หน้า: 1

ชนิดกระทู้ ผู้เขียน กระทู้: *************กงจักร กับ ดอกบัว *************  (อ่าน 365 ครั้ง)
add
เรทกระทู้
« เมื่อ: 26 พ.ย. 11, 22:56 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
Send E-mail

แบ่งปันกระทู้นี้ให้เพื่อนคุณอ่านไหมคะ?

ปิดปิด
 

ในวัยหนุ่ม ผม กับ น้องชาย คลานตามหลังกันมา ห่างกันแค่ 2 ปี

ผมเกิดปีลิง ตอนเช้า 7-8น.ตกลักขนา ตอน ลิงเฝ้าต้นขนุนให้ฤาษี

น้องชายของผม เกิดปีหมา (ปีจอ) เกิดกลางคืน ฤกษ์ดาวโจร

*************เรามองต่างมุมกันเสมอ***************

ทำให้นึกถึงคนยุคนี้ ว่าทำไม มองต่างกันอย่างฟ้ากับดิน มองกงจักร เป็น ดอกบัว มองผิดเป็นถูก มองถูกเป็นผิด

ผีเปรตตนใหน พญามารองค์ใด นำพาให้คนสับสนในทางความคิด และจิตใจ หรืออำนาจแห่งดวงดาว อำนาจแห่งฟ้ามีจริง

//ช.ผาสุข

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า

กระทู้ฮอตในรอบ 7 วัน

Guest
k542
เรทกระทู้
« ตอบ #1 เมื่อ: 26 พ.ย. 11, 23:14 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

สวัสดีค่ะคุณmanjumbo

รักษาสุขภาพด้วยนะคะ

q*021

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
นะฮะ
เรทกระทู้
« ตอบ #2 เมื่อ: 26 พ.ย. 11, 23:29 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ท่านผู้อาวุโส ที่เคารพ

เรื่องคนเราต่างจิตต่างใจนั้น มันไม่แปลกหรอก..

ท่านยกเรื่องตนเองกับน้องชาย.มาเป็นตัวอย่าง..

กรณีเช่นนี้..มันก็มีมาแบบคู่โลกเลยหละ..

อย่าแต่ว่าคนอื่นเลย..ลูกของเราเลี้ยงมากับมือแท้ ๆ..บางคนและหลาย ๆ คนแนวคิดทัศนคติของเขายังไม่เหมือนของพ่อแม่เลย....

ในสมัยพุทธกาล เทวฑัตซึ่งมีศักดิ์เป็นเจ้าพี่ของพระพุทธเจ้า ยังกลับกลายเป็นศัตรูผู้คอยล้างผลาญพระพุทธเจ้าตลอดมา จนจวบลมหายใจเฮือกสุดท้ายแห่งชีวิต จึงจะสำนึกผิดได้...

สิ่งที่มันทำให้คนเราไม่เหมือนกัน พวกนักวิชาการสมัยใหม่เขาก็ได้ชี้ว่า กรรมพันธุ์ มีส่วนอยู่ด้วย และสิ่งแวดล้อม ก็เป็นปัจจัยที่สำคัญกว่า

แต่ที่ผมเชื่อมาก ๆ ก็คือ การศึกษานั่นเอง ที่จะทำให้คนเรามีแนวติด ทัศนคติดีชั่วมากน้อยเพียงใด...

การศึกษาในที่นี้ หมายถึง การศึกษาในระบบของสังคมและศึกษาภายในตนเอง การศึกษาในระบบ ได้แก่ การอ่านออกเขียนได้ การสามารถรับสื่อสารในรูปแบบต่าง ๆได้ดี ( ซึ่งจะช่วยให้สามารถที่จะอ่านและเข้าใจในสาระคำสอนต่าง ๆ จากตำรา หรือรับฟังที่ลึกซึ้งมาก ๆได้)
ส่วนการศึกษาภายใน ก็คือ การเรียนรู้ภายในตนเอง เช่น รู้ว่า ตนเองเป็นใคร..?? เกิดมาทำไม..?? เกิดมาเพื่ออะไร..??? แล้วท้ายที่สุดจะไปไหน..?? และรู้ว่าอะไรเป็นสิ่งที่มีค่าที่สุดในการเกิดมาเป็นมนุษย์ในชาติหนึ่ง..

การศึกษาตามระบบนั้น อาจเรียกได้ว่า มันเป็นเครื่องมือที่ทำให้มนุษย์นั้น มีศักยภาพในการเรียนรู้ได้อย่างไม่จำกัด..ซึ่งหากคนใช้ศักยภาพตัวนี้ไปในทางเห็นแก่ตัว มันก็จะทำให้กลายเป็นอย่างสังคมมนุษย์ในปัจจุบันนี้นั่นเอง..คือ การศึกษาแต่ทางวิชาการ กลายเป็นเครื่องมือเพิ่มความเห็นแก่ตัว ทุกคนมุ่งแต่จะเอารัดเอาเปรียบ การกดขี่ข่มเหงรังแกกันจึงเกิดขึ้นทุกมิติ ทุกเวลาสถานที่...

" ความรู้เช่นนี้ ท่านเรียกว่า รู้ท่วมตัว แต่เอาหัวไม่รอด เพราะ พอมันถึงทางตัน จนแต้มในชีวิตขึ้นมา มันก็เอาปืนจ่อขมับตนเอง.."
ความรู้ทางโลก จึงไม่ได้เป็นเครื่องหมายประกันของคนมีความสุข ความสำเร็จในชีวิตเสมอไป..หากทว่า คน ๆ นั้น เป็นผู้ขาดคุณธรรม ขาดหลักธรรมประจำใจที่ถูกต้อง...
แต่คนที่รู้ทั้งวิชาการและยังรู้จักตนเองอย่างถูกต้องตามกฏแห่งธรรมชาติ..

นั่นคือ ผู้ที่ประสบผลสำเร็จอย่างแท้จริง..

สรุป..การศึกษา จึงทำให้คนเราแตกต่างกัน...!!!!!!
q*032q*033q*039



noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #3 เมื่อ: 26 พ.ย. 11, 23:29 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

สวัสดีครับ คุณ คิม

ขอบคุณที่ให้กำลังใจอยู่เสมอๆครับ

หนุ่มใดได้คุณคิมเป็นคู่ครอง ต้องโชคดี และมีความสุข แน่นอน

ไม่รู้ว่ารูปร่างหน้าตาจะสวยหรือไม่สวย.. แต่ที่แน่ๆ มีจิตใจงาม

//ช.ผาสุข

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
k542
เรทกระทู้
« ตอบ #4 เมื่อ: 26 พ.ย. 11, 23:52 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
สวัสดีครับ คุณ คิม

ขอบคุณที่ให้กำลังใจอยู่เสมอๆครับ

หนุ่มใดได้คุณคิมเป็นคู่ครอง ต้องโชคดี และมีความสุข แน่นอน

ไม่รู้ว่ารูปร่างหน้าตาจะสวยหรือไม่สวย.. แต่ที่แน่ๆ มีจิตใจงาม

//ช.ผาสุข


ขอบคุณคุณmanjumboที่ชมคิม

เหมือนในยูทูปลิ้งค์สาวเสื้อแดง จะเห็นคิมแว๊บๆๆนะ

ท่านอาจจะเคยเห็นก็ได้ คิมถึงบอกงัยคะว่า

ถ้าใครเห็นคิมแล้วจะตกใจ คริ คริ

ขอไม่บอกว่าลิงค์อันไหน... q*073
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #5 เมื่อ: 27 พ.ย. 11, 04:13 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
ไม่เคยแวะเข้ามาแสดงความคิดเห็นในกระทู้ของจขกท.เลย เนื่องจากความเห็นของ จขกท.ค่อนข้างไปคนละแนวทาง จึงไม่ค่อยกล้าแทรกเกรงจะกลายเป็นวิวาทะ ซึ่งไม่ค่อยชอบเอามากๆ แต่มาระยะนี้เห็นบอกว่าเลิกแสดงความคิดเห็นทางการเมืองทุกชนิด และเห็นหัวข้อกระทู้ว่า"กรงจักร กับ ดอกบัว" ก็เลยลองแวะมาแสดงความคิดเห็นด้วย จขกท.คงไม่ว่าอะไรกระมัง แต่ถ้าไม่ถูกใจก็อนุญาตให้ลบ คห.ได้เลยไม่ว่ากัน

กงจักร ดอกบัว เป็นสัญญลักษณ์บอกถึงความถูกความผิดความดีความชั่ว ที่มีในความคิดในใจของตน แน่นอนกงจักรเป็นสัญญลักษณ์ของความชั่วร้ายเพราะทำร้ายคนให้บาดเจ็บล้มตายได้ มีแต่โทษหาประโยชน์น้อยมากเพราะเป็นอาวุธ ส่วนดอกบัวเป็นสัญญลักษณ์ของความดีงาม เพราะสามารถใช้ประดับและบูชาได้ ไม่ทำร้ายไคร มีแต่ประโยชน์หาโทษน้อย คงไม่มีไครเอาดอกบัวไปเป็นอาวุธทำร้ายคน

ตามความเห็นของผม ปัญหามันอยู่ตรงที่ว่า แต่ละคนไม่เคยคิดว่าตนเป็นกงจักร แต่จะคิดว่าเป็นดอกบัวอยู่เสมอและตลอดไปจนตาย ไม่มีคนชั่วร้ายคนใหนยอมรับตนเองเลยว่าไม่ดีงาม ในความรู้สึกของ ขี้เหล้า ขี้ยา โจร เขาก็มีเหตุผลของเขาและว่าเขาดีงามทั้งนั้น เคยลองคุยดูแล้วโลกของเขาก็เป็นอีกโลกหนึ่งที่เราเข้าไม่ถึง เพราะขนาดการยกย่องเชิดชูคนในกลุ่มของเขา เขาก็ยกย่องเชิดชูคนที่ปล้นเก่งฆ่าเก่งขึ้นเป็นหัวหน้า และยกว่านี่คือสุดยอดคนดีของเขา คนปล้นไม่เป็นไม่ทำร้ายคนเขาไม่เอาเด็ดขาด

แสดงว่าดีของแต่ละสังคมนี่ต่างกันโดยสิ้นเชิง เพราะอีกสังคมหนึ่งที่ชอบทำหากินโดยสุจริตไม่เบียดเบียนกัน ช่วยเหลือสงเคราะห์ยามมีความทุกข์ความยาก มีปัญหาอุปสรรคก็ปรึกษาหารือกันโดยดี ไม่กระโชกโฮกฮากเข้าหากันเหมือนสัตว์โลกชนิดอื่น ยกย่องก็ยกย่องคนที่ไม่ชอบปล้นไม่ชอบฆ่า ไม่ชอบรังแกกันเป็นหัวหน้า ดูไปก็คล้ายกับกลุ่มโลกเสรีก็ว่ากลุ่มเขาดีและว่าอีกกลุ่มซึ่งไม่เสรีว่าไม่ดี อีกกลุ่มซึ่งไม่เสรีก็ว่ากลุ่มเสรีว่าไม่ดี

จะไปพิสูจน์ว่าสังคมที่ดีต้องมีความสุขสงบไม่เข่นฆ่ามีความเจริญ ส่วนสังคมที่ไม่ดีเข่นฆ่ากันมีความทุกข์ความเดือดร้อน ก็คงไม่ได้เพราะเขาชอบของเขาแบบนั้นและก็ว่าดีด้วย โดยความเป็นจริงในทั้งสองสังคมก็คงมีส่วนดีและส่วนไม่ดีปนอยู่บ้าง คงไม่มีสังคมใหนดีไปทั้งหมด ปัญหาจึงอยู่ที่ว่า เราชอบสังคมแบบใหนก็เลือกอยู่สังคมนั้น หรือถ้าชอบต่างกันและจำเป็นต้องอยู่ร่วมกันเราจะใช้สังคมแบบใหนเป็นเครื่องมือในการอยูร่วมกันต่างหาก รักษาสภาพแบบนั้นไว้ได้ สังคมแบบใหนก็อยู่ได้ตามกติกากลาง

ส่วนวิธีแก้ไข ถ้าอยากให้สังคมเป็นไปตามที่เราอยากได้ มีอยู่สองวิธี วิธีแรกใช้กำลังที่เหนือกว่าบังคับเอา จะได้ทันที่รวดเร็วทันใจ แต่ไม่ถาวรเพราะเราไม่ได้เปลี่ยนที่ต้นเหตุคือที่ใจแต่ใช้วิธีบังคับที่กาย ส่วนวิธีที่สอง ใช้วิธีกล่อมเกลาแนะนำชักจูงจิตใจให้เห็นคล้อยตามเรา ซึ่งช้ามากไม่ทันใจและก็ไม่แน่ว่าจะได้ผลทั้งหมด แต่ถาวรและตลอดไปเพราะเปลี่ยนที่ต้นเหตุคือใจซึ่งเป็นผู้บังคับบัญชาของกายอีกที ไม่ลองเปลี่ยนใจน้องชายดูบ้างเผื่อจะได้ผล ยังไงเลือดก็ข้นกว่าน้ำ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 27 พ.ย. 11, 07:05 น โดย redbird2011 » noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #6 เมื่อ: 27 พ.ย. 11, 06:44 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

การปล่อยวาง อย่างบริสุทธิ์ใจ
จะทำให้ทุกอย่างดีขึ้น และสุขสงบครับ....

ว่าแต่ว่า ท่านแมน ไม่สนใจบวชเหรอครับ 555

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #7 เมื่อ: 27 พ.ย. 11, 07:05 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

สวัสดียามเช้าครับ คุณไข่นุ้ย

แสดงว่าคุณไข่นุ้ย ไม่ได้อ่านกระทู้หนึ่งของผม เรื่องผมไปบวชพระมาแล้ว 15 วัน เมื่อเกือบ 20 ปีที่ผ่านมา

ที่สำคัญ ผมบวชเพียง 15 วัน ทำให้พระเณรสับสน กันทั้งวัด อีกทั้งยังทำให้สมาชิกในเนตบางคน ถึงกับปวดฟัน (เริ่มจากปวดหมองก่อน)ไม่อยากฉายซ้ำ ลองเข้าไปในกระทู้ของผมทั้งหมดดูครับ ถ้าใส่ฟันปลอมระวังหน่อย เดี๋ยวหัวเราะจนฟันปลอมหลุด

//ช.ผาสุข

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #8 เมื่อ: 27 พ.ย. 11, 07:58 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

บวช 15 วัน น้อยไปครับท่านแมน
ศีลตั้ง 270 กว่าข้อ
จะซึมซับได้ใน 15 วันได้จะได
รู้อย่างเดียวยังไม่พอครับ ต้องฝึกตนให้ปฎิบัติให้ได้
โอ้....ต้องใช้เวลาหลายพรรษานะครับ ท่านแมน

ถ้าบวช แล้วออกเหรียญเมื่อไหร่
กริ๊งกร๊าง มาบอกนะครับ
จะเช่าไว้ซักองค์ 555

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #9 เมื่อ: 27 พ.ย. 11, 08:22 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

สวัสดีครับ คุณ Redbird 2011

ผมเล่าเมื่อตอนเด็กวัยหนุ่มนะครับ...ไม่ใช่ลักขโมยเป็ดขโมยไก่ กะละมัง แต่มันปล้น ระดับ อ้ายเสือ แม้กลับตัวกลับใจมานานแล้ว เดี๋ยวนี้ผู้คนก็ยังเรียกว่า อ้า ยเสือ แต่หลังจากที่เขาติดคุก ออกจากคุก ผมต้องพา"หนีตาย" ไปตามอำเภอต่างๆที่ผมย้ายไปรับราชการ ทุกแห่งสร้างปัญหาให้กับผมอย่างมากมาย

เล่าสัก 1 เรื่อง ใน 50 เรื่อง ที่หัวหิน.. มีพวกตังเก ตัวโตล่ำบึ๊ก ในชุดดำออกเรือ เดินมาข้างหน้าเกือบเต็มซอย เป็นกลุ่ม 7-8 คน เดินสวนทางมากับเราสองคน ผมหลีกทางให้พวกตังเก แต่ น้องชายผม มันเดินผ่า ตรงกลาง บ่าชนกันเพียงเฉียดๆ ทั้ง 8 คนหันขวับมาจะเล่นงาน แต่โชคดี ผมแต่งชุดกากีชุดข้าราชการ ไม่งั้นโดนกระทืบแบน ตังเกชายทะเลใครๆก็รู้กิตติศัพท์..

ผมด่ามันว่า ทำไมไม่หลีกทางให้พวกมัน น้องชายของผมมันบอกว่า "ไปหลีกให้มันทำไม กลัวมันทำไม?" ผมละกลุ้ม อีกหลายเรื่องเล่า 3 วันไม่จบ แต่ละงานหาเรื่องตายทั้งสิ้น พามาอยู่กรุงเทพ 2 เที่ยว เที่ยวหลัง พามาอยู่ทั้งเมียลูกมันด้วย 4 ชีวิต รวมน้องหลานอีก เกือบ 20 ชีวิต ส่งให้ลูกหลานเรียนหนังสือ

ผมต้องทำการล้างสมองของมัน..สมัยก่อน พามันไปนั่งกินเสต๊ค ตึกโชคชัย ชั้น 17ที่ถนนสุขุมวิท สมัยนั้นสูงที่สุดในประเทศไทย จำได้ว่า เสต็คเนื้อจานละ 500 บาท แพงกว่าทองคำหนัก 1 บาท ตอนนั้น ทองบาทละ 450 บาท นั่งชมวิวไปด้วย อธิบายล้างสมองไปด้วย

บอกมันว่า เจ้าของตึกที่สูงที่สุดในประเทศไทย(สมัยนั้น) เป็นคนยากจนมาก่อน อดีตเป็นพ่อค้าขายถ่านหุงข้าว ทุกคนมีสิทธิ์ ร่ำรวย เป็นเศรษฐี ...อีกหลายเรื่องราว เล่าไปก็เหมือนสาวใส้ให้กากิน

สรุปว่า นานมาก...น้องชาย กลับใจเป็นคนดีของหมู่บ้าน ทำธุรกิจค้าผลเกษตรในหมู่บ้าน มีนา มีสวนยาง ลูกสาว 2 คนจบปริญญา คนหนึ่งทำงานที่ศาล น้องชายเป็นคนขยัน หนักเอาเบาสู้ ส่วนเกเร ก็ส่วนหนึ่ง ส่วนเงิน ลูกสาว เมีย เป็นคนคุม เดี๋ยวนี้ฐานะดีกว่า ผม ซะอีก ยางพาราทุกเช้าตากขาวพรืด

นี่ได้ข่าวมาอีกแล้วความเลวของมัน ไม่ทิ้งนิสัย เกิดยามดาวโจร คือมันเข้าหุ้นส่วนกับเจ้ามือเล่นปอ การพนัน เล่นปอ (ภาคกลางเรียกว่าโป)พวกเซียนพนันมันก็โกงอยู่แล้ว... แก่หัวหงอกจะเข้าโลงอยู่แล้วก็มันยังมอง "กงจักร" เป็น "ดอกบัว" อยู่วันยันค่ำ โดยไม่รู้ว่าเงินการพนันมันเป็นเงินร้อน เงินบาป .. กลับบ้านคราวหน้าจะด่าให้หงายท้อง

ความจริงไม่อยากเล่า เป็นเรื่องน่าอับอาย

//ช.ผาสุข



noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
k542
เรทกระทู้
« ตอบ #10 เมื่อ: 27 พ.ย. 11, 13:01 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

เข้ามาอ่านค่ะ q*039

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #11 เมื่อ: 27 พ.ย. 11, 13:35 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ขอบคุณครับ คุณคิม

//ช.ผาสุข

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #12 เมื่อ: 27 พ.ย. 11, 19:36 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

คราวเลือกตั้ง นายก อบต.ครั้งที่ผ่านมา ญาติของผมลงรับสมัครฯ น้องสาวฟ้องมาว่า น้องชายของผม เป็นคนแจกเงิน ผมโทร.ไปด่ามัน ว่าพวกทำลายระบอบประชาธิปไตย นิสัยเลว

น้องชายมันบอกว่า จำเป็นต้องช่วยแจก เพราะนามสกุลเดียวกัน ถ้าไม่แจก แพ้สถานเดียว เลยแข่งกันแจก ทางญาติผมได้รับตำแหน่ง หมดไป 4.8 ล้าน คนที่แพ้ หมดไป 3.9 ล้าน แค่ระดับตำบล มีเงินแจก สะพัด เกือบ 10 ล้านบาท หลักจากนั้นประมาณ 3 เดือน พ่อของ นายกอบต.ถูกยิงตาย ดังไปทั่วประเทศ งานศพมีผู้คนมาทั่วสารทิศ มืดฟ้ามัวดิน ได้เงินหลายล้านบาท

ประชาธิปไตยบ้าบอคอแตกอะไร? ใช้เงินซื้อตำแหน่ง ผมด่าน้องชาย เขาบอกผมว่าถ้าไม่แจก ก้อแพ้สถานเดียว จอดไม่ต้องแจว....

น้องชายบอกผมว่า นักการเมืองโกงช่างมัน มันโกงกันทุกพรรค ช่างมัน มันได้บ้างยังดีกว่า ไม่ได้อะไร...ผมคิด..อ้ายสนขวานเอ๋ยเกิดมาเสียชาติเกิด เห็นแก่ได้ น้องชายผมว่า ..ผมมันคนโง่ บ้าแต่จะทำดี ไม่เห็นมีใครรู้ สมัยไม่มีเงินต้องยืมเงินน้อง......

เอ..ผมว่า ผมโง่จริงๆน่ะนี่ ไม่ใช่โง่ธรรมดา แต่โง่แบบดักดานเลยทีเดียว.......คนมีเงินใครๆก็ชอบ โดยไม่สนใจว่า เงินนั้นได้มาอย่างไร น้องชายบอกว่า เวลาไปซื้อของจ่ายเงิน คนขายสินค้าเขาไม่ได้ถามว่า ได้เงินมาอย่างไร....ฟังดูมันพูด

ผมโง่จริงๆด้วย 5555555

//ช.ผาสุข(คนบ้านนอกคอกนามาอยู่กรุง 49ปีแล้ว)

q*073q*073q*073q*073q*073q*073

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
วายุ
เรทกระทู้
« ตอบ #13 เมื่อ: 28 พ.ย. 11, 06:58 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
สวัสดีครับคุณแมน นั่นหล่ะครับคือวิถีแห่งชีวิตของแต่ละคน ซึ่งไม่เหมือนกันเลยสักคน น่าทึ่งมากคนพันสองพันกว่าล้านคนจะหาเหมือนทั้งหมดสักคนก็ไม่มี ไม่ว่ารูปร่างนิสัยใจคอ ผมเคยนั่งคิดเล่นๆตามประสาคนชอบคิดว่าคนทั้งโลกหรือทั้งหมดที่มีในจักรวาล(ถ้ามี)มันจะมีเหมือนกันมั่งใหม๊นะ วิถีพวกนี้หลักศาสนาผมว่าเกิดจากกรรมคือการกระทำนั่นเอง จิตใจคนจะหมือนกับสิ่งซึมซับที่ไวต่อการดูดซับเอาสิ่งรอบข้างและซึมซับเก็บไว้ได้รวดเร็วมาก

แต่ละวันเราไม่รู้ซึมซับอะไรไว้เยอะแยะไปหมด ทั้งดีทั้งร้าย ทั้งสะอาดทั้งไม่สะอาด ซึ่งมันมีอิทธิพลสามารถเปลี่ยนแปลงชีวิตเราไปตามมันได้มากมายจนคาดไม่ถึง บางอย่างที่ทำไปแล้วมานั่งคิดอยู่จนตายก็ยังไม่หายเสียใจ(ทำไปได้ยังไง) แต่บางอย่างทำไปแล้ว รู้สึกดีใจภูมิใจไปจนตายก็ไม่หาย ปะปนกันยุ่งเหยิงไปหมด ในโลกจึงไม่มีคนที่สมบูรณ์ทั้งหมด และคนเลวร้ายร้อยเปอร์เซ็นต์โดยไม่เหลือส่วนดีเลย แม้แต่คุณแมนซึ่งเห็นไม่เหมือนกัน แต่ผมก็ยังมองเห็นความดีงาม ปนอยู่ในความไม่เหมือนกันนั้นมากมาย และค่อนข้างจะมีค่าต่อโลกมนุษย์ใบนี้ด้วย

ดีใจด้วยที่ผมพูดเล่นๆว่าให้เปลี่ยนน้องชาย นึกไม่ถึงว่าคุณแมนเปลี่ยนได้จริงๆ คงเห็นกระมั่งครับว่าเขาไม่ได้เปลี่ยนได้ด้วยกำลัง แต่เขาเปลี่ยนได้ด้วยสายใยเส้นเล็กๆแต่เหนียวแน่นที่ผูกพันระหว่างพี่น้อง นั่นเป็นเพียงก้าวแรกเท่านั้นครับ อย่าพึ่งไปหวังผลถึงร้อยเปอร์เซ็นต์ สิ่งที่ซึมซับสะสมอยู่ในใจน้องชายคุณแมนมันก็เหมือนยางไม้นั่นแหละครับ ยากต่อเอาออกจากเนื้อไม้ จะบิดออกเหมือนผ้าเปียกน้ำก็ไม่ได้ จะเอามีดหั่นออกก็ไม่ได้ เผาไฟมันก็จะไหม้หมด

อาศัยอย่างเดียวคือความร้อนที่พอดีค่อยๆลนให้ระเหยแห้งไปทีละน้อย ซึ่งนานมากเหมือนผมว่า บางทีใช้เวลาทั้งชีวิตก็ยังไม่ได้อะไรเลยก็มี น้องชายคุณแมนโชคดี ที่มีพี่ชายที่เอาใจใส่รักไคร่กันดี ความรักของมนุษย์ที่มีต่อกันเป็นสิ่งมีค่ามากมายจนใช้เวลาทั้งชีวิตก็ไม่สามารถบอกให้หมดได้เลย ไม่ว่ารักแบบเพี่อน พี่ น้อง พ่อแม่ แม่แต่เพื่อนมนุษย์ด้วยกัน เพราะมันสามารถสร้างทุกสิ่งทุกอย่างในโลกได้มากมายชนิดที่เรานึกไม่ถึง

ขอบคุณสำหรับคำสนทนา แต่นี่ก็เป็นเพียงความคิดเห็นส่วนตัวเท่านั้นนะครับ ไม่ยืนยันว่าจะต้องเป็นตามนี้ อาจไม่เหมือนของท่านอื่น ซึ่งก็มีหลากหลายมีแง่คิดน่าศึกษา ควรค่าแก่การฟังและนำมาวิเคาระห์ความรู้สึกที่อยู่หลังความคิดทั้งแหละครับ
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
นะฮะ
เรทกระทู้
« ตอบ #14 เมื่อ: 28 พ.ย. 11, 07:43 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
ท่านผู้อาวุโส ที่เคารพ

" โลกนี้ถูกห่อหุ้มด้วยตัณหาและอวิชชา "

" ฝูงนกกระจาบถูกข่ายนายพรานดักเอาไว้ จึงติดตาข่ายเกือบหมดทั้งฝูง น้อยตัวที่สามารถหลุดรอดไปได้ "

พุทธภาษิต


ที่ยกพุทธภาษิตมา ก็เพียงอยากจะบอกว่าพระพุทธเจ้า ท่านเป็นยอดมนุษย์ ท่านชี้บอกว่า มันเป็นธรรมดาของโลกมนุษย์ ที่อำนาจของสิ่งที่ไม่ถูกต้อง ไม่ดีไม่งามนั้น มันมากมายกว่าสิ่งที่ถูกต้องแน่นอน..

แต่มนุษย์ทั้งหลายก็จะต้องเรียนรู้และต่อสู้เอาเอง..

ในสังคมของประเทศไทยเราก็เช่นกัน วิวัฒนาการทางการปกครอง การบริหารบ้านเมือง มันก็คงจะต้องใช้เวลาอย่างแน่นอน..

ทุกอย่างในชีวิตมนุษย์มันคือ การสืบต่อ ประเทศอังกฤษซึ่งถือว่าเป็นแม่แบบของระบอบประชาิปไตย เขาได้ใช้เวลานานหลายชั่วชีวิตคน กว่าจะพัฒนาระบอบประชาธิปไตยมาจนถึงจุดที่ถือว่าสมบูรณ์ที่สุดแล้ว

แต่คนไทยและประเทศไทยเพิ่งจะพัฒนามาแค่ 6-70 กว่าปีเอง ซึ่งคงเป็นไปไม่ได้ ที่จะให้ทุกสิ่งมันเต็มร้อย สมบูรณ์ที่สุด ดังที่ใจเราต้องการ..

อันความผิด ความชั่ว หรือ ความถูกต้องดีงาม มนุษย์ก็ได้บัญญัติมาจากหลักธรรมทั้งสิ้น

ความชั่ว ความไม่ถูกต้อง ก็คือ กิเลส ตัณหา อวิชชา ความโง่เขลา ความไม่รู้ หรือเรียกอีกอย่างว่า " อธรรม " นั่นเอง...สิ่งนี้เกิดขึ้นเพราะอำนาจของมิจฉาฑิฎฐิ

ส่วนความดี ความงาม ความถูกต้อง ก็คือ สติ ปัญญา ความรอบรู้ หรือธรรมะ ที่เกิดขึ้นมาจากอำนาจแห่ง " สัมมาฑิฎฐิ "

ดังนั้นจึงสรุปว่า โลกนี้ทุกเวลา-นาที ก็ยังเป็นเวทีแห่งการต่อสู้ของฝ่ายธรรมะ(ดี) กับฝ่ายอธรรม (ชั่ว) หรือฝ่ายเทพ(ดี) กับฝ่ายมาร (ชั่ว)อยู่นั่นเอง...

" บางสิ่งบางอย่างของคนเรานั้น เราก็ไม่สามารถจะแก้ไขให้มันได้ผลดังใจได้ทันที เพียงแต่ได้เรียนรู้และเข้าใจมันเท่านั้น วิวัฒนาการต่าง ๆ มันย่อมจะก้าวไปตามทางของมันเอง.."
q*020q*021q*005q*039
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #15 เมื่อ: 29 พ.ย. 11, 09:58 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

เงิน เงิน เงิน ผู้คนส่วนใหญ่บูชา แต่ก็ยังมีอีกส่วนที่ไม่ได้เห็นเงินเป็นปัจจัยหลักในการดำเนินชีวิต อีกส่วนที่ว่ามันเป็นส่วนน้อยนิดที่ยังคงเหลืออยู่ q*027q*027

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:  ดอกบัว 

หน้า: 1

 
ตอบ

ชื่อ:
 
แชร์ไป Facebook ด้วย
กระทู้:
ไอค่อนข้อความ:
ตัวหนาตัวเอียงตัวขีดเส้นใต้จัดย่อหน้าชิดซ้ายจัดย่อหน้ากึ่งกลางจัดย่อหน้าชิดขวา

 
 

[เพิ่มเติม]
แนบไฟล์: (แนบไฟล์เพิ่ม)
ไฟล์ที่อนุญาต: gif, jpg, jpeg
ขนาดไฟล์สูงสุดที่อนุญาต 20000000 KB : 4 ไฟล์ : ต่อความคิดเห็น
ติดตามกระทู้นี้ : ส่งไปที่อีเมลของสมาชิกสนุก
  ส่งไปที่
พิมพ์อักษรตามภาพ:
พิมพ์ตัวอักษรที่แสดงในรูปภาพ
 
:  
  • ข้อความของคุณอยู่ในกระทู้นี้
  • กระทู้ที่ถูกใส่กุญแจ
  • กระทู้ปกติ
  • กระทู้ติดหมุด
  • กระทู้น่าสนใจ (มีผู้ตอบมากกว่า 15 ครั้ง)
  • โพลล์
  • กระทู้น่าสนใจมาก (มีผู้ตอบมากกว่า 25 ครั้ง)
         
หากท่านพบเห็นการกระทำ หรือพฤติกรรมใด ๆ ที่ไม่เหมาะสม ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเสื่อมเสียแก่สถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ รวมถึง การใช้ข้อความที่ไม่สุภาพ พฤติกรรมการหลอกลวง การเผยแพร่ภาพลามก อนาจาร หรือการกระทำใด ๆ ที่อาจก่อให้ผู้อื่น ได้รับความเสียหาย กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม