หน้า: 1

ชนิดกระทู้ ผู้เขียน กระทู้: รายงานฉบับใหม่เน้นย้ำความสำคัญของการลดความเสี่ยงในการจัดการโรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง  (อ่าน 59 ครั้ง)
add
เรทกระทู้
« เมื่อ: 5 ก.ย. 12, 12:09 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
Send E-mail

แบ่งปันกระทู้นี้ให้เพื่อนคุณอ่านไหมคะ?

ปิดปิด
 

เวียนนา--3 ก.ย.--พีอาร์นิวส์ไวร์ / อินโฟเควสท์

- รายงานของผู้เชี่ยวชาญฉบับใหม่ว่าด้วยโรคปอดอุดกั้นเรื้อรังได้รับการเปิดเผยในการแถลงข่าวการประชุม ERS 2012

ทาเคดา (Takeda) เปิดเผยรายงานของผู้เชี่ยวชาญฉบับใหม่ว่าด้วยโรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง (COPD) ระหว่างที่บริษัทจัดการแถลงข่าวเรื่องการประชุมประจำปีของสมาคมโรคทางเดินหายใจแห่งยุโรป (ERS) ซึ่งจะจัดขึ้นในวันที่ 1-5 กันยายนนี้ ที่กรุงเวียนนา ประเทศออสเตรีย

สามารถชมข่าวประชาสัมพันธ์ในรูปแบบมัลติมีเดียได้ที่
http://www.multivu.com/mnr/56582-expert-report-on-copd-launch

รายงานในหัวข้อ “การปรับเปลี่ยนกระบวนทัศน์ในการบริหารจัดการโรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง” ริเริ่มและพัฒนาขึ้นโดยบริษัท ทาเคดา ฟาร์มาซูติคอลส์ อินเตอร์เนชั่นแนล จีเอ็มบีเอช (Takeda Pharmaceuticals International GmbH) และเป็นการรวบรวมบทความแสดงความคิดเห็นของคณะผู้เชี่ยวชาญด้านระบบการหายใจนานาชาติจากสมาคมผู้ป่วยโรคทางเดินหายใจและภูมิแพ้แห่งยุโรป (EFA) และจากผู้ป่วยโรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง ซึ่งถือเป็นแนวทางและความรู้ที่ทันสมัย รายงานนี้พัฒนาขึ้นเพื่อตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงที่มีความสำคัญในการบริหารจัดการโรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง ซึ่งตอนนี้ได้ให้ความสำคัญกับความเสี่ยงในอนาคตพอๆกับการรักษาภาวะทุพพลภาพในปัจจุบัน [1] และตอนนี้จุดมุ่งหมายในการรักษาถูกแบ่งเป็น 2 กลุ่ม ได้แก่ การลดอาการต่างๆ และการลดความเสี่ยง [1]

ดร.อลัน แคปแลน ประธานกลุ่ม Respiratory Medicine Special Interest Focus Group ของวิทยาลัยแพทย์เวชศาสตร์ครอบครัวแห่งแคนาดา กล่าวในการเปิดเผยรายงานของผู้เชี่ยวชาญฉบับใหม่ว่า “ข้อมูลจากโครงการโรคปอดอุดกั้นเรื้อรังระดับโลก (GOLD) ระบุว่า การบริหารจัดการโรคปอดอุดกั้นเรื้อรังที่ดีควรมีการประเมินอาการในปัจจุบันร่วมกับความเสี่ยงที่โรคจะลุกลามในอนาคต ความสำคัญของการป้องกันความเสี่ยงเป็นสิ่งที่ถูกปลูกฝังในการรักษาโรคหลายโรค ซึ่งรวมถึงโรคหัวใจและหลอดเลือด และเราจำเป็นต้องปลูกฝังแนวคิดดังกล่าวในการรักษาโรคปอดอุดกั้นเรื้อรังเช่นกัน รายงานจากผู้เชี่ยวชาญนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อสนับสนุนผู้เชี่ยวชาญด้านระบบการหายใจในทุกระดับ ตั้งแต่แพทย์เวชปฏิบัติทั่วไป พยาบาล ไปจนถึงผู้ให้คำปรึกษา โดยจะให้คำแนะนำและแนะแนวทางเพื่อช่วยให้บุคลากรมีข้อมูลในการตัดสินใจมากขึ้น รวมถึงสามารถดูแลรักษาและให้คำปรึกษาแก่ผู้ป่วยโรคปอดอุดกั้นเรื้อรังได้ดีขึ้น เพื่อผลลัพธ์ในการรักษาที่ดีกว่าเดิม”

การปรับเปลี่ยนกระบวนทัศน์ในการบริหารจัดการโรคปอดอุดกั้นเรื้อรังเป็นประเด็นที่ถูกนำมาพิจารณาในรายงานของผู้เชี่ยวชาญฉบับใหม่ รวมถึงประเด็นที่ว่า เพราะเหตุใดการพุ่งความสนใจไปที่ความเสี่ยงในอนาคตจึงมีความสำคัญนัก ซึ่งครอบคลุมไปถึงการพิจารณาบทเรียนที่ได้จากการบริหารจัดการโรคหัวใจและหลอดเลือด ว่าด้วยการประเมินความเสี่ยงของผู้ป่วยแต่ละคนโดยเฉพาะจนเป็นกิจวัตรประจำ, ความสำคัญและผลของความสัมพันธ์อันดีระหว่างผู้ป่วยและแพทย์ ว่าด้วยการทำให้ผู้ป่วยให้ความร่วมมือในการรักษาซึ่งจะเป็นประโยชน์ในระยะยาวไม่ใช่แค่ประโยชน์ฉาบฉวย รวมถึงการให้ความสำคัญกับการรักษาโดยใช้ยาและไม่ใช้ยา เพื่อรองรับการปรับเปลี่ยนกระบวนทัศน์ในการบริหารจัดการโรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง

จนถึงตอนนี้ยังไม่มีข้อมูลใดที่แสดงถึงผลกระทบของการใช้วิธีรักษาที่แตกต่างกันในกลุ่มผู้ป่วยต่างๆ ตามวิธีประเมินแบบใหม่ของ GOLD (แบ่งเป็นกลุ่ม A-D) แต่ดูเหมือนว่า ยาแก้อักเสบตัวใหม่ชื่อ roflumilast จะช่วยลดการกำเริบระดับปานกลาง/รุนแรงได้อย่างมีนัยสำคัญ เมื่อใช้ร่วมกับยาขยายหลอดลมในผู้ป่วยที่มีอาการหลอดลมอักเสบเรื้อรัง ปอดเสื่อมสมรรถภาพอย่างรุนแรงอันเป็นผลมาจากโรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง และมีประวัติโรคกำเริบบ่อย (กลุ่ม D ตามแบบ GOLD)[2] ทั้งนี้ รายงานของผู้เชี่ยวชาญฉบับใหม่จะการรวบรวมบทวิเคราะห์จากการประชุม ERS 2012 ที่ระบุว่า ยา roflumilast ช่วยลดการกำเริบของโรคได้ถึง 45% เมื่อใช้ร่วมกับยา tiotropium ในผู้ป่วยโรคปอดอุดกั้นเรื้อรังที่ปอดเสื่อมสมรรถภาพปานกลางถึงรุนแรง และมี baseline mMRC grade ?2 (กลุ่ม B และ D ตามแบบ GOLD) [3]

โรคปอดอุดกั้นเรื้อรังเป็นสาเหตุสำคัญของการเสียชีวิต การเจ็บป่วย และค่าใช้จ่ายด้านการรักษาพยาบาลทั่วโลก โดยกระทบต่อผู้คนถึง 210 ล้านคน และเป็นสาเหตุหลักของการเจ็บป่วยและการเสียชีวิต ภายในปีค.ศ.2030 โรคปอดอุดกั้นเรื้อรังจะเป็นสาเหตุที่ทำให้มีผู้เสียชีวิตมากที่สุดเป็นอันดับ 3 ของโลก [4]

การลดการกำเริบของโรคเป็นสิ่งที่ผู้ป่วยต้องการแต่ยังไม่สามารถทำได้ ขณะเดียวกันมีข้อมูลที่บ่งชี้ว่า ผู้ป่วยไม่ได้รายงานเรื่องการกำเริบของโรคมากถึง 50% [5] ทั้งที่การกำเริบของโรคเป็นปัจจัยสำคัญที่สุดที่จะบ่งชี้สุขภาพของผู้ป่วยโรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง [5] และยังเป็นเป้าหมายการรักษาที่สำคัญทั้งในแง่ของการเยียวยาและการป้องกัน

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า

กระทู้ฮอตในรอบ 7 วัน

Tags:  โรคปอด การจัดการ ความเสี่ยง รายงาน 

หน้า: 1

 
ตอบ

ชื่อ:
 
แชร์ไป Facebook ด้วย
กระทู้:
ไอค่อนข้อความ:
ตัวหนาตัวเอียงตัวขีดเส้นใต้จัดย่อหน้าชิดซ้ายจัดย่อหน้ากึ่งกลางจัดย่อหน้าชิดขวา

 
 

[เพิ่มเติม]
แนบไฟล์: (แนบไฟล์เพิ่ม)
ไฟล์ที่อนุญาต: gif, jpg, jpeg
ขนาดไฟล์สูงสุดที่อนุญาต 20000000 KB : 4 ไฟล์ : ต่อความคิดเห็น
ติดตามกระทู้นี้ : ส่งไปที่อีเมลของสมาชิกสนุก
  ส่งไปที่
พิมพ์อักษรตามภาพ:
พิมพ์ตัวอักษรที่แสดงในรูปภาพ
 
:  
  • ข้อความของคุณอยู่ในกระทู้นี้
  • กระทู้ที่ถูกใส่กุญแจ
  • กระทู้ปกติ
  • กระทู้ติดหมุด
  • กระทู้น่าสนใจ (มีผู้ตอบมากกว่า 15 ครั้ง)
  • โพลล์
  • กระทู้น่าสนใจมาก (มีผู้ตอบมากกว่า 25 ครั้ง)
         
หากท่านพบเห็นการกระทำ หรือพฤติกรรมใด ๆ ที่ไม่เหมาะสม ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเสื่อมเสียแก่สถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ รวมถึง การใช้ข้อความที่ไม่สุภาพ พฤติกรรมการหลอกลวง การเผยแพร่ภาพลามก อนาจาร หรือการกระทำใด ๆ ที่อาจก่อให้ผู้อื่น ได้รับความเสียหาย กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม