หน้า: 1

ชนิดกระทู้ ผู้เขียน กระทู้: เปิดสาเหตุที่จักรภพ เพ็ญแข ไม่ชอบช่อง3-สรยุทร  (อ่าน 24419 ครั้ง)
add
เรทกระทู้
« เมื่อ: 23 พ.ค. 13, 19:49 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
Send E-mail

แบ่งปันกระทู้นี้ให้เพื่อนคุณอ่านไหมคะ?

ปิดปิด
 

ที่มา facebook จักรภพ เพ็ญแข - Jakrapob Penkair

ความจริงวันนี้ผมตั้งใจจะเขียนเรื่องอื่น แต่อ่านกระทู้ของท่านทั้งหลายแล้วก็รู้ว่าท่านสนใจเรื่องของช่อง ๓ กันมากและอยากรู้เพิ่มอีก ผมจึงต้องขอฉลองศรัทธาท่านอีกสักครั้งในวันนี้ สื่อมวลชนที่รับใช้ระบอบอำมาตย์ศักดินาในเมืองไทยนั้นมีเบื้องหลังมากมายชนิดเล่าต่อเนื่องได้เป็นปี และไม่ได้มีแต่ช่อง ๓ แต่เล่ายาวทีเดียวก็คงน่าเบื่อ และทำให้มองสังคมไม่ครบมิติด้วย เอาเป็นว่าเรามาเล่าสู่กันฟังแบบสลับกับเรื่องอื่นๆ ไปตามสถานการณ์นะครับ

วันนี้อยากเล่าถึงความสัมพันธ์ระหว่างตัวผมกับช่อง ๓ ก่อนสักเล็กน้อย เพราะเกรงว่าท่านที่ไม่ทราบจะนึกไปว่าผมจงเกลียดจงชังอะไรช่อง ๓ ถึงได้มาแก้ผ้าเขาดูทีละชิ้นอย่างนี้ เมื่ออ่านแล้วท่านจะทราบเลยว่าเหตุผลส่วนตัวระหว่างกันไม่มี มีแต่เหตุผลทางอุดมการณ์ที่ผมคิดว่าผู้บริหารช่อง ๓ ปัจจุบันตัดสินใจผิดที่ไปร่วมงานกับฝ่ายทำลายการพัฒนาประชาธิปไตย เพราะนึกว่าจะเอื้อธุรกิจอันมหาศาลในปัจจุบันได้ดี หารู้ไม่ว่าต่อไปอาจจะลำบากหนัก โดยความเป็นมืออาชีพแล้ว ผมยอมรับว่าช่อง ๓ เป็นธุรกิจที่รับสัมปทานจากรัฐและไปต่อยอดได้อย่างน่าทึ่งที่สุดเจ้าหนึ่งของเมืองไทย การพัฒนาธุรกิจของ “มาลีนนท์” รุ่นสอง โดยเฉพาะภายใต้คุณประวิทย์ฯ และหลังจากที่คุณประชาฯ เบนสู่การเมือง เพราะเป็นการก้าวกระโดดคู่ไปกับนวัตกรรมใหม่ทั้งด้าน software และ hardware อย่างกลมกลืน สามารถพลิกขึ้นมาสู่ความเป็นผู้ครอบงำความคิดและวิถีชีวิตของคนไทยในเมืองได้ ตอนนี้ดูกำลังคืบลงไปตลาดล่างทั้งในงานบันเทิงและงานข่าวอย่างได้ผลอีก อย่างน้อยก็เก็บเกี่ยวผลประโยชน์จากตลาดที่เดิมเคยถูกช่อง ๗ ผูกขาดได้มาก นักศึกษาด้านสื่อกับการพัฒนาสังคมที่ปรึกษาผมเข้ามาหลายราย น่าจะจับกลยุทธ์ที่ทั้งช่องสองนี้นำมาแข่งขันกัน เจาะลงลงไปที่ตัว คุณประวิทย์ มาลีนนท์ และ คุณกฤษณ์รัตนรักษ์ คนเบื้องหลังที่มีอำนาจที่สุดของช่อง ๗ ไปเลย ศึกษาให้เข้าใจถ่องแท้และนำมาอธิบายความได้เลยว่า ช่อง ๗ เผลอกระพริบตาอย่างไรให้ช่อง ๓ เมื่อไหร่และอย่างไร จนอันดับเปลี่ยนแปลงไปจนถึงทุกวันนี้

ผมทำงานโทรทัศน์มาระยะหนึ่งแล้ว จึงได้รับชวนให้ไปเป็นผู้ดำเนินรายการในรายการใหม่ของช่อง ๓ ซึ่งในขณะนั้นยังอยู่ที่อาคารวานิช รายการนั้นมีชื่อว่า “เหตุบ้าน-การเมือง” และคนช่อง ๓ ที่ทำงานกับผมมากที่สุดคือ คุณสำราญ ฉัตรโท การทำงานต่างๆ เป็นไปด้วยดี รายการไม่ได้โด่งดังทะลุฟ้าแต่ไม่เลวร้าย อาจเป็นเพราะอยู่ตอนดึกมากคือราวห้าทุ่มของวันอาทิตย์ บางครั้งโดนเบียดไปถึงห้าทุ่มครึ่ง ทำให้คนดูหายไปมาก ผมสนุกกับการทำงานกับทีมช่อง ๓ มาก เพราะเป็นมืออาชีพ รู้จิตวิทยาคนทั้งหน้ากล้องและหลังกล้องเป็นอย่างดี งานนี้ทำให้ผมได้รู้จักกับผู้บริหารช่อง ๓ อีกหลายคน รวมทั้งคนหน้ากล้องใหม่ๆ อย่าง คุณจินดารัตน์ เจริญชัยชนะ ซึ่งต่อมาสังกัดสีที่ต่างกัน ผมมารู้ภายหลังว่าฝ่ายข่าวช่อง ๓ ในขณะนั้นกำลังทำ “ศึก” ภายในกับฝ่ายรายการ จนคนนอกเรียกล้อๆ ว่าเป็นศึกสายเลือด เพราะต่างฝ่ายต่างเป็นลูกน้องของพี่น้องมาลีนนท์คนละคนกัน บางคนในฝ่ายข่าวขณะนั้นจึงคิดไกลไปว่ารายการ “เหตุบ้าน-การเมือง” จะเป็นตัวพลิกเกมภายในบริษัทครอบครัวนี้ได้ ผมก็ยินดีปรีดาไปด้วย เพราะพื้นที่ข่าวที่เพิ่มขึ้นก็น่าจะหมายถึงอนาคตที่ดีขึ้นของตัวผมเองด้วย แต่แล้วผมเองก็เป็นตัวปัญหา ความจริงเป็นปัญหาเล็กๆ ที่เราคิดมุทะลุไปอย่างเด็กแท้ๆ เรื่องแรกคือผมวิจารณ์การใช้เพลงประกอบในช่วงนำเข้ารายการ “เหตุบ้าน-การเมือง” ว่าไม่เหมาะสมและไม่ถูกต้อง เนื่องจากไปเอาเพลงประกอบภาพยนตร์อเมริกันเรื่อง “The Rock” มาใช้โดยไม่ขออนุญาตเขา ผมวิจารณ์อยู่ภายในหลายครั้ง ไม่รู้เลยว่าไปขัดใจใครเข้าขนาดไหน หรือเขาจะอ้างเรื่องนี้มาเล่นงานอะไรกับเราก็ไม่รู้ สุดท้ายผมถูกปลดออกจากรายการอย่างปัจจุบันทันด่วน แต่ก็ยังไม่ได้ออกจาก “สังกัด” ช่อง ๓ เพราะคุณสำราญฯ ยังให้ผมไปออกรายการข่าวเที่ยงของช่อง ๓ เป็นระยะๆ เพื่อวิเคราะห์ข่าวต่างประเทศ มาอีกวันหนึ่งที่ผมได้รับโจทย์ให้เตรียมบทวิเคราะห์ความยาว ๒๐ นาที แต่เอาเข้าจริงถูกเบียดจนเหลือ ๓ นาที ผมจำได้ว่าโกรธมาก พอรายการจบก็ขับรถออกจากสถานีไปเลยทีเดียว ระหว่างขับรถอยู่นั้นคุณสำราญฯ โทรเข้ามาปลอบใจ แต่ผมไม่ยอมเย็นด้วย ยังรุ่มร้อนจนถึงขั้นพูดออกไปทันทีว่า “ผมคงทำงานกับช่อง ๓ ไม่ได้อีก” เมื่อได้ยินคำนั้นคุณสำราญฯ ก็เงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะตอบกลับอย่างเรียบๆ ว่า “ขอบคุณครับ” วลีนั้นเองที่ปิดฉากระหว่างตัวผมกับช่อง ๓ มาหลายปี จนอีกหลายปีต่อมา คุณประวิทย์ฯ จึงเชิญผมไปคุยด้วยสองครั้ง แต่ผมตัดสินใจไม่รับข้อเสนอในการทำรายการเช้ามากในตอนนั้น ผมยังจำได้ว่าคุณประวิทย์ฯ เดินลงมาส่งผมถึงที่จอดรถข้างล่าง ทั้งที่ตอนนั้นผมไม่ได้มีฐานะอะไรนอกจากสื่อมวลชนคนหนึ่งที่อาจจะกลับมาเป็นลูกจ้างช่อง ๓ หรือไม่เท่านั้น ทำให้ผมเรียนรู้ว่า คนใหญ่ๆ ที่ประสบความสำเร็จเขาแสดงความนอบน้อมถ่อมตนอย่างไร เรื่องนี้เด็กรุ่นหลังอย่างผมเรียนรู้จากคนรุ่นคุณประวิทย์ฯ ได้มาก

(มีต่อ)

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า

กระทู้ฮอตในรอบ 7 วัน

Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #1 เมื่อ: 23 พ.ค. 13, 19:50 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

เล่ามาเสียยาวทั้งหมดนี้เพื่อจะบอกเพียงว่า คนช่อง ๓ เองล้วนมีน้ำใจกับผมเรื่อยมาเป็นการส่วนตัว ให้เกียรติผม ทั้งๆ ที่ผมเป็นฝ่ายเข้าไปหาเพื่อรับความช่วยเหลือด้วยซ้ำ โดยส่วนตัวผมจึงไม่มีสิ่งใดค้างในใจกับช่อง ๓ เลย ผมเสียอีกที่ต้องสารภาพว่า ทำอะไรมุทะลุไปเพราะความเป็นเด็กและยังรู้สึกเสียใจมาจนถึงบัดนี้ แต่ที่ต้องวิจารณ์ช่อง ๓ อยู่ในขณะนี้เพราะช่อง ๓ ทำผิด และเป็นการทำผิดทางสังคมที่ใหญ่หลวงจนผมไม่รู้ว่าต่อไปจะเกิดอะไรขึ้นต่อไป ผมขอบอกช่อง ๓ ผ่านทางนี้เลยว่าสังคมไทยกำลังจะเดินสู่ทางสองแพร่งในไม่ช้านี้ หากช่อง ๓ และผู้รับสัมปทานรัฐอื่นๆ ทั้งหลายไม่หัด “ตาสว่าง” ตั้งแต่นาทีนี้ เป็นต้นไป โอกาสที่ตัวเองก็จะไปค้างอยู่ระหว่างทางสองแพร่งจะมีมาก ขอพูดอย่างคนที่รักกันอยู่ว่าคนที่ถูกรถชนตายนั้น ส่วนมากจะถูกชนกลางถนน ไม่ใช่คนที่ยืนอยู่บนข้างใดข้างหนึ่ง พวกไม่เลือกข้างยืนเก้ๆ กังๆ กันอยู่กลางถนนนั้นโปรดระวังรักษาตัวกันให้ดีเถิดครับ

การพัฒนาและเสริมสร้างแนวคิดใหม่อย่างปรัชญาประชาธิปไตยนั้น ต้องอาศัยความช่วยเหลือร่วมมือจากผู้เป็นสื่อมาก เพราะเราต้องปฏิรูปวัฒนธรรมทางความคิดในขั้นพื้นฐานเสียก่อน จึงจะเปลี่ยนความเชื่อและพฤติกรรมได้ ไม่อย่างนั้นเราก็เป็นประชาธิปไตยได้แต่เปลือก ใจยังอยากวิ่งกลับไปอยู่แทบเท้าเพื่อให้เขาเมตตาช่วยอุ้มเราไปทั้งชีวิตเหมือนเดิม ผมจึงพูดเมื่อปี พ.ศ.๒๕๕๐ ว่าระบบอุปถัมภ์แบบเก่าคืออุปสรรคสำคัญที่สุดของการพัฒนาประชาธิปไตยของไทย แต่ภรรยานายทหารชั้นผู้ใหญ่คนหนึ่งในขณะนั้นหาเรื่อง โดยแกล้งแปลคำว่า อุปถัมภ์ ของผมมาเป็นคำว่า “พระบรมราชูปถัมภ์” ทำให้ผมได้รับข้อหาหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ จนสำนักงานอัยการสูงสุดสั่งไม่ฟ้องไปแล้วเมื่อปีก่อน ผมเข้าใจครับว่าสื่อสัมปทานของรัฐอย่างช่อง ๓ ต้องเอาใจผู้มีอำนาจสูงสุดของรัฐ และเราก็รู้ว่าใครมีอำนาจสูงสุดในรัฐไทยนี้ แต่ช่อง ๓ ก็ไม่ควรถึงขนาดเล่นละครกับรัฐบาลที่อาจจะรู้สึกว่ามาเพียงชั่วคราว เพื่อให้รัฐมนตรีสบายใจว่าช่อง ๓ สนใจและให้ความสำคัญกับเขาแบบหลอกๆ แต่ควรหาทางคุยกันอย่างจริงจังว่าจะยกระดับความมั่นใจในตัวเองของคนไทยในระบบอุปถัมภ์ขึ้นมาอย่างไร แอบคุยกันก็ได้ เพราะสังคมนี้กำลังเดินไปสู่ความเปลี่ยนแปลงแน่ไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง ปัจจุบันนอกจากจะไม่ช่วยล้างแล้ว ช่อง ๓ ยังทาสีทับลงไปอีกหลายชั้นให้ระบบอุปถัมภ์ไทยมันจำหลักแน่นและนิ่งอยู่ตรงนั้น เหมือนช่วยเขาต่อต้านการพัฒนาทางความคิดแบบประชาธิปไตยอย่างกระตือรือร้น

เขียนมาถึงตอนนี้ นึกขึ้นมาได้อีกหนึ่งเรื่องเล็กๆ ก็ขอเล่าเสียให้หมดเปลือก เมื่อผมเป็นรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีเมื่อปี พ.ศ.๒๕๕๑ ผมมีหน้าที่ดูแลสื่อของรัฐ ทั้งสื่อโดยตรงและสื่อสัมปทาน เข้าใจว่าเพิ่งจะถวายสัตย์ฯ ได้เพียงไม่กี่ชั่วโมงช่อง ๓ ก็เชิญผมไปออกรายการสดในตอนเย็นกับคุณสรยุทธ์ฯ ผมก็รับชวนไปทันที ระหว่างแต่งหน้าก่อนเข้ารายการ ผมก็บ่นอุบอิบกับช่างแต่งหน้าว่าผู้บริหารช่อง ๓ หายไปไหนกันหมด ไม่ใช่บ่นแบบคางคกขึ้นวอให้เขามาเข้าแถวพินอบพิเทา แต่อยากคุยงานสื่อของรัฐ เพราะโอกาสเจอกันน่าจะมีน้อยแล้ว ปรากฏว่าอีก ๑๕ นาทีต่อมาคุณประวิทย์ฯ เข้ามาหาในห้องส่งก่อนที่จะสัมภาษณ์กัน ผมนึกในใจว่าผมคงสื่อสารผิดเสียอีกแล้ว เราอยากคุยงาน ไม่ได้อวดอำนาจ แต่ดูท่าแล้วจะผิดจุดกันไปไกล ผมก็เลยทักท่านอย่างสุภาพและไม่ได้แลกเปลี่ยนอะไรที่มีความหมายต่อกัน วันนั้นคือวันที่คุณสรยุทธ์ฯ หลอกล่อให้ผมคุยเรื่องนโยบายสื่อภาครัฐอยู่เกือบจบรายการ แล้วตวัดหางใส่ผมด้วยคำถามแบบไม่มีปี่มีขลุ่ยว่า “คุณจักรภพเป็นเกย์หรือเปล่า?” ผมจำไม่ได้ว่าตอบออกไปอย่างไร แต่จำได้ว่าคิดจะถามกลับให้มันครื้นเครงไปว่า ถ้าผมเป็น คุณสรยุทธ์จะมานอนกับผมหรือ.

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
Guest
สมภพ
เรทกระทู้
« ตอบ #2 เมื่อ: 26 พ.ค. 13, 00:09 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

เพ็ญแข.......เพื่ออะไรว่ะ

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
Guest
ลูกจีนรักชาติ
เรทกระทู้
« ตอบ #3 เมื่อ: 26 พ.ค. 13, 00:23 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

q*027จักรภพ เพ็ญแข ก็เป็นขึ้ข้าทักษิณ ชินวัตรเหมือนเฉลิม อยู่บำรุง เพราะเป็นนักเล้นการพนันมีหนี้สินจึงต้องรับผิดใช้คนไม่ดี....คิดง่ายเป็นสัจจธรรม

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
Guest
pompy
เรทกระทู้
« ตอบ #4 เมื่อ: 26 พ.ค. 13, 20:51 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ปกติุคุณจักรภพข้อเขียนและคำพูดคำจาระดับเทพยากที่คนการศึกษาน้อยจะเข้าใจได้ แต่ตอนนี้กลับมาใช้คำพูดธรรมดาสามัญระดับรากหญ้า คงจะตกจากที่สูงละสิถึงมาใช้คำสามัญระดับรากหญ้าได้

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
Guest
ฺBurin
เรทกระทู้
« ตอบ #5 เมื่อ: 27 พ.ค. 13, 18:43 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ทำหยังกะว่า ทักษิณ ไม่มีระบอบอุปถัมภ์ อย่างงั้นแหล่ะ ไม่เชื่อหรอก จะมีใครมั้ยที่ได้ดี แล้วไม่อยากให้ครอบครัวตัวเองได้ดีด้วย ก็เห็น พี่น้อง พ้องเพื่อน ทักษิณ ร่ำรวยกันหมด ไม่ใช้อุปถัมภ์ หรืองัย

แล้วไม่เลือกข้าง ก็ผิดเหรอ อยากด่าทั้งสองฝั่งอ่ะ ไม่ชอบทั้งสองฝ่าย ผิดไหม ถ้าคุณบอกว่าผิด คุณก็ไม่มีความเป็นประชาธิปไตยเหมือนกันแหล่ะ เพราะทุกคนมีสิทธิเสรีภาพด้านความคิด คนอื่นๆ ที่มีความคิดเห็นไม่เหมือนคุณ คุณกับมองว่าผิด ประชาธิปไตยของคุณเต็มใบมากกกกก

ว่าคนอื่นประชาธิปไตยแค่เปลือก มองความคิดของตัวเองบ้างนะ ต่อไปคงไม่ใครอยากเดินทางสายกลางตามคำสอนของพระพุทธศาสนาแล้วล่ะ เพราะกลัวตาย ถึงโดนรถชนกลางถนน ยังงัยซะรถมันก็ต้องหักหลบมาจอด ไม่ฝั่งใด ก็ฝั่งหนึ่งแหล่ะ สรุปตายเหมือนกันหมด

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
Tags:  

หน้า: 1

 
ตอบ

ชื่อ:
 
แชร์ไป Facebook ด้วย
กระทู้:
ไอค่อนข้อความ:
ตัวหนาตัวเอียงตัวขีดเส้นใต้จัดย่อหน้าชิดซ้ายจัดย่อหน้ากึ่งกลางจัดย่อหน้าชิดขวา

 
 

[เพิ่มเติม]
แนบไฟล์: (แนบไฟล์เพิ่ม)
ไฟล์ที่อนุญาต: gif, jpg, jpeg
ขนาดไฟล์สูงสุดที่อนุญาต 20000000 KB : 4 ไฟล์ : ต่อความคิดเห็น
ติดตามกระทู้นี้ : ส่งไปที่อีเมลของสมาชิกสนุก
  ส่งไปที่
พิมพ์อักษรตามภาพ:
พิมพ์ตัวอักษรที่แสดงในรูปภาพ
 
:  
  • ข้อความของคุณอยู่ในกระทู้นี้
  • กระทู้ที่ถูกใส่กุญแจ
  • กระทู้ปกติ
  • กระทู้ติดหมุด
  • กระทู้น่าสนใจ (มีผู้ตอบมากกว่า 15 ครั้ง)
  • โพลล์
  • กระทู้น่าสนใจมาก (มีผู้ตอบมากกว่า 25 ครั้ง)
         
หากท่านพบเห็นการกระทำ หรือพฤติกรรมใด ๆ ที่ไม่เหมาะสม ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเสื่อมเสียแก่สถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ รวมถึง การใช้ข้อความที่ไม่สุภาพ พฤติกรรมการหลอกลวง การเผยแพร่ภาพลามก อนาจาร หรือการกระทำใด ๆ ที่อาจก่อให้ผู้อื่น ได้รับความเสียหาย กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม