หน้า: 1

ชนิดกระทู้ ผู้เขียน กระทู้: Loksophaโลกโสภา พาเที่ยว สิมิลัน สีสันแห่งชีวิต (ตอนที่ 6)  (อ่าน 442 ครั้ง)
add
เรทกระทู้
« เมื่อ: 8 ก.พ. 13, 18:18 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
Send E-mail

แบ่งปันกระทู้นี้ให้เพื่อนคุณอ่านไหมคะ?

ปิดปิด
 

ก่อตั้งขึ้นโดยกลุ่มคน กลุ่มหนึ่ง ที่รักการท่องเที่ยวเป็นชีวิตจิตใจ ทั้งโลกบนบก โลกใต้น้ำ ซึ่งมีแนวความคิดที่ไม่ธรรมดามุ่งมั่นที่จะถ่ายทอดความรู้ แชร์ประสบการณ์ความแปลกและน่าพิศวงที่ธรรมชาติสรรค์สร้างขึ้นมา ร่วมค้นหาสถานที่ท่องเที่ยวบนโลกใบนี้ไปกับพวกเรากลุ่ม”โลกโสภา”
https://www.facebook.com/Loksopha

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 8 ก.พ. 13, 19:48 น โดย loksopha » noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #1 เมื่อ: 8 ก.พ. 13, 18:21 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

สิมิลัน สีสันแห่งชีวิต
มีโอกาสได้เปิดดูหนังสือ อันดามันและอ่าวไทย “ห้วงน้ำแห่งสีสันของโลกใต้ทะเลไทย” เป็นหนังสือที่จัดทำโดย การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ตีพิมพ์ครั้งแรกเมื่อเดือน ตุลาคม ปี 2541 ก็ผ่านมา 15 ปีมาแล้ว ในระยะเวลา 15 ปีที่ผ่านไป พวกเราจึงเกิดคำถามและอยากรู้ ว่าความงามของใต้ทะเลไทยจะ เปลี่ยนแปลงไปมากน้อยเพียงใด ยังคงความงามและสีสันแห่งชีวิตเหมือนคำบรรยายที่ตีพิมพ์ที่ปกหน้าเขียนโดย พี่นัท สุมนเตมีย์ ว่า “สีสันแห่งชีวิตใต้ท้องทะเลแห่งหมู่เกาะสิมิลัน นับได้ว่าเป็นโลกใต้ทะเลที่มีความงดงาม และมีความหลากหลายของสรรพชีวิตมากที่สุดแห่งหนึ่งในโลก” เราจึงออกเดินทางไปหมู่เกาะสิมิลันไปดูให้เห็นว่า 15 ปี มันยังคงสีสันแห่งชีวิตและความงานของโลกใต้ทะเล ไว้มากน้อยเพียงใด
อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสิมิลัน ตั้งอยู่ในมหาสมุทรอินเดีย มหาสมุทรอินเดียเป็นผืนน้ำที่มีขนาดกว้างใหญ่เป็นอันดับ 3 ของโลก กินพื้นที่ประมาณ 20% ของพื้นน้ำในโลก หมู่เกาะสิมิลันอยู่ในเขตร้อนอยู่เพราะอยู่ในแนวศูนย์สูตร ที่ตั้งอุทยานอยู่ในตำบลลำแก่น อำเภอท้ายเหมือง จังหวัดพังงา ครอบคลุมพื้นที่ 80,000 ไร่ และได้ประกาศเป็นอุทยานแห่งชาติ เมื่อ 1 กันยายน พ.ศ. 2525 คำว่า สิมิลัน เป็นภาษายาวี หรือ มลายู แปลว่า เก้า หมู่เกาะสิมิลันเป็นหมู่เกาะเล็กๆ ในทะเลอันดามัน มี 9 เกาะ เรียงจากเหนือ มา ใต้



noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #2 เมื่อ: 8 ก.พ. 13, 18:23 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

หินเรือใบที่เป็นสัญลักษณ์ของเกาะสิมิลัน อยู่เหนืออ่าวเกือก ดึงดูดนักท่องเที่ยวให้เข้ามาชมความสง่างามของมันไม่เปลี่ยนแปลงไปจากเดิม หินเรือใบนั้นนับได้ว่าเป็นจุดชมวิวที่ติดอันดับโลกเลยก็ว่าได้ พูดได้ว่า ”ไม่ขึ้นไปชมวิวบนหินเรือใบถึอว่ามาไม่ถึงสิมิลัน” เห็นความงามของหาดทรายขาวตัดกับสีท้องฟ้าแล้วทำให้ ยิ่งอยากลงไปดูความงามของใต้ทะเลเร็วๆ…



noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #3 เมื่อ: 8 ก.พ. 13, 18:26 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ไดฟ์แรกเราจะลงไปไม่ลึกมาก เพราะเป็นการตรวจเช็คอุปกรณ์ และความพร้อมของร่างกาย เราเลือกที่จะลงกันที่ กองหินม้วนเดียว ตั้งอยู่บริเวณเกาะ 5 ฟังชื่อที่แรกก็รู้สืกแปลกๆ ว่าทำไม่ถึงชื่อหินม้วนเดียว มันมีที่มาที่เป็นอย่างไร หรือจะเป็นเพราะดำลงไปม้วนเดียวจบแล้วก็ได้คำตอบจากไกด์ลีดว่าที่มาของคำว่าหินม้วนเดียวคือ แต่ก่อนนี้ยังใช้กล้องฟิล์มกันอยู่ ลงไปเจอกองหินกองนั้นแล้วถ่ายไม่ยั้งจนฟิล์มหมดม้วนจริงเป็นที่มาของชื่อกองหินม้วนเดียว (จะให้ทันสมัยต้องเปลี่ยนชื่อเป็นหิน 8 GB นะครับ)



noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #4 เมื่อ: 8 ก.พ. 13, 18:28 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

กองหินม้วนเดียวเต็มไปด้วยกัลปังหาและปะการังอ่อนหลากสีสันที่ขึ้นอยู่บนกองหิน กัลปังหาจริงๆแล้ว ที่เห็นมันเป็นสัตว์ครับ กัลปังหาที่เราเห็นเป็นต้นๆ นั้นแท้ที่จริงมันเป็นการรวมตัวของสิ่งมีชีวีตขนาดเล็กอาศัยอยู่ร่วมกันนับล้านๆตัวในกอเดียวกัน กัลปังหา มักจะอาศัยอยู่บริเวณน้ำที่ลึกและมีกระแสค่อนข้างแรง เพราะอาหารของมันคือแพลงก์ตอนขนาดเล็กๆ มันจะใช้หนวดเล็กคล้ายขนนกดักจับเหยื่อที่ไหลมากับกระแสน้ำเป็นอาหารส่วนใหญ่กัลปังหาจะเป็นสีแดงๆหรือใกล้เคียง เพื่ออำพรางตัวจากศัตรูตามธรรมชาติของมัน เนื่องจากแสงสีแดงไม่สามารถส่องลงมาในความลึกมากๆได้ เวลาเรามองเห็นกัลปังหาจะเห็นเป็นสีดำ แต่ถ้าเอาไฟฉายมาส่องจะเห็นว่ามันมีสีแดง



noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #5 เมื่อ: 8 ก.พ. 13, 18:31 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ถัดออกมาจากกองหินที่ลานทรายใกล้ๆกองหินนั้น มีครอบครัวปลาไหลสวนเป็นกลุ่มๆให้ได้ดูอีกด้วย ปลาไหลสวนเป็นปลาที่หน้าตาน่ารักอีกชนิดหนึ่ง แต่ถ่ายรูปได้ยากมากๆ เพราะนิสัยขี้ตกใจของมัน เมื่อเข้าไปใกล้ๆ ปลาไหลจะหดตัวลงไปในรู ไม่ยอมออกมาจนกว่าจะแน่ใจว่าไม่มีอันตรายจึงออกมา กินอาหารที่ลอยมาตามน้ำ



noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #6 เมื่อ: 8 ก.พ. 13, 18:32 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ปลาไหลอีกชนิดที่แปลกไม่แพ้กันคือ ปลาไหลริบบิ้น สีสันของมันจะเป็นตัวบอกเพศได้ คือ ปลาที่เกิดมาจะเป็นสีดำสนิททั้งตัวมีแถบสีเหลืองคาดอยู่ด้านบนหลังมันยังไม่มีเพศ เมื่อเติบโตเต็มวัยมันจะปรับสภาพร่างกายให้เป็นตัวผู้สีบนตัวน้ำเงินสดใส ปลายจะเป็นสีเหลืองสด อายุมากขึ้นจะกลายเป็นเพศเมียสีบนตัวจะเป็นสีเหลืองสดทั้งตัวในช้วงท้ายของชีวิต



noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #7 เมื่อ: 8 ก.พ. 13, 18:34 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

จบไดฟ์แรกขึ้นมาพักน้ำอยู่บนเรือ ด้านหลังเรือก็มีเสียงเฮฮา วิ่งออกไปดูก็ได้เห็นเต่าทะเลว่ายน้ำเข้ามาทักทายอยู่บริเวณหลังเรือ จึงจับกล้องลงน้ำไปเก็บภาพสวยๆมาฝาก เต่าทะเลมีวิวัฒนาการปรับเปลี่ยนขาคู่หน้าของมันให้เหมาะกับการว่ายน้ำและใช้ชีวิตอยู่ในทะเล แต่มันยังคงเป็นสัตว์เลื้อยคลานทำให้ต้องขึ้นมาสูดอากาศเพื่อหายใจที่บนพิวน้ำ ตัวเมียจะขึ้นไปวางไข่บนหาดเดิมที่ๆมันเกิด เพศของลูกเต่าจะถูกกำหนดด้วยอุณหภูมิของหลุมทรายที่แม่มันขุดไว้ ภาวะโลกร้อนทำให้อุณหภูมิของหลุมทรายสูงทำให้ลูกเต่าที่ออกมาเป็นเพศเมียเป็นส่วนใหญ่ จึงทำให้เต่าทะเลอยู่ในสภาวะใกล้สูญพันธุ์



noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #8 เมื่อ: 8 ก.พ. 13, 18:38 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

เต่าทะเลในประเทศไทยพบได้ทั้ง ฝั่งอ่าวไทยและฝั่งอันดามัน แต่สัตว์บางสายพันธุ์จะมีวิวัฒนาการแตกต่างกันไปที่เห็นได้ง่ายๆคือปลาการ์ตูน ปลาการ์ตูนมีทั้งหมด 28 ชนิด ในทะเลไทยจะพบปลาการ์ตูนได้ 7 ชนิด มีปลาการ์ตูนอยู่ชนิดหนึ่ง ที่ดูภายนอกจะมีความคล้ายคลึงกันแต่จริงๆแล้วเป็นคนละชนิดกันเลย คือ ปลาการ์ตูนอินเดียนแดง ที่พบในฝั่งอ่าวไทยจะเป็นชนิด Amphiprion perideraion ในฝั่งอันดามันจะเป็นชนิด Amphiprion akallopisos ที่ ฝั่งอันดามันไม่มีแถบขาวพาดขวางข้ามแก้มแต่มีเฉพาะบนหลังตามความยาวลำตัว ในอ่าวไทยจะมีแถบขาวพาดขวางข้างแก้ม



noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #9 เมื่อ: 8 ก.พ. 13, 18:39 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ไม่ไกลจากหมู่เกาะสิมิลันมีจุดดำน้ำอีกจุดหนึ่งที่เราจะได้มีโอกาสเห็น หนึ่งในสัตว์ทะเลที่สง่าสามด้วยลีลาการว่ายน้ำที่เป็นเอกลักษณ์ดูแล้วเหมือน มันจะโบยบินเสียมากกว่าจะว่ายน้ำ สัตว์ที่ว่าคือ แมนต้าเรย์ หรือกระเบนราหู ในปัจจุบันพบเห็นได้ยากมากๆ มีความเสียงที่จะสูญพันธุ์ พวกเราจึงตัดสินใจที่จะไปจะเฝ้าดู แมนต้าเรย์ ที่บริเวณเกาะบอน เป็นจุดที่เรามีโอกาสได้เห็น เจ้าแมนต้าเรย์ที่ดีอีกจุดหนึ่งในทะเลไทยก็ว่าได้

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #10 เมื่อ: 8 ก.พ. 13, 18:41 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

พวกเราใช้เวลาเฝ้าอยู่สองไดฟ์ แต่กลับไม่มีวี่แววของ แมนต้าเรย์เลยรู้สึกผิดหวังเล็กน้อย แต่ภาพความอุดมสมบูรณ์ ของทุ่งประการังแข็ง ที่รอบๆเกาะบอนก็สร้างความประทับใจให้กับพวกเราได้ไม่น้อย ปะการังแข็งมันเป็นสัตว์ไม่ใช่พืช ..ใช่ครับมันเป็นสัตว์ ตัวอ่อนของปะการังมีความสามารถดึงแคลเซียมคาร์บอเนตจากน้ำทะเลมาสร้างเป็นโครงสร้างแข็งเพื่ออยู่อาศัย ลักษณะของโครงสร้างจะแตกต่างกันไปอยู่ที่ชนิดของปะการัง ปะการังส่วนใหญ่จะได้สารอาหารจากสาหร่ายเซลล์เดียวที่อาศัยอยู่ในโครงสร้างเดียวกัน ทุ่งปะการังแข็งทอดยาวสุดสายตาที่จะมองเห็นได้ เป็นสัญญาณที่ดีว่าใต้ท้องทะเลไทยยังมีความอุดมสมบูรณ์อยู่



noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #11 เมื่อ: 8 ก.พ. 13, 18:43 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

การเดินทางในครั้งนี้ยังไม่สิ้นสุด พวกเราเดินทางไปต่อกันที่อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสุรินทร์…



noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #12 เมื่อ: 8 ก.พ. 13, 18:45 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

เป็นที่อยู่อาศัยของชนเผ่ามอแกน ที่มีรูปแบบของวิถีชีวิต ขนบธรรมเนียม ประเพณี วัฒนธรรม ความเชื่อ รวมทั้งค่านิยมที่มีเอกลักษณ์เฉพาะ เป็นของตนเอง ในอดีต มอแกนอาศัยอยู่บนเรือที่พวกเขาเรียกว่า “ กำบาง ” หากินกับทะเล งมหอย ตกปลา จับปูและสัตว์ทะเลต่าง ๆ บางครั้งก็ขึ้นฝั่งหาหัวเผือกหัวมัน แต่ในปัจจุบันมอแกนได้ย้ายมาอยู่อาศัยบนเกาะ และได้รับพระราชทานนามสกุล “กล้าทะเล” จากสมเด็จย่า ทุกบ้านจะใช้นามสกุลเดียวกันหมด วิถีชิวีตส่วนใหญ่ยังคงใช้ประโยชน์จากทะเลเหมือนในอดีต



noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #13 เมื่อ: 8 ก.พ. 13, 18:50 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

พิธีประจำปีที่สำคัญ คือ การฉลองเสาวิญญาณบรรพบุรุษ (เหนียะเอนหล่อโบง) มอแกนจะมารวมกันเพื่อบวงสรวงบูชาวิญญาณให้ปกป้องคุ้มครองพวกตน



noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #14 เมื่อ: 8 ก.พ. 13, 18:51 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

หลังจากพระอาทิตย์ตกที่หมู่เกาะสุรินทร์ เราก็เตรียมตัวดำน้ำตอนกลางคืน(Night Dive) ซึ่งการดำน้ำตอนกลางคืน สำหรับคนที่ยังไม่เคยดำน้ำคงคิดอยู่ในใจ ว่าลงไปดูอะไร ?มันจะมีอะไรให้ดู ..เวลากลางคืนจะมีสัตว์ทะเลที่หาตัวได้ยากในเวลากลางวันมันจะออกมาให้เราได้เห็นกัน และพฤติกรรมของสัตว์ในเวลากลางคืนก็จะแปลกไปจากที่เราเห็นอีกด้วย ไดฟ์นี้พวกเราได้เจอกับปลากระเบนที่ตัวใหญ่มากนอนนิ่งๆอยู่ใต้กองหิน และสัตว์น้ำอื่นๆอีกมากมายครับ



« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 8 ก.พ. 13, 19:17 น โดย loksopha » noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #15 เมื่อ: 8 ก.พ. 13, 19:21 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ใกล้วันที่จะจบทริปแล้วในวันนี้พวกเราจะลงไปดำน้ำที่ เกาะตาชัย ที่ได้ชื่อเรื่องกระแสน้ำที่แรงและคาดเดาได้ยากอีกจุดหนึ่ง TACHAI PINNACLE เป็นกองหินใต้น้ำ ที่มีความลึกและกระแสน้ำที่ไหลแรง แต่เป็นที่รู้กันว่า กระแสน้ำจะพัดพาเอาสารอาหาร ที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิตของสัตว์ทะเลขนาดเล็กๆ ปลาที่มีขนาดใหญ่ก็จะว่ายตามกระแสน้ำเข้ามาจับปลาที่มีขนาดเล็กกว่ากินเป็นอาหารทำให้เกิดเป็น ห่วงโซ่อาหาร ต่อๆกันไป



noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #16 เมื่อ: 8 ก.พ. 13, 19:23 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ที่ THCHAI PINNACLE บนยอดกองหินมีปลาหูช้างอยู่หลายตัว พวกเราสนุกกับการได้ดำน้ำเล่นกับฝูงปลาได้สักพัก ก็ได้ดำลงไปที่ระดับความลึกที่มากขึ้น …



noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #17 เมื่อ: 8 ก.พ. 13, 19:26 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ไม่กี่นาทีต่อมาพวกเราก็ถูกกระแสน้ำที่ขุ่นพัดหลงไปคนละทิศละทาง โชดดีที่ทุกคนเตรียมไฟฉายลงมาด้วย จึงหากันเจอไม่ยากนัก มองไปรอบๆของกระแสน้ำก็ได้เห็นปลากระมงฝูงใหญ่ไล่จับปลาเล็กที่หลงออกจากฝูงกินเป็นอาหาร พวกเราจึงตัดสินใจลอยขึ้นมาจากชั้นน้ำขุ่น



noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #18 เมื่อ: 8 ก.พ. 13, 19:27 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ว่ายออกมาที่กองหินด้านนอกหลบกระแสน้ำขุ่นออกมา ไม่กี่เมตรผมก็ได้ยินเสียงเคาะถังดังแก๊งๆๆ จากพี่เอ ที่ว่ายอยู่ด้านหน้า เป็นที่รู้กันของคนที่ดำน้ำว่า ถ้าได้ยินเสียงเคาะถังใต้น้ำเป็นเสียงสัญญาณได้เจอกับของที่น่าสนใจเข้าให้แล้ว จึงดำน้ำตามเสียงไป ภาพที่ได้เห็นคือ ปลาฉลามเสือดาวว่ายน้ำอย่างสบายอารมณ์อยู่ด้านหน้า มันค่อยๆว่ายลงไปนอนอยู่บนพื้นอย่างช้าๆ



noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #19 เมื่อ: 8 ก.พ. 13, 19:29 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

เป็นครั้งแรกของผมที่ได้มีโอกาสเห็นเจ้าฉลามเสือดาวในทะเลจริงๆ ทั้งที่ผมก็ดำน้ำมาจะครบ 100 ไดฟ์แล้ว ถือเป็นเรื่องที่โชดดีมากๆที่จะได้เก็บภาพสวยๆ ปลาฉลามเสือดาว ลำตัวสีเหลืองสลับลายจุดสีดำคล้ายลายของเสือดาวจึงเป็นที่มาของชื่อ เป็นปลาที่ไม่มีฟันแหลมคมเหมือนปลาฉลามชนิดอื่นๆ อาหารของปลาฉลามเสือดาวได้แก่ หอย สัตว์มีกระดอง และสัตว์น้ำขนาดเล็กกว่าตามพื้นทราย ผมได้เห็นมันตัวเป็นๆในธรรมชาติผมว่ามันดูสวยกว่าที่เห็นในตู้ปลาตามอควาเรียมต่างๆเสียอีก



noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #20 เมื่อ: 8 ก.พ. 13, 19:31 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ในทริปนี้ถึงเราจะไม่ได้เจอแมนต้าเรย์แต่ก็สร้างความประทับใจให้พวกเราได้มากๆ ได้มาเห็นโลกใต้ทะเลในเมืองไทย ที่วันนี้ความสมบูรณ์อาจลดน้อยลงไปจากหนังสือ “อันดามันและอ่าวไทย” ที่ผมได้เห็นแต่ความอุดมสมบูณ์ก็ไม่น้อยไปกว่าประเทศไหนๆในโลก ที่สำคัญผมว่าน้ำใจและรอยยิ้มของคนไทยเป็นเสน่ห์ที่ทำให้เมืองไทยและทะเลไทยเป็นที่น่าหลงใหลมากที่หนึ่งในโลกก็ว่าได้



noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #21 เมื่อ: 8 ก.พ. 13, 19:33 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ถึงจะผ่านเหตุการณ์ร้ายๆอะไรๆมามากในระยะเวลา 15 ปี หลังจากหนังสือได้ตีพิมพ์ครั้งแรก ผมว่าสีสันแห่งชีวิตใต้ท้องทะเลก็ยังไม่จืดจางไปตามกาลเวลา… @ อันดามัน ประเทศไทย
เรื่องและภาพโดย ชัยวัฒน์ นิเวศมรินทร์
โลกโสภา



noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:  ท่องเที่ยว โลก ชีวิต สัน สิมิลัน 

หน้า: 1

 
ตอบ
ชื่อ:
 
แชร์ไป Facebook ด้วย
กระทู้:
ไอค่อนข้อความ:
ตัวหนาตัวเอียงตัวขีดเส้นใต้จัดย่อหน้าชิดซ้ายจัดย่อหน้ากึ่งกลางจัดย่อหน้าชิดขวา

 
 

[เพิ่มเติม]
แนบไฟล์: (แนบไฟล์เพิ่ม)
ไฟล์ที่อนุญาต: gif, jpg, jpeg
ขนาดไฟล์สูงสุดที่อนุญาต 20000000 KB : 4 ไฟล์ : ต่อความคิดเห็น
ติดตามกระทู้นี้ : ส่งไปที่อีเมลของสมาชิกสนุก
  ส่งไปที่
พิมพ์อักษรตามภาพ:
พิมพ์ตัวอักษรที่แสดงในรูปภาพ
 
:   Go
  • ข้อความของคุณอยู่ในกระทู้นี้
  • กระทู้ที่ถูกใส่กุญแจ
  • กระทู้ปกติ
  • กระทู้ติดหมุด
  • กระทู้น่าสนใจ (มีผู้ตอบมากกว่า 15 ครั้ง)
  • โพลล์
  • กระทู้น่าสนใจมาก (มีผู้ตอบมากกว่า 25 ครั้ง)
         
หากท่านพบเห็นการกระทำ หรือพฤติกรรมใด ๆ ที่ไม่เหมาะสม ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเสื่อมเสียแก่สถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ รวมถึง การใช้ข้อความที่ไม่สุภาพ พฤติกรรมการหลอกลวง การเผยแพร่ภาพลามก อนาจาร หรือการกระทำใด ๆ ที่อาจก่อให้ผู้อื่น ได้รับความเสียหาย กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม