หน้า: 1

ชนิดกระทู้ ผู้เขียน กระทู้: การถกเรื่องการเมืองในหมู่พระสงฆ์ นี่เป็นบาปหรือค่ะ???  (อ่าน 201 ครั้ง)
add
เรทกระทู้
« เมื่อ: 23 ก.พ. 12, 13:52 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
Send E-mail

แบ่งปันกระทู้นี้ให้เพื่อนคุณอ่านไหมคะ?

ปิดปิด
 

ดิฉันได้เข้าไปโพสต์ความคิดเห็นเรื่อง นักการเมือง กับหลักศาสนา กระทู้ของคุณkainuy191 แล้วอาจทำให้กระทู้แตกประเด็นไปเรื่องอื่น เลยตั้งกระทู้นี้ขึ้นมา

ขอถามความคิดเห็นเพื่อนๆ สมาชิกหน่อยน่ะค่ะว่า การถกกันเรื่องการเมืองกับพระภิกษุสงฆ์ นี้มันเป็นเรื่องไม่สมควรเหรอค่ะ หรือมันบาปอย่างไร ทฤษฎีเรื่องพระไม่ควรยุ่งเกี่ยวกับการเมืองนั้นค้นไม่เจอในพระวินัย ถ้าพระภิกษุสงฆ์ได้เข้ามามีส่วนร่วมในทางด้านการเมืองแล้ว และมีการแบ่งสีเกิดขึ้น ดิฉันไม่ได้ต้องการให้เกิดความแตกแยกกันในหมู่พระภิกษุสงฆ์ แต่เราต้องยอมรับว่าเรื่องนี้เกิดขึ้น เราฆราวาสไม่มีสิทธิ์ที่จะถกเรื่องนี้เหรอค่ะ หรือถ้าถกเรื่องนี้แล้วจะกลายเป็น คนบาปหยาบกร้าน อย่างที่เขาว่า

บทบาทของ"พระสงฆ์" บนความขัดแย้งทางการเมือง

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า

กระทู้ฮอตในรอบ 7 วัน

Guest
นะฮะ
เรทกระทู้
« ตอบ #1 เมื่อ: 23 ก.พ. 12, 16:16 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
บาป หมายถึง สิ่งที่ทำให้จิตใจเสีย คือ มีคุณภาพต่ำลง ไม่ว่าจะเสียในแง่ใดล้วนเรียกว่า " บาป " ทั้งสิ้น

สิ่งที่ทำแล้วเป็นบาป คือ อกุศลกรรมบถ 10 ได้แก่

- ฆ่าสัตว์
- ลักทรัพย์
- ประพฤติผิดในกาม
- พูดเท็จ
- พูดส่อเสียด
- พูดคำหยาบ
- พูดเพ้อเจ้อ
- คิดโลภมาก
- คิดพยาบาท
- มีความเห็นผิด

" นตฺถิ ปาปํ อกุพฺพโต บาปย่อมไม่มีแก่บุคคลผู้ไม่ทำบาป "

อีกนัยหนึ่ง บาป หมายถึง สิ่งที่มนุษ์นั้นไม่ควรกระทำ ไม่ว่าด้วยทาง กาย วาจา หรือใจ เพราะเป็นสิ่งที่พึงจะนำทุกข์ มาแก่ตนและผู้อื่น .


ข้อสุดท้าย " ความเห็นผิด " หรือ " มิจฉาทิฏฐิ " นี่สำคัญที่สุด เพราะคนเราหากเห็นผิดแล้ว..ทุกอย่างมันแทบจะพลิกด้านกลับหัวกลับท้ายไปทุกสิ่งอย่าง..สิ่งที่ชั่วก็จะมองว่าเป็นความดี สิ่งที่ถูกต้องก็จะมองว่า กลายเป็นความผิด... คนโบราณท่านเรียกว่า พญามารมันปิดบังหูตาเอาไว้ และหลอกล่อให้เป็นบริวารของพญามาร เพื่อใช้งานสำหรับไว้ก่อกวนโลกมนุษย์ให้ไร้ซึ่งสันติสุขตลอดไปนั่นเอง..

โปรดจงสำรวจจิตใจของตนเองว่า..วันนี้..วินาทีนี้..ท่านได้ตกเป็นบริวารของพญามารไปแล้วหรือยัง..????...!!!!!!
q*033q*032q*039
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #2 เมื่อ: 23 ก.พ. 12, 16:18 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

การถกเรื่องการเมืองกับสงฆ์ สมควรหรือไม่
สงฆ์ควรสนใจแต่เรื่องทางธรรม ตัดทางโลกทิ้งเสีย
แต่สงฆ์ส่วนใหญ่ทำไม่ได้ จึงเป็นที่มาของการประพฤติไม่เหมาะสม
ฟุ้งเฟ้อ เข้าหาอำนาจ แก่งแย่งชิงดี ซื้อขายตำแหน่ง
เรียกได้ว่า ในที่ของสงฆ์ก็มีการเมืองในหมู่้สงฆ์

ส่วนพระวินัยจะไปค้นหาอะไร พระวินัยก็ไม่รู้ใครเขียน ก็ปรับแก้กันมาเรื่อย
จะไปยึดถืออะไร มันก็เหมือนกฎหมายที่คนเขียน มีช่องโหว่ให้ตีความ
แล้วแต่ใครจะคิดเห็นไปยังไง

ลองไปเดินแถวพันธ์ทิพย์ ทุกครั้งจะต้องเจอสงฆ์เข้าไปช็อปปิ้งซื้อ
เครื่องเล่น คอม ต่างๆ ไว้อำนวยความสะดวก ส่วนเงินที่เอามาซื้อนะหรือ
ก็เงินบริจาคที่ทุกท่านให้ เพื่อจะได้บุญกุศลขึ้นสวรรค์ นะซิ

ทำทาน อย่า ไปทำบุญ

เชิญลบตามสบายเลยนะ ถ้ามันสร้างความสะเทือนใจ
เกินกว่าจะรับความเป็นจริง

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #3 เมื่อ: 23 ก.พ. 12, 17:38 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ขอบคุณ คุณนะฮะและคุณNUTTELPANTIPค่ะ สำหรับความคิดเห็น

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #4 เมื่อ: 23 ก.พ. 12, 21:57 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

พระสงฆ์มีชีวิตความเป็นอยู่ที่เกี่ยวเนื่องกับประชาชน จะแยกขาดจากกันมิได้ เพราะอาหาร เครื่องนุ่งหม ที่อยู่อาศัยและยารักษาโรคประชาชนเป็นผู้จัดหานำมาถวาย ดังนั้น เมื่อปัญหาการเมืองกลายเป็นความเดือดร้อนของประชาชน พระสงฆ์จึงไม่ควรนิ่งดูดายเช่นกัน แต่การเข้ามามีส่วนร่วมก็คงต้องดูความเหมาะสม ตามขอบเขตของสมณเพศ

อย่าลืมว่าพระสงฆ์ก็คือประชาชนคนหนึ่งที่มีหน้าที่ต่างจากเราท่านทั่วๆ ไป ท่านเหล่านั้นมีหน้าที่ศึกษา ปฏิบัติและเผยแผ่ธรรม ไม่ใช่ "ผู้วิเศษ" เกินมนุษย์หลังจากครองผ้าไตรจีวร อย่างที่เราท่านพยายามยัดเยียดให้ท่านเป็น

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #5 เมื่อ: 23 ก.พ. 12, 23:46 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
พระสงฆ์มีชีวิตความเป็นอยู่ที่เกี่ยวเนื่องกับประชาชน จะแยกขาดจากกันมิได้ เพราะอาหาร เครื่องนุ่งหม ที่อยู่อาศัยและยารักษาโรคประชาชนเป็นผู้จัดหานำมาถวาย ดังนั้น เมื่อปัญหาการเมืองกลายเป็นความเดือดร้อนของประชาชน พระสงฆ์จึงไม่ควรนิ่งดูดายเช่นกัน แต่การเข้ามามีส่วนร่วมก็คงต้องดูความเหมาะสม ตามขอบเขตของสมณเพศ

อย่าลืมว่าพระสงฆ์ก็คือประชาชนคนหนึ่งที่มีหน้าที่ต่างจากเราท่านทั่วๆ ไป ท่านเหล่านั้นมีหน้าที่ศึกษา ปฏิบัติและเผยแผ่ธรรม ไม่ใช่ "ผู้วิเศษ" เกินมนุษย์หลังจากครองผ้าไตรจีวร อย่างที่เราท่านพยายามยัดเยียดให้ท่านเป็น

ถ้าพระสงฆ์ก็คือประชาชนคนหนึ่ง ไม่ใช่ผู้วิเศษ แล้วทำไมต้องคุกเข่า ต้องกราบไหว้ แค่สวมจีวร ก็พิเศษกว่าคนธรรมดาแล้ว ไม่ใช่แค่ประชาชนคนหนึ่ง
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #6 เมื่อ: 24 ก.พ. 12, 00:38 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ตอบคุณนัทฯ หน้าที่การงานและวัตรปฏิบัติของพระสงฆ์ ซึ่งถือว่าเป็นผู้นำทางจิตใจ คือความแตกต่างระหว่างเรากับพระคุณเจ้าทั้งหลาย เป็นเหตุผลที่ประชาชนทั่วไปให้ความเคารพกราบไหว้ ยกย่องท่านเป็นปูชนียบุคคล แม้จะมีพระภิกษุบางรูปทำตัวนอกรีตอยู่บ้าง นั่นก็เป็นธรรมดาของทุกสังคม ดังนั้นการเคารพกราบไหว้พระสงฆ์จึงแตกต่างจากการไหว้ศาลพระภูมิ ศาลเจ้าพ่อเจ้าแม่ต่างๆ ครับ

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #7 เมื่อ: 24 ก.พ. 12, 04:15 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

มีสงฆ์ 2 ประเภท คือ
1. สมมุติสงฆ์
2. ขอทานกิติมศักดิ์

จะเลือกหรือค้นหาทองแท้ แต่แท้จริงมันอยู่ที่กรรมเป็นตัวกำหนด เช่น กายกรรม วจีกรรม มโนกรรม และเจตนาแห่งกรรมนั้นๆ

พระสงฆ์คุยการเมืองได้ ด้วยจริตแห่งการเห็นทุกข์ เหตุแห่งทุกข์ ย่อมต้องการคำชี้แจ้งด้วยแจ้งสู่การดับทุข์ แต่หากเป็นเพื่ออามิส ทุกข์นั้นก็ย่อมก่อขึ้นแห่ง กรรมด้วยประการฉะนี้แล

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #8 เมื่อ: 24 ก.พ. 12, 06:00 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ขอบคุณค่ะ สำหรับทุกความคิดเห็น q*021q*021

แสดงว่าการถกเรื่องการเมืองในหมู่พระสงฆ์ นี่ไม่เป็นบาปใช่ไหมค่ะ หากเราถกอยู่ในกรอบและขอบเขต ไม่ได้กล่าวว่าร้ายใส่ความ และการถกเรื่องต่างๆ ตัวเองคิดว่าเป็นสิ่งที่ดี เพราะในสิ่งที่เรารู้หรือเข้าใจผิดก็จะได้แก้ไข

การที่ดิฉันได้ถกเรื่องนี้ในกระทู้คุณkainuy191 แล้วถูกว่าเป็น คนบาปหยาบกร้าน มันทำให้บางครั้งคนเราก็กลัวและหลีกเลี่ยงที่จะถกในเรื่องต่างๆ ที่เกี่ยวกับศาสนา เพราะในใจก็กลัวว่ามันจะเป็นบาปจริงๆ q*027q*078

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #9 เมื่อ: 24 ก.พ. 12, 10:13 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
ตอบคุณนัทฯ หน้าที่การงานและวัตรปฏิบัติของพระสงฆ์ ซึ่งถือว่าเป็นผู้นำทางจิตใจ คือความแตกต่างระหว่างเรากับพระคุณเจ้าทั้งหลาย เป็นเหตุผลที่ประชาชนทั่วไปให้ความเคารพกราบไหว้ ยกย่องท่านเป็นปูชนียบุคคล แม้จะมีพระภิกษุบางรูปทำตัวนอกรีตอยู่บ้าง นั่นก็เป็นธรรมดาของทุกสังคม ดังนั้นการเคารพกราบไหว้พระสงฆ์จึงแตกต่างจากการไหว้ศาลพระภูมิ ศาลเจ้าพ่อเจ้าแม่ต่างๆ ครับ

การที่จะถือสงฆ์ หรือ ผู้ที่ห่มจีวรเป็นผู้นำทางจิตใจเลยนั้น ในทางความเป็นจริง มันใช่หรือ ที่มาของสงฆ์เกิดขึ้นส่วนใหญ่ เพราะประเพณี ไม่ใช่เลื่อมใส ศรัทธาปราวณาตัวมาเป็นสงฆ์ บวชก่อนเบียด บวชเพื่อพ่อแม่ ก่อนบวช 1 วัน ก็แดกเหล้าฉลอง พอรุ่งขึ้นสวมจีวร ออกบิณฑบาท แค่นี้ก็ต้องคุกเข่ากราบไหว้แล้ว มันเหมาะสมแค่ไหน ขอแค่ที่มาให้มาจากใจเลื่อมใสจริงๆ
ถึงจะบวชได้ แล้วต้องผ่านการเรียนธรรมะมาก่อนเป็นปีๆ ต้องมีโรงเรียนสอน และสังเกตุพฤติกรรมว่าเหมาะจะมาเป็นพระสงฆ์ หรือไม่ ไม่ใช่ใครอยากบวช ก็ บวช ถ้าแบบนั้น ควรแยกสีจีวรไหม ว่าพวกนี้บวชตามประเพณี ไม่ได้ตั้งใจจะเป็นพระเผยแพร่พระธรรมไปตลอด บวชตามประเพณีมันไม่ได้บุญอะไรหรอก ก็แค่เรื่องสืบทอด และไม่ควรออกมาบิณฑบาทให้คนกราบไหว้ด้วย ควรเป็นพระที่ ใจเป็นพระจริงๆ ถึงจะออกบิณฑบาทได้ อยากฝันเห็นแค่นี่แหละ กับศาสนาพุทธ
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #10 เมื่อ: 24 ก.พ. 12, 10:45 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

พระสงฆ์ หรือนักบวชทั้งหลาย ก็คือคนนี่แหละครับ
คนที่ไปปฎิบัติตามหลักของแต่ละศาสนา แต่ละความเชื่อ
จะปฎิบัติได้มาก หรือได้น้อย ก็ขึ้นอยู่กับตัวนักบวชเอง
นักบวชที่ปฎิบัติได้มาก ก็ดีมาก
นักบวชที่ปฎิบัติได้น้อย ก็ดีน้อย
นักบวชที่ไปทำผิดหลักฯ ก็ถูกคนวิจารณ์
มันก็เท่านั้นแหละครับ ไม่มีอะไรที่ต้องคิดมาก ซับซ้อน

คนจะดี จะชั่ว จะเลวยังไง มันก็เป็นเรื่องของคน
แต่หลักของแต่ละศาสนา ที่แต่ละศาสดากำหนดขึ้นมา มันก็ดำรงอยู่คงเดิม
ก็เท่านั้นเองแหละครับ

สำหรับแนวทางพุทธ
การที่เราจะนำหลักศาสนามาปฎิบัติตาม
ก็ไม่จำเป็นต้องบวชเสมอไป
ใครๆ ก็บินได้ เอ๊ย ใครๆ ก็ปฎิบัติได้ครับ
พุทธเราเสรีภาพ ไม่มีการบังคับ

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #11 เมื่อ: 24 ก.พ. 12, 10:48 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

หลักศาสนาพุทธ เป็นหลักที่ดีครับ
ใครปฎิบัติได้ ก็จะเป็นผลดีกับตนเอง

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #12 เมื่อ: 24 ก.พ. 12, 10:53 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
บาป หมายถึง สิ่งที่ทำให้จิตใจเสีย คือ มีคุณภาพต่ำลง ไม่ว่าจะเสียในแง่ใดล้วนเรียกว่า " บาป " ทั้งสิ้น

สิ่งที่ทำแล้วเป็นบาป คือ อกุศลกรรมบถ 10 ได้แก่

- ฆ่าสัตว์
- ลักทรัพย์
- ประพฤติผิดในกาม
- พูดเท็จ
- พูดส่อเสียด
- พูดคำหยาบ
- พูดเพ้อเจ้อ
- คิดโลภมาก
- คิดพยาบาท
- มีความเห็นผิด

" นตฺถิ ปาปํ อกุพฺพโต บาปย่อมไม่มีแก่บุคคลผู้ไม่ทำบาป "

อีกนัยหนึ่ง บาป หมายถึง สิ่งที่มนุษ์นั้นไม่ควรกระทำ ไม่ว่าด้วยทาง กาย วาจา หรือใจ เพราะเป็นสิ่งที่พึงจะนำทุกข์ มาแก่ตนและผู้อื่น .


ข้อสุดท้าย " ความเห็นผิด " หรือ " มิจฉาทิฏฐิ " นี่สำคัญที่สุด เพราะคนเราหากเห็นผิดแล้ว..ทุกอย่างมันแทบจะพลิกด้านกลับหัวกลับท้ายไปทุกสิ่งอย่าง..สิ่งที่ชั่วก็จะมองว่าเป็นความดี สิ่งที่ถูกต้องก็จะมองว่า กลายเป็นความผิด... คนโบราณท่านเรียกว่า พญามารมันปิดบังหูตาเอาไว้ และหลอกล่อให้เป็นบริวารของพญามาร เพื่อใช้งานสำหรับไว้ก่อกวนโลกมนุษย์ให้ไร้ซึ่งสันติสุขตลอดไปนั่นเอง..

โปรดจงสำรวจจิตใจของตนเองว่า..วันนี้..วินาทีนี้..ท่านได้ตกเป็นบริวารของพญามารไปแล้วหรือยัง..????...!!!!!!
q*033q*032q*039

เรื่องบาปนี่ 3 เกลอ โดนไปหลายดอกนะนี่ เหอๆ
(ไม่ได้เอ่ยชื่อนะ 3 เกลอ อาจหมายถึง ไข่นุ้ย นะฮะ ทองผา...???
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
กลัวทุกข์
เรทกระทู้
« ตอบ #13 เมื่อ: 24 ก.พ. 12, 11:55 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
ดีเหมียนกัลครับ..เลี่ยงกระทู้เดิมออกมา..
ไม่อวดภูมิขี้เท่อแก่ผู้ใด..หลีกเลี่ยงกิเลสที่จะกระทบ..
ขอคุยกับ จขกท.โดยไม่อ่าน คห.ของท่านอื่นๆ เพราะไม่ต้องการการเบียดเบียนทั้งมวล..
ตามคำถามในการคุยในกระทู้..การสนทนากับพระในแง่มูมการเมืองนั้น ไม่ผิด..แต่หากไปวิพากษ์เกี่ยวกับการปฏิบัติตนของพระ ไม่ใช่เป็นการถูก..
ตัวอย่าง เราคุยกับพระ..ถึงเรื่องราวและเหตุการณ์ต่างๆในโลกใน้ หรือนอกโลกใบนี้. วิพากษ์ถึงความถูก ไม่ถูก นั้น ย่อมไม่มีกิเลสใดๆมาทำให้ขุ่นมัวได้..
แต่หากว่า..เราเก็บเอาเรื่องราวของพระ มาบรรยายถึงวิถีการดำรงค์ตน เช่นพระวัดนั้นเป็นอย่างโน้น เป็นอย่างนี้ เอาเรื่องราววัตรปฏิบัติของพระมาวิจารย์ แล้วมีผู้คนรับรู้ต่อๆไป..หากพระได้ร่วมรับสื่อไปด้วย พระกจะเกิดความสงสัย กิเลสอาจเกิดขึ้นได้ พระต่อพระด้วยกันอาจจะเกิดข้อสงสัย..ความไม่ใว้วางใจ
เคยได้ยินคำพูดเก่าก่อนไหม..ชั่วช่างชี ดีช่างสงฆ์..
คำพูดนี้ได้ให้ความรู้ด้านปัญญา ได้จำแนกออกมาได้หลายแนวทาง..เช่น..
เป็นคำสอนให้เราไม่สนใจในเรื่องราวของผู้อื่น..
สอนให้เราอย่าได้สนใจในสิ่งที่ผู้คนมาเล่าขาน..เพราะเรารู้ข้อมูลจากผู้เล่าเท่านั้น..
สุดท้ายยย..สำมะคัญ..การเพ่งโทษพระ หากไม่เป็นจริงอย่างว่า..จักเป็นบาป..
คำพูดนี้ สอนให้เรารู้จักมีการพิจารณา..ไม่หลงเชื่อคนอื่นได้โดยง่าย..สอนให้รู้จักเกรงกลัวต่อบาป..
การพูดคุยเกี่ยวกับพระ..อาจจะทำให้พระที่เข้ามาท่องเที่ยวในเว็บฯจะเกิดการไม่ชอบพระด้วยกัน..พระจะไม่มีสามัคคีต่อกันได้..ทำให้สงฆ์แตกแยกได้โดยไม่ได้ตั้งใจ
เมื่อระลึกได้แล้ว..กรรมหนักต่างๆอย่าได้เฉียดใกล้..เราก็จะไม่พบกับทุขคติ
การเกรงกลัวต่อบาป เป็นผู้ที่ห่างไกลทุขคติ เพราะคนเหล่านั้นหลีกเลี่ยงการทำความชั่วทั้งมวล..บุคคลเหล่านี้มีอยู่เต็มแผ่นดิน เขาไม่มีกิเลสอยากมาพูดคุยด้วย แต่มีมากจริงๆ..
ขอความสุขจงมีแก่ท่านทุกผู้ ทุกท่านเถิด..ด้วยความจริงใจ..
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #14 เมื่อ: 24 ก.พ. 12, 13:10 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

หากการที่ดิฉันตอบกระทู้ด้วยความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ แล้วคำกล่าวของคุณที่ว่า ไม่อวดภูมิขี้เท่อแก่ผู้ใด.. เป็นการกระแนะกระแหนดิฉัน ดิฉันคิดว่า ถ้าหากผู้หนึ่ง(ดิฉัน)มีความเข้าใจผิดหรือไม่รู้ เราก็ควรชี้แจงเพื่อให้ผู้นั้นรู้ด้วยเหตุและผล การแนะนำโดยรวมมันดูดีและให้ข้อคิดที่ดี แต่ยังคงกระแนะกระแหนนี้มันขัดกันจังเลยค่ะ

แต่อย่างไรก็ขอบคุณจากใจจริงค่ะ คุณกลัวทุกข์ สำหรับคำแนะนำและพรท้ายข้อความ ถ้าไม่มีการถกเรื่องนี้เลย อาจไม่ได้รับรู้ความคิดดีๆ เลยน่ะค่ะ

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:  พระ เรื่อง ความแตกแยก 

หน้า: 1

 
ตอบ

ชื่อ:
 
แชร์ไป Facebook ด้วย
กระทู้:
ไอค่อนข้อความ:
ตัวหนาตัวเอียงตัวขีดเส้นใต้จัดย่อหน้าชิดซ้ายจัดย่อหน้ากึ่งกลางจัดย่อหน้าชิดขวา

 
 

[เพิ่มเติม]
แนบไฟล์: (แนบไฟล์เพิ่ม)
ไฟล์ที่อนุญาต: gif, jpg, jpeg
ขนาดไฟล์สูงสุดที่อนุญาต 20000000 KB : 4 ไฟล์ : ต่อความคิดเห็น
ติดตามกระทู้นี้ : ส่งไปที่อีเมลของสมาชิกสนุก
  ส่งไปที่
พิมพ์อักษรตามภาพ:
พิมพ์ตัวอักษรที่แสดงในรูปภาพ
 
:  
  • ข้อความของคุณอยู่ในกระทู้นี้
  • กระทู้ที่ถูกใส่กุญแจ
  • กระทู้ปกติ
  • กระทู้ติดหมุด
  • กระทู้น่าสนใจ (มีผู้ตอบมากกว่า 15 ครั้ง)
  • โพลล์
  • กระทู้น่าสนใจมาก (มีผู้ตอบมากกว่า 25 ครั้ง)
         
หากท่านพบเห็นการกระทำ หรือพฤติกรรมใด ๆ ที่ไม่เหมาะสม ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเสื่อมเสียแก่สถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ รวมถึง การใช้ข้อความที่ไม่สุภาพ พฤติกรรมการหลอกลวง การเผยแพร่ภาพลามก อนาจาร หรือการกระทำใด ๆ ที่อาจก่อให้ผู้อื่น ได้รับความเสียหาย กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม