หน้า: 1

ชนิดกระทู้ ผู้เขียน กระทู้: ซื้อบ้านใหม่เตรียมเฮ...รบ.เพิ่มจาก 3 ล้านเป็น 5 ล้าน แถมจะได้ลดภาษีอีก 10%  (อ่าน 143 ครั้ง)
add
เรทกระทู้
« เมื่อ: 20 ก.ย. 11, 15:38 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
Send E-mail

แบ่งปันกระทู้นี้ให้เพื่อนคุณอ่านไหมคะ?

ปิดปิด
 
เงินเดือน ขรก. 15000 บาท ก็อนุมัติพร้อมลูกจ้างชั่วคราว งานนี้ได้ยิ้มกันทั่วหน้า

เอาเลย...เชียร์ๆๆ รบ. ทำให้ประชาชนมีเงินในกระเป๋ามากขึ้น

ประชาชนก็เอาเงินออกมาใช้มาจ่ายเพิ่มขึ้น

รัฐบาลก็เก็บภาษีได้เพิ่มขึ้น

จะไปหวังพึ่งเศรษฐกิจ หรือรายได้จากตปท.คงจะลำบาก

ก็ต้องช่วยกระตุ้นกันภายในประเทศนีี่หล่ะ


ดูอย่างประเทศเนเธอร์แลนด์ ดำเนินนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจหมุนเวียนในประเทศตนเองด้วยการแบ่งโซนเกษตรกรรม เช่นโซน A ปลูกผัก โซน B เลี้ยงสัตว์ โซนผักต้องไปซื้อเนื้อจากโซน B มาปรุงกับผัก โซนเลี้ยงสัตว์ก็ไปซื้อผักจากโซน A มากิน ทำให้เกิดกระแสหมุนเวียนภายในเป็นอย่างดี
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า

กระทู้ฮอตในรอบ 7 วัน

add
เรทกระทู้
« ตอบ #1 เมื่อ: 20 ก.ย. 11, 16:55 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

เรื่องเงินเดือนหมื่นห้าตอนหาเสียงไม่เห็นบอกนี่ว่าจะได้แต่ข้าราชการงานนี้โดน

ป.ตรีที่ไม่ได้ยำใหญ่แน่ๆปูแดงเอ๋ย แล้วเรื่องบ้านหลังแรก เอื้อนักลงทุนชัดๆ

แบบนี้ไม่ต้องทำก็ได้รัฐบาลที่แล้วดีกว่าเยอะนั่นน่ะราคาบ้านไม่เกินสองล้าน

ดอกเบี้ยศูนย์%สองปีแล้วแถมฟรีค่าธรรมเนียมการโอนการจดจำนอ

งด้วยปชชรากหญ้าได้เต็มๆนี่อะไรถึงยังไงรากหญ้าก็ไม่ได้ประโยชน์จาก

นโยบายนี้แม้แต่บาทเดียวแน่นอนเพราะใช้สิบ%ของราคาบ้านไปหักภาษี

แล้วรากหญ้าบ้านแกเสียภาษีกี่คนเพราะรายได้น้อยแถมบางคนเสียก็นิด

หน่อยหักไปเหมือนไม่ได้ไร โปรโมทแหกตา กี่เรื่องแล้วที่รากหญ้าโดน

รัฐบาลนี้หลอก300/วันก็ฝันไปเถอะ(ขั้นต่ำแบบทั่วถึงทั่วประเทศอย่างที่หา

เสียงนะ)รถคันแรกก็ข้อแม้ยุบยับฝนตกไม่ทั่วฟ้า หมื่นห้าก็แค่

ข้าราชการ(แล้วเอกชนล่ะ)ซึ่งถ้าไม่โง่จนควายรียกแม่ก็คงจะรู้ว่าปชชโดน

หลอกและโดนแหกตา ก็ปล่อยไปว่าจะแถได้ซักกี่น้ำ ตอนนี้ของแพงหูดับ

รากหญ้าถ้าไม่รู้สึกว่าโดนหลอกก็กินหญ้าแทนข้าวไปแล้วกันเพราะคงไม่มี

ใครไปช่วยได้ถ้าไม่ฉลาดช่วยตัวเอง




noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
พิมพิลาไลย
เรทกระทู้
« ตอบ #2 เมื่อ: 20 ก.ย. 11, 18:01 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
เป็นอีกนโยบายที่พิมไม่ได้ผลประโยชน์แต่พิมก็ยังดีใจที่ได้เห็นคนที่ต้องการมีบ้านหลังแรกกะเค้าบ้างได้รับผลประโยชน์ ครอบครัวที่แตกหน่อเหล่ากอของชาวรากหญ้าคงได้ขยับขยายไปสร้างครอบครัวใหม่ๆกัน ยินดีด้วยนะคะ
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #3 เมื่อ: 20 ก.ย. 11, 18:59 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
แต่อาไม่ใคร่จะเห็นด้วยอะนะ...บ้านหลังแรกทำไมต้องไปเจาะจงเฉพาะคนที่
จะต้องไปซื้อบ้านใหม่....ทำไมบ้านมือสองทำไมไม่สนองตอบคนซื้อที่จะมี
บ้านหลังแรกเป็นของตนเองกันด้วยจริงม๊ะ หนูพิม จ๋า....ความชัดเจนก็ไม่รู้ว่า
มันอยู่ตรงไหน....นโยบายโดนใจ แต่ไม่รู้โดนใจใครกันแน่...มันจะแย่เอานา
หากระบบบริหารจัดการกันไม่ดี....ระเบียบ กฎกติกา มันต้องออกมาให้ชัดเจน
ว่าซื้อเพื่ออยู่อาศัย ไม่ใช่ซื้อเพื่อเก็งกำไร? หรือใช้ยืมมือชาวบ้านไปซื้อแทน
มันต้องกำหนดไว้เป็นกติกาชัดเจน ปราศจากข้อสงสัย....ว่าซื้อมาแล้วกี่ปีถึง
จะโอนขายเปลี่ยนมือได้....แล้วเงินคืนที่ว่านี้มันคืนทันทีหรือคืนหลังจากที่มี
การตกลงผ่อนส่ง...ไปแล้วกี่งวดหรือกี่ปี...เื่รื่องอย่างนี้มันต้องชี้แจง อีกอย่าง
คนจน บ้าบออะไรมันจะมีเงินไปซื้อบ้านราคาตั้ง 5 ล้านบาท ประสาทหรือเปล่า
ขนาดบ้านเื้อื้ออาทร....ยังหาวรอเก้อ เบี้ยวส่งค่างวด ปวดขมับกันอยู่ตอนนี้
บ้านหลังหนึ่งราคาไม่กี่แสนบาท ยังไม่สามารถเือื้ออาทรต่อพี่น้องร่วมชาติได้
แล้่วถามว่าทำไม มันรวยอะไรกันนักหนา ที่อยากจะมีบ้าน 3-5 ล้านบาทกัน

จริงอยู่มันเป็นความฝัน....ของคนอยากมีบ้านแต่ถามจริง ๆ มันจะมีสักกี่สิบ
ชีวิต ที่จะมีปัญญาผ่อนบ้านราคา 5 ล้านได้เป็นผลสำเร็จ....หรือต้องเจ็ด
ชั่วโคตร...ล่ะครับท่าน สรุปว่าบ้านที่จะได้กัน ใครได้ คงไม่พ้นลูกเศรษฐี
ที่มีเงินซื้อกัน มันก็บ้านหลังแรกของลูกเหมือนกันเนอะ...และซื้อสดลด
หรือเปล่า หรือจะเอาแต่จำพวกซื้อเงินผ่อน ละพ่อแม่พี่น้องคร๊าบ....


เอ้าใครเจ๋ง เอาข้อมูลและกติกา ที่ชัวร์ มากางกันให้ดูหน่อยซิครับท่าน...

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 20 ก.ย. 11, 21:09 น โดย pantakongmha » noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
พิมพิลาไลย
เรทกระทู้
« ตอบ #4 เมื่อ: 20 ก.ย. 11, 19:50 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
รัฐบาลเค้าบังคับให้ซื้อหลังละห้าล้านด้วยเหรอค่ะ คุณอา ห้าหกแสนซื้อได้ไหม หากว่าซื้อไม่ได้ก็ถือว่าเราไม่ได้รับผลประโยชน์จากนโยบายนี้ก็แล้วกัน เพราะถึงแม้นโยบายนี้ไม่ออกมา หากเรามีความจำเป็นต้องซื้อบ้าน เงินดาวน์เรามี บัญชีเราเดินเพียงพอที่จะยืนกู้ เราก็ซื้อบ้านอยู่ดี มีหรือไม่ สำหรับเราต่างกันตรงไหนค่ะ คุณอา ส่วนคนรวยไม่ซื้อบ้านหลังล่ะห้าล้านหรอกค่ะ ดูนายกเราก็ได้ หลังล่ะ 200 ล้าน
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #5 เมื่อ: 20 ก.ย. 11, 21:08 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
รัฐบาลเค้าบังคับให้ซื้อหลังละห้าล้านด้วยเหรอค่ะ คุณอา ห้าหกแสนซื้อได้ไหม หากว่าซื้อไม่ได้ก็ถือว่าเราไม่ได้รับผลประโยชน์จากนโยบายนี้ก็แล้วกัน เพราะถึงแม้นโยบายนี้ไม่ออกมา หากเรามีความจำเป็นต้องซื้อบ้าน เงินดาวน์เรามี บัญชีเราเดินเพียงพอที่จะยืนกู้ เราก็ซื้อบ้านอยู่ดี มีหรือไม่ สำหรับเราต่างกันตรงไหนค่ะ คุณอา ส่วนคนรวยไม่ซื้อบ้านหลังล่ะห้าล้านหรอกค่ะ ดูนายกเราก็ได้ หลังล่ะ 200 ล้าน

ก็คงจะซื้อได้ แต่ไม่รู้ว่าเข้าหลักหรือกฎเกณฑ์ของเขาหรือเปล่า อาพันถึง
พยายามจะถามหรือบอกว่า...ทำให้ชาวบ้านเขากระจ่างก่อนดีกว่าไหม? แต่
ไหน ๆ ก็ไหน ๆ แล้วจัดหาเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง หรือหน่วยงานของรัฐ กรม
สรรพากร หรือเจ้าหน้าที่ เอาเขาไปอบรม บ่มกรรมวิธี แนวทางที่จะปฎิบัติให้
มันเ้้ข้าใจกันอย่างชัดเจนเป็นเอกภาพก่อน ดีกว่าไหม? ไม่ใช่คนนั้นพูดทีคนนี้
พูดที แบบนี้สับสนกันทั้งสังคมพอดี บ้านมือสองเข้าเกณฑ์ไหม? คอนโดล่ะ
บ้านไม่ถึงล้านลดภาษีให้หนูไหม? อะไรประมาณนั้น...แต่คำว่า 5 ล้าน
นี่อาเข้าใจว่า เขาให้เพดานถึง 5 ล้านบาทอะน่ะ ราคาบ้าน....แต่ก็อย่างที่
บอกคนจนมันจะมีปัญญาซื้อเหรอ ต่อให้คนเดือน ๆ ละ 3 หมื่นก็ได้เอ้า...
แต่ก็สนับสนุนอะนะ สำหรับคนที่จะมีบ้านหลังแรก....แต่ให้เขาหลังละไม่
เกิน 3 ล้าน ก็น่าจะพอดีแล้ว...เพราะต่างจังหวัดก็พอได้นะ 80 ตรว.ก็น่า
จะพอดี แต่กทม..นี่ก็ต้องไกลโพ้นหน่อย คงจะได้แต่ทาวน์เฮ้าส์...ถึงบอก
ว่ามันน่าจะอนุโลมบ้านมือสอง คนที่เช่าเขาอยู่อาศัย เกิดพอใจอยากจะได้
บ้านหรือคอนโดที่ตัวเองอยู่เช่ามานานจนชิน ก็ยินดีที่จะซื้อหรืออยากจะผ่อน
ก็น่าจะโอนอ่อนผ่อนปรนกันนะ....อาถึงบอกว่าเอารายการละเอียดให้มัน
ชัดเจนดีกว่า กันประชาชนสับสน...คนทำก็มั่วคนฟังยิ่งโดนปั่นไปกันใหญ่


คนรวยเขาไม่ซื้ออะถูกแล้ว แต่อาจจะได้ประโยชน์ตอนซื้อให้ลูกนี่ไงหนู
มันสามารถเก็งกำไรได้นะ....เพราะมันได้ลดปีละเป็น แสนนะภาษีอะ...
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
พิมพิลาไลย
เรทกระทู้
« ตอบ #6 เมื่อ: 20 ก.ย. 11, 21:17 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

คลอดแล้ว! บ้านหลังแรกราคาไม่เกิน5ล้าน ลดหย่อนภาษีไม่เกิน5แสน มีผลทันทีพรุ่งนี้

วันที่ 20 กันยายน พ.ศ. 2554 เวลา 14:48:09 น.

ในการประชุมคณะรัฐมนตรีวันนี้(20ก.ย.) คณะรัฐมนตรีได้มีมติเห็นชอบตามข้อเสนอของกระทรวงการคลังเกี่ยวกับมาตรการภาษีเพื่อช่วยเหลือประชาชนให้มีที่อยู่อาศัยเป็นของตนเองโดยยกเว้นเงินได้ที่ได้จ่ายเป็นค่าซื้ออสังหาริมทรัพย์ที่เป็นอาคารพร้อมที่ดิน หรือห้องชุดในอาคารชุด เพื่อเป็นที่อยู่อาศัย ซึ่งมีมูลค่าไม่เกิน 5 ล้านบาท เป็นเงินได้พึงประเมินที่ได้รับการยกเว้นไม่ต้องรวมคำนวณเพื่อเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาตามหลักเกณฑ์ดังต่อไปนี้





(1)เป็นเงินได้ที่จ่ายเป็นค่าซื้ออสังหาริมทรัพย์ที่เป็นอาคารพร้อมที่ดิน หรือห้องชุดในอาคารชุด เพื่อเป็นที่อยู่อาศัย ตามจำนวนที่จ่ายจริง ในอัตราไม่เกินร้อยละ 10 ของมูลค่าอสังหาริมทรัพย์ แต่ไม่เกิน 500,000 บาท


(2)ผู้มีเงินได้มีสิทธิยกเว้นภาษีเป็นจำนวนเท่า ๆ กันในแต่ละปีเป็นเวลา 5 ปีภาษีต่อเนื่องกัน ตามจำนวนที่จ่ายจริง แต่รวมกันแล้วไม่เกิน 500,000 บาท


(3)การยกเว้นภาษีจะใช้วิธีการหักค่าลดหย่อน ซึ่งผู้มีเงินได้สามารถเลือกใช้สิทธิ์ครั้งแรกสำหรับเงินได้ในปีที่ได้โอนกรรมสิทธิ์หรือปีถัดไปก็ได้ โดยสามารถหักเป็นค่าลดหย่อนได้ต่อเนื่องกันเป็นเวลา 5 ปี


(4)ผู้มีเงินได้ต้องจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ในอสังหาริมทรัพย์ให้แล้วเสร็จ ตั้งแต่วันที่ 21 กันยายน 2554ถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2555


(5)ผู้มีเงินได้ต้องไม่เคยมีกรรมสิทธิ์ในอสังหาริมทรัพย์เพื่อเป็นที่อยู่อาศัยมาก่อน


(6)ผู้มีเงินได้ต้องมีชื่อเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ในอสังหาริมทรัพย์ที่ซื้อเป็นเวลาติดต่อกันไม่น้อยกว่า 5 ปีนับแต่วันที่จดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ในอสังหาริมทรัพย์และอสังหาริมทรัพย์นั้นต้องไม่เคยผ่านการจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์มาก่อนไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน



ทั้งนี้ กรมสรรพากรจะได้มีประกาศอธิบดีกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขต่อไป



นายบุญทรง เตริยาภิรมย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวว่า มาตรการภาษีเพื่อช่วยเหลือประชาชนให้มีที่อยู่อาศัยเป็นของตนเองของกระทรวงการคลังดังกล่าว เป็นการช่วยเหลือประชาชนผู้มีรายได้น้อยและยังไม่เคยมีบ้านหรือที่อยู่อาศัยเป็นของตนเอง ให้ได้มีที่อยู่อาศัยเป็นของตนเอง ซึ่งเป็นการดำเนินการตามนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาลเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน


นายสาธิต รังคสิริ อธิบดีกรมสรรพากร กล่าวเพิ่มเติมว่า มาตรการภาษีเพื่อช่วยเหลือประชาชนให้มีที่อยู่อาศัยเป็นของตนเอง เป็นการลดภาระการลงทุนสำหรับสิ่งจำเป็นในชีวิตของประชาชน โดยการใช้สิทธิยกเว้นภาษีดังกล่าว จะมีผลกระทบต่อการบริหารการจัดเก็บภาษีอากร ประมาณ 1,700 ล้านบาท แต่ผลของมาตรการดังกล่าวยังทำให้ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์มีการขยายตัวเพิ่มขึ้นอีกด้วย

ที่มา มติชน ออนไลน์

พิมหามาให้คุณอาแล้วค่ะ

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #7 เมื่อ: 20 ก.ย. 11, 21:53 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
ขอบคุณครับ...ที่นี้ก็วกกลับมาไงครับ...ในข้อที่ต้องห้ามตามข้างล่างนี้เลย

ทั้งนี้ กรมสรรพากรจะได้มีประกาศอธิบดีกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขต่อไป

นี่ไง?? หน่วยงานที่เกี่ยวข้องความชัดเจน...และนักธุรกิจอสังหาริมทรัพย์
ก็ต้องเข้าใจกฎกติกาให้มันถูกต้องตรงกันด้วย....จุดนี้แหล่ะคือหัวใจที่
โครงการแต่ละโครงการออกมา...มันถึงได้สร้างปัญหามากกว่ามาช่วยเหลือ
ไง หนูพิม...ที่อากลัว กลัวตรงนี้...มันเร่ง ๆ เร่งทั้งถีบทั้งยันดันกันออกมา
มันต้องตกผลึกและเข้าใจกันทุกฝ่าย...กันให้ได้เสียก่อน นั่นก็จะทำให้ทุก
อย่างมันดูราบรื่น...ถาม - ตอบ กับประชาชน ผู้คนที่เกี่ยวข้องได้ถูกต้อง
ทุกกระบวนความ....ไม่ใช่ถามปุ๊บ ติดปั๋บ ตอบกึก ๆ กัก ๆ เดี๋ยวกลับไปดู
ใหม่ หรือไปดูรายละเอียดกันอีกครั้ง...พังกันพอดีแบบนี้...และกรณีที่ยก
มากล่าวอ้างข้างต้นของหนูพิม...เรื่องระเบียบปฎิบัติเพื่อความเข้าใจ มันก็
ต้องมีคนสงสัย ไม่มีตรงไหนบอกว่าบ้านใหม่ แล้วบ้านมือสอง เราไปจับจอง
เป็นเจ้าของได้ไหม มันก็หลังแรกของเราเหมือนกัน เห็นม๊ะ? ใครละจะตอบ
การบริหารจัดการทั้งนั้น คือคำตอบ นั่นก็คือความพร้อมรอบด้านของนโยบาย...
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
พิมพิลาไลย
เรทกระทู้
« ตอบ #8 เมื่อ: 20 ก.ย. 11, 22:22 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

แล้วคุณอาจะให้ทำอย่างไร ต้องโทษรัฐบาลที่ไม่รัดกุมหรือต้องโทษตัวเราที่เร่งรีบเกินไป รัฐบาลนี้เข้ามาวันแรกก็เจอกับคำว่า ทำทันที อีกด้านก็ ทำไม่ได้ยุบพรรค เคยให้โอกาศให้เวลากับรัฐบาลพิจารณาให้รอบด้านบ้างมั๊ย นี่ไงค่ะ ทำทันที รัฐบาลนี้บริหารมาได้สองเดือนแล้ว มีกี่เรื่อง นโยบายกี่ข้อที่ได้ทำไป ตั้งแต่ยกเลิกการเก็บกองทุนน้ำมัน รถคันแรก บ้านหลังแรก 300-1500 จำนำข้าว อื่นๆอีกจนพิมยอมรับว่า แม้แต่พิมซึ่งตามติดรัฐบาลนี้ยังตามไม่ทัน พอใจกันหรือยังกับคำว่า ทำทันที

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
k542
เรทกระทู้
« ตอบ #9 เมื่อ: 21 ก.ย. 11, 01:32 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
เป็นอีกนโยบายที่พิมไม่ได้ผลประโยชน์แต่พิมก็ยังดีใจที่ได้เห็นคนที่ต้องการมีบ้านหลังแรกกะเค้าบ้างได้รับผลประโยชน์ ครอบครัวที่แตกหน่อเหล่ากอของชาวรากหญ้าคงได้ขยับขยายไปสร้างครอบครัวใหม่ๆกัน ยินดีด้วยนะคะ



เห็นด้วยกับคุณพิมค่ะ q*062
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #10 เมื่อ: 21 ก.ย. 11, 08:10 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
ขอบคุณทุกท่านที่เข้ามาวิจารณ์ครับ ข้อมูลทั้งหมดผมก็จะผ่านให้ทางพรรคเพื่อไทยคิดอ่านกันต่อไป
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #11 เมื่อ: 21 ก.ย. 11, 08:48 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
แล้วคุณอาจะให้ทำอย่างไร ต้องโทษรัฐบาลที่ไม่รัดกุมหรือต้องโทษตัวเราที่เร่งรีบเกินไป รัฐบาลนี้เข้ามาวันแรกก็เจอกับคำว่า ทำทันที อีกด้านก็ ทำไม่ได้ยุบพรรค เคยให้โอกาศให้เวลากับรัฐบาลพิจารณาให้รอบด้านบ้างมั๊ย นี่ไงค่ะ ทำทันที รัฐบาลนี้บริหารมาได้สองเดือนแล้ว มีกี่เรื่อง นโยบายกี่ข้อที่ได้ทำไป ตั้งแต่ยกเลิกการเก็บกองทุนน้ำมัน รถคันแรก บ้านหลังแรก 300-1500 จำนำข้าว อื่นๆอีกจนพิมยอมรับว่า แม้แต่พิมซึ่งตามติดรัฐบาลนี้ยังตามไม่ทัน พอใจกันหรือยังกับคำว่า ทำทันที

ฉนั้นหนูพิม....ต้องไปดูกระทู้นี้ ที่เขียนบอกไว้ว่าอะไรควร อะไรไม่ควร....
หากคิดว่าจะทำเพื่อชาติและประชาชน..ผลประโยชน์สูงสุดมันต้องตกอยู่กับ
ภาคประชาชนเป็นสำคัญ....และจะสร้างมหันตภัยกับระบบเศรษฐกิจของชาติ
ในอนาคตไม่ได้ นั่นคือต้องรอบคอบ รอบรู้ และอย่าผลีผลามทำตามใจ
ใครทั้งนั้น....หากมันได้ไม่คุ้มกับที่ต้องเสียไป....ให้ดูในกระทู้นี้เลย...

http://webboard.news.sanook.com/forum/?topic=3495596
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
เลือกไปแล้วแต่ไม่ได้
เรทกระทู้
« ตอบ #12 เมื่อ: 21 ก.ย. 11, 19:36 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ก็ไหนตอนหาเสียงก็ว่านโยบายที่ประกาศหาเสียงไว้เพื่อประชาชนคนส่วนใหญ่ ย้ำทำทันที ทำทั่วประเทศ ทำได้แน่นอนเพราะทีมเศรษฐกิจของพรรคได้ศึกษาข้อมูลไว้หมดแล้ว ผมเลือกเพื่อไทยและรอนโยบายบ้านหลังแรก หลังจากผิดหวังจากนโยบาย15000 เพราะทำงานเอกชนคงไม่ง่ายที่จะได้ตอนนี้ แต่พอประกาศรายละเอียดบ้านหลังแรกมาก็ผิดหวังอีก

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #13 เมื่อ: 21 ก.ย. 11, 21:46 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
ถ้าฉลาดก็อย่างกไงครับ...แค่รอให้แต่ละโครงการมันตอบโจทย์กันได้หมด
เสียก่อน และการบริหารจัดการ องค์ความรู้ และความเข้าใจขององค์กรที่
เกี่ยวข้อง มันต้องคลอบคลุมและรู้เรื่องทั้งหมดแบบเป็นเอกภาพกันด้วย....
มันจะช่วยไม่ให้มั่วนิ่มกันได้ไงครับ...เลือกก็ต้องรอ อย่าเร่งมันจะเจ๊งกันหมด
ถ้าไม่ฉลาดเลือก ก็จงรู้จักฉลาดรอ ก็คงจะบอกได้แค่นี้...หากหวังกันนัก??
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:  ลดภาษี ซื้อบ้านใหม่ 

หน้า: 1

 
ตอบ

ชื่อ:
 
แชร์ไป Facebook ด้วย
กระทู้:
ไอค่อนข้อความ:
ตัวหนาตัวเอียงตัวขีดเส้นใต้จัดย่อหน้าชิดซ้ายจัดย่อหน้ากึ่งกลางจัดย่อหน้าชิดขวา

 
 

[เพิ่มเติม]
แนบไฟล์: (แนบไฟล์เพิ่ม)
ไฟล์ที่อนุญาต: gif, jpg, jpeg
ขนาดไฟล์สูงสุดที่อนุญาต 20000000 KB : 4 ไฟล์ : ต่อความคิดเห็น
ติดตามกระทู้นี้ : ส่งไปที่อีเมลของสมาชิกสนุก
  ส่งไปที่
พิมพ์อักษรตามภาพ:
พิมพ์ตัวอักษรที่แสดงในรูปภาพ
 
:  
  • ข้อความของคุณอยู่ในกระทู้นี้
  • กระทู้ที่ถูกใส่กุญแจ
  • กระทู้ปกติ
  • กระทู้ติดหมุด
  • กระทู้น่าสนใจ (มีผู้ตอบมากกว่า 15 ครั้ง)
  • โพลล์
  • กระทู้น่าสนใจมาก (มีผู้ตอบมากกว่า 25 ครั้ง)
         
หากท่านพบเห็นการกระทำ หรือพฤติกรรมใด ๆ ที่ไม่เหมาะสม ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเสื่อมเสียแก่สถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ รวมถึง การใช้ข้อความที่ไม่สุภาพ พฤติกรรมการหลอกลวง การเผยแพร่ภาพลามก อนาจาร หรือการกระทำใด ๆ ที่อาจก่อให้ผู้อื่น ได้รับความเสียหาย กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม