หน้า: 1

ชนิดกระทู้ ผู้เขียน กระทู้: "รัฐบาลที่ดี ควรพยุงราคาพืชผลการเกษตรให้ราคาดีขึ้นจนเกษตรกรมีกำไรนมากขึ้น"  (อ่าน 1116 ครั้ง)
add
เรทกระทู้
« เมื่อ: 29 ม.ค. 12, 19:51 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
Send E-mail

แบ่งปันกระทู้นี้ให้เพื่อนคุณอ่านไหมคะ?

ปิดปิด
 

"รัฐบาลที่ดี ควรพยุงราคาพืชผลการเกษตรให้ราคาดีขึ้นจนเกษตรกรมีกำไรมากขึ้น"


ท่านสมาชิก ท่านผู้มีเกียรติ ท่านผู้อ่านและประชาชน
ให้ท่านช่วยเสนอแนะอย่างสร้างสรรค์เข้ามา และตรงกับเป้าหมายที่วางไว้และเพื่อเป็นการส่งเสริมประชาธิปไตยในการเรียนรู้ร่วมกันอีกทางหนึ่งร่วมกัน ให้ช่วยกันเสนอแนะกันเข้ามาว่า"รัฐบาลที่ดี ควรพยุงราคาพืชผลการเกษตรให้ราคาดีขึ้นจนเกษตรกรมีกำไรมากขึ้น" เราควรทำอย่างไร ทุกฝ่ายต้องมาช่วยกัน


ส.ส.ของฝ่ายค้านหรือฝ่ายรัฐบาลจะร่วมเสนอความคิดเห็นเข้ามาได้เช่นกัน กระทู้นี้เป็นกระทู้เปิดกว้างสำหรับท่านทุกคน เรามาร่วมมือกันใช้สิทธิ์และเสียงในการเสนอความคิดเห็นร่วมกันโดยไม่มีสีเข้ามาเกี่ยว เพราะทุกคนนั้นเป็นคนไทยด้วยกันและคนไทยต้องมีความรักความสามัคคีรวมใจเป็นหนึ่งเดียวเท่านั้น......





noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า

กระทู้ฮอตในรอบ 7 วัน

add
เรทกระทู้
« ตอบ #1 เมื่อ: 29 ม.ค. 12, 20:01 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

กฎและกติการ่วมกัน จะต้องเสนอแนะความรู้อย่างสร้างสรรค์ไม่กล่าววาจาที่ไม่สุภาพหรือรุนแรงไม่ทำให้เว็บสนุกหรือบุคคลเสียหาย ข้อความที่ไม่สุภาพจะถูกคัดออก ตามกฎและกติการ่วมกันและจะไม่กล่าวถึงสถาบันสูงสุดเป็นที่เคารพของประชาชน.....จะต้ัองเสนอความคิดเห็นที่สร้างสรรค์และมีประโยชน์ต่อรัฐบาลและฝ่ายค้าน สมาชิกสภาผู้แทนทุกท่านจะได้นำความคิดเห็นของประชาชนไปทำหน้าที่ของท่านให้เป็นประโยชน์ต่อพี่น้องประชาชนทุกๆคนต่อไป.....



ขอขอบตุณทุกท่านที่ร่วมกันแสดงความคิดเห็นที่สร้างสรรค์เข้ามา...
ผู้ที่ร่วมแสดงความคิดเห็นที่ดีและสร้างสรรค์เข้ามา ท่านส.ส.อันทรงเกียรติทุกท่านคงดูกระทู้นี้อยู่ เชิญร่วมกันแสดงความคิดเห็นที่สร้างสรรค์เข้ามา ต้องการให้ รัฐบาลบริหารประเทศให้ความช่วยเหลือประชาชนอย่างไรบ้าง หรือท่าน ส.ส.หากดูอยู่และอยากจะแสดงความคิดเห็นเข้ามาตอบกระทู้หรือเสนอผลงานของท่าน ก็สามารถเสนอเข้ามาได้ หัวข้อนี้เปิดกว้างสำหรับทุกๆคนครับ....และขอเชิญคณาจารย์และนักวิชาการมาร่วมฟังความคิดเห็นร่วมกันและร่วมเสนอเป็นความรู้ที่เป็นประโยชน์ต่อไป ทุกฝ่ายต้องมาช่วยกัน....



ขอเรียนเชิญคณาจารย์คณะรัฐศาสตร์ คณะนิติศาสตร์ และทุกๆคณะ ทุกมหาวิทยาลัยฯ รวมทั้งนักศึกษาที่ศึกษาอยู่ และประชาชนทุกสาขาอาชีพทุกท่าน มาร่วมให้ข้อคิดเห็น หัวข้อต่างๆ เรามาช่วยกันเสนอรูปแบบต่างๆในความคิดของท่าน เรามาใช้สมองระดมความคิดเห็นร่วมกันในการสร้างสรรค์สังคมให้มีการเดินหน้าต่อไปได้ มีแต่ความรัก ความสามัคคี ความเข้าใจกัน ก้าวเดินหน้ากันต่อไป สังคมเราบอบช้ำกันมามากแล้ว มีคนได้รับประโยชน์จากเหตุการณ์ต่างๆที่เกิดขึ้น นั่งอยู่บนภูดูคนไทยเราทะเลาะกันเอง เพื่อรับประโยชน์จากเราไปมากมาย เช่นการท่องเที่ยว เศรษฐกิจ สังคม และลูกหลานไทยได้รับผลกระทบทางด้านจิตใจกันทั่วหน้า ฉนั้นเราต้องก้าวให้พ้นวิกฤติ์ต่างๆเหล่านี้ไปให้ได้ด้วยแรงร่วมใจของเรา และเราจะต้องมีการพัฒนาในด้านต่างๆให้ยิ่งใหญ่ในภูมิภาคในเอเชียนี้ให้ได้ หากทุกคนร่วมมือร่วมแรงร่วมใจกันทุกๆคน เราจะกลับมายิ่งใหญ่กันอีกครั้งหนึ่ง...






« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 31 ม.ค. 12, 14:41 น โดย destinygoal » noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #2 เมื่อ: 29 ม.ค. 12, 20:25 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

คนโดนน้ำท่วมได้เสนอวิธีการมาร่วมในครั้งนี้

ผมเชื่อว่าเศรษฐกิจที่ดีจะเกิดขึ้นจากศักยภาพในการแข่งขันของภาคธุรกิจ และ ภาคประชาชน ที่สูงกว่าประเทศคู่แข่งเป็นสำคัญ ซึ่งประเทศไทยเราได้เปรียบในเรื่องทรัพยากรธรรมชาติอยู่แล้วในเบื้องต้น ดังนั้นสิ่งที่จำเป็นต้องทำก็คือ หาวิธีการใช้ทรัพยากรนั้นให้มีประโยชน์สูงสุด ซึ่งเป็นที่โชคดีว่าในสังคมของการสื่อสารไร้พรมแดนนั้น ความรู้ใหม่ๆนั้นสามารถถูกค้นพบ และ นำมาแบ่งใช้ได้อย่างรวดเร็วโดยมีต้นทุนที่ต่ำลงกว่าสมัยก่อนแล้ว ผมคิดว่ารัฐบาล ควรมีการดำเนินการดังนี้
1. จัดตั้งหน่วยงานหลักในการรวบรวมความรู้ และ การค้นพบใหม่ๆ จากทุกประเทศในวงกว้างที่สุด เพื่อนำมาศึกษาอย่างจริงจัง และ จัดระเบียบให้ง่ายต่อการนำมาใช้จริง ซึ่งหัวข้อที่ควรมีการรวบรวมความรู้นั้นได้แก่
1.1. ความรู้ด้านการแพทย์ และ เภสัชศาสตร์
1.2. ความรู้และเทคโนโลยีที่มีการคิดค้นใหม่ๆ เกี่ยวกับ Machinery และ Tooling สำหรับวงการอุตสาหกรรมต่างๆ และ เทคนิคการแปรรูปสินค้าต่างๆที่มีวัตถุดิบจากธรรมชาติ
1.3. ความรู้และเทคโนโลยีด้านสิ่งแวดล้อม และ การ Recycle
1.4. แนวคิดใหม่ๆ ทางการตลาดโดยเฉพาะเรื่องที่เกี่ยวกับการบริโภคของมนุษย์ในวงกว้าง ซึ่งจะมีประโยชน์ 2 ทางคือ รู้ว่าตลาดอนาคตจะเป็นเช่นไรทำให้ลงทุนได้อย่างเหมาะสม และ เมื่อผสานความรู้ในเรื่องนี้เข้าด้วยกันได้อย่างหลากหลายและสร้างสรรค์ ธุรกิจต่างๆจะสามารถสร้างรูปแบบการบริโภคใหม่ที่เป็นเอกลักษณ์ได้ซึ่งเท่ากับเป็นการสร้างสถานภาพผู้นำตลาดขึ้นได้ในระยะยาว
1.5. ความรู้ใหม่ๆเกี่ยวกับ Research Methodology ที่เป็นสากลของวงการต่างๆ (จำเป็นอย่างสูงเนื่องจากเทคโนโลยี และ การค้นพบใหม่ๆ ล้วนต้องการระเบียบวิธีวิจัย และ ระเบียบวิธีการตรวจประเมินที่ทันสมัยมากขึ้นกว่าเดิมด้วย การมีข้อจำกัดทางความรู้ด้านนี้จะทำให้การคิดค้นใหม่ๆ ไม่สามารถเกิดขึ้นหรือแม้เกิดขึ้นก็ไม่มีผู้ใดสามารถรับรองให้ได้ ท้ายที่สุดภูมิปัญญาเหล่านี้จึงกลายเป็นสมองไหลไปในที่สุด
1.6. ความรู้ใหม่ๆ ในด้านเทคนิคการเลี้ยงดูเด็ก และ เทคนิคการสอนที่ทันสมัย เพื่อให้เยาวชนของชาติมีคุณภาพดีขึ้นโดยมวลรวม และ เปิดโอกาสให้พรสวรรค์ของเยาวชนได้ถูกใช้งานอย่างเหมาะสม
ในข้อ 1 เน้นที่การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานภายในประเทศเป็นหลัก



noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #3 เมื่อ: 29 ม.ค. 12, 20:28 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ในหัวข้อที่ 3 ขอเสนอความเห็นเกี่ยวสิ่งที่รัฐบาลพึงกระทำเพื่อสร้างความได้เปรียบให้แก่ผู้ประกอบการไทยในการขยายการลงทุนในต่างประเทศ
1. สืบเนื่องจากหัวข้อที่ 1 ว่าด้วยการรวบรวมความรู้ทางการตลาด และ รูปแบบการบริโภคของประชาชน รัฐบาลจะต้องมีหน่วยงานที่ทำหน้าที่ในการวิจัยข้อมูลเหล่านี้อย่างจริงจังร่วมกับผู้ประกอบการไทย ทั้งด้านสังคมศาสตร์, การตลาด, จิตวิทยา ศาสนา และ วัฒนธรรม เพื่อทำความเข้าใจกับตลาดต่างประเทศอย่างลึกซึ้ง
เหตุผล : ความเข้าใจที่ลึกซึ้งเกี่ยวกับผู้บริโภคจะทำให้สามารถนำเสนอ Package ของผลิตภัณฑ์ต่างๆให้แก่ตลาดได้อย่างมีประสิทธิภาพและตรงประเด็น ซึ่งจะทำให้สินค้าไทยมีบทบาทในฐานะสินค้าที่ผู้นำการบริโภคในสังคมนั้นๆ ต้องการ ซึ่งหากมีการใช้สื่อโฆษณาอย่างถูกหลักแล้วอาจทำให้รูปแบบการบริโภคสินค้าไทยกลายเป็นเอกลักษณ์ และ จุดขายที่ถาวรได้ หรือ อาจจะเรียกได้ว่าประเทศไทยจะมีอาณานิคมทางเศรษฐกิจเล็กๆได้ในต่างแดน ไม่ต่างกับกรณีไชน่าทาวน์ หรือ อินเดียนทาวน์ในประเทศอเมริกาซึ่งมีรูปแบบการบริโภคที่เป็นเอกลักษณ์ของตนเอง
2. รัฐบาลจะต้องดำเนินการทำวิจัยอย่างจริงจังเกี่ยวกับศักยภาพด้านแรงงาน และ ประชากรของต่างชาติ ที่ผู้ประกอบการไทยจะไปลงทุน ว่ามีศักยภาพมากน้อยแค่ไหน ทั้งในเชิงลึก และ เชิงกว้าง รวมทั้งปัจจัยเสี่ยงอันเกิดจากความแตกต่างทางวัฒนธรรมซึ่งมักกลายเป็นประเด็นเปราะบางได้เสมอสำหรับธุรกิจข้ามชาติ
เหตุผล : การลงทุนในตลาดต่างประเทศนั้นปัจจัยด้านแรงงานมีความสำคัญอย่างสูง ดังนั้นการวิจัยด้านแรงงานจึงมีความสำคัญแต่เรื่องวัฒนธรรม และ ศาสนาก็นับเป็นประเด็นที่สำคัญที่ผู้ประกอบการต้องให้ความสำคัญอย่างสูงเพื่อไม่ให้เกิดภาพลักษณ์ที่เป็นลบในสายตาเจ้าของประเทศได้ ในเรื่องนี้รัฐบาลพึงทำการศึกษาอย่างจริงจังเพื่อให้ข้อมูลและโอกาสเหล่านี้กับประชาชน
"โดยรวมผมเชื่อว่าการพัฒนาศักยภาพของประเทศและโอกาสในการแข่งขันเป็นทางเลือกที่ Win-Win มากที่สุดในเวลานี้ สำหรับความมั่นคงทางเศรษฐกิจของไทยปัจจุบัน"



noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #4 เมื่อ: 29 ม.ค. 12, 20:32 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

เกษตรกรมันสำปะหลังก็เป็นพืชอีกชนิดหนึ่งที่ส่งออกมากแต่ราคาตก จึงมีการประท้วงที่ทำเนียบเกิดขึ้นดังนี้

เกษตรกรสาวบุกทำเนียบ ลงทุนแก้ผ้าประท้วงรัฐบาล จี้หยุดรับจำนำมันสำปะหลัง ชี้เกษตรกรไม่ได้รับผลประโยชน์ที่แท้จริง

(26 ม.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่หน้าทำเนียบรัฐบาล วานนี้ (25 ม.ค.) น.ส.พัชริดา กีรตินพดล อายุ 40 ปี อาชีพเกษตรกรทำไร่มันสำปะหลัง จากอ.ด่านขุนทด จ.นครราชสีมา ได้เดินทางมาประท้วงรัฐบาล โดยสวมใส่แต่เพียงชุดชั้นใน พร้ืือมถือป้ายระบุข้อความ "เกษตรกรไพร่ จบปริญญาตรี มาประท้วงให้หยุดโครงการรับจำนำมันสำปะหลัง หยุดบิดเบือนกลไกทางการตลาด"

น.ส.พัชริดา กล่าวว่า ได้ยื่นฟ้องต่อศาลปกครองกลางสูงสุด เมื่อวันที่ 23 ม.ค.ที่ผ่านมา เพราะเดือดร้อนและเสียหายจากมติ ครม.สัญจรที่ จ.เชียงใหม่ ที่เห็นชอบอนุมัติโครงการรับจำนำมันสำปะหลัง 10 ล้านตัน โดยเห็นว่าโครงการนี้ไม่สามารถแก้ปัญหาราคามันสำปะหลังตกต่ำได้อย่างทั่วถึงและเป็นธรรม พร้อมขอเรียกร้องต่อนายกฯ ให้รัฐบาลยกเลิกโครงการนี้ เพราะเกษตรกรไม่ได้รับผลประโยชน์ที่แท้จริง รัฐบาลควรหาทางเลือกอื่นที่ดีกว่านี้ ทั้งนี้ศาลปกครองกลางได้รับเรื่องร้องเรียนของตนไว้แล้ว จึงขอให้รัฐบาลนำเรื่องดังกล่าวหารือในที่ประชุมครม.ครั้งต่อไปโดยเร็ว

น่าเห็นใจชาวเกษตรกรรัฐบาลต้องรีบช่วยเหลือเป็นการด่วน....




noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #5 เมื่อ: 29 ม.ค. 12, 20:37 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

สมาชิกในบอรด์ได้แสดงทัศนะดังนี้

ราคามันสำปะหลังก็ตกต่ำอย่างที่เธอพูดจริงๆแหละคนสมัยใหม่ที่ไม่เคยปลูกหรือไม่ใช่เกษตรกรก็คงไม่เข้าใจหัวอก เราลงทุนลงแรงเราก็คิดจะหวังผลกำไรบ้างแต่รัฐบาลยุคนี้กลับมองไม่เห็นคุณค่าของพลังงานเกษตรมีแต่กดราคาพืชผลทางการเกษตร แต่ค่าครองชีพ ค่าน้ำมัน ค่าแก็ส กลับเพิ่มขึ้น มันสวนทางกันรัฐบาลบอกว่าต้นทุนการผลิตมันสูงเลยต้องขึ้นราคา แต่มันสำปะหลัง เป็นวัตถุดิบหลักในการผลิตเอทานอลกลับราคาตกต่ำ แย่จริง คนที่ไม่ใช่เกษตรกรคงไม่เข้าใจ เห็นด้วยกับเจ๊ ถ้าเจ๊มาชวนก็คงจะไปเป็นกำลังใจให้เจ๊ด้วย รัฐบาลยุกนี้ไม่รู้คิดได้ยังไง



« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 30 ม.ค. 12, 20:52 น โดย destinygoal » noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
สารี่่่
เรทกระทู้
« ตอบ #6 เมื่อ: 30 ม.ค. 12, 19:51 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

รัฐบาลช่วยให้มันสัมปะหลังให้ราคาดีด้่วยคะ ตอนนี้หนูขาดทุนมากเลยคะ ยิ่งทำมากก็ขาดทุนมากเลยคะ ตอนนี้เกษตรกรกลุ้มใจกันหมดเลยคะ ช่วยด้วยนะคะ

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #7 เมื่อ: 31 ม.ค. 12, 08:40 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ต้องการให้รัฐบาลเขาช่วยจริงหรือ.. หรือว่าต้องการช่วยให้พรรคการเมืองที่ตัวเองสนับสนุนขึ้นมาเป็นรัฐบาลมากกว่า เพราะมีการบีบคั้นรัฐบาลนี้อย่างไร้เหตุผล...พอเขาไม่รับจำนำก็ให้รับจำนำ พอเขารับจำนำให้แล้วก็ให้เลิกไปฟ้องศาลปกครองอีก... ตกลงว่าต้องการอะไรกันแน่??

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #8 เมื่อ: 31 ม.ค. 12, 09:20 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ปัญหาโลกแตกจริงๆ เพราะปัญหามันไม่ได้อยู่ที่ราคาสิ่งของหรือระบบสภาวะอะไรต่างๆ แต่ ปัญหามันอยู่ที่ "ตัวคน" ผู้มีหน้าที่ในการบริหารจัดการ ถ้าถามว่า "แล้วจะแก้ได้อย่างไร" ขอตอบตามความคิดว่า "ธรรมะ" ถ้าไม่มีสิ่งนี้คลอบคลุมระบบการบริหารจัดการทั้งหมดเอาไว้ ก็อย่าหวังว่าจะแก้อะไรได้

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #9 เมื่อ: 1 ก.พ. 12, 16:51 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ยิ่งลักษณ์ แจงเสียงสั่นน้ำตาคลอ ยันจำเป็นต้องออกพ.ร.ก.เงินกู้ ฟื้นฟูประเทศ ชี้นักลงทุนเตรียมเผ่นหนี วอนอย่านำมาเป็นประเด็นการเมือง

(1 ก.พ.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ได้เดินทางมาร่วมงานสัมมนา "ถอดรหัสจีดีพีปี 55" ซึ่งจัดโดยสมาคมผู้สื่อข่าวเศรษฐกิจ ที่ห้องนภาลัย โรงแรมดุสิตธานี โดยน.ส.ยิ่งลักษณ์ ได้ขึ้นกล่าวปาฐกถาพิเศษบนเวทีในหัวข้อ "มุมมองเศรษฐกิจปี 55" มีใจความสรุปว่า รัฐบาลตั้งเป้าผลักดันให้เศรษฐกิจปี 55 ขยายตัวได้ถึง 5% ซึ่งเชื่อว่าเศรษฐกิจทุกภาคจะฟื้นตัวกลับสู่ปกติภายในไตรมาส 2/55 หลังจากได้รับผลกระทบจากสถานการณ์อุทกภัยครั้งใหญ่ในปี 54

หลังจากกล่าวปาฐกถามเสร็จ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ได้ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่ฝ่ายค้านเตรียมยื่นตีความ พ.ร.ก. 2 ใน 4 ฉบับ ของ พ.ร.ก.เงินกู้ ว่า พร้่อมชี้แจงเพราะเรื่องนี้เป็นการทำตามหลักการและเหตุผล โดยที่ผ่านมาประเทศเสียหายหนักจากอุทกภัย เงินที่มีอยู่ไม่สามารถนำมาใช้ได้ทันทีและไม่เพียงพอ รัฐบาลจึงต้องเร่งตัดสินใจเพราะหากล่าช้าออกไปอาจส่งผลกระทบต่อนักลงทุน จึงเรียกร้องอย่ามองเรื่องนี้เป็นประเด็นเรื่องการเมืองและขอโอกาสให้รัฐบาล ได้ทำงานอย่างเต็มที่

เมื่อถามว่าฝ่ายค้านออกมาพูดท้าทายว่าหาก พ.ร.ก. 2 ใน 4 ฉบับขัดรัฐธรรมนูญ รัฐบาลต้องแสดงความรับผิดชอบอย่างใดอย่างหนึ่ง น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ และมีน้ำตาคลอว่า "ดิฉันไม่ขอพูดเรื่องความท้าทาย เพราะวันนี้เราไม่ได้อยู่ในลักษณะของการมาท้าทาย และใช้ทิฐิต่อกัน แต่สิ่งที่ต้องการคือการกอบกู้เศรษฐกิจกับประเทศ ดิฉันว่าเราไม่มีเวลาแล้วที่จะมาต่อสู้กับแบบนี้ แต่เราต้องมีเวลาต่อสู้กับภาวะที่จะเกิดขึ้น ถ้าเราไม่ทำโอกาสหรือสิ่งที่เรามีอยู่ก็จะหายไป นักลงทุนที่ดิฉันไปพบหลายประเทศในวันนี้ ก็เริ่ม 50 ต่อ 50 ว่าจะลงทุนในเมืองไทยหรือไม่ ดิฉันขอบอกว่าเราทำหน้าที่อย่างเต็มที่ และจะชี้แจงทุกกระบวนการ"

ข้อมูลจากเว็บสนุก



noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
zole
เรทกระทู้
« ตอบ #10 เมื่อ: 5 ก.พ. 12, 10:37 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ควรพยุงราคาอย่างโปร่งใส่และจริงใจ มิใช่ซุกคอรัปชั่น

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
เกษตรกร
เรทกระทู้
« ตอบ #11 เมื่อ: 4 ต.ค. 13, 22:08 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ทุกอย่างขึ้นราคา แต่ สินค้าเกษตรลด... แล้วเกษตรกรก็ตายอย่างเขียดซิครับท่าน...
ยางพาราบอกว่าจะให้ราคา 90 บาท ตอนนี้ราคา 74 - 78 บาท
รอให้นายทุนซื้อยางกักตุนไว้ก่อน... พอชาวสวนยางหยุดกรีดจึงจะขึ้นคาราใช่ไหมครับท่าน... คนที่รวยคือพ่อค้าคนกลาง เกษตรกรจนเหมือนเดิม... ช่วยใครกันแน่.. q*027
ช่วยไร่ละ 2500 บางทียังไม่ได้ดำเนินการอะไร อายุยางอย่ากำหนด 25 ปีเลยครับ ยางที่ดูแลดี กรีดได้ 30 - 40 ปี อยู่ที่การบำรุงรักษา ช่วยเกษตรกรให้มันจริงจังหน่อยครับ.. ก่อนที่ ที่ดินของเกษตรกร
จะเป็นของนายทุน หมดทั้งประเทศ.

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:  การเกษตร เกษตรกร กำไร ราคาพืชผล พยุง 

หน้า: 1

 
ตอบ

ชื่อ:
 
แชร์ไป Facebook ด้วย
กระทู้:
ไอค่อนข้อความ:
ตัวหนาตัวเอียงตัวขีดเส้นใต้จัดย่อหน้าชิดซ้ายจัดย่อหน้ากึ่งกลางจัดย่อหน้าชิดขวา

 
 

[เพิ่มเติม]
แนบไฟล์: (แนบไฟล์เพิ่ม)
ไฟล์ที่อนุญาต: gif, jpg, jpeg
ขนาดไฟล์สูงสุดที่อนุญาต 20000000 KB : 4 ไฟล์ : ต่อความคิดเห็น
ติดตามกระทู้นี้ : ส่งไปที่อีเมลของสมาชิกสนุก
  ส่งไปที่
พิมพ์อักษรตามภาพ:
พิมพ์ตัวอักษรที่แสดงในรูปภาพ
 
:  
  • ข้อความของคุณอยู่ในกระทู้นี้
  • กระทู้ที่ถูกใส่กุญแจ
  • กระทู้ปกติ
  • กระทู้ติดหมุด
  • กระทู้น่าสนใจ (มีผู้ตอบมากกว่า 15 ครั้ง)
  • โพลล์
  • กระทู้น่าสนใจมาก (มีผู้ตอบมากกว่า 25 ครั้ง)
         
หากท่านพบเห็นการกระทำ หรือพฤติกรรมใด ๆ ที่ไม่เหมาะสม ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเสื่อมเสียแก่สถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ รวมถึง การใช้ข้อความที่ไม่สุภาพ พฤติกรรมการหลอกลวง การเผยแพร่ภาพลามก อนาจาร หรือการกระทำใด ๆ ที่อาจก่อให้ผู้อื่น ได้รับความเสียหาย กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม