หน้า: 1

ชนิดกระทู้ ผู้เขียน กระทู้: เผยแพร่ผลงานวิชาการ  (อ่าน 89 ครั้ง)
Guest
สุมามาลย์
เรทกระทู้
« เมื่อ: 27 มี.ค. 12, 19:45 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
Send E-mail

แบ่งปันกระทู้นี้ให้เพื่อนคุณอ่านไหมคะ?

ปิดปิด
 

เรื่อง รายงานผลการใช้หนังสือส่งเสริมการอ่าน ชุดอนุรักษ์
ภูมิปัญญาน่ารู้ กลุ่มสาระ การเรียนรู้ภาษาไทย
ช่วงชั้นที่ 2 ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6
ผู้ศึกษา นางสุมามาลย์ ศิริจร
ปีการศึกษา 2554

บทคัดย่อ

การทดลองครั้งนี้ เป็นการวิจัยเชิงทดลอง ผู้รายงาน ดำเนินการทดลองตามแบบแผนการวิจัยแบบ one – gruop pretest – posttest design ซึ่งมีจุดมุ่งหมาย 1. เพื่อสร้างและหาประสิทธิภาพของหนังสือส่งเสริมการอ่าน ชุด อนุรักษ์ภูมิปัญญาน่ารู้ ตามเกณฑ์มาตรฐาน 80/80 2. เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย
3. เพื่อศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ที่มีต่อหนังสือส่งเสริมการอ่าน ชุด อนุรักษ์ภูมิปัญญาน่ารู้ กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการศึกษาครั้งนี้ ได้แก่ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6/1 โรงเรียนวัดอัยยิการาม อำเภอธัญบุรี จังหวัดปทุมธานี ปีการศึกษา 2554 จำนวน 47 คน ที่ได้มาโดยวิธีการสุ่มแบบเจาะจง เครื่องมือที่ใช้ในการศึกษาครั้งนี้ ได้แก่ 1.หนังสือส่งเสริมการอ่าน ชุด อนุรักษ์ภูมิปัญญาน่ารู้ กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ช่วงชั้นที่ 2 ชั้นประถมศึกษา
ปีที่ 6 จำนวน 4 เล่ม 2.แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนแบบเลือกตอบ 4 ตัวเลือก จำนวน 30 ข้อโดยออกแบบให้ครอบคลุมเนื้อหาบทเรียน 3. แบบประเมินความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อหนังสือส่งเสริมการอ่าน ชุด อนุรักษ์ภูมิปัญญาน่ารู้ กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ช่วงชั้นที่ 2 ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6

สรุปผล
ผลการทดลอง พบว่า
1. หนังสือส่งเสริมการอ่าน ชุดอนุรักษ์ภูมิปัญญาน่ารู้ กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย
ช่วงชั้นที่ 2 ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 มีประสิทธิภาพเฉลี่ย 81.34 / 86.95 และเมื่อจำแนกเป็นเล่ม พบว่า เล่มที่1 มีประสิทธิภาพ 80.73 / 85.61 เล่มที่ 2 มีประสิทธิภาพ 82.68 / 87.32 เล่มที่ 3
มีประสิทธิภาพ 81.22 / 88.78 เล่มที่ 4 มีประสิทธิภาพ 80.73 / 86.10 ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์มาตรฐาน
ที่กำหนด (80 /80 ) แสดงให้เห็นว่า หนังสือส่งเสริมการอ่าน ชุดอนุรักษ์ภูมิปัญญาน่ารู้ กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ช่วงชั้นที่ 2 ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ที่สร้างขึ้นมีประสิทธิภาพทุกเล่ม จึงส่งผลให้นักเรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนสูงขึ้น


2. ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ก่อนเรียนด้วยหนังสือส่งเสริมการอ่าน ชุดอนุรักษ์ภูมิปัญญาน่ารู้
กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ช่วงชั้นที่ 2 ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 มีค่าเฉลี่ย 12.04 ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน 1.60 หลังเรียน มีค่าเฉลี่ย 25.43 ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน1.47 มีนัยสำคัญทางสถิติ
ที่ระดับ .01
3. นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ในปีการศึกษา 2554 มีความพึงพอใจต่อหนังสือส่งเสริม
การอ่าน ชุดอนุรักษ์ภูมิปัญญาน่ารู้ กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ช่วงชั้นที่ 2 ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6
โดยรวมทั้ง 4 เล่ม อยู่ในระดับมาก เมื่อจำแนกเป็นเล่มพบว่า เล่มที่ 1 มีค่าเฉลี่ย 4.63 ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน .15 อยู่ในระดับมากที่สุด เล่มที่ 2 มีค่าเฉลี่ย 4.50 ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน .18 อยู่ในระดับมาก เล่มที่ 3 มีค่าเฉลี่ย 4.48 ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน .24 อยู่ในระดับมาก เล่มที่ 4 มีค่าเฉลี่ย 4.42 ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน .34 อยู่ในระดับมาก







noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า

กระทู้ฮอตในรอบ 7 วัน

Guest
นภาพร ศรีทน
เรทกระทู้
« ตอบ #1 เมื่อ: 10 พ.ค. 12, 11:57 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ชื่อ ผลงานทางวิชาการการประเมินโครงการโรงเรียนปลอดยาเสพติด ของโรงเรียนปทุมวัน
ปีการศึกษา 2554
ชื่อผู้เสนอผลงาน นางสาวนภาพร ศรีทน

บทคัดย่อ

การประเมินโครงการโรงเรียนปลอดยาเสพติด ของโรงเรียนปทุมวัน ปีการศึกษา 2554 มีวัตถุประสงค์เพื่อประเมินผลการดำเนินงานในประเด็นต่างๆโดยใช้รูปแบบซิปป์ (CIPP Model) ดังนี้ 1) เพื่อประเมินความเหมาะสมด้านสภาพแวดล้อมของการดำเนินงานโครงการ 2) เพื่อประเมินความเหมาะสมด้านปัจจัยเบื้องต้นของการดำเนินงานโครงการ 3) เพื่อประเมินความเหมาะสมด้านกระบวนการของการดำเนินงานโครงการ 4) เพื่อประเมินด้านผลผลิตเกี่ยวกับผลสำเร็จของโครงการ 2 ประเด็นได้แก่ พฤติกรรมการป้องกันตนเองจากภัยของยาเสพติดของนักเรียน และผลของการจัด กิจกรรมตามโครงการจำนวน 8 กิจกรรม กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการประเมินโครงการได้แก่ ครูผู้สอนจำนวน 22 คน นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4- 6 จำนวน 200 คน และผู้ปกครองนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4- 6 จำนวน 200 คน รวมทั้งหมด 422 คน เครื่องมือที่ใช้เป็นแบบประเมินโครงการ จำนวน 2 ชุด ชุดที่ 1 มี 4 ฉบับได้แก่ ฉบับที่ 1 แบบประเมินที่ใช้เก็บข้อมูลก่อนการดำเนินงานโครงการด้านสภาพแวดล้อม ฉบับที่ 2 แบบประเมินที่ใช้เก็บข้อมูลก่อนการดำเนินงานโครงการด้านปัจจัยเบื้องต้น ฉบับที่ 3 แบบประเมินที่ใช้เก็บข้อมูลระหว่างการดำเนินงานโครงการด้านกระบวนการ ฉบับที่ 4 แบบประเมินที่ใช้เก็บข้อมูลหลังสิ้นสุดการดำเนินงานโครงการด้านผลผลิต ชุดที่ 2 เป็นแบบประเมินรายกิจกรรมตามโครงการ จำนวน 8 กิจกรรม การวิเคราะห์ข้อมูลใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์สำเร็จรูป วิเคราะห์ค่าสถิติ ค่าเฉลี่ยเลขคณิต ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ค่าร้อยละ ค่าความถี่ และวิเคราะห์คำถามปลายเปิดโดยวิเคราะห์เนื้อหา
ผลการประเมินโครงการโรงเรียนปลอดยาเสพติดของโรงเรียนปทุมวัน ปีการศึกษา 2554 สรุปได้ดังนี้
1. ด้านสภาพแวดล้อม ผลการประเมิน พบว่า มีความเหมาะสมอยู่ในระดับ มากที่สุด
2. ด้านปัจจัยเบื้องต้น ผลการประเมินพบว่า มีความเหมาะสมอยู่ในระดับ มากที่สุด
3. ด้านกระบวนการ ผลการประเมินพบว่า มีความเหมาะสมอยู่ในระดับ มากที่สุด
4. ด้านผลผลิต ผลการประเมินพบว่า
4.1 นักเรียนมีพฤติกรรมการป้องกันตนเองจากภัยของยาเสพติด อยู่ในระดับ มากที่สุด
4.2 ผลของการจัดกิจกรรมทั้ง 8 กิจกรรมตามโครงการโดยรวมพบว่ามีความเหมาะสมอยู่ในระดับมากที่สุด เมื่อพิจารณาเป็นรายกิจกรรม พบว่ามีความเหมาะสมอยู่ในระดับมากที่สุดจำนวน 8 กิจกรรมและมีความเหมาะสมอยู่ในระดับมาก 1 กิจกรรม




noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
เผยแพร่ผลงานวิชาการ
เรทกระทู้
« ตอบ #2 เมื่อ: 14 ก.ย. 12, 21:12 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

เรื่อง รายงานการพัฒนาและผลการใช้หนังสืออ่านเพิ่มเติม
เรื่องมาตราตัวสะกด สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑
โรงเรียนบ้านคลองบัว (เอี่ยมแสงโรจน์) เขตบางเขน กรุงเทพมหานคร
ผู้ศึกษา เอื้อมพร ภิญโญ
ปีที่ศึกษา ๒๕๕๔
บทคัดย่อ

การศึกษาครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างและพัฒนาหนังสืออ่านเพิ่มเติมสาระการเรียนรู้ภาษาไทย เรื่องมาตราตัวสะกด สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑ โรงเรียนบ้านคลองบัว
(เอี่ยมแสงโรจน์) เขตบางเขน กรุงเทพมหานคร ที่มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์ ๘๐/๘๐ เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑ โดยใช้หนังสืออ่านเพิ่มเติมก่อนเรียน และหลังเรียน ที่ผู้ศึกษาสร้างและพัฒนาขึ้น เพื่อศึกษาดัชนีประสิทธิผลของการเรียนด้วยหนังสืออ่านเพิ่มเติม เพื่อศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑ ที่มีต่อการเรียนโดยใช้หนังสืออ่านเพิ่มเติมสาระ
การเรียนรู้ภาษาไทยเรื่องมาตราตัวสะกด ที่ผู้ศึกษาสร้างขึ้น
กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการศึกษาครั้งนี้คือ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่๑ ภาคเรียนที่ ๒ ปีการศึกษา ๒๕๕๔ โรงเรียนบ้านคลองบัว (เอี่ยมแสงโรจน์) เขตบางเขน กรุงเทพมหานคร จำนวน ๑ ห้องเรียน มีนักเรียน ๓๕ คน ซึ่งได้มาจากการเลือกแบบเจาะจง เนื่องจากเป็นห้องเรียนที่ผู้ศึกษารับผิดชอบสอนกลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย และมีการจัดห้องเรียนแบบคละความสามารถ ใช้เวลาในการศึกษา ภาคเรียนที่ ๒ ปีการศึกษา ๒๕๕๔ ตั้งแต่วันที่ ๒๕ พฤศจิกายน ถึง วันที่ ๒๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๔ ทดลองโดยใช้รูปแบบการทดลอง (One Group Pre-test Post- test Design)
เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บข้อมูลได้แก่ หนังสืออ่านเพิ่มเติมเรื่องมาตราตัวสะกด และแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน โดยมีค่าความเชื่อมั่น KR- ๒๐ เท่ากับ ๐.๙๖ สถิติใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล คือ การสอบค่าสถิติ t-test แบบ Dependent Samples แบบวัดความพึงพอใจต่อการเรียนโดยใช้หนังสืออ่านเพิ่มเติมสาระการเรียนรู้ภาษาไทย เรื่องมาตราตัวสะกด แผนการจัดการเรียนรู้ ๙ แผน ๑๘ ชั่วโมง
ผลการศึกษา พบว่า
๑.หนังสืออ่านเพิ่มเติม เรื่องมาตราตัวสะกดมีประสิทธิภาพ ๘๑.๗๑/๘๓.๙๐
๒. ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนเรื่องมาตราตัวสะกด ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑/๕ ที่ได้รับการสอนโดยใช้หนังสืออ่านเพิ่มเติม หลังการเรียนสูงกว่าก่อนการเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ ระดับ .๐๑
๓. ดัชนีประสิทธิผลของการเรียนโดยใช้หนังสืออ่านเพิ่มเติมเรื่องมาตราตัวสะกด ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑/๕ มีความก้าวหน้าทางการเรียนสูงกว่าร้อยละ ๗๔.๐๗
๔. ผลการศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑ ต่อการเรียนโดยใช้หนังสืออ่านเพิ่มเติมสาระการเรียนรู้ภาษาไทย เรื่องมาตราตัวสะกด ในภาพรวมอยู่ในระดับพึงพอใจมาก มีค่าเฉลี่ย เท่ากับ ๓.๘๖ ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน เท่ากับ ๐.๖๐ เมื่อพิจารณาเป็นรายข้อ พบว่า มีความพึงพอใจตั้งแต่ระดับมากทุกข้อ ค่าความเชื่อมั่นมีค่าเท่ากับ ๐.๘๗
จากผลการศึกษาแสดงว่า หนังสืออ่านเพิ่มเติมที่มีประสิทธิภาพ ส่งผลให้ผู้เรียนเกิด การเรียนรู้มากขึ้น คือมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนในเรื่องที่เรียนจากการใช้สื่อดังกล่าว สูงขึ้นกว่าก่อนเรียน มีความสุขเกิดความพึงพอใจในการเรียน เพราะเรียนได้ตามความสามารถของแต่ละบุคคล มีความเหมาะสมที่จะนำมาใช้พัฒนาการเรียนรู้ของผู้เรียนเป็นอย่างยิ่ง

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
เผยแพร่ผลงานวิชาการ
เรทกระทู้
« ตอบ #3 เมื่อ: 14 ก.ย. 12, 21:24 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

เรื่อง รายงานการพัฒนาและผลการใช้หนังสืออ่านเพิ่มเติม
เรื่องมาตราตัวสะกด สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑
โรงเรียนบ้านคลองบัว (เอี่ยมแสงโรจน์) เขตบางเขน กรุงเทพมหานคร
ผู้ศึกษา เอื้อมพร ภิญโญ
ปีที่ศึกษา ๒๕๕๔
บทคัดย่อ

การศึกษาครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างและพัฒนาหนังสืออ่านเพิ่มเติมสาระการเรียนรู้ภาษาไทย เรื่องมาตราตัวสะกด สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑ โรงเรียนบ้านคลองบัว
(เอี่ยมแสงโรจน์) เขตบางเขน กรุงเทพมหานคร ที่มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์ ๘๐/๘๐ เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑ โดยใช้หนังสืออ่านเพิ่มเติมก่อนเรียน และหลังเรียน ที่ผู้ศึกษาสร้างและพัฒนาขึ้น เพื่อศึกษาดัชนีประสิทธิผลของการเรียนด้วยหนังสืออ่านเพิ่มเติม เพื่อศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑ ที่มีต่อการเรียนโดยใช้หนังสืออ่านเพิ่มเติมสาระ
การเรียนรู้ภาษาไทยเรื่องมาตราตัวสะกด ที่ผู้ศึกษาสร้างขึ้น
กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการศึกษาครั้งนี้คือ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่๑ ภาคเรียนที่ ๒ ปีการศึกษา ๒๕๕๔ โรงเรียนบ้านคลองบัว (เอี่ยมแสงโรจน์) เขตบางเขน กรุงเทพมหานคร จำนวน ๑ ห้องเรียน มีนักเรียน ๓๕ คน ซึ่งได้มาจากการเลือกแบบเจาะจง เนื่องจากเป็นห้องเรียนที่ผู้ศึกษารับผิดชอบสอนกลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย และมีการจัดห้องเรียนแบบคละความสามารถ ใช้เวลาในการศึกษา ภาคเรียนที่ ๒ ปีการศึกษา ๒๕๕๔ ตั้งแต่วันที่ ๒๕ พฤศจิกายน ถึง วันที่ ๒๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๔ ทดลองโดยใช้รูปแบบการทดลอง (One Group Pre-test Post- test Design)
เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บข้อมูลได้แก่ หนังสืออ่านเพิ่มเติมเรื่องมาตราตัวสะกด และแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน โดยมีค่าความเชื่อมั่น KR- ๒๐ เท่ากับ ๐.๙๖ สถิติใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล คือ การสอบค่าสถิติ t-test แบบ Dependent Samples แบบวัดความพึงพอใจต่อการเรียนโดยใช้หนังสืออ่านเพิ่มเติมสาระการเรียนรู้ภาษาไทย เรื่องมาตราตัวสะกด แผนการจัดการเรียนรู้ ๙ แผน ๑๘ ชั่วโมง
ผลการศึกษา พบว่า
๑.หนังสืออ่านเพิ่มเติม เรื่องมาตราตัวสะกดมีประสิทธิภาพ ๘๑.๗๑/๘๓.๙๐
๒. ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนเรื่องมาตราตัวสะกด ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑/๕ ที่ได้รับการสอนโดยใช้หนังสืออ่านเพิ่มเติม หลังการเรียนสูงกว่าก่อนการเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ ระดับ .๐๑
๓. ดัชนีประสิทธิผลของการเรียนโดยใช้หนังสืออ่านเพิ่มเติมเรื่องมาตราตัวสะกด ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑/๕ มีความก้าวหน้าทางการเรียนสูงกว่าร้อยละ ๗๔.๐๗
๔. ผลการศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑ ต่อการเรียนโดยใช้หนังสืออ่านเพิ่มเติมสาระการเรียนรู้ภาษาไทย เรื่องมาตราตัวสะกด ในภาพรวมอยู่ในระดับพึงพอใจมาก มีค่าเฉลี่ย เท่ากับ ๓.๘๖ ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน เท่ากับ ๐.๖๐ เมื่อพิจารณาเป็นรายข้อ พบว่า มีความพึงพอใจตั้งแต่ระดับมากทุกข้อ ค่าความเชื่อมั่นมีค่าเท่ากับ ๐.๘๗
จากผลการศึกษาแสดงว่า หนังสืออ่านเพิ่มเติมที่มีประสิทธิภาพ ส่งผลให้ผู้เรียนเกิด การเรียนรู้มากขึ้น คือมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนในเรื่องที่เรียนจากการใช้สื่อดังกล่าว สูงขึ้นกว่าก่อนเรียน มีความสุขเกิดความพึงพอใจในการเรียน เพราะเรียนได้ตามความสามารถของแต่ละบุคคล มีความเหมาะสมที่จะนำมาใช้พัฒนาการเรียนรู้ของผู้เรียนเป็นอย่างยิ่ง

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:  วิชาการ ผลงาน 

หน้า: 1

 
ตอบ

ชื่อ:
 
แชร์ไป Facebook ด้วย
กระทู้:
ไอค่อนข้อความ:
ตัวหนาตัวเอียงตัวขีดเส้นใต้จัดย่อหน้าชิดซ้ายจัดย่อหน้ากึ่งกลางจัดย่อหน้าชิดขวา

 
 

[เพิ่มเติม]
แนบไฟล์: (แนบไฟล์เพิ่ม)
ไฟล์ที่อนุญาต: gif, jpg, jpeg
ขนาดไฟล์สูงสุดที่อนุญาต 20000000 KB : 4 ไฟล์ : ต่อความคิดเห็น
ติดตามกระทู้นี้ : ส่งไปที่อีเมลของสมาชิกสนุก
  ส่งไปที่
พิมพ์อักษรตามภาพ:
พิมพ์ตัวอักษรที่แสดงในรูปภาพ
 
:  
  • ข้อความของคุณอยู่ในกระทู้นี้
  • กระทู้ที่ถูกใส่กุญแจ
  • กระทู้ปกติ
  • กระทู้ติดหมุด
  • กระทู้น่าสนใจ (มีผู้ตอบมากกว่า 15 ครั้ง)
  • โพลล์
  • กระทู้น่าสนใจมาก (มีผู้ตอบมากกว่า 25 ครั้ง)
         
หากท่านพบเห็นการกระทำ หรือพฤติกรรมใด ๆ ที่ไม่เหมาะสม ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเสื่อมเสียแก่สถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ รวมถึง การใช้ข้อความที่ไม่สุภาพ พฤติกรรมการหลอกลวง การเผยแพร่ภาพลามก อนาจาร หรือการกระทำใด ๆ ที่อาจก่อให้ผู้อื่น ได้รับความเสียหาย กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม