หน้า: 1

ชนิดกระทู้ ผู้เขียน กระทู้: เดินตามรอย 1081009 เที่ยวหัวใจใหม่อีกครั้ง ไปฮักเชียงคาน กินอยู่เป็น เช่นคนเชียงคานกัน  (อ่าน 409 ครั้ง)
add
เรทกระทู้
« เมื่อ: 8 พ.ค. 12, 14:36 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
Send E-mail

แบ่งปันกระทู้นี้ให้เพื่อนคุณอ่านไหมคะ?

ปิดปิด
 

“เชียงคาน” เมืองโบราณริมฝั่งโขง, เมืองที่เวลาเดินช้า, เมืองเงียบสงบที่เปี่ยมด้วยมนต์เสน่ห์
หรือเมืองอะไรก็ตาม สุดแท้แต่ความประทับใจของคนที่มาเยือนจะนิยาม
รวมไปจนถึง เมืองที่กำลังตาม “ปาย” ไปติดๆ นั่นก็เป็นอีกหนึ่งคำนิยามที่หลายคนห่วงและกังวล
แต่ไม่ว่ายังไง ผมก็เชื่อว่าทั้งคนที่เคยมา และไม่เคยมาเชียงคาน
ล้วนชื่นชมในเอกลักษณ์ของเมืองแห่งนี้ไม่มากก็น้อย



noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #1 เมื่อ: 8 พ.ค. 12, 14:38 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

เชียงคาน เดิมทีก็เป็นเมืองเมืองหนึ่งธรรมดาเหมือนเมืองหรืออำเภออื่นๆ
ในจังหวัดเลย ซึ่งมีวิถีชีวิต ประเพณีและวัฒนธรรมคล้ายๆกัน
แต่ด้วยบรรยากาศ ที่ตั้งและการบอกต่อ เล่าขานความสวยงามของเมืองแห่งนี้
ก็ได้ทำให้เชียงคานได้รับความนิยมขึ้นเรื่อยๆ จนมีชื่อเสียงเป็น"เมืองท่องเที่ยว"
ที่ทุกคนรู้จักอย่างทุกวันนี้

ด้วยชื่อเสียงและความนิยมที่เพิ่มขึ้นๆ จึงปฏิเสธไม่ได้ กับการเปลี่ยนแปลงที่ต้องเกิดขึ้นเป็นสัจธรรม
แต่การเปลี่ยนแปลงก็นำมาทั้งข้อดีและข้อเสีย ซึ่งข้อดีที่เห็นชัดเลยก็คือโอกาส
โอกาสก่อเกิดรายได้ ทั้งธุรกิจรองรับนักท่องเที่ยวอย่างเต็มตัว
และ
อาชีพอื่นๆ อีกมากมายที่ได้รับอานิสงส์ จากการเป็นเมืองท่องเที่ยว



noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #2 เมื่อ: 8 พ.ค. 12, 14:39 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

...สาเหตุหนึ่งที่ทุกคนหลงรักเชียงคาน น่าจะมาจากเอกลักษณ์ความสงบ
เรียบง่าย ชีวิตที่ไม่เร่งรีบ ซึ่งสิ่งเรานี้เป็นสิ่งที่ทุกคนถวิลหา
...และที่สำคัญ "บางคน-บางเมือง" อาจเคยมีและเคยเป็นแบบนี้มาก่อน

...ในขณะที่ทุกสิ่งเปลี่ยนแปลงไป อะไรบางอย่างที่ยังคงเดิม ก็ดูจะเพิ่มความหมายและคุณค่ามากขึ้นเรื่อยๆ..



noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #3 เมื่อ: 8 พ.ค. 12, 14:41 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ภูทอก เป็นจุดท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงคู่กับเชียงคาน ทุกครั้งที่เสิร์ชชื่อเชียงคานจะต้องเจอภูทอก เป็นเหมือนมือขวา คนสนิทที่ทุกคนรู้ว่ามาคู่กัน

พร้อมทั้งรูปภูทอกที่ออกไปสู่สายตาประชาชน ที่มีทะเลหมอก หนาๆ ยอดภูเขียวๆ แหลมๆ โผล่พ้นหมอกขึ้นมา เป็นภาพจำที่ทุกคนอยากมาสัมผัสสักครั้ง

...จึงทำให้ภูทอก "ถูกตั้งความหวัง" โดยไม่รู้ตัว ว่าถ้ามาแล้วน่าจะสวยเหมือนในรูป ไม่มากก็น้อย

แต่ภูทอกก็เหมือนคนเรา ที่มีวันที่หน้าบึ้ง อารมณ์ไม่ดี ขี้เกียจยิ้มบ้าง หากจะเห็นภูทอกสวยๆ แบบในรูปโปสต์การ์ด ต้องอาศัยองค์กอบหลายอย่างทั้งลมฟ้าอากาศ และฝีมือการกดชัตเตอร์

ความรู้สึกวันนี้ที่มาภูทอก ไม่เจอทะเลหมอกและฟ้าใสๆ ไม่ได้ทำให้ความรู้สึก แย่ลงแต่ประการใดครับ ดีเสียอีก ที่เราได้รู้จักกันในด้านที่ไม่สวยงาม

...แต่ยังไงก็สัญญาว่าจะมาอีก เพื่อหวังว่าจะได้เจอวันที่ภูทอกอารมณ์ดี



noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #4 เมื่อ: 8 พ.ค. 12, 14:42 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ลงจากภูทอก เราออกเดินทางไปเริ่ม"ภารกิจหัวใจใหม่" กันครับ
ไปเยี่ยมชมสวนเกษตรอินทรีย์ อีกวิถีชีวิตและอาชีพหนึ่งที่น่าสนใจในเชียงคาน

ชาวเชียงคานมีอาชีพหลักอีกอย่างหนึ่ง คือการเกษตร นั่นเองครับ
โดยสวนที่ว่าแห่งนี้มีชื่อว่า "สวนจักรพล"



noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #5 เมื่อ: 8 พ.ค. 12, 14:43 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ความน่าสนใจของที่นี่ ไม่ใช่ที่ผลไม้รสชาติอร่อย หรือเที่ยวไปชิมไป แต่เป็นสิ่งที่อยู่ก่อนบรรทัดบน นั่นคือวิธีการได้มาซึ่งผลผลิตที่ดี โดยพึงพาตนเองให้มากที่สุด เริ่มตั้งแต่พลังงาน อย่างถังสีน้ำเงินที่เห็นนี่คือ "แก๊สชีวภาพ" ที่หมักด้วยขี้วัว

ทุกอย่างในสวนนี้เป็นการพึ่งพากันกันและกันครับ เช่นแก๊สชีวภาพก็มาจากขี้วัว
ปุ๋ยชีวภาพก็มาจากซากพืชและอาหาร เครื่องตัดหญ้าก็คือวัว ต้นมะม่วงก็เป็นเล้าไก่ ส่วนหมาตัวนี้ชื่อโอโม่ เป็นทั้งเพื่อน และยามเฝ้าสวน แถมทำหน้าที่รับแขกได้ด้วย

ที่นี่เป็นชีวิตที่มีความสุขที่สุดครับ



noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #6 เมื่อ: 8 พ.ค. 12, 14:44 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ที่เชียงคานยังมีชาวบ้านที่อยู่นอกเมือง ที่มีวิถีชีวิตไม่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยว ประกอบอาชีพอื่นๆ อีกมากมาย ด้วยลักษณะภูมิประเทศที่มีทั้งภูเขาและแม่น้ำและทุ่งนา

...แต่ที่สัมผัสได้อย่างหนึ่งที่ชาวเชียงคานมีเหมือนกัน คือ"ความสุข"ครับ



noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #7 เมื่อ: 8 พ.ค. 12, 14:47 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

จากสวนเกษตร เราเดินทางสู่แก่งคุดคู้ครับ แหล่งท่องเที่ยวขึ้นชื่อ คู่เมืองเชียงคานอีกแห่งหนึ่ง และระหว่างทางก่อนถึงแก่งคุดคู้นั้น เราได้มีโอกาสทำภารกิจเที่ยวหัวใจใหม่อีกหนึ่งอย่าง นั่นคือ"มะพร้าวแก้ว" ของฝากที่ทุกคนต้องถือกลับ ที่วันนี้จะไม่ใช่แค่ซื้อ แต่เรียนรู้ประวัติและได้ลงมือทำครับ

ที่นี่ช่วยกันทำหลายคน ตั้งแต่วัยรุ่น จนถึงคุณยาย และทุกขึ้นตอนสามารถทำแทนกันได้หมด อย่างขั้นตอนนี้พี่ผู้ชายผ่ามะพร้าว รองเอาน้ำมะพร้าวลงในกาละมัง คุณยายเป็นคว้านเนื้อมะพร้าว พอคว้านเสร็จก็จะเอาเนื้อมะพร้าวลงไปแช่ในน้ำมะพร้าวอีกนั่นแหละ เพื่อให้เนื้อมะพร้าวหวานมัน หอมอร่อยยิ่งขึ้นไปอีก

ว่าแล้วก็ต้องลองครับ คุณโอชินผู้โชคดีจากเว็บไซต์ 1081009 ก็ลองคว้านมะพร้าวดูซะหน่อย



noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #8 เมื่อ: 8 พ.ค. 12, 14:48 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

หลังจากได้เนื้อมะพร้าวมาแล้ว ต้องนำมาฝานให้บางด้วยความชำนาญอีกที
เนื้อมะพร้าวส่วนที่ติดกับกะลา (เนื้อในสุด) คือส่วนที่ดีที่สุด อร่อยที่สุดครับ
โดยจะไปอยู่ในถุงที่เรียกว่า "เกรดเอ" ซึ่งราคาก็จะสูงขึ้นมานิดหน่อย เพราะมะพร้าว ที่ได้มาทั้งหมด จะมีที่ทำเกรดเอได้อยู่ไม่ถึง 10 เปอร์เซ็นครับ ฉนั้นของอร่อย และหายากก็ต้องมีราคาสูงขึ้นเป็นธรรมดา

นี่แหละครับ "เกรดเอ" ขาว หวาน มัน หอม นุ่ม อร่อย



noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #9 เมื่อ: 8 พ.ค. 12, 14:48 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

เสร็จจากการเตรียมมะพร้าว ก็เข้าสู่กระบวนการแปรรูปแล้วครับ ด้วยการเคี่ยวกับน้ำตาล ด้วยไฟที่พอดี มะพร้าวแก้วที่นี่จะเน้นที่รสชาติไม่หวานเกินไปครับ

เคี่ยวกับน้ำและน้ำตาล ไปจนแห้ง ใช้เวลาพอสมควรครับ...



noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #10 เมื่อ: 8 พ.ค. 12, 14:49 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

เคี่ยวจนแห้งดีแล้ว นำมารอให้เย็น แล้วคลี่ให้ก้อนน้ำตาลหลุดออกครับ ก็จะเหลือแต่มะพร้าวแก้วที่นุ่ม หอม หวาน มัน อร่อย พร้อมบรรจุถุงจำหน่ายครับ

มีรูปการทำมะพร้าวแก้วค่อนข้างเยอะ อย่าเพิ่งเบื่อนะครับ อยากให้เห็นและรู้ถึงความยากง่าย และนำเสนอมุมที่นักท่องเที่ยวไม่ค่อยมีโอกาสเห็น

...การซื้อของฝากทำได้ง่าย แต่ถ้าเรามีโอกาสได้เรียนรู้ที่มาที่ไปของสินค้าเหล่านั้น ก็ทำให้การซื้อของฝากมีความหมายมากขึ้น คนซื้อภูมิใจ คนขายดีใจ
...และคนรับก็สุขใจ



noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #11 เมื่อ: 8 พ.ค. 12, 14:51 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

เอาละครับ ออกจากร้านของฝากกันแล้วก็มุ่งหน้าสู่แก่งคุดคู้จริงๆ เสียที แก่งคุดคู้เป็นแหล่งท่องเที่ยว พักผ่อนของชาวเชียงคานและอำเภอใกล้เคียงมานานแล้ว เพราะที่นี่มีทุกอย่าง ทั้งร้านค้า ร้านอาหาร รีสอร์ทและที่เล่นน้ำ ที่นี่วิวสวย ทั้งภูเขา และความคดเคี้ยวของแม่น้ำโขง อีกทั้งแก่งหินหน้าตาแปลกๆ

เรามาที่แก่งคุดคู้แห่งนี้ ไม่ใช่แค่เพียงการมาถ่ายรูป หรือซื้อของฝาก แต่ที่แก่งคุดคู้มีอะไรให้เราได้เห็นมากกว่านั้น แก่งคุดคู้เป็นสถานที่ที่ผู้คนแถบนี้ใช้หลบร้อน ผ่อนคลาย กินข้าว เล่นน้ำ ทำกิจกรรมอีกมากมาย มาก่อนที่เชียงคานจะมีชื่อเสียง

และที่นี่พิเศษตรงที่เป็นชายแดนติดกับประเทศลาว จะมีสักกี่ที่ในเมืองไทย ที่คุณนั่งกินข้าว เล่นน้ำ ติดชายแดนได้อย่างสบายใจได้ขนาดนี้ เพียงแค่มองออกไปไม่กี่ร้อยเมตร คุณก็เห็นประเทศเพื่อนบ้านแล้ว



noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #12 เมื่อ: 8 พ.ค. 12, 14:52 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

บ่ายแก่ๆ ออกเดินเล่นไปตามถนนชายโขง ถนนนี้ยังมีความเป็นสังคมชนบทอยู่มาก ถึงแม้หลายสิ่งจะถูกประดิษฐ์ขึ้น เพื่อรองรับความต้องการของนักท่องเที่ยว แต่นั่นก็เป็นเพียงวัตถุและสิ่งปลูกสร้าง

แต่ผู้คนไม่ได้เปลี่ยนไป คุณย่า คุณยาย ก็ยังเป็นอยู่แบบเดิม



noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #13 เมื่อ: 8 พ.ค. 12, 14:53 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

...ร้านนิยมไทย ทำผ้าห่มนวมฝ้าย เคล็ดลับสู้ภัยหนาวของชาวเชียงคาน ที่อยู่คู่เมืองเชียงคานมานับร้อยปี ที่ทุกคนมาที่นี่ต้องถ่ายรูปกับร้านนี้กลับไป ทั้งดารานักแสดง ก็แวะเวียนมากันบ่อยครั้ง เพื่อถ่ายทำรายการ และถ่ายรูปการทำผ้านวมกับคุณยาย

...เป็นที่น่าเสียดายและเสียใจ ที่วันนี้คุณยายท่านได้จากไปแล้ว โดยมีพี่ราตรีลูกสาวคนเล็กเป็นผู้สืบทอดกิจการ และถ่ายทอดเรื่องราวให้เราฟัง



noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #14 เมื่อ: 8 พ.ค. 12, 14:55 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

เราเริ่มภารกิจเที่ยวหัวใจใหม่อีกครั้งที่นี่...ด้วยการทำผ้านวมฝ้าย แบบตั้งแต่เริ่มจนจบเป็นผืนกันเลย...นำฝ้ายมาชั่ง และนำมาคลี่ให้เต็มตาราง

อีกส่วนหนึ่งก็ขึงด้าย เพื่อยึดฝ้ายให้เกาะกันเป็นผืน...ทุกขั้นตอนที่นี่ เป็นการทำด้วยมือ

...แล้วค่อยกดด้วยไม้ ทาบแล้วหมุนๆ ให้ฝ้ายกับด้ายยึดเกั้ยวกัน



noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #15 เมื่อ: 8 พ.ค. 12, 14:56 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ทำครบทั้งสองด้าน...จะได้ไส้ผ้านวมหนานุ่มแบบนี้

ก็มาจับใส่ปลอกชั้นใน...จะได้ไม่หลุดลุ่ย แล้วก็เย็บให้ติดกัน แล้วค่อยนำไปสวมปลอกชั้นนอกอีกที...



noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #16 เมื่อ: 8 พ.ค. 12, 14:57 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ได้ผ้านวมแสนอุ่น เมดอินเชียงคาน เอากลับบ้านไปห่มให้อุ่นทั้งกาย ทั้งใจ..



noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #17 เมื่อ: 8 พ.ค. 12, 14:57 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

เสร็จจากการทำผ้าห่ม เราก็ได้ทำกิจกรรมที่อบอุ่นหัวใจที่สุดในการมาเยือนเชียงคานแห่งนี้
...ด้วยการผูกข้อมือ บายศรีจากคุณตา คุณยายชาวเชียงคาน ตามธรรมเนียมของชาวอีสาน การผูกข้อมือเป็นการสู่ขวัญ รับขวัญ อวยพร และปัดเป่าสิ่งไม่ไดีออกจากร่างกาย

ซึ่งการผูกข้อมือครั้งนี้ เปรียบเสมือนการรับขวัญสู่เชียงคาน เป็นลูกเป็นหลานโดยคุณตา คุณยายที่นี่ เอ็นดูและเมตตา พูดคุยเป็นกันเองด้วยภาษาถิ่นอย่างอบอุ่น



noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #18 เมื่อ: 8 พ.ค. 12, 14:59 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

...เช้าอีกวัน

เราติ่นแต่เช้าเพื่อตักบาตร ซึ่งเป็นภารกิจเที่ยวหัวใจใหม่อีกอย่างหนึ่ง คนทั่วไปเรียกว่า"ตักบาตรข้าวเหนียว" จริงๆ แล้วก็คือการตักบาตรธรรมดานี่แหละครับเพียงแต่ที่นี่ทานข้าวเหนียวเป็นหลัก เหมือนคนภาคเหนือ อีสาน และประเทศลาวนั่นเอง เราจึงต้องตักบาตรด้วยข้าวเหนียวครับ

...แต่ที่ไม่เหมือนภาคกลางนั่นคือ จะตักบาตรด้วยข้าวเหนียวอย่างเดียว ไม่ใส่กับข้าวหรือของหวานลงไปในบาตรด้วย เพราะชาวบ้านจะนำไปถวายที่วัดอีกทีหนึ่ง

...และนี่เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่จะทำให้เราได้ตักบาตรแบบชาวเชียงคานแท้ๆ ครับ



noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #19 เมื่อ: 8 พ.ค. 12, 15:01 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

...สุดท้าย ไม่ลืมถ่ายรูป ผู้ร่วมทริปทั้งบล็อกเกอร์และผู้โชคดี คุณ Kanuman และคุณโอชินและคุณพ่อคุณแม่เพื่อเป็นที่ระลึกครับ

สุดท้าย...เชียงคาน อาจจะเปลี่ยนไปในสายตาของใครหลายๆ คน ซึ่งก็อาจจะจริง แต่คงไม่ใช่ทั้งหมด การมาถึงของความเจริญและกระแสบริโภคนิยมนั้นเป็นสิ่งที่ห้ามได้ยาก รวมทั้งนักท่องเที่ยวร้อยพ่อพันแม่ ที่แต่ละคนมาเชียงคานด้วยจุดมุ่งหมายแตกต่างกัน

...เชียงคานวันนี้ อาจเปลี่ยนไป ก็เหมือนคนเราที่อาจจะปรับตัวตามกระแสสังคม แต่งตัว แต่งหน้าทาปากบ้าง แต่ลึกๆ แล้วนิสัยใจคอ และอัธยาศัยไมตรีก็อาจยังเหมือนเดิม เพียงแต่เราอาจต้องทำความรู้จักเขาให้ลึกซึ้งมากขึ้น มองในมุมที่แตกต่างไป ยอมรับในสิ่งที่เขาเป็น และให้เกียรติเขาอย่างจริงใจ

...ยังมีอีกหลายมุมที่เรายังไม่รู้จักเชียงคาน ลองเปิดใจ เปิดมุมมองใหม่ ด้วยหัวใจใหม่ แล้วคุณจะฮักเชียงคาน และเมืองไทยมากยิ่งขึ้น

"เที่ยวหัวใจใหม่ เมืองไทยยั่งยืน"



noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #20 เมื่อ: 8 พ.ค. 12, 15:38 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ไม่รู้ว่าตู้ไปรษณีย์ที่เชียงคานตอนนี้มีการเปลี่ยนแปลงบ้างหรือเปล่า หรือเราโดนพี่รถรับจ้าง (มอ'ไซด์พ่วง) หลอกก็ไม่รู้...เราบอกรถรับจ้างให้แวะตู้ไปรษณีย์หน่อย ตรงไหนก็ได้ จะส่งโปสการ์ด พี่แกโอเค แต่ก็ขับผ่านมาหลายตู้ ไม่จอดซักที มาจอดตรงตู้ข้างหน้าที่ทำการไปรษณีย์เชียงคาน พี่แกบอกที่ไม่แวะตู้อื่นเพราะสามสี่วันไปรษณีย์ถึงจะมาเปิดตู้ทีนึง แต่ตู้หน้าที่ทำการไปรษณีย์นี่เปิดทุกวัน

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:  หัวใจ 

หน้า: 1

 
ตอบ
ชื่อ:
 
แชร์ไป Facebook ด้วย
กระทู้:
ไอค่อนข้อความ:
ตัวหนาตัวเอียงตัวขีดเส้นใต้จัดย่อหน้าชิดซ้ายจัดย่อหน้ากึ่งกลางจัดย่อหน้าชิดขวา

 
 

[เพิ่มเติม]
แนบไฟล์: (แนบไฟล์เพิ่ม)
ไฟล์ที่อนุญาต: gif, jpg, jpeg
ขนาดไฟล์สูงสุดที่อนุญาต 20000000 KB : 4 ไฟล์ : ต่อความคิดเห็น
ติดตามกระทู้นี้ : ส่งไปที่อีเมลของสมาชิกสนุก
  ส่งไปที่
พิมพ์อักษรตามภาพ:
พิมพ์ตัวอักษรที่แสดงในรูปภาพ
 
:   Go
  • ข้อความของคุณอยู่ในกระทู้นี้
  • กระทู้ที่ถูกใส่กุญแจ
  • กระทู้ปกติ
  • กระทู้ติดหมุด
  • กระทู้น่าสนใจ (มีผู้ตอบมากกว่า 15 ครั้ง)
  • โพลล์
  • กระทู้น่าสนใจมาก (มีผู้ตอบมากกว่า 25 ครั้ง)
         
หากท่านพบเห็นการกระทำ หรือพฤติกรรมใด ๆ ที่ไม่เหมาะสม ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเสื่อมเสียแก่สถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ รวมถึง การใช้ข้อความที่ไม่สุภาพ พฤติกรรมการหลอกลวง การเผยแพร่ภาพลามก อนาจาร หรือการกระทำใด ๆ ที่อาจก่อให้ผู้อื่น ได้รับความเสียหาย กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม