เลยเขม่นเราพอควร
-ทุกวันนี้จบมาเราก็ไม่คบพวกรุ่นเพื่อนหรือรุ่นพี่ที่เทคนิคฯ เลย (พวกเขาก็ไม่คบเราเหมือนกัน)
-แต่วันนี้เราอายุ 30 กว่า...มีครอบครัว มีงานการดีดีทำ มีเงินเก็บ 7 หลัก มีรถ มีคอนโด และมีเพื่อนดีดีจากที่ทำงาน และสมัยเรียนมัธยมก็เพียงพอแล้ว

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #35 เมื่อ: 20 มิ.ย. 13, 14:11 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ตอนสมัยเรียนมหาลัยก็เจอเหมือนกัน พอเลิกเรียนเราก็อยากจะเข้าห้องไปพักนะ แต่พักไม่ได้ต้องไปซ้อมเชียร์ทุกวัน ทำไม่ได้ก็โดนดุ สักพักก็ให้ล่าลายเซ็นรุ่นพี่ แล้วก็ต้องจำชื่อรุ่นพี่แต่ละคนให้ได้ด้วย ถ้าจำไม่ได้ก็โดนซ่อม พอผ่านไปได้สักพัก ก็ไปรับน้องนอกสถานที่

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #36 เมื่อ: 20 มิ.ย. 13, 14:48 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

q*071

แจ่มผมก็เป็นแบบนี้แหร่ะ แต่ผมไหว้เฉพาะคนที่ผมเคารพและนับถือ
แล้วทำตัวดีสมกับเป็นรุ่นพี่เท่านั้น q*071 พอเรามาเป็นรุ่นพี่ ถ้าเราทำตัวดี
สอนน้องมันดี น้องๆก็เคารพเราจนทุกวันนี้
q*071 เห็นด้วยครับ ถูกต้อง
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
ฟหดก่าสว
เรทกระทู้
« ตอบ #37 เมื่อ: 20 มิ.ย. 13, 15:47 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

....ผมก็ไม่เห็นด้วยกับกิจกรรมนี้เช่นเดียวกันครับ สมัยเรียนผมก็เข้าเชียร์บ้างไม่เข้าบ้างตามอารมณ์(แต่กิจกรรมนั้นจะมีแจกไอเท็มพวกหัวเข็มขัด ที่กลัดเน็คไท ฯลฯของคณะ) แต่ผมไม่สนใจ ใส่ของมหาลัยจนจบ สุดท้ายของพวกนั้นสามารถหาซื้อได้ตามสโมสรนักศึกษา และมีคนเอามาให้ผมฟรีแต่ผมไม่เอา เพราะผมไม่ได้เข้ากิจกรรม ขอใส่ของมหาลัยไปจนจบดีกว่า....
....ส่วนเรื่องไหว้รุ่นพี่ ผมไหว้เฉพาะที่ผมเคารพเท่านั้น และปัจจุบันรุ่นพี่คนนี้ก็ยังไม่ทิ้งผม ยังปรึกษาหารือกันอยู่เป็นประจำ
....อยากจะบอกว่า สุดท้ายเมื่อเรียนจบคนที่จะนึกถึงเราด้วยใจจริง จะมีไม่กี่คนเท่านั้นครับ และคนนั้นถ้าเป็นรุ่นน้องเราก็ควรจะดูแล ถ้าเป็นรุ่นพี่ก็ควรจะเคารพและรักเขาให้มากครับ

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
ตัวตลก
เรทกระทู้
« ตอบ #38 เมื่อ: 20 มิ.ย. 13, 16:07 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
การรับน้องมันก็ไม่ต่าง จากการทำงานหรอกคุณ เวลาออกมาทำงาน คุณก็ต้องยกมือไหว้ จะเคารพไม่เคารพ ก็เถอะ แม้แต่หัวหน้าคุณเอง ถึงคุณไม่เคารพยังไงก็ต้องยกมือไหว้ คนในสังคมอีกเยอะ ที่คุณก็ไม่ได้เคารพหรอกครับ เวลาไปสัมภาษณ์งาน คุณเจอคน สัมภาษณ์งานคุณยกมือไหว้เขาไหมละ ไม่รู้จักอีกต่างหาก ใครก้ไม่รู้ แต่คุณมาของานเขาทำ อย่าไปคิดมากขนาดนั้น ทุกอย่างมีผลดีและผลเสีย ใ้ห้เก็บแต่ผลดีมาใช้ครับ ผมก็ผ่านมาแล้วหลายปี รับน้องทั้ง ปอ ตรี ปอโท สนุกสนานเฮฮา ไปอคติมากก็กลายเป็นกดดันตัวเองป่าวๆ ถึงเวลาเรียน รุ่นพี่อาจจะไม่ได้ช่วย เราก็ทำด้วยตัวเองครับ ไม่ใช่จะไปหวังพึ่งเขาซะทีเดียว เวลาสอบก็ตัวใครตัวเผือกทั้งนั้น ไม่เข้าใจจะไป อคติอะไรมาก นอกจากสถาบันที่รับแบบโหดอันนั้นแหละ ที่เราไม่ควรเข้าไปร่วม ตอนปวช ก็มีรับ แต่ผมก็ไม่เข้า เพราะเกินขอบเขต เราเลือกดูได้ครับ

ก็นั่นมันไหว้คนที่เราต้องแคร์นี่ครับหัวหน้าให้เงินเรา คนสัมภาษมีสิทธิตัดสินเรา แต่รุ่นพี่เบ่งเราออกมาหรือเป็นคนให้เกรดเรารึป่าวถึงต้องไปไหว้มันอ่ะครับ ตรรกะไม่เมคเซ้นนะครับ
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
์นรืนรืนร
เรทกระทู้
« ตอบ #39 เมื่อ: 20 มิ.ย. 13, 16:47 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ผมก็เหมือนกัน เกลียดระบบนี้ จะไหว้ไม่ไหว้มันต้องอยู่ที่ใครน่าให้ความเคารพมากกว่า ตอนนี้ทำงานแล้วผมก็ยังคิดเหมือนเดิม ความสามารถเรามีไม่ต้องไปใส่ใจ แล้วก็ไม่สนใจด้วยว่าใครจะไหว้ผมหรือไม่ไหว้ เพราะเขาก็คงคิดไม่ต่างจากเรา

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
คุณครู
เรทกระทู้
« ตอบ #40 เมื่อ: 20 มิ.ย. 13, 16:51 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

เด็กสมัยใหม่ ไหว้รุ่นพี่มากกว่าอาจารย์ ถ้าตั้งใจไหว้ เคารพรุ่นพี่ทำต่อไปไม่ผิด แต่โดนบังคับ อย่าทำ เพราะไม่ได้ออกจากใจคุณ ไม่มีใครบังคับเราได้ รู้ผิดรู้ชอบ การไหว้หรือไม่ไหว้ไม่สำคัญ แต่อย่าข้ามหัว หรือเทียบรุ่น เป็นพอ

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #41 เมื่อ: 20 มิ.ย. 13, 17:59 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
แจ่มผมก็เป็นแบบนี้แหร่ะ แต่ผมไหว้เฉพาะคนที่ผมเคารพและนับถือ
แล้วทำตัวดีสมกับเป็นรุ่นพี่เท่านั้น q*071 พอเรามาเป็นรุ่นพี่ ถ้าเราทำตัวดี
สอนน้องมันดี น้องๆก็เคารพเราจนทุกวันนี้

เห็นด้วย
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
งง
เรทกระทู้
« ตอบ #42 เมื่อ: 20 มิ.ย. 13, 20:11 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ระบบรุ่นพี่รุ่นน้องเป็นของดี ใช้ให้เป็นจะเป็นประโยชน์แก่การใช้ชีวิตในอนาคตได้ แต่ทุกวันนี้สังคมมันเปลี่ยนไป ค่านิยมเปลี่ยนไป คนก็มากขึ้น ระบบรุ่นพี่รุ่นน้องก็ต้องปรับเปลี่ยนไปด้วย

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
KU
เรทกระทู้
« ตอบ #43 เมื่อ: 20 มิ.ย. 13, 21:46 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ขอตอบหน่อยนะ
กิจกรรมรับน้อง เค้าเป็นวัฒนธรรมที่ดี ในฐานะเคยเรียน ม.บูรพา เหมือนคุณอ้างนะ
1. ที่บอกว่าซิวมานะเกิดจากกิจกรรมหรือเรียนไม่เอาไหนเอง เพราะที่เคยเรียน พี่take จะเอาข้าวมากินระหว่างสอนระเบียบประมาณ 18.00 จะเอาหนังสือมาให้ เวลาสอบเค้าก้อมีติวให้นะ ไม่รู้จริงอย่ามั่ว
2. ทุกที่พี่สอนให้ไหว้อาจารย์ คุณจบรุ่นไหน เคยกลับไปงานที่มอไหม เค้ามีกันทุกปี ของผมก้อมีจะนัดกันไปหาอาจารย์ที่บ้านท่าน ไปทานข้างคุยเรื่องความสำเร็จให้ท่านภูมิใจ คุณบอกว่าเคารพอาจารญืเคยกลับไปทำไหม???
3. ที่เคาสอนให้น้องไหว้พี่ เหมือนกับเด้กต่างถิ่นมาจะไม่รู้จักกัน คนไทยรู้จักกัน ไปลามาไหว้ เวลาเรียนรถเสียพี่เจอจะจำได้มาช่วยเหลือ
4. มีไว้เคารพเเละช่วยเหลือ กิจกรรมเป็สิ่งดี พวกคุณเอาประโยชน์หรือใช้มันผิดเอง อย่าโทษว่าไม่ดี
5. คุณทำงานเเล้ว เคยไหว้เจ้านายไหม เคยไหว้ลูกค้าไหม เคยขอบคุณเเม่บ้านประจำโรงงาน เด็กเสิร์ฟร้านอาหารที่เค้ามาเสิร์ฟ คุณไหม สิ่งเหล่านี้บางอย่างก้อต้องหัดมาจากส่วนที่เรียกว่ามหาลัย

ถ้าไม่ได้ทำ หรือทำผิด อย่ามาด่าว่ามันไม่ดี

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
agree
เรทกระทู้
« ตอบ #44 เมื่อ: 20 มิ.ย. 13, 21:57 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ผมเห็นด้วยบ้างเหมือนกัน เพราะทุกอย่างที่ทำเหมือนบังคับเป็นหน้าที่แต่มันไม่ได้เป็นความรู้สึกจากใจจริง บางทีก็แคทำไปตามนั้นเท่านั้นเอง

ซึ่งพอเรียนจบก็ต่างคนต่างไปอยู่ดีเพราะไม่ได้รู้สึกผูกพันกันจริงๆ ต่างกับเพื่อนบางคนที่เราคบเขาด้วยใจจริงแม้จะจบมาหลายปีก็ยังติดต่อกันอยู่

โดยส่วนตัวรู้สึกว่าการที่ต้องไหว้คนที่อายุต่างกันไม่กี่ปีมันไม่ได้สำคัญมาก ถ้าจะไว้ก็ควรจะเป็นอาจารย์หรือผู้มีบุญคุญกับเรามากกว่า

นี่เป็นความเห็นส่วนตัวนะ

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:  รุ่นน้อง 

หน้า: 1 2  ทั้งหมด

 
ตอบ

ชื่อ:
 
แชร์ไป Facebook ด้วย
กระทู้:
ไอค่อนข้อความ:
ตัวหนาตัวเอียงตัวขีดเส้นใต้จัดย่อหน้าชิดซ้ายจัดย่อหน้ากึ่งกลางจัดย่อหน้าชิดขวา

 
 

[เพิ่มเติม]
แนบไฟล์: (แนบไฟล์เพิ่ม)
ไฟล์ที่อนุญาต: gif, jpg, jpeg
ขนาดไฟล์สูงสุดที่อนุญาต 20000000 KB : 4 ไฟล์ : ต่อความคิดเห็น
ติดตามกระทู้นี้ : ส่งไปที่อีเมลของสมาชิกสนุก
  ส่งไปที่
พิมพ์อักษรตามภาพ:
พิมพ์ตัวอักษรที่แสดงในรูปภาพ
 
:  
  • ข้อความของคุณอยู่ในกระทู้นี้
  • กระทู้ที่ถูกใส่กุญแจ
  • กระทู้ปกติ
  • กระทู้ติดหมุด
  • กระทู้น่าสนใจ (มีผู้ตอบมากกว่า 15 ครั้ง)
  • โพลล์
  • กระทู้น่าสนใจมาก (มีผู้ตอบมากกว่า 25 ครั้ง)
         
หากท่านพบเห็นการกระทำ หรือพฤติกรรมใด ๆ ที่ไม่เหมาะสม ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเสื่อมเสียแก่สถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ รวมถึง การใช้ข้อความที่ไม่สุภาพ พฤติกรรมการหลอกลวง การเผยแพร่ภาพลามก อนาจาร หรือการกระทำใด ๆ ที่อาจก่อให้ผู้อื่น ได้รับความเสียหาย กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม