หน้า: 1

ชนิดกระทู้ ผู้เขียน กระทู้: สุพจน์ ทรัพย์ล้อมยอมทิ้งเงินเพื่อหนีผิด  (อ่าน 123 ครั้ง)
add
เรทกระทู้
« เมื่อ: 9 ธ.ค. 11, 14:47 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
Send E-mail

แบ่งปันกระทู้นี้ให้เพื่อนคุณอ่านไหมคะ?

ปิดปิด
 

ปฎิบัติการปล้นประจานในครั้งนี้...เรื่องที่เกิดขึ้นคือ มีการปล้นจริง! ได้ทรัพย์สินไปจริง! แต่ปัญหาอยู่ที่ตัวเลขของเงินที่ถูกปล้น โดยเจ้าทรัพย์แจ้งว่าเงินหายไป 5 ล้านบาท แต่เงินของกลางที่ติดตามมาได้ ณ.วันนี้ ตัวเลขอยู่ที่ 18.1 ล้านบาท เพราะฉะนั้น เงินส่วนเกินอีก 13.1 ล้านบาท มาจากไหน เป็นเงินของใคร ของนายสุพจน์ หรือเป็นเงินที่ถูกยัดใส้เข้ามาเพื่อกลั่นแกล้งเจ้าทุกข์
ในคำชี้แจง “พล.ต.อ.ภาณุพงศ์” ยังขยายความว่า...จากคำให้การ และหลักฐานในที่เกิดเหตุพบว่า ยังมีกระเป๋าอีก 3 ใบในที่เกิดเหตุ ซึ่งคนร้ายได้เอาไป 1 ใบ และจากการสืบสวนคนร้ายให้การว่า กระเป๋าใบนั้นมีเงินประมาณ 20 ล้านบาท และยังมีอีก 2 ใบใหญ่ที่ไม่ได้ถูกรื้อค้น ซึ่งก็คาดการณ์ว่าน่าจะมีเงินในปริมาณเท่าๆ กัน และในตอนแรกเราก็ไม่พบพิรุธ เพราะมีการแจ้งว่าถูกปล้นไป 7 แสนบาท แต่พอมาเพิ่มยอดทีหลัง จึงรู้สึกว่าผิดปกติ ยืนยันว่าทางเจ้าหน้าที่ตำรวจให้ความเป็นธรรม และทำงานไปตามระบบ เราไม่สามารถเบี่ยงเบนคดีได้ ส่วนจะมีการนำเงินไปยัดในภายหลังหรือไม่ คนพวกนี้ไม่มีปัญญาทำ ส่วนเงินของกลางที่อยู่กับนายโก้ คาดว่าขนไปไม่ต่ำกว่า 100 ล้านบาท”

เป็นเวลากว่า 2 ชั่วโมงในการสอบปากคำอย่างเป็นทางการครั้งแรก ของ “นายสุพจน์ ทรัพย์ล้อม” ผู้เสียหายที่กำลังจะตกเป็นผู้ต้องหาฐานแจ้งความเท็จรายนี้ โดยที่จากเดิมผู้เสียหายนัดให้ไปสอบปากคำที่บ้านพักซึ่งเป็นบ้านเกิดเหตุ แต่จะด้วยเหตุผลกลใดไม่ทราบ จู่ๆ “สุพจน์” เปลี่ยนใจ นัดให้ตำรวจไปสอบปากคำที่โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์

แน่นอนเรื่องสถานที่สอบปากคำ ไม่ใช่สาระสำคัญ แต่สาระสำคัญอยู่ที่คำให้การของ “สุพจน์ ทรัพย์ล้อม” ว่าเขาจะยังยืนยันคำพูดเดิมอยู่ที่ตัวเลข 5 ล้านบาท หรือไม่?

คำตอบ!!! “พล.ต.ต.สุธีร์ เนรกัณฐี” ผบก.น.4 ทีมสอบสวนเปิดเผยหลังสอบปากคำว่า... การเข้าพบนายสุพจน์ เพื่อสอบปากคำเกี่ยวกับคดีเพิ่มเติม โดยเฉพาะในส่วนทรัพย์สินที่หายไป ส่วนที่ต้องเดินทางมาสอบปากคำที่โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ เนื่องจากนายสุพจน์ให้เหตุผลต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจว่าติดประชุมที่โรงแรมจึงต้องเดินทางมาสอบปากคำที่นี่เพื่อความสะดวก ซึ่งนายสุพจ์ยังยืนยันต่อเจ้าหน้าที่ว่า จำนวนเงินที่หายไปมีทั้งหมด 5 ล้านบาทเหมือนครั้งแรกที่ได้เข้าแจ้งความ ขณะนี้จำนวนเงินที่รวบรวมได้จากคนร้ายนั้นมีทั้งสิ้น 18.1 ล้านบาทแล้ว ซึ่งเกินจำนวนที่นายสุพจน์ยืนยัน ก็จะมีการสืบสวนสอบสวนในส่วนของคนร้ายที่สามารถจับกุมมาได้ว่าจำนวนเงินที่เกินมานั้นได้มาอย่างไร จากที่ใดกันแน่”

จากประเด็นเงิน 5 ล้านบาท และตัวเลขเงินของกลาง 18.1 ล้านบาท โดยที่เจ้าทุกข์ยืนยันว่าเงินหาย 5 ล้าน แต่กลุ่มคนร้ายสารภาพว่าได้เงินกว่า 200 ล้านบาท อีกทั้งสารภาพว่ามีเงินเหลืออยู่ในบ้านอีกประมาณ 700-1,000 ล้านบาท ประกอบกับ ข้อสังเกตของ “พล.ต.อ.ภาณุพงศ์” ที่ว่าเมื่อดูจากเจตนาแล้ว ถ้านายสุพจน์กลับมาบ้าน และได้สำรวจทรัพย์สินและหลักฐานที่คนร้ายรื้อค้นในบ้าน เชื่อว่าจะไม่มีการแจ้งความแน่นอน ส่วนนายโก้ได้เงินไปกว่า 100 ล้านบาท ทั้งหมดนี้คือ ข้อเท็จจริงที่ต้องพิสูจน์ว่า...ใครพูดจริง! ใครพูดเท็จ!

แต่สำหรับ “สุพจน์ ทรัพย์ล้อม” เจ้าทุกข์รายนี้ ถือว่าไม่ธรรมดา...ยอมทิ้งเงินเพื่อหนีผิด
9 ข้อสงสัย

1.คือ ทำไมวันเกิดเหตุ ภรรยาให้ข่าวกับสื่อว่า...เป็นเรื่องเข้าใจผิด
2.คือ ทำไมครั้งแรกหลังเกิดเหตุแจ้งว่าเงินหาย 700,000 บาท ต่อมาภายหลังแจ้งว่า 5 ล้านบาท
3.คือ ทำไมเขาจึงไม่ทุกข์ไม่ร้อนที่จะเข้าให้การต่อตำรวจ เพื่อติดตามเงินและจับกลุ่มคนร้ายให้ได้โดยเร็ว
4.คือ ทำไมเขาพยายามบ่ายเบี่ยงและยื้อที่จะเข้าให้ปากคำต่อตำรวจ
5.คือ ทำไมหลังเกิดเหตุเขาต้องทำบุญใส่บาตรในทุกเช้า จากที่ก่อนหน้านั้น นานครั้งถึงจะทำ
6. คือ วันนัดให้การ 8 ธ.ค.เวลา 10.00 น.เขาได้นิมนต์พระสงฆ์ จำนวน 3 รูป เข้าไปทำบุญในบ้านเกิดเหตุ
7.คือ ทำไมเปลี่ยนสถานที่ให้การกะทันหัน จากบ้านเป็นโรงแรม
8.คือ เขาให้การยืนยันตัวเลขอยู่ที่ 5 ล้านบาท เกิดหลังจาก “น.ส.รสนา” เปิดประเด็น ถูกปล้นยัดเงิน และไม่ธรรมดา
9.คือ หากเขาถูกปล้นยัดเงินและถูกกลั่นแกล้งจริง ปกติของคนจะอยู่เฉยๆ และไม่ตั้งโต๊ะแถลงต่อสู้กับความไม่ถูกต้องเลยหรือครับ!....
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า

กระทู้ฮอตในรอบ 7 วัน

add
เรทกระทู้
« ตอบ #1 เมื่อ: 9 ธ.ค. 11, 21:08 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ถ้าทุกอย่างไม่เป็นกลาง ไม่เป็นธรรมตามหลักธรรม
อะไรๆ มันก็พลิกไปพลิกมาได้ครับ.....

ความจริงก็คือความจริง คนที่ทำย่อมรู้อยู่แก่ใจ..

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #2 เมื่อ: 9 ธ.ค. 11, 22:33 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

เชื่อว่าเงินทั้งหมดทั้งที่พบและยังไม่พบ คงไม่ใช่เงินของสุพจน์คนเดียว อาจจะเป็นเงินที่เตรียมส่งไปยังยี้ห้อยด้วย

แล้วหากว่าเงินตามตัวเลขที่ว่ากันเป็นร้อยๆ หากเป็นของสุพจน์คนเดียว แล้วทางยี้ห้อยจะรับรวมแล้ว ไม่ใช่หลักร้อยแน่ๆ

ชีวิตอีแร้งจนๆ เงินเป็นปึกก็ยังไม่เคยมี อย่าฝันเป็นกระเป๋าเลย

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #3 เมื่อ: 9 ธ.ค. 11, 23:31 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ถ้าเป็นเงินที่ไม่สุจริตจริงท่านปลัดฯไม่ทิ้งก็คุกสิครับพี่น้อง

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
วิหค
เรทกระทู้
« ตอบ #4 เมื่อ: 10 ธ.ค. 11, 10:00 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
ทิ้งเงินก็ทิ้งไปเถอะไม่ว่ากัน แต่ยังไงถ้ามันเป็นเรื่องผิดก็อย่าทิ้งความรับผิดชอบเลย มันจะเป็นรอยด่างของสังคม ประเทศมันเสียหายก็เพราะมีคนทำผิดแล้วไม่ยอมรับผิดนี่แหละ ผิดแล้วจะอ้างเรื่อยเปื่อยเหมือนท่านปลัดไม่ได้หรอก ลูกหลานมันจะเอาเป็นตัวอย่าง เป็นคนบาปของสังคมเปล่าๆ
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:  สุพจน์ ทรัพย์ล้อม 

หน้า: 1

 
ตอบ

ชื่อ:
 
แชร์ไป Facebook ด้วย
กระทู้:
ไอค่อนข้อความ:
ตัวหนาตัวเอียงตัวขีดเส้นใต้จัดย่อหน้าชิดซ้ายจัดย่อหน้ากึ่งกลางจัดย่อหน้าชิดขวา

 
 

[เพิ่มเติม]
แนบไฟล์: (แนบไฟล์เพิ่ม)
ไฟล์ที่อนุญาต: gif, jpg, jpeg
ขนาดไฟล์สูงสุดที่อนุญาต 20000000 KB : 4 ไฟล์ : ต่อความคิดเห็น
ติดตามกระทู้นี้ : ส่งไปที่อีเมลของสมาชิกสนุก
  ส่งไปที่
พิมพ์อักษรตามภาพ:
พิมพ์ตัวอักษรที่แสดงในรูปภาพ
 
:  
  • ข้อความของคุณอยู่ในกระทู้นี้
  • กระทู้ที่ถูกใส่กุญแจ
  • กระทู้ปกติ
  • กระทู้ติดหมุด
  • กระทู้น่าสนใจ (มีผู้ตอบมากกว่า 15 ครั้ง)
  • โพลล์
  • กระทู้น่าสนใจมาก (มีผู้ตอบมากกว่า 25 ครั้ง)
         
หากท่านพบเห็นการกระทำ หรือพฤติกรรมใด ๆ ที่ไม่เหมาะสม ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเสื่อมเสียแก่สถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ รวมถึง การใช้ข้อความที่ไม่สุภาพ พฤติกรรมการหลอกลวง การเผยแพร่ภาพลามก อนาจาร หรือการกระทำใด ๆ ที่อาจก่อให้ผู้อื่น ได้รับความเสียหาย กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม