หน้า: 1

ชนิดกระทู้ ผู้เขียน กระทู้: โศกนาฏกรรมรัก หมะเมียะ-เจ้าศุขเกษม ต่ำศักดิ์ หรือ พิษการเมือง?  (อ่าน 86034 ครั้ง)
add
เรทกระทู้
« เมื่อ: 21 พ.ค. 13, 18:06 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
Send E-mail

แบ่งปันกระทู้นี้ให้เพื่อนคุณอ่านไหมคะ?

ปิดปิด
 

เสน่ห์ของการอ่านประวัติศาสตร์ประการหนึ่ง คือการได้วิเคราะห์และนั่งถกกับคนคอเดียวกัน

ประวัติศาสตร์จึงไม่ได้เป็นแค่เรื่องเล่าเรื่องบันทึกเก่าๆ เดิมๆ ที่นักเรียนถูกบังคับให้ต้องท่องจำ

เช่นเดียวกับนิตยสาร ศิลปวัฒนธรรม ซึ่งทำหน้าที่เป็นเวทีให้นักวิชาการนักเขียนได้เสนอเรื่องราวแบบปลายเปิด เพื่อยั่วแย้งให้ผู้สนใจอื่นๆ ได้เข้ามาร่วมแจม ร่วมถกแถลงแสดงความคิดเห็นตามอัธยาศัย

ฉบับเดือน พฤษภาคม 2556 มีประเด็นร้อนๆ ประเด็นเด่นๆ ประเด็นอมตะ มากมายเช่นเคย

นอกจากเรื่องเด่นของปกเดือนนี้ที่แฟนานุแฟนของ ปรามินทร์ เครือทอง พลาดไม่ได้ เพราะฉบับนี้มาเฉลยกันแบบเนื้อๆ เน้นๆ ชัดๆ กันไปเลยว่า ทำไมเมื่อตอนกรุงแตก พระเจ้าตากจึงมุ่งไปทางหัวเมืองตะวันออก แท้ที่จริงต้องการหลีกลี้หนีภัยที่จวนเจียนมาถึงตัวเต็มที หรือ เป็นการวางแผนกู้ชาติ

ยังมีอีกหลากหลายประเด็นที่น่าสนใจ อย่าง เรื่องราวของโศกนาฏกรรมรักระหว่างสาวสามัญชนชาวพม่า ที่ออกจะยากจนด้วยซ้ำ "หมะเมียะ" กับเจ้าชายหนุ่มสูงศักดิ์ เจ้าน้อยศุขเกษม ที่ใครเป็นแฟนเพลงของ จรัล มโนเพ็ชร จะต้องรู้จักเพลง "มะเมียะ"

"เจ้าชายเป๋นราชบุตร แต่สุดตี้ฮักเป๋นพม่า ผิดประเพณีสืบมา ต้องร้างราแยกทาง...

มะเมียะตรอมใจ๋ อาลัยขื่นขม ถวายบังคมทูลลา สยายผมลงเจ๊ดบาทบาทา

ขอลาไปก่อนแล้ว จ้าดนี้... เจ้าชายก่อตรอมใจ๋ต๋าย มะเมียะเลยไปบวชชี

เจ้าน้อยศุขเกษมกับเจ้าหญิงบัวชุม


ความฮักมักเป๋นจะนี้ แลเฮย..."

ทบทวนเนื้อเรื่องกันสักนิด...

ความรักของหนุ่มสาวสองแผ่นดินเมื่อ 110 กว่าปีที่แล้ว น่าจะเริ่มต้นราว พ.ศ.2444-2445 เมื่อเจ้าน้อยศุขเกษม หนุ่มเชียงใหม่ อายุ 18-19 ปี ได้พบกับหมะเมียะ สาวชาวมอญวัย 15-16 ปี ที่เมืองเมาะละแหม่ง เพราะเจ้าน้อยศุขเกษมไปเรียนหนังสือที่นั่น

เจ้าน้อยคงไปเดินตลาดและได้พบเธอซึ่งเป็นแม่ค้าขายบุหรี่ที่นั่น หรืออาจไปพบเธอบนถนนสายใดสายหนึ่ง แล้วก็ตามเธอไป หรือไปเจอเธอที่งานวัดงานบุญ ก่อนจะพัฒนาเป็นความรักในเวลาต่อมา

ปลายปี พ.ศ.2445 เจ้าชายหนุ่มพาหญิงสาวคนรักมาที่คุ้มของฝ่ายชายที่เชียงใหม่ ความรักของคนทั้งสองถูกกีดกันอย่างหนัก จนในที่สุด ช่วงสงกรานต์ปี พ.ศ.2446 ช้างก็นำหมะเมียะเดินทางกลับบ้านเพียงผู้เดียว การพลัดพรากที่ประตูหายยาคราวนั้นเป็นฉากสุดท้ายของความรักระหว่างหนุ่มสาวสองแผ่นดิน

ความรักแสนรันทดของคนคู่นี้มีนักวิชาการให้ความสนใจอยู่พอสมควร กระทั่งเคยตั้งเป็นประเด็นถกแถลงแสดงความคิดกันบนเวทีเสวนา

หนึ่งในนั้นคือ สมฤทธิ์ ลือชัย ที่ไปสืบค้นต้นเรื่องของหมะเมียะและเจ้าศุขเกษม ถึงเมืองเมาะละแหม่ง ประเทศเมียนมาร์

ไปคุยกับเจ้าอาวาสวัดไจ้ตะหลั่น ตามหาแม่ชีปาระมี ไปตามหาจนเจอลูกสาวของ "อูโพด่อง" พ่อค้าไม้ชาวเมาะละแหม่งที่ดูแลเจ้าศุขเกษมตอนเดินทางมาเรียนที่เมืองนี้

แล้วยังได้พบกับเจ้าอาวาสวัดเขมาติริ ซึ่งอยู่เชิงเขาใกล้วัดไจ้ตะหลั่น ที่ได้เล่าว่าเคยมีแม่ชีชื่อ ด่อเมี้ยะ เป็นแม่ชีที่เคยไปอยู่เมืองไทย

ภาพวาดหมะเมียะตามจินตนาการของจิตรกรในปัจจุบัน (จาก www.wikipedia.org)



รวมทั้งไปแกะรอยจุดตั้งต้นของความรักที่เล่าลือกันตามตลาดเก่าแก่ในเมืองเมาะละแหม่ง และร้านขายบุหรี่เก่าแก่ของเมือง เป็นที่มาของการตั้งคำถามว่า ทำไมคนทั้งเมืองเมาะละแหม่งจึงไม่รู้เรื่องราวแสนรันทดของคนทั้งคู่

ทั้งยังตั้งข้อสันนิษฐานว่าเรื่องราวความสัมพันธ์ของหมะเมียะและเจ้าน้อยศุขเกษมที่ ปราณี ศิริธร ณ พัทลุง นำมาเปิดเผยในหนังสือ "เพ็ชร์ลานนา" เมื่อ พ.ศ.2507 และนำมารีไรท์อีกครั้งพร้อมกับเพิ่มเติมรายละเอียด ในหนังสือ "ชีวิตรักเจ้าเชียงใหม่" ตีพิมพ์เมื่อปี 2523 โดยอ้างว่าเขียนจากการเปิดเผยของเจ้าบัวชุม เป็นเรื่องแต่งขึ้น

ในวาระ 110 ปีของโศกนาฏกรรมความรักของคนทั้งคู่ ธเนศ เจริญเมือง หยิบเรื่องนี้ขึ้นมาพลิกอีกมุม ถอยหลังออกไปอีก 2-3 ก้าวแล้วมองไปถึงบริบทโดยรอบที่แวดล้อม ทั้งทางด้านเศรษฐกิจ การเมืองและสังคม ที่สะท้อนออกมาจากจุดเริ่มต้นของความรักของคนทั้งคู่ นับตั้งแต่เจ้าชายเมืองเชียงใหม่ที่ถูกส่งตัวไปศึกษาต่อในดินแดนของผู้ที่ปกครองบ้านเมืองตนเอง

อาจารย์ธเนศบอกว่า เชื่อว่าความรักของเจ้าศุขเกษมที่ไปเรียนต่อและพบรักกลับมาเป็นเรื่องจริง

"รักอันรันทดเกิดขึ้นได้เสมอ โดยเฉพาะในสังคมเก่าที่มีความเหลื่อมล้ำอย่างมากทั้งทางอำนาจการเมือง ทางเศรษฐกิจและทางสังคม-วัฒนธรรม และหากเกิดในรัฐที่กำลังมีปัญหาละเอียดอ่อนทางการเมือง เช่น สยาม-ล้านนา และพม่า โศกนาฏกรรมจึงเป็นเรื่องที่มีความเป็นไปได้มากขึ้นกว่าเดิม"

ไม่ต้องดูอื่นไกล เจ้าดารารัศมี เมื่อ พ.ศ.2440 ไม่ได้รับอนุญาตให้กลับบ้านไปร่วมงานศพบิดา หลังจากที่จากเมืองเชียงใหม่ไปนานถึง 11 ปี และในปีเดียวกัน ในหลวงรัชกาลที่ 5 ก็ทรงส่งพระราชโอรสของท่านไปเรียนต่อที่ยุโรปนับ 10 คน ด้วยเหตุนี้ "ผมจึงเชื่อว่าเจ้านายในล้านนาจึงคิดหาโอกาสใหม่ๆ ให้แก่แผ่นดินของตนเองบ้าง คนเราถ้ามีโอกาสไปเรียนรู้ในต่างประเทศ ทำไมจะไม่ไป"

เจ้าน้อยศุขเกษมโศกเศร้าเหลือเกินกับความรักที่หลุดลอยไป (ถ้าเป็นจริง) หลังจากที่ท่านไปอยู่ต่างแดน ไปเรียนภาษาอังกฤษมาถึง 5 ปีเต็ม และเมื่อท่านกลับมาในตอนปลายปี พ.ศ.2445 นั้น ท่านทราบไหมและท่านรู้สึกอย่างไรที่บ้านเกิดเมืองนอนของท่านได้สูญเสียความเป็นรัฐและถูกผนวกดินแดนไปเรียบร้อยแล้ว (ในปี พ.ศ.2442) หรือว่าท่านรู้สึกโศกเศร้าอย่างหนัก เพราะชะตากรรมของแผ่นดินแม่และโศกนาฏกรรมความรักของท่านด้วยในเวลาไล่เลี่ยกัน

"ผมถือว่าความรักและการสูญเสียของหมะเมียะและเจ้าศุขเกษมเป็นเรื่องยิ่งใหญ่ ยิ่งใหญ่เพราะบริบทแห่งประวัติศาสตร์ในขณะนั้นด้วย ก็เพราะปัญหาทางการเมือง ความไม่เท่าเทียมกันทางการเมือง

"และการใช้อำนาจบาตรใหญ่ทางการเมืองในขณะนั้นทำให้เกิดโศกนาฏกรรมขึ้น"

เครดิตข้อมูล หน้า 21,มติชนรายวัน ฉบับวันอังคารที่ 21 พฤษภาคม 2556

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า

กระทู้ฮอตในรอบ 7 วัน

Guest
ข้าเจ้า เป๋นแฟนจรัญ
เรทกระทู้
« ตอบ #1 เมื่อ: 21 พ.ค. 13, 20:29 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
รู้แค่ว่า หมะเมี๊ยะ หล่อนเป็นสาวพม่า เมืองมะระแมง..
มีปัญหารักกับหนุ่มเมืองเหนือ..
กว่าจะรู้จักหมะเมี๊ยะมากขึ้น ก็ไกลมากแล้ว..
ประวัติศาสตร์ มีความสำคัญต่อการปกครองของสมัยต่อๆมา..
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
ฟฟฟ
เรทกระทู้
« ตอบ #2 เมื่อ: 22 พ.ค. 13, 12:30 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

มะเมี๊ยเป๋นสาวแม่ก้าคนพม่าเมืองมะละแมง งามล้ำเหมือนเดือนส่องแสงคนมาแย่งหลงฮักสาว มะเมี๊ยะบ่ยอมฮักไขมอบใจ๋หื้อหนุ่มเจื้อจ้าวเป็นลูกอุปราชท้าวเชียงใหม่ แต่เมื่อเจ้าชายจบการศึกษาจำต้องลาจากมะเมี๊ยไปเหมือนโดนมีดสับดาบฟันหัวใจ๋ ปลอมเป๋นป้อจายหนีตามมา

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
รักไท
เรทกระทู้
« ตอบ #3 เมื่อ: 22 พ.ค. 13, 13:36 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

เขียนทำไม วัตถุประสงค์คืออะไร หรือต้องการความแตกแยก

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
อย่อย
เรทกระทู้
« ตอบ #4 เมื่อ: 22 พ.ค. 13, 15:05 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

อยากให้ไปตามดูรายการ "หนังพาไป". เค้าไปเมืองมะละแหม่งตามหามะเมี้ยะ แต่เสียดายไม่มีใครรู้จักกันเลย พอกลับมาที่สุสานหลวงเพื่อดูว่า มีโกดของมะเมี้ยต้ังอยู่ข้างๆ กับเจ้าฯ ตามตำนานรึเปล่าก็ไม่มี ส่วนเรื่อง ศักดินานั้น ขนบธรรมเนียมตามตำนาน ที่จับเค้าแยกใครกันที่เป็นคน ทำ จขกท พยายามจับมาโยงกับการเมืองทำไมมิทราบ?

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
เฮโลฯ..
เรทกระทู้
« ตอบ #5 เมื่อ: 22 พ.ค. 13, 17:06 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
จขกท.หวังผลทางการเมืองครับ..มีหน้าที่เป็นน้ำ..น้ำเซาะแก่งหิน..สร้างความสั่นคลอนให้เกิดขึ้นทีละเล็กละน้อย
คนพวกนี้ รู้ระบบ รู้หน้าที่ แต่อาจจะไม่มีใครจ้าง หรือมีนายเป็นของตัวเอง
คนพวกนี้ บางคน เห็นคนอื่นคิด เห็นคนอื่นทำ ก็ทำตาม และเพิ่มดีกรีให้เพิ่มขึ้น..
ยุคนี้ เป็นยุคกระตุ้นผีเจ้าคุ้ม เจ้าแคว้น(ผมพยามหลีกเลี่ยง คำหมิ่นเหม่)ให้ลุกขึ้นเดินได้
อาจจะเป็นการับช่วงต่อการหน่วยปลุกผี..(ว่าเข้านั่น)

ในบอร์ดนี้ มีคนปลุกผีหลายคน เรียนวิชามาบ้าง ไม่ได้เรียนวิชาก็มี..
บางคน เป็นอาศาปลุกผี
และคนนี้ มาในมาดนักวิชาการประวัติศาสตร..ฮา..ฮา..
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
งง
เรทกระทู้
« ตอบ #6 เมื่อ: 22 พ.ค. 13, 19:14 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
เขียนทำไม วัตถุประสงค์คืออะไร หรือต้องการความแตกแยก
นั่นดิ ศิลปวัฒนธรรมเป็นนิตยสารของใครล่ะ ถ้าไม่ใช่มติชน มติชนเป็นของใครล่ะ ถ้าไม่ใช่นายใหญ่ นายใหญ่ต้องการอะไรล่ะ ถ้าไม่ใช่ล้มสถาบัน ศาล ศาสนา สถาบันสูงสุด ต้องล้มให้หมด ไม่งั้นมันเป็นก้างขวางทางหากิน คนไทยน่ะไม่ยากหรอก แจกเงินแป๊บเดียวก็ได้ครึ่งประเทศแล้ว เงินก็เงินภาษีทั้งนั้น เงินส่วนตัวไม่มีกระเด็น เก่งมาก ยอมรับเลย
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #7 เมื่อ: 22 พ.ค. 13, 20:05 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

เอ่อ..เราไม่ได้คิดมากนะ แต่ จขกท.เหมือนเขียนเพื่อสร้างความแตกแยกยังไงไม่รู้ ทำไมไม่เขียนประวัติศาสตร์ตอนเราถูกตีเอาเมืองไปหลายๆเมือง เช่น สิบสองปันนา เสียมราฐ พระตะบอง ฯลฯ จนล้นเกล้ารัชกาลที่ 5 ต้องประชวร q*031

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
(- -)"
เรทกระทู้
« ตอบ #8 เมื่อ: 22 พ.ค. 13, 21:10 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

บิดเบือนเห็นๆ
โง่ๆก็เชื่อไป
นิยายก็คือนิยาย
ตำนานก็คือตำนาน

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:  หมะเมียะ มะเมี๊ยะ โศกนาฏกรรมรัก การเมือง 

หน้า: 1

 
ตอบ

ชื่อ:
 
แชร์ไป Facebook ด้วย
กระทู้:
ไอค่อนข้อความ:
ตัวหนาตัวเอียงตัวขีดเส้นใต้จัดย่อหน้าชิดซ้ายจัดย่อหน้ากึ่งกลางจัดย่อหน้าชิดขวา

 
 

[เพิ่มเติม]
แนบไฟล์: (แนบไฟล์เพิ่ม)
ไฟล์ที่อนุญาต: gif, jpg, jpeg
ขนาดไฟล์สูงสุดที่อนุญาต 20000000 KB : 4 ไฟล์ : ต่อความคิดเห็น
ติดตามกระทู้นี้ : ส่งไปที่อีเมลของสมาชิกสนุก
  ส่งไปที่
พิมพ์อักษรตามภาพ:
พิมพ์ตัวอักษรที่แสดงในรูปภาพ
 
:  
  • ข้อความของคุณอยู่ในกระทู้นี้
  • กระทู้ที่ถูกใส่กุญแจ
  • กระทู้ปกติ
  • กระทู้ติดหมุด
  • กระทู้น่าสนใจ (มีผู้ตอบมากกว่า 15 ครั้ง)
  • โพลล์
  • กระทู้น่าสนใจมาก (มีผู้ตอบมากกว่า 25 ครั้ง)
         
หากท่านพบเห็นการกระทำ หรือพฤติกรรมใด ๆ ที่ไม่เหมาะสม ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเสื่อมเสียแก่สถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ รวมถึง การใช้ข้อความที่ไม่สุภาพ พฤติกรรมการหลอกลวง การเผยแพร่ภาพลามก อนาจาร หรือการกระทำใด ๆ ที่อาจก่อให้ผู้อื่น ได้รับความเสียหาย กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม