หน้า: 1

ชนิดกระทู้ ผู้เขียน กระทู้: วัตสันเตรียมซื้อกิจการแอคทาวิส กรุ๊ป เป็นมูลค่า 4.25 พันล้านยูโร  (อ่าน 84 ครั้ง)
add
เรทกระทู้
« เมื่อ: 30 เม.ย. 12, 12:01 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
Send E-mail

แบ่งปันกระทู้นี้ให้เพื่อนคุณอ่านไหมคะ?

ปิดปิด
 

วัตสัน ฟาร์มาซูติคอลส์ อิงค์ (Watson Pharmaceuticals, Inc.) (NYSE: WPI) และ แอคทาวิส กรุ๊ป (Actavis Group) ประกาศร่วมกันว่า วัตสันได้บรรลุข้อตกลงขั้นสุดท้ายในการซื้อกิจการบริษัทแอคทาวิส ด้วยมูลค่าประมาณ 4.25 พันล้านยูโร โดยจ่ายเงินทันที ผลพวงของการซื้อกิจการครั้งนี้จะทำให้วัตสันกลายเป็นบริษัทยาสามัญรายใหญ่อันดับ 3 ของโลก และคาดว่ารายได้รวมในปี 2555 จะอยู่ที่ราว 8 พันล้านดอลลาร์

แอคทาวิส ซึ่งเป็นบริษัทเดี่ยวที่ไม่ได้อยู่ในเครือบริษัทใด มีการเติบโตอย่างแข็งแกร่งโดยทำธุรกิจในกว่า 40 ประเทศ และทำการตลาดผลิตภัณฑ์กว่า 1,000 รายการทั่วโลก แอคทาวิสกำลังพัฒนาโครงการราว 300 โครงการ และผลิตยากว่า 2.2 หมื่นล้านโดสในปี 2554 แอคทาวิสมีพนักงานกว่า 10,000 คนทั่วโลก และมีรายได้ประมาณ 2.5 พันล้านดอลลาร์ในปี 2554

“การซื้อกิจการแอคทาวิสจะก่อให้เกิดบริษัทยาสามัญรายใหญ่อันดับ 3 ของโลก และช่วยเติมเต็มการขยายธุรกิจของวัตสันในฐานะบริษัทยาสามัญชั้นนำของโลก แอคทาวิสช่วยยกระดับสถานะทางการค้าของเราในระดับโลก ทั้งยังช่วยเติมเต็มผลิตภัณฑ์และศักยภาพการดำเนินงานของเราในสหรัฐอเมริกา” พอล เอ็ม บิซาโร่ (Paul M. Bisaro) ประธานและซีอีโอบริษัทวัตสัน กล่าว

“การซื้อกิจการครั้งนี้ซึ่งเป็นแรงผลักดันทางการค้า จะทำให้วัตสันเข้าถึงตลาดทั่วโลกได้มากขึ้นกว่าสองเท่า และช่วยยกระดับสถานะทางการค้าของวัตสันในตลาดยุโรปที่มั่นคงแล้วและตลาดเกิดใหม่ที่น่าตื่นตาตื่นใจ ซึ่งรวมถึงยุโรปกลาง ยุโรปตะวันออก และรัสเซีย” มร.บิซาโร่ กล่าว “การซื้อกิจการครั้งนี้ทำให้วัตสันบรรลุเป้าหมายการขยายและสร้างความหลากหลายทางธุรกิจ สู่ความเป็นบริษัทระดับสากลอย่างแท้จริง เมื่อการซื้อกิจการเสร็จสมบูรณ์ รายได้ราว 40% ของทั้งหมดจะมาจากตลาดต่างๆนอกสหรัฐอเมริกา”

“การซื้อกิจการครั้งนี้เป็นแรงผลักดันทางการเงิน ช่วยให้รายได้และกำไรสุทธิของวัตสันขยายตัวอย่างรวดเร็วในอนาคตอันใกล้ และช่วยเพิ่มกำไรที่ไม่ได้คำนวณตามหลักการบัญชีทั่วไปทันที โดยยังไม่รวมมูลค่าสินทรัพย์ที่เพิ่มขึ้นจากการควบรวมกิจการ เราประเมินว่าจะมีมูลค่าสินทรัพย์เพิ่มขึ้นจากการควบรวมกิจการกว่า 300 ล้านดอลลาร์ต่อปีภายใน 3 ปี นับตั้งแต่ตอนนี้จนถึงเสร็จสิ้นการซื้อกิจการ เราจะประสานงานอย่างใกล้ชิดกับทีมผู้บริหารของแอคทาวิส เพื่อเตรียมควบรวมบริษัทด้วยความรวดเร็วและราบรื่น วัตสันจะได้ใช้ประโยชน์สูงสุดจากการซื้อกิจการและการเพิ่มศักยภาพการดำเนินงานในครั้งนี้ เพื่อให้ผู้ถือหุ้นของเรามั่นใจว่าธุรกิจจะเติบโตอย่างต่อเนื่องในระยะยาว”

“วันนี้เป็นวันสำคัญในประวัติศาสตร์ของแอคทาวิส ตลอด 2 ปีที่ผ่านมาผมยินดีที่ได้ทำงานร่วมกับทีมบริหารของแอคทาวิสที่จัดตั้งขึ้นใหม่และบรรดาผู้ถือหุ้นที่นำพาบริษัทไปสู่อีกระดับ” คลอดิโอ อัลเบรชท์ (Claudio Albrecht) ประธานบริหารและซีอีโอบริษัทแอคทาวิส กล่าว “เราประสบความสำเร็จในการผลักดันให้แอคทาวิสมีสถานะที่แข็งแกร่งเพียงพอสำหรับการคว้าโอกาสการเติบโตในอุตสาหกรรมยาสามัญในอนาคต”

“การควบรวมกิจการระหว่างวัตสันและแอคทาวิสที่อยู่บนรากฐานอันแข็งแกร่ง จะทำให้บริษัทต้องพยายามผลักดันตนเองให้มีบทบาทแข็งแกร่งในอุตสาหกรรมยาสามัญ การควบรวมทั้งสองบริษัทเป็นการควบรวมในอุดมคติซึ่งจะทำให้บริษัทที่เกิดจากการควบรวมสามารถยกระดับสถานะของตนเองในหมู่ผู้นำอุตสาหกรรมได้ นอกจากนั้นแล้ว การรวมตัวกันจะทำให้วัตสันและแอคทาวิสมีความมั่นคงในตลาดยาชีววัตถุในรูปของยาสามัญ (biosimilar) ที่มีการขยายตัวอย่างรวดเร็วและไม่หยุดยั้ง” มร.อัลเบรชท์ กล่าว

เงื่อนไขการซื้อกิจการ
เงื่อนไขของข้อตกลงระบุว่า วัตสันจะซื้อกิจการแอคทาวิสในราคาประมาณ 4.25 พันล้านยูโร โดยจ่ายเป็นเงินสดประมาณ 4.15 พันล้านยูโร และผ่อนชำระอีกสูงสุด 100 ล้านยูโร ซึ่งต้องชำระคืน ณ วันที่การซื้อขายกิจการเสร็จสมบูรณ์

ผู้ถือหุ้นของแอคทาวิสยังสามารถรับค่าตอบแทนหรือรายได้ที่เกิดขึ้นก่อนที่บริษัทจะบรรลุผลการเจรจาในปี 2555 สำหรับการชำระรายได้ที่เกิดขึ้นนั้น หากได้รับทั้งหมดจะทำให้ต้องมีการส่งมอบหุ้นสามัญของวัตสันสูงสุด 5.5 ล้านหุ้น รายได้ที่เกิดขึ้นนี้มีมูลค่า 250 ล้านยูโรระหว่างการเจรจา อ้างอิงจากราคาหุ้น 60 ดอลลาร์/หุ้น ที่อัตราแลกเปลี่ยน 1 ยูโรต่อ 1.32 ดอลลาร์ และหากมีการมอบหุ้น ก็จะมอบในปี 2556

วัตสันตั้งใจว่าจะจ่ายส่วนที่เป็นเงินสดผ่านการกู้ยืมเงินแบบมีเงื่อนไขและการออกตราสารหนี้ระยะยาวประเภทไม่มีหลักประกัน ปัจจุบันวัตสันได้ขอกู้ยืมเงินจาก BofA Merrill Lynch และ Wells Fargo Bank, N.A. และอยู่ระหว่างดำเนินการตามแผนการเงินขั้นสุดท้าย วัตสันคาดการณ์ว่าบริษัทที่เกิดจากการควบรวมจะสร้างกระแสเงินสดอิสระจำนวนมหาศาล ช่วยให้วัตสันสามารถชำระหนี้ได้อย่างรวดเร็วจนมีอัตราส่วนหนี้สินสุทธิต่อ EBITDA ต่ำกว่า 3.0 เท่าในปี 2556 และราว 2.0 เท่าในปี 2557

การรับรองและกำหนดเวลา
การซื้อกิจการครั้งนี้จะต้องได้รับการรับรองตามเงื่อนไขตามธรรมเนียม โดยต้องผ่านการพิจารณาจากคณะกรรมาธิการการค้าของสหรัฐ (FTC) ตามบทบัญญัติ Hart-Scott-Rodino Antitrust Improvements Act of 1976 ที่มีการปรับปรุงแก้ไขแล้ว รวมถึงต้องผ่านการรับรองในประเทศอื่นๆนอกสหรัฐอเมริกา ระหว่างรอการอนุมัติ วัตสันคาดว่าการซื้อกิจการจะเสร็จสมบูรณ์ในช่วงไตรมาส 4 ปี 2555

BofA Merrill Lynch ทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษาด้านการเงินเพียงผู้เดียวของวัตสัน และ Latham & Watkins LLP ทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษาด้านกฎหมายในการซื้อกิจการครั้งนี้


noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า

กระทู้ฮอตในรอบ 7 วัน

Tags:
Tags:  

หน้า: 1

 
ตอบ

ชื่อ:
 
แชร์ไป Facebook ด้วย
กระทู้:
ไอค่อนข้อความ:
ตัวหนาตัวเอียงตัวขีดเส้นใต้จัดย่อหน้าชิดซ้ายจัดย่อหน้ากึ่งกลางจัดย่อหน้าชิดขวา

 
 

[เพิ่มเติม]
แนบไฟล์: (แนบไฟล์เพิ่ม)
ไฟล์ที่อนุญาต: gif, jpg, jpeg
ขนาดไฟล์สูงสุดที่อนุญาต 20000000 KB : 4 ไฟล์ : ต่อความคิดเห็น
ติดตามกระทู้นี้ : ส่งไปที่อีเมลของสมาชิกสนุก
  ส่งไปที่
พิมพ์อักษรตามภาพ:
พิมพ์ตัวอักษรที่แสดงในรูปภาพ
 
:  
  • ข้อความของคุณอยู่ในกระทู้นี้
  • กระทู้ที่ถูกใส่กุญแจ
  • กระทู้ปกติ
  • กระทู้ติดหมุด
  • กระทู้น่าสนใจ (มีผู้ตอบมากกว่า 15 ครั้ง)
  • โพลล์
  • กระทู้น่าสนใจมาก (มีผู้ตอบมากกว่า 25 ครั้ง)
         
หากท่านพบเห็นการกระทำ หรือพฤติกรรมใด ๆ ที่ไม่เหมาะสม ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเสื่อมเสียแก่สถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ รวมถึง การใช้ข้อความที่ไม่สุภาพ พฤติกรรมการหลอกลวง การเผยแพร่ภาพลามก อนาจาร หรือการกระทำใด ๆ ที่อาจก่อให้ผู้อื่น ได้รับความเสียหาย กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม