หน้า: 1

ชนิดกระทู้ ผู้เขียน กระทู้: (ย้านมา)คิดถึงคุณครูงาม...แห่งโรงเรียนบ้านลุ่มสุ่ม อ.ไทรโยค กาญจนบุรี..งามจริงๆ  (อ่าน 104 ครั้ง)
add
เรทกระทู้
« เมื่อ: 17 มิ.ย. 11, 09:35 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
Send E-mail

แบ่งปันกระทู้นี้ให้เพื่อนคุณอ่านไหมคะ?

ปิดปิด
 

โรงเรียน บ้านลุ่มสุ่ม อยู่ที่ ตำบลลุ่มสุ่ม อ.ไทรโยค จ.กาญจนบุรี อยู่ตรงข้ามกับสถานีรถไฟลุ่มสุ่ม คนละฟากทางรถไฟ สายกรุงเทพ-ไทยโยค อยู่ไกล้กับสะพานมรณะ สร้างเมื่อสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 เลียบแม่น้ำแควน้อย ก่อนที่จะถึง สถานีรถไฟวังโพธิ์......

ประมาณปี 2514 ผมมีโอกาสได้ไปรับใช้ชาติ..(โอย..มากไป..)ไปรับราชการของกรมชลประทาน ประจำโครงการบ้านลุ่มสุ่ม ที่ว่านั้น ในตำแหน่ง นายสถานีวิยุ ในเครือข่ายสถานีวิทยุ ของกรมชลทั่วประเทศ เกือบ 300 สถานี ผมโชคดีมากๆ ที่ได้รู้จัก ได้พบ ได้อยู่ด้วยกัน กับ ครูงาม ครูใหญ่ ใจดี ที่น่ารัก แต่น่าเสียดายได้อยู่ด้วยกันเพียง 4 เดือน นอนด้วยกัน กินด้วยกัน ไม่ทันมีท้อง ผมก็ต้องจากลากลับกรมฯที่สามเสน กรุงเทพซะก่อน ยังคิดถึงไม่จาง....รสหวานซึ้ง ตรึงใจ......

ก่อนอื่นผมขอเล่าที่มาที่ไปก่อนนะครับ เกี่ยวกับงานราชการที่ผมได้มีโอกาส เข้าไปรับใช้งาน ของ พระราชา (ข้าราชการ)ไม่ได้อยู่ไกล้พระบาทแต่อย่างใด..ไม่เกี่ยวกับพระองค์เลยแม่แต่น้อย โม้ไปงั้นแหละ.. แต่ไปอยู่ในป่าเขาลำเนาไพร

เมื่อผมลาออกจากกรมหนึ่งรับราชการครั้งแรก ในกระทรวงคมนาคม (ตำแหน่งจิ๊บๆ)เจ้าของดาวเทียมนั่นแหละครับ สมัยก่อนไม่ดังสักเท่าไร ไม่มีรัฐมนตรีคนใหนแย่งกันเหมือนเดี๋ยวนี้ สมัยนี้มีผลประโยชน์เกี่ยวกับดาวเทียม โทรมือถือมากมาย กลายเป็นกระทรวงอันดับหนึ่งของประเทศไทย รัฐมนตรีที่หวังปอง ของคนพวก อุกาบาต (เป็นหินชนิดหนึ่งหล่นมาจากฟากฟ้าทำลายผิวโลก) ทำให้ประเทศไทย ต้องด้อยพัฒนาล้าหลัง

เมื่อลาออกจากเป็นข้าราชการครั้งแรก ก็ไปเรียนต่อ ได้เมีย มีลูก เปิดบริษัทเกี่ยวกับสร้างภาพยนตร์ เปิดคอฟฟี่ช้อป..เจ๊ง (รอบ1)..ไปไม่รอด.. แล้วก็กลับไปรับราชการ ที่แผนกการสื่อสาร กรมชลประทาน สามเสน กทม.เรื่องมันยาวมาก ถ้าวัดความยาวน่าจะยาวมากกว่า 3 รอบโลก เลยรวบรัดตัดความไม่ต้องลากเรื่อง...เดี๋ยวผู้อ่านจะเคืองเอา ก็ตัดเข้าเรื่องเลยครับ

เมื่อผมลงจากรถดีเซลราง พร้อมกระเป๋า สัมภาระเล็กน้อย ที่สถานีรถไฟลุ่มสุ่ม...แทนที่จะเป็นหัวหน้าโครงการชลประทาน(นายสมทบ)จะมารับ กลับเป็นนายสถานีรถไฟสถานีลุ่มสุ่ม เข้าไปตอ้นรับผมแบบ นอบน้อม แล้วทำความเคารพ เชิญเข้าไปนั่งในห้องรับแขกของสถานี

ผมก็เป็นงงอยู่..ทำไมต้องนอบน้อมขนาดน้าน พอนั่งแหมะลงบนเก้าอี้ นายสถานีถามด้วยความนอบน้อมว่า "ท่านมาราชการเรื่องอะไร มาจากกรมกองใหนหรือครับ มีอะไรให้รับใช้ท่านบอกมาได้เลย ผมยินดีทุกเวลาครับท่าน" ผมบอกว่าอย่าเรียกท่านเลยครับ ผมเป็นแค่ตำแหน่งเล็กๆ เป็นนายสถานีวิทยุ ของกรมชลประทาน มาประจำที่โครงการนี้ 4 เดือนเท่านั้น เฉพาะหน้าฝน เพื่อหาข้อมูลเกี่ยวกับ ระดับน้ำ ลม ฝน สภาพอากาศ และอื่นๆ ของแม่น้ำแควน้อย เพื่อนำไปให้วิศกรก่อสร้างเขื่อนออกแบบสร้างเขื่อน...ผมยังจำ น้ำเย็นๆได้ และประทับใจสุดซึ้งตรึงใจ...

นายสถานีบอกผมว่า..ตั้งแต่เขาเป็นนายสถานีรถไฟลุ่มสุ่ม อ.ไทรโยค แห่งนั้น มานาน 10 ปีกว่า รถไฟดีเซลราง ไม่เคยจอดให้ใครลงเลยแม้แต่คนเดียว...ทุกคนต้องไปลงที่ สถานีวังโพธิ์ สถานีข้างหน้า แล้วเดินกลับมาไม่ว่าจะใหญ่แค่ใหน.. ปลัด นายอำเภอ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน แม้แต่นายตำรวจชั้นผู้ใหญ่ รถไฟไม่เคยจอดให้ลง..ก็มีผมนี้แหละที่รถไฟยอมจอดให้ลง..แบบ ลงคนเดียว โดดๆ ..พวกคนชาวบ้าน ร้านค้า ทุกคนมองผมเป็นจตาเดียว...ผมก็ไม่เคยคิดว่า...ทำไมคนมองผมกันทุกคนขนาดนั้น...

//ช.ผาสุข(คนไทยแท้)

q*073q*073q*073q*073q*073q*073q*073

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า

กระทู้ฮอตในรอบ 7 วัน

Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #1 เมื่อ: 17 มิ.ย. 11, 09:38 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

พารากราฟนี้..ขอพูดนอกประเด็นสักเล็กน้อย..

ผมคิดของผมว่า มนุษย์เรานี่ก็แปลก มีคนๆหนึ่ง บอกว่า ฆ่าสัตว์ สัตว์ได้ขึ้นสววค์ไปอยู่กับพระเจ้า.. ความจริงสัตว์มันมีความเจ็บ ความเสียใจ ร้องไห้ เมื่อคนไปทำร้ายมัน ไปพรากลูกเมียมัน มันร้องได้ มันพูดไม่ได้ เพราะลักษณะลิ้น ไม่อำนาย นกแก้ว นกขุนทอง ลิ้นเหมือนมนุษย์ ฝึกให้มันพูด มันจึงพูดได้ คนจำนวนมากก็เชื่อ....

อีกคนบอกว่า การฆ่าสัตว์ เป็นบาป ตกนรก...ในความเป็นจริง ถ้าเราไม่ฆ่าสัตว์ มนุษย์จะอยู่ไม่ได้เลย งู ตะขาบ เสือ หมี ช้าง และสัตว์ดุร้ายจะเต็มบ้านเต็มเมือง อย่าว่าแต่สัตว์ดุร้ายทั่วไป แม้เพียง มด ยุงไม่กี่ตัว สามารถกัดคนตายได้..มนุษย์จะสูญพันธ์ มนุษย์จะอยู่ไม่ได้ เพราะเมนุษย์กิดทีละคน 2 คนกว่าจะเกิดได้ ใช้เวลา เกือบปี แต่สัตว์ดุร้าย ออกลูกแค่ไม่กี่วันเป็นฝูง เป็นพัน เป็นหมื่น..คนก็เชื่อ...

มีศาสดาในความเชื่อแบบใหม่..โฆษณาชวนเชื่อ เพียงไม่กี่เดือน ชาวแม๊กซิกันคนหนึ่งเชิญชวนชักจูงให้ประชาชน ไปฆ่าตัวตายพร้อมๆกัน 8 พันกว่าคน มีหลายอาชีพ มีหมอ พยายาบาล วิศวะ พ่อค้าวานิช เศรษฐี นักร้องนักดนตรี มีทั้งคนจน คนรวย มีทั้งเด็กผู้หญิง ก่อนลาตายประกาศไปก้องโลก ว่ายอมลาตายในวันนั้น วันนั้น บางคนลาตายทั้งครอบครัว พ่อแม่ลูก ก่อนตาย มีงานฉลองอย่างใหญ่โต มีอาหารชั้นเลิศ อยู่ใน คฤหาน์ของศาสดาคนนั้น..มีนักร้อง นักดนตรี ปีอาโนมือเอกไปกล่อมบรรเลงเพลงอตมตะ ภายใต้ราตรีใต้แสงจันทร์ แห่งดวงดาวเต็มท้องฟ้า...ก่อนสว่างนอนหลับและ"ตาย"ไปด้วยความสุข ทุกผู้ทุกคน.....

ศาสดาท่านนั้นเพียงให้เหตุผล ในทำนองที่ว่า "คนเราเกิดมาบนโลกนี้ รำรวยมีเงินทองมั่งคั่ง ก็มีทุกข์ ยากจนค่นแค้นก็มี คนไม่มีคู่ครองก็เป็นทุกข์ มีคู่ครองมีครอบครัวแล้วก็เป็นทุกข์ ไม่มีลูกก็เป็นทุกข์ มีลูกแล้วก็เป็นทุกข์ มีบ้านใหญ่โตก็เป็นทุกข์ คนไม่มีบ้านจะซุกหัวนอนก็เป็นทุกข์ คราวเจ็บ ป่วยไข้ก็เป็นทุกข์ คราวญาติ พี่น้อง เพื่อนจากไปตายตายไปก็มีทุกข์ ..ไฉนเลยพวกเราขอตายไปก่อนดีกว่าที่จะต้องรับทุกข์เหล่านั้น"

ศาสดาให้เหตุผลว่า "คนทุกคนที่เกิดมาบนโลกใบนี้ ทุกคนต้องตาย...ไม่ตายวันนี้ พรุ่งนี้ก็ต้องตาย...ไม่ตายพรุ่งนี้ ปีหน้าก็ต้องตาย ปีหน้าไม่ตาย วันหน้าก็ต้องตาย..วันหนึ่งข้างหน้าทุกคนต้องตายแน่ๆ ..บางคนต้องทนทุกข์ อยู่นาน 50ปี 100 ปี พวกเราไม่จำเป็นต้อง รับทุกข์ทรมาร อีกต่อไป ..ดังนั้นพวกเรามาร่วมมีความสุขกันพร้อมหน้า แล้วนอนตายด้วยความสุขไปตลอดนิรันดร์"

ปากฎกว่า ในประมาณปีพศ.2515(ประมาณ) มีคนเลื่อมใสศรัทธา ศาสดาผู้นั้น ประชาชนยอมฆ่าตัวตาย ด้วยการดื่มยาพิษ ด้วยความเต็มใจ ตายไปพร้อมๆกัน ก่อนรุ่งสาง 8 พันกว่าคน

ผมกำลังจะบอกว่า ...ผมต้องทำอย่างไร... ให้รถไฟรถดีเซลราง ขบวนยาวหลายโบกี้ มีผู้โดยสารนั่งไปด้วยกัน หลายร้อยคน ผมสั่งให้รถไฟหยุด เพื่อจะให้ ผมลง เพียงคนเดียว ได้...และในความเป็นจริงทำไม่ได้ เพราะ พขร.บอกผมว่า การรถไฟมี "กล่องดำ"บันทึกการเดินทาง ตลอดเส้นทาง เหมือนกล่องดำของเครื่องบิน หยุดโดยไม่มีเหตุผล ขัดคำสั่ง ถึงกับ พขร.ถูกไล่ออกจากงาน..

มีต่อครับ

//ช.ผาสุข(คนไทยแท้)

q*073q*073q*073q*073q*073q*073q*073


noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #2 เมื่อ: 17 มิ.ย. 11, 09:41 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ขณะที่ การ็ด มาขลิบตั๋ว ผมถามเขาว่า "ผมจะขอไปนั่งชมวิว สองข้างทาง ด้านหน้า ไกล้ พขร.ได้ไหมครับ".."เชิญตามสบายเลยครับไปได้เลย..." การ์ดตอบ ....ผมก็เดินไปบริเวณคนขับด้านหน้าสุด..

"หวัดดีครับ เหนื่อยไหมครับ?"..ผมถาม ..."เหนื่อยนิดหน่อยครับ..ขอบคุณครับ" พขร.ตอบ..."ผมขออนุญาตนั่งชมวิว ที่เก้าอี้ตัวนั้น (อยู่ไกล้พขร.)ผมขอนั่งชมวิวสองข้างทางได้ไหมครับ"...ผมถาม..."เชิญเลยครับตามสบายครับ ไม่เป็นไรครับ ดีครับได้มีเพื่อนคุยไม่เหงา" ...."ขอบคุณครับ"..ผมตอบ

"คุณจะไปลงที่สถานีใหนครับ"..พขร. ถาม..."ผมจะลงที่ สถานี "ลุ่มสุ่ม"ครับพี่"....ผมบอก......อ๋อรถขบวนนี้เป็นรถเร็วพิเศษ จอดเฉพาะสถานีหลักๆ ครับ คุณต้องลงที่สถานี วังพงก์(ถ้าจำไม่ผิดนะครับ)แล้วรอ รถเร็วประมาณ 2-3ชม.ขบวนรถเร็วก็จะมา นั่งต่อไปถึง ลุ่มสุม"..โอโอ้ลำบากแย่เลยนะครับ....ผมบ่น.....ครับพขร.ตอบ....ผมก็นั่งมองวิวริมทางไปเรื่อยๆ นานพอสมควร...

กาแฟร้อนครับๆๆๆๆๆๆๆร้อนๆครับ ...ได้ยิน คนขายกาแฟ เชิญชวนผู้โดยสาร ตอนนั้นยังเช้าอยู่ รถออกจาก สถานีธนบุรี ถ้าจำไม่ผิด 6 โมงเช้า....ก็เลยไปไกลแล้วละครับ ...ผมถาม พขร.ว่า "ดื่มกาแฟ ด้วยกันไหมครับ"......ไม่ครับๆๆๆๆ พขร. ปฏิเสธทันควัน....."ดื่มด้วยกันเลยพี่(อายุมากกว่าผม) แหมบรรยากาศอย่างนี้ อากาศเย็นอย่างนี้ กาแฟคนละแก้ว...แหมวิเศษ มากเลยพี่"...ผมก็สั่งกาแฟคนละแก้ว....โอ้โอ้..วันนั้นกาแฟอร่อยมากๆ..

"คุณทำงานอะไรครับ?"....พขร.ถาม.....ผมรับราชการที่กรมชลประทานครับ.. ผมเป็นนายสถานีวิทยุ ตำแหน่งเล็กๆ..กรมฯเขาส่งไปประจำโครงการชลประทาน ที่ลุ่มสุม ไปเพียง 4 เดือน เพื่อเก็บข้อมูลให้วิศวกรเขาคำนวณออกแบบการก่อสร้างเขื่อน...ว่าเขื่อความหนา หรือแข็งขนาดใหฯ ผมไปเก็บข้อมูล เกี่ยวกับ ระดับน้ำ ความเร็ว ในเเม่น้ำแควน้อย รวมทั้งรายงานระดับน้ำฝน ลม อุณหภูมิ และอื่นๆ....

กรมชลเขาทำติดต่อมาหลายปี มากันหลายรุ่นแล้วครับ หน้าฝนปีละครั้ง ผมมาเป็นปีสุดท้าย ต่อไปเขาก็จะสร้างเขื่อนแล้วละครับ..คนจังหวัดกาญจน์ คงมีน้ำใช้ในการเกษตร ต่อไปชาวเกษตรกร ชาวไร่ชาวนา ต้องร่ำรวยแน่ๆ....." แหมผมบรรยายระดับประเทศโน่นเลย หารู้ไม่ว่า ผมมีแผนลึกๆอยู่ในใจ...(แหมเคยขายโฆษณากระดาษใบเดียวราคา เป็นล้านยังเยทำสำเร็จ แค่นี้จิ๊บๆ)

มีต่อครับ

//ช.ผาสุข(คนไทยแท้)อายุ 67 ปีชื่อย่อจริง นามสกุลจริง เรื่องจริง

q*073q*073q*073q*073q*073q*073q*073

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #3 เมื่อ: 17 มิ.ย. 11, 09:44 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

สรุปในพารากราฟ ข้างบน..ซึ่งเป็นที่มาของ พี่ พขร. มuความกรุณา จอดรถไฟดีเซลรางขบวนรถเร็วพิเศษ..ที่สถานีรถไฟล่มสุ่ม ให้ผมลงเพียงคนเดียว โดดๆ....คนอื่นๆอาจจะมีคนลงสถานีนี้ก็มี แต่ไม่ได้เตรียมตัว เลยลงไม่ทันสักคน .....ประมาณปี 2514-2515 นานประมาณ 39 ปีแล้วครับ

เมื่อเสร็จสรรพ ได้สนทนากับ นายสถานีรถไฟเรียบร้อย....นายสถารถไฟ อายุมากกว่าผมพอสมควร บอกผมว่า..เย็นนี้...เขาจะขอต้อนรับ ขอเลี้ยงอาหาร มื้อใหญ่ ให้ผมด้วยมิตรไมตรี ..คืนนั้นเขาแกงป่าไก่ป่า ใส่ยอดกัญชาอ่อน..มันอร่อยจนไม่รู้จักอื่ม...ซึ่งมีลูกน้องของเขา 3-4 คนกินกันไปหัวเราะกันไป ณ.บ้านพักนายสถานีรถไฟแห่งนั้น..วันนี้ก็ยังคิดถึง

หากนายสถานีได้อ่านข่าวนี้ หรือมีลูกหลาน..ช่วยติดต่อมาหน่อยนะครับ จะทดแทนบุญคุณ ให้สาสม ซึ่งในชีวิตนี้ผมได้เจอแต่คนดีๆมามากมาย

//ช.ผาสุข(คนไทยแท้)ไม่ลืมบุญคุณคนแน่นอน

q*073q*073q*073q*073q*073q*073q*073

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #4 เมื่อ: 17 มิ.ย. 11, 09:46 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

เพียงเดิน2-3 นาที ก็ถึงโครงการชลประทานซึ่งอยูไกล้แม่น้ำ แควน้อย และก็อยู่ด้านหลังของสถานีรถไฟนั่นแหละครับ เมื่อถึงที่พักก็ ไปซื้อของใช้เบ็ดเตล็ด แล้วลงไปอาบน้ำ ในแม่น้ำแควน้อย อย่างสำเริงสำราญคนเดียว ซึ่งไหลเชี่ยกราก น้ำลึกท่วมหัว ชคล.เตือนแล้วเตือนอีกว่า หน้าฝนน้ำมาก น้ำเชี่ยวกราก ให้ระวัง บริเวณนั้นมีคนตาย วัวควาย ตายมามากแล้ว....

แม่น้ำแควน้อยนั้น คือปลา ยี่สก ที่มีราคาแพง กก. 200 กว่าบาทสมัยก่อน(ทองคำบาทละ 400บาท)เท่ากับราคาทองคำ 50 สตางค์ มีชื่อเสียงมากมากมาย หลังจากนั้นไม่นานก็ได้กินเนื้อปลา ยี่สก ที่หวาน อร่อยลิ้น อยู่ครั้งเดียว ชาวบ้านเอามาให้ เมีย พี่ สมทบ ชคล.โครงการฯ แกงกิน อร่อยเหลือหลาย

เมื่อตื่นจากการนอนหลับพักผ่อนหลังจากการเดินทาง ตื่นตอนบ่ายแก่ๆแล้วก็เดินสำรวจอณาบริเวณ ไกล้ๆโครงการแห่งนั้น พลันหันไปเห็นบ้านหลังหนึ่งใหญ่ 2 ชั้น เรียกว่าบ้านทันสมัยที่สุดสมัยนั้น บริเวณนั้น คนงานบอกว่า เป็นบ้านของครูใหญ่ โรงเรียน บ้านลุ่มสุ่ม ชื่อ ครูงาม.....ยังโสด ยังไม่แต่งงาน...

ผมเริ่มจิตนาการว่า ผู้หญิงชื่องาม ผมเจอมาหลายคนแล้ว สวยงาม ทุกคน ผิวต้องขาวนวล ความสูงต้อง 170 ซม.ขึ้น มีทรวดทรง เอวอง อกงาม เอวคอด สะโพกผาย ได้สัดส่วน ชายใดได้ยล น้ำลายต้องไหลเยิ้ม5555555+++lol

บริเวณบ้าน กว้างหลายไร่ ประมาณ 8 ไร่ ปลูกผมไม้เต็ม หนักไปทาง น้อยหน่า กำลังออกผล เต็มไปหมด แต่ดูบ้านชาบป่าแห่งนั้น เงียบเหงา ไม่มีเด็ก ไม่มีพ่อแม่ เงียบจนวังเวง ตอนเย็นเพียงได้ยินรถไฟ ล่องกลับกรุงเทพ เพียง 1-2 ขบวน เห็นมีคนบนรถไฟ ชี้โบ๊ชี้เบ๊ เสียงค่อยๆ หายไปกับความมืด และคืนนั้นคืนแรกก็หลับลง ฝันเห็นแต่ลูก และเมียวึ่งเป็นพยาบาล

เมื่อตื่นขึ้นมาก้เริ่มทำงานเป็นวันแรก จนถึงบ่าย 4 โมง เสร็จงานก็เดินไปที่เขตรั้ว ระหว่าง โครงการชลประทาน กับ บ้านคุณครูงาม อยากทำความรู้จักกับคุณครูงาม เห็นคุณครูงาม กำลังเก็บ น้อยหน่า อยู่ในสวน คนเดียว 2-3 เข่ง ผมก็อยากจะทำความรู้จัก จะได้มีเพื่อนต่างจังหวัด...ในเย็นวันนั้นผมก็ มุดรั้ว ซึ่งกั้นแบบง่ายๆไว้ พอรู้ว่าเป็นเขตแดนเท่านั้น เหมือนกับชาวชนบททั้วๆไป....

มีต่อครับ

//ช.ผาสุข(คนไทยแท้)

q*073q*073q*073q*073q*073q*073q*073

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #5 เมื่อ: 17 มิ.ย. 11, 09:47 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

เมื่อผมมุดรั้วเขตแดนเข้าใบริเวณบ้าน คุณครูงาม ผมก็เดิบุกสวนน้อยหน่า ไม่รกนัก ผมก้เข้าไปสวัสดีทักทาย คุณครูงาม ตกตะลึงเล็กน้อย เมื่อมีผู้บุกรุกโดยไม่ได้ขออนุญาต เราก็ทักทายซึ่งกันและกัน มีไมตรีเป็นมิตรสัมพันธ์ต่อกันเป็นอย่างดี คุณครูให้ผมลองชิม "น้อยหน่าหนัง"ที่lสุกเต็มที่แล้ว หวานคล้ายน้ำผึ้ง ครูบอกว่าถ้าจะให้หวานดี ต้องเก็บไว้ให้ลืมต้นก่อน สัก2-3 วัน จะหวานเจี๊ยบ ผมเป็นคนบ้านนอกคอกนา(พัฒนาแล้ว5555+++lol)ก็คุยเรื่องเรือกสวนไร่นา แบบชาวบ้านๆ

ถามไถ่ที่มาที่ไปกัน ก็คุยเรื่องการเกษตรบ้าง เรื่องเกี่ยวกับศึกษา ตลอดถึงการเมือง จนพลบค่ำ ครูงามก็ชวนเข้าไปในบ้าน... สมัยก่อนยังไม่มีไฟฟ้าใช้ ใช้ตะเกียงน้ำมันก๊าส เวลาลมพัด เปลวตะเกียงแม้จะมีแก้วกั้น เปลวไฟก็ปลิ้วไปมา มีบรรยากาศ... คุยสนุกนานหลายชม.น่าจะประมาณ 2 ทุ่ม คุณครูงามก็มาส่งที่ประตูบ้าน ยังให้ น้อยหน่า ลูกขนาดใหญ่มา 2-3ลูก และยังแนะนำให้เดินออกไปทางถนนรถไฟ ก็กลับไปกินข้าวที่โครงการชลประทาน

คืนนั้นก็คิดไปว่า ครูงามอายุ 25-26 ปีแล้วยังไม่แต่งงาน ครูที่โรงเรียนก็มีหลายคน ฐานะค่อนข้างดี ...ก่อนนอน...คิดถึงคุณครูงาม คิดเอาไว้ว่าเย็นพรุ่งนี้ หลังโรงเรียนเลิก จะไปหาคุณครู งามอีก... แล้วผมก็หลับไปจนถึงเช้า เป็นการหลับลึก(sleep deep)เพราะอากาศเย็น เงียบสงัด ได้ยินแต่เสียงเรไร....ระงมไปทั้งป่า

มีต่อ

//ช.ผาสุข(คนไทยแท้)

q*073q*073q*073q*073q*073q*073q*073

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #6 เมื่อ: 17 มิ.ย. 11, 09:50 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

เย็นอีกวัน..ผมก็มุดรั้วไปหา คุณครูงาม อีก ผมช่วยเก็บ น้อยหน่า จนไกล้มืด คุณครูงามบอกว่า จะมีพ่อค้าจากเมืองกาญจน์....ไปรับที่สถานี ลุ่มสุ่ม ทุกวัน เมื่อถึงเย็น คุณครูงามบอกผมว่า จะทำอาหารให้ผมกิน อยากกินอะไรให้บอก ..ผมบอกว่า อยากกินข้าวกับน้ำพริกปลาทู แบบเอาปลาทูปิ้งพอหอม..คลุกลงไปเลย มีหอมแดง พริกสวนเขียว(หอม)มะนาวจากข้างบ้าน น้ำปลาอย่างดี กะปิปิ้งให้พอหอม ผงชูรส ขยำให้เข้ากัน พอน้ำขลุกขลิก... จิ้มกับยอดต้นมันสำปะหลังต้ม...มีแกงเลียงยอดพริกขี้หนู แบบปักษ์ใต้ ผมสอนให้เขาทำ วันนั้นมีเพียงน้ำพริกปลาทู จิ้มยอดมันสำปะหลังต้ม แกงเลียงยอดพริกขี้หนู และไข่เจียว ข้าวร้อนๆ...นั่งกินข้าว กับคุณครูงาม ผู้น่ารัก 2 คน บ้านอยู่ริมป่าเมืองกาญน์ ...ช่างมีความสุขเหลือหลาย โอ้ว..พระเจ้าจอร์จรู้ ต้องอิจฉาตายแน่ๆ.....

คุณครูงาม ออกปาก ชวนให้ผมนอนด้วยกันที่บ้าน เห็นดึกแล้วก็นอนที่บ้าน คุณครูงามในคืนนั้น ไม่ได้กลับโครงการ วันต่อๆมาก็ไปหา คุณครูงามแทบทุกวัน แล้วก็นอนที่บ้านคุณครู เป็นส่วนใหญ่ ไม่ค่อยได้นอนที่โครงการสักเท่าไร..ช่างมีความสุขเหลือหลาย

เย็นวันหนึ่ง วันนั้นไม่ได้ไปกินข้าวเย็นที่บ้าน คุณครูงาม เมื่ออาบน้ำที่แม่น้ำเสร็จ กำลังเดินผ่านบ้านของคนงานโครงการ เขากำลังดื่มเหล้ากันอยู่ 5-6 คน คนงานชวนให้ดื่ม ผมบอกว่าผมไม่ดื่ม เขาก็บอกว่า กินข้าวก็ได้ มีไก่ผัดพริกใส่ยอดกัญชาอ่อน..พอได้ยินว่ายอดกัญชาอ่อน ก็รีบนั่งทันที ยิ่งกินยิ่งกินยิ่งอร่อย เมื่ออิ่มหนำสำราญก็เดินผ่านร่องคู ไฟฉายส่องลงไนคู ก็เห็นหนังสัตว์อะไรสักอย่าง...

รีบถามเขาว่า นั่นหนังอะไรยังสดๆอยู่ คนงานบอกว่า "ไก่ใต้ดิน" เอ๊ะ..อะไรไก่ใต้ดิน เขาก็บอกว่า อ้าวยังไม่รู้รึไง "ตัวตุ่น" ไง ผมเคยเห็น ตัวตุ่นเป็นๆมีเพื่อนเลี้ยงตัวตุ่นที่กรุงเทพ ตามันเล็ก ขนปุกปุยเหมือนหนู ชอบกินรากไม้ใผ่ มีคนบอกว่าตามันบอด ..ผมรู้ว่าเป็น ตัวตุ่น คิดว่าจะล้วงคออกให้หมด..ก็ยังเสียดาย ยอดกัญชาอ่อนอยู่ เลยอั้นไว้อย่างนั้น..... 555555+++lol ไปอยู่ที่นั้น ตัวแย้ ก็เคยกินมาแล้ว เหลือ งู ยังไม่เคยกิน

มีพนักงานผู้ชายคนหนึ่ง ชื่อสำราญ เขาถามผมว่า บาร์ที่คนไปเต้นรำที่กรุงเทพ เป็นอย่างไร เขาอยากมาเที่ยวบาร์ที่กรุงเทพ เมื่อผมเข้ากรุงเทพมารับ เงินเดือน เบี้ยเลี้ยง ผมพาเขามาด้วย ผมก็ขันอาสาพามาเที่ยว บาร์ ที่ราชดำริห์ ออกจากบาร์ ประมาณ ตี 2 ตอนนั้นผมพักอยู่ที่บ้านซอยประดู่ 1 ไกล้ สน.พญาไกร มีตำรวจ ตรวจรถยนต์ทุกคันข้างหน้า

สำราญบอกว่าเขามี มีด เหน็บไว้ข้างหลัง ชักออกมายาว เป็นศอก...ก็บอกว่า ให้เก็บใต้เบาะ เมื่อถึงรถแท๊กซี่ที่ผมนั่ง....ตำรวจสั่งให้ลงจากรถแท๊กซี่..ผมบอกสำราญก่อนแล้วว่าไม่ต้องลง...เดี๋ยวแสดงละครให้ดู

ผมแกล้งทำเป็นเมา ผมถามว่า ว้อท ดิด ยู เซย์?... ไอโดน อันเดอร์สแตนด์ ยู ทอล์ค อะเบ้าท์ แด้ท...ตำรวจยศร้อยโทถามว่า ยูๆๆๆๆๆฟิลิปปิน? ผมตอบว่า เยส..ไอแอม....ว้อท ดู ยู แอฟ แอนนี่ พล็อพเพลม? ตำรวจ พุดว่า ไอ ไอๆๆๆๆๆๆๆๆๆ เอ่อ..ไอๆๆๆ เอ่อ ยู โก โกๆๆๆ.....ความจริงมีอีกมาก เดี๋ยวจะโดนลบ ....เรา3 คนก็ขำกลิ้ง

แท๊กซี่พูดว่าตั้งแต่ขับแท๊กซี่มา 10 กว่า ไม่เคยพบคนแบบผมเลย...ถ้าตำรวจจับได้ว่าเรา 2 คนมีอาวุธ..คืนนั้นเข้าห้องขังแน่นอน ...แล้วเรา 2 คนก็กลับ ลุ่มสุ่ม

มีต่อครับ

//ช.ผาสุข(คนไทยแท้)

q*073q*073q*073q*073q*073q*073q*073

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #7 เมื่อ: 17 มิ.ย. 11, 09:53 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

กลับถึงลุ่มสุ่ม ก็เอาของฝากเล็กๆน้อยๆ ไปฝากคุณครูงาม อันเป็นที่รักของผม ในตอนเย็นวันนั้น คุณครูงามถามผมว่า คืนนี้ไปไปเป็นเพื่อนหน่อย ผมผมถามว่า คุณครูงามจะไปใหน ..บอกว่า จะไปหาพระที่วัดลุ่มสุ่ม เวลา เที่ยงคืน...

ผมถามว่าอ้าวไปทำไมล่ะ คุณครูงาม... กลางดึกกลางดื่น ..ครูงามตอบว่านัดกับหลวงพ่อไว้...ห้าทุ่ม คุณครูงาม จะมารับผมที่โครงการฯและแล้ว เรา2 คนก็เดินไปที่วัด ลุ่มสุ่มด้วยกันไม่ไกลนัก ซึ่งมีไฟฉายส่องทาง ไปถึงหัวกะไดกุฏิ ได้ยินหลวงพ่อสวดมนต์อะไรไม่รู้ งึมงำๆๆๆๆ หลวงพ่อทราบก็รีบเปิดประตูต้อนรับเป็นอย่างดีแบบกันเอง

อ้าว..ขึ้นมาโยมทั้งสองคน อาตมารออยู่...
นั่งคุยสัก2-3 นาที หลวงพ่อบอกให้ คุณครูงาม ถอดเสื้อออกให้หมดไม่ให้เหลือแม้แต่ชิ้นเดียว หลวงพ่อบอกว่า "ได้ฤกษ์งามยามดีแล้ว"..ขยับมานั่งหน้าพระพุทธรูป แล้วหลวงพ่อเริ่มทำพิธีสวดคาถาอาคม..คุณครูงามของผม นั่งตัวตรง ก้มหน้า หลวงพ่อใช้น้ำมนต์ประพรมทั่วทั้งตัว

แล้วหลวงพ่ออกคำสั่ง..อ้าวโยม..นอนหงาย..ใช้ดินสอเขียนคัวอักขระ ภาษาขอมหน้าอก หน้าท้อง สวดคาถาไปด้วย งึมงำๆๆๆๆๆ ผมนั่งดูด้วยความเร้าใจ เพราะไม่เคยเห็นพิธีแบบนี้มาก่อน..

หลวงพ่อสั่ง..อ้าวนอนคว่ำ ยืดขาออก ถ่างขาออกกว้างๆ ให้ผมกดเท้า 2 เท้าไว้ ผมก็ทำตามแต่โดยดี ส่วนลูกศิษย์ซึ่งเพิ่งเรียกขึ้นมา 2 คน ให้กดมือและไหล่ ทั้งสองไว้อย่างแน่นหนา เพื่อไม่ให้ดิ้น เวลาหลวงพ่อเสียบแทง....อ้าวโยม..พร้อมยัง....อาตนมาจะเ อา แล้วนะ คุณครูงาม ตอบว่าพร้อม....

หลวงพ่อ ถกสบง นั่งคร่อมบนหลัง คุณครูงาม..ชักอาวุธอกมา แทง ๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ ได้ยินเสียงดัง ตุบๆๆๆๆๆๆๆๆๆ ๆๆ เห็นเลือดไหลริน..หลวงพ่อใช้ผ้าเช็ดเลือด...หลวงพ่อพูดว่า..ทนเจ็บหน่อยน่ะโยม...หลังจากนั้น หลวงพ่อแทงๆๆๆๆๆตึบๆๆๆๆๆๆๆๆๆ "ชักเข้าชักออก" คุณครูงาม เจ็บ บิดตัวเป็นเกลียว นานมาก น่าจะ 2 ชม.กว่า ประมาณ ตี 2 กว่า คุณครูงาม นอนคว่ำลุกไม่ขึ้น แม้ หลวงพ่อ ลงจากหลังแล้วก็ตาม..

นานสัก 5 นาที คุณครูงาม ลุกขึ้นนั่งตรง เลือดสดๆ ไหลเยิ้ม ลูกศิษย์ ของหลวงพ่อ ใช้เศษชีวรเก่าๆ ซับเลือเช็ดเลือด ส่วนคุณครูงามนั่งปากบิดปากเบี้ยว กัดกรามแน่น

หลวงพ่อพูดเชิงตลก..แล้วพูดว่า ดูซิโดนไปกี่รู อ้าวส่องไฟดูชัดๆหน่อยซี ว่าเป็นอย่างไร

โอโอ้..เจ้าพระคุณเอ๋ย ช่างวิจิตรเหลือคณา.....

เป็นรูป อนุมาน หาวเป็นดาวเป็นเดือน เต็มแผ่นหลัง ความละเอียดลายไทยละเอียดยิบ พริ้วสวย กายวิภาค ได้สัดส่วน.....อยู่บนแผ่นหลังของ คุณครูงาม ผู้เป็นเพื่อนรักของผม

เป็นฝีมือ "สัก"ชั้นครู ของหลวงพ่อ ซึ่งไม่เคยผมไม่เคยเห็นมาก่อน..ขอย้ำว่า เป็นการ"สัก" โดยใช้เข็มยาว ด้ามเป็นไม้ คมกริบ จิ้มน้ำหมึกสีดำ แล้วแทงลงไปแผ่นหลัง "ชักเข้าชักออก" ไม่รู้กี่หมื่นกี่แสนครั้ง ไม่ใช่ทำอนาจาร

สาเหตุที่นัดดึกมากแล้ว หลวงพ่ออาจจะมีกิจสงฆ์ หรือ อาจจะเกี่ยวกับฤกษ์ยามก็เป็นได้ ผมก็งงๆว่าทำไมต้องนัดไป สัก ตอนเที่ยงคืน พระองค์นี้น่าเสื่อมใสมากครับ มีรอยสักเต็มตัว ครูงามบอกว่าบวชมาจากเขตไทยพม่า คนลุ่มสุ่ม รู้จักดี อยู่ในศีลในธรรม

ครูงาม เพื่อนรักของผม เขาเป็นผู้ชายทั้งแท่งครับ กร้ามเป็นมัดๆ ผิวดำคล้ำ สูงประมาณ 175 ซม....พ่อแม่ ตั้งชื่อให้ ใช้ชื่อว่า "ดช.งาม"ตั้งแต่เกิด และชื่อ นายงาม...เรียนจบครู วุฒิ ปกศ. เป็นครูใหญ่โรงเรียน บ้านลุ่มสุมที่ว่านั้น..ครับ ตอนหลังที่ผมย้ายมา กทม.แล้ว ทราบว่าได้เปลี่ยนชื่อใหม่แล้วครับ.....ป่านนี้ก็คงเกษียณแล้วละครับ ..เขาเป็นคนดีมากๆครับ

ลองกลับไปอ่าน พารากร๊าฟแรก ผมบอกว่า กินด้วยกัน นอนด้วยกัน ผมก็นอนที่บ้านของเขาบ้าง บางคืนเขามานอนที่โครงการ เป็นคนสนิท กับพนักงานทั้งโครงการ คนลุ่มสุ่มรุ่น อายุ 3-40 ปี รู้จักเขาดี เขาเคยมีเมียเป็นนางงาม จว.กาญจน์ ส่งให้เมียเรียน เสริมสวยในเมือง..แล้วก็มีปัญหา หย่าร้างกัน

ที่ผมบอกว่า หวานซึ้ง นั่น ผมหมายถึง ผลน้อยหน่าหวาน..ที่หวานเจี๊ยบ ที่สวนของเขาครับ อย่าคิดลึกคิดมากล่ะ...ส่วนที่ผมบอกว่า "ไม่ทันมีท้อง" ก็คือ เรากินๆๆของดีๆ ไม่ค่อยมีไขมัน เลย ท้องไม่ยื่น ท้องไม้พลุ้ย ท้องยังแฟบเหมือนเดิม...ผมบอกว่า ..ไม่ทันมีท้องโดยประการฉะนี้ ครับ 555555555+++++++++lol

จบบริบูรณ์

//ช.ผาสุข(คนไทยแท้)ขอยืนยันอีกครั้งว่า เรื่องจริงเพียวๆ

q*073q*073q*073q*073q*073q*073q*073

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
Guest
ตรี
เรทกระทู้
« ตอบ #8 เมื่อ: 18 มิ.ย. 11, 07:24 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

เสียชีวิตหมดแล้วครับทุกคนที่คุณกล่าวถึงแต่ภรรยาที่ทำแกงไก่ป่าของนายสถานียังอยู่ ผมเองเป็นลูกชายคนเล็กของนายกิตติซึ่งเป็นนายสถานีรถไฟลุ่มสุ่ม ซึ่งขณะที่คุณเดินทางไปนั้นผมน่าจะมีอายุซัก 3 ขวบได้มั้งผมเกิดปี 2512 ลูกจ้างชลประทานที่ผมรู้จักเช่นนายแท่ง,นายวรรณ,น้าไกร(ทั้งหมดเสียชีวิตแล้ว)ซึ่งล้วนแล้วเป็นคอสุราชั้นบรมครู ส่วนครูงามช่วงหลังย้ายเข้าอยู่ในตัวเมืองกาญจน์มีลูกชายชื่อ เอ ลูกสาวชื่อ บี สถานีลุ่มสุ่มถูกยุบประมาณปี21-22ได้มั้งเป็นแค่ที่หยุดรถธรรมดา ทิ้งความรุ่งเรืองในอดีตจนไม่หลงเหลือเค้าเดิม

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
Guest
ตรี
เรทกระทู้
« ตอบ #9 เมื่อ: 18 มิ.ย. 11, 07:37 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ถ้าคุณยังอยากกินแกงไก่ป่า(ไก่บ้าน)รสชาติเดิมๆ(แต่ไม่มีกัญชาใส่แล้วนะ)เมื่อครั้งเกือบ40ปีที่แล้วตอนนี้ลูกสาวคนโตของนายกิตติอดีตนายสถานีรถไฟลุ่มสุ่ม เค้าเปิดร้านอยู่ระหว่างวังสิงห์-ลุ่มสุ่มขายอาหารตามสั่งอยู่กับแม่เค้า

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #10 เมื่อ: 18 มิ.ย. 11, 08:37 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

สวัสดีครับ คุณตรี

โอ้โอ..ดีใจเป็นที่สุด ที่ได้เจอลูกชาย ของคุณกิตติ และภรรยา ที่มีน้ำใจงาม ..ใช่เลยครับ ชื่อคุณ กิตติ ร่างท้วม ผิวขาว ช่วยบอกคุณแม่ด้วยนะว่า ผมระลึกถึงอยู่เสมอๆ แม้จะวันวานผ่านมานานแล้วก็ตาม

ขอเบอร์โทร ให้ไว้หลังไมค์ นะครับ....ดีใจจนเนื้อเต้นเลยนะครับนี่..ขอขอบคุณอย่างมากมายครับ

//ช.ผาสุข(คนไทยแท้)

q*073q*073q*073q*073q*073q*073q*073

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
Tags:  

หน้า: 1

 
ตอบ

ชื่อ:
 
แชร์ไป Facebook ด้วย
กระทู้:
ไอค่อนข้อความ:
ตัวหนาตัวเอียงตัวขีดเส้นใต้จัดย่อหน้าชิดซ้ายจัดย่อหน้ากึ่งกลางจัดย่อหน้าชิดขวา

 
 

[เพิ่มเติม]
แนบไฟล์: (แนบไฟล์เพิ่ม)
ไฟล์ที่อนุญาต: gif, jpg, jpeg
ขนาดไฟล์สูงสุดที่อนุญาต 20000000 KB : 4 ไฟล์ : ต่อความคิดเห็น
ติดตามกระทู้นี้ : ส่งไปที่อีเมลของสมาชิกสนุก
  ส่งไปที่
พิมพ์อักษรตามภาพ:
พิมพ์ตัวอักษรที่แสดงในรูปภาพ
 
:  
  • ข้อความของคุณอยู่ในกระทู้นี้
  • กระทู้ที่ถูกใส่กุญแจ
  • กระทู้ปกติ
  • กระทู้ติดหมุด
  • กระทู้น่าสนใจ (มีผู้ตอบมากกว่า 15 ครั้ง)
  • โพลล์
  • กระทู้น่าสนใจมาก (มีผู้ตอบมากกว่า 25 ครั้ง)
         
หากท่านพบเห็นการกระทำ หรือพฤติกรรมใด ๆ ที่ไม่เหมาะสม ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเสื่อมเสียแก่สถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ รวมถึง การใช้ข้อความที่ไม่สุภาพ พฤติกรรมการหลอกลวง การเผยแพร่ภาพลามก อนาจาร หรือการกระทำใด ๆ ที่อาจก่อให้ผู้อื่น ได้รับความเสียหาย กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม