หน้า: 1

ชนิดกระทู้ ผู้เขียน กระทู้: เหตุแห่งความรัก  (อ่าน 11113 ครั้ง)
add
เรทกระทู้
« เมื่อ: 31 พ.ค. 11, 14:21 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
Send E-mail

แบ่งปันกระทู้นี้ให้เพื่อนคุณอ่านไหมคะ?

ปิดปิด
 
เหตุแห่งความรัก (โดยคุณอังคาร)

ปุถุชนผู้ยังละกิเลสไม่ได้ เกิดมาก็ย่อมต้องมีความรักทั้งหญิงและชาย
พระพุทธเจ้าทรงแสดงเหตุที่ทำให้หญิงชายรู้สึกรักกัน
ไว้ใน สาเกตชาดก พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๙ ดังนี้


“ ข้าแต่พระผู้มีพระภาค
เหตุไรหนอ เมื่อบุคคลบางคนในโลกนี้พอเห็นกันเข้าก็เฉย ๆ หัวใจก็เฉย
บางคนพอเห็นกันเข้า จิตก็เลื่อมใส ”


“ ความรักนั้น ย่อมเกิดขึ้นด้วยเหตุ ๒ ประการ คือ
ด้วยการอยู่ร่วมกัน ในกาลก่อน ๑ ด้วยความเกื้อกูลต่อกันในปัจจุบัน ๑ ”

เหมือนดอกอุบลและชลชาติ เมื่อเกิดในน้ำ
ย่อมเกิดเพราะอาศัยเหตุ ๒ ประการ คือน้ำและเปือกตม ฉะนั้น ”


จึงจะเห็นว่าการที่หญิงชายมารักกัน ชอบกัน และอาจได้อยู่ร่วมกันนั้นไม่ใช่เหตุบังเอิญ
แต่มีปัจจัยมาจาก ๒ ประการดังที่พระพุทธองค์ทรงแสดงเหตุให้รู้
แต่ก็ยังมีข้อสงสัยที่เกี่ยวเนื่องกับความรัก คู่ครอง เนื้อคู่ ฯลฯ อีกมากมาย
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #1 เมื่อ: 31 พ.ค. 11, 14:26 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
คู่

บุพเพสันนิวาส คือ การได้เคยอยู่ร่วมกันในอดีตชาติ
จนส่งผลให้ได้มาเป็นคู่ครองกันในปัจจุบัน


ซึ่งส่วนใหญ่จะคิดว่าเคยอยู่ร่วมกันเป็นสามีภรรยาเท่านั้น
แต่แท้จริงแล้วบุพเพสันนิวาส หมายถึงการที่อาจจะได้อยู่ร่วมกันในฐานะอื่นก็ได้
เช่น พี่กับน้อง พ่อกับลูก แม่กับลูก เพื่อครูกับศิษย์ นายกับบ่าว เป็นต้น


การที่มีบุพเพสันนิวาสร่วมกันนี้เมื่อเกิดมาร่วมกัน ก็มักจะสร้างบุญสร้างกุศลร่วมกันมา
ทำอะไรตามกัน มีความเห็นสอดคล้องกัน ทำให้อยู่ด้วยกันแล้วมีความสุข


เนื้อคู่ คือ หญิงและชายที่เคยได้ใช้ชีวิตร่วมกัน เป็นสามีภรรยากันมาก่อนในอดีตชาติ

คู่ครอง คือ หญิงและชายที่ใช้ชีวิตร่วมกัน เป็นสามีภรรยากันในชาติปัจจุบัน

คู่กรรม คือ หญิงและชายที่ใช้ชีวิตร่วมกันเป็นสามีภรรยา แต่มักไม่มีความสุข

เนื่องจากการมาอยู่ร่วมกันนั้นเกิดจากวิบากของกรรมที่ทำร่วมกัน
หรือวิบากกรรมที่มีต่อกันมาส่งผล
เช่น อาจเคยทำบาปร่วมกัน หรือเคยเป็นศัตรูกันมาก่อน เป็นต้น


คู่บารมี คือ เนื้อคู่ที่ได้ติดตามกันมา ส่งเสริมกันและกันในทางที่ดี
ได้ใช้ชีวิตร่วมกันในฐานะสามีภรรยาร่วมกันนับชาติไม่ถ้วน
และจะติดตามกันต่อไปจนกว่าจะสามารถหลุดพ้นจากวัฏสงสารได้

มักใช้คำนี้กับพระโพธิสัตว์ที่บำเพ็ญบารมีกับเนื้อคู่ลำดับ ๑ ที่จะได้เป็นคู่ครองกับในชาติสุดท้าย
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #2 เมื่อ: 31 พ.ค. 11, 14:33 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
เหตุแห่งการได้อยู่ร่วมกัน

ดังที่พระพุทธองค์ได้แสดงเหตุที่หญิงชายได้รักและได้เป็นสามีภรรยากันนั้นมี ๒ ปัจจัย คือ

• การได้อยู่ร่วมกันในกาลก่อน

• การได้เกื้อหนุนกันในชาติปัจจุบัน


เนื่องจากวัฎสงสารยาวไกลจนหาจุดเริ่มต้นและที่สุดไม่ได้
หญิงชายแต่ละคนจึงมีเนื้อคู่มากมายเป็นแสนคน

แต่ละชาติที่เกิดมาก็อาจได้พบเจอเนื้อคู่ได้หลาย ๆ คนพร้อมกัน
หรืออาจไม่ได้เจอเนื้อคู่เลยสักคนก็เป็นได้

กรณีที่ไม่เจอเนื้อคู่เลยนั้น
หญิงชายนั้นก็อาจมีคู่ได้กับบุคคลใกล้ชิดที่ได้เกื้อหนุนกันในปัจจุบัน
ซึ่งเมื่อได้เป็นคู่กันในปัจจุบันแล้วหญิงชายนั้นก็จะได้เป็นเนื้อคู่กันต่อไป



ลำดับของเนื้อคู่

เพราะเหตุที่แต่ละคนมีเนื้อคู่จำนวนมากมาย
จึงเป็นที่น่าสงสัยว่าแล้วใครกันเล่าที่สมควรจะได้อยู่เป็นคู่ครองกันมากที่สุด
และจะมีวิธีการเลือกอย่างไร

แม้จะมีเนื้อคู่จำนวนมากมาย
แต่จะมีเพียงคนเดียวเท่านั้นที่เมื่ออยู่ร่วมกันแล้วมีความสุขที่สุด
เมื่อพบหน้ากันแล้วไม่อาจตัดใจรักให้ขาดจากกันได้

บุคคลนี้คือเนื้อคู่ที่ได้อยู่ร่วมกันมามากที่สุดเป็นแสนเป็นล้านชาติ
เป็นเนื้อคู่ลำดับที่ ๑ กฎแห่งกรรมจะจัดสรรการมีคู่ไว้ให้เราเรียบร้อย

คือ หากเรามีเนื้อคู่เกิดมาพร้อมกัน ใจเราจะเป็นผู้เลือกเนื้อคู่ลำดับต้นเสมอ
เมื่อเลือกแล้วคู่ลำดับอื่นเขาจะหลีกทางและไปหาคู่ของเขาต่อไป


แต่กฎแห่งกรรมอีกเช่นกัน ที่บางชาติ กลับทำให้คู่ลำดับต้น ๆ ได้มาพบกันทีหลัง
หลังจากที่อีกฝ่ายได้เลือกคู่ครองไปแล้วซึ่งแม้จะได้พบกันทีหลัง
แต่เพราะเป็นคู่ลำดับต้น จิตใจของทั้งคู่ก็จะร้อนรนทนไม่ไหว
จึงต้องรักกันอีกครั้งซึ่งความรักครั้งนี้ต้องหัก ต้องบังคับฝืนใจกันอย่างเต็มกำลัง

กล่าวกันว่าแม้พระภิกษุผู้มั่นคงในศีล เมื่อได้เจอเนื้อคู่ลำดับต้น ๆ ยังทนไม่ได้
ต้องสึกหาลาเพศมาอยู่กับเนื้อคู่ของตนจนได้

เหตุที่เนื้อคู่ลำดับต้นมาเกิดในชาติภพเดียวกัน แต่กลับไม่สมกันนั้น
มีเหตุเดียว คือ กรรมพลัดพรากได้มาส่งผลเป็นวิบากแก่ทั้งคู่อย่างร้ายแรง


หากกรรมนั้นใกล้จะหมดผลเขาทั้งสองก็อาจได้เป็นคู่ครองกันในชาตินั้น
แต่หากกรรมนั้นยังรุนแรงอยู่ทั้งสองก็ต้องทนทุกข์ทรมานชดใช้กรรมนั้นให้หมด
แล้วจึงจะได้มีวาสนาอยู่ร่วมกันในชาติต่อ ๆ ไป
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #3 เมื่อ: 31 พ.ค. 11, 14:40 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
เหตุที่อกหักผิดหวังในความรัก

นอกจากการผิดหวังจากเนื้อคู่ลำดับต้น ๆ ซึ่งเกิดจากกรรมพลัดพรากแล้ว

บางครั้งคนเราก็อาจต้องผิดหวังในความรัก โดยมีเหตุมาจากกรรมทั้งสิ้น
คืออยู่กับคู่ครองไม่มีความสุข ทะเลาะเบาะแว้งกันเป็นประจำหรือมีปัญหาให้ทุกข์ใจตลอด


เหตุที่เป็นดังนี้ แสดงว่าคู่ครองนั้นไม่ใช่เนื้อคู่ลำดับที่ ๑-๕
เนื่องจากกรรมจากการเป็นคนไม่ดี ไม่มีศีลธรรมส่งผลให้ไม่ได้พบเนื้อคู่ลำดับต้น ๆ

หรืออาจเป็นเพราะทั้งสองไม่ใช่เนื้อคู่กัน แต่ทั้งคู่เป็นศัตรูคู่อาฆาต ได้เคยผูกใจเจ็บกันมา
ชาตินี้จึงต้องมาแก้แค้นกันเอง และแรงอาฆาตได้ผลักดันให้ทั้งสองมาอยู่ร่วมกัน
และแก้แค้นกันเองตามแรงอาฆาตนั้น


หรือบางคนรักเขาข้างเดียว อกหักบ่อยครั้ง โดยที่อีกฝ่ายไม่ได้สนใจด้วยเลย
เหตุนี้เกิดขึ้นเนื่องจากอดีตชาติเคยอาฆาตเขาไว้
แต่เขาไม่ได้อาฆาตตอบและไม่ได้ถือโกรธด้วย

ชาตินี้จึงต้องทนทุกข์ทรมานเพราะเขาอยู่เพียงฝ่ายเดียว
อย่างนี้ไม่ได้เป็นเนื้อคู่ เป็นเพียงคู่กรรมเท่านั้น


ทำอย่างไรจึงจะได้อยู่ร่วมกัน

เมื่อความรักหวานชื่น คู่ครองทั้งหลายย่อมต้องอยากเกิดมาเป็นเนื้อคู่กันอีก
ซึ่งผลกรรมก็ได้จัดสรรการเกิดมาเป็นคู่ครองกันอีกตามที่ได้กล่าวมาแล้ว


แต่นอกจากการรอให้กรรมเป็นตัวจัดสรรแล้ว
เรายังสามารถเลือกที่จะได้พบและอยู่เป็นคู่ครองกับเนื้อคู่ของเราได้ในอนาคต โดยการอธิษฐาน


แต่แม้จะมีอธิษฐานร่วมกัน สุดท้ายการได้อยู่ร่วมกันก็ยังต้องขึ้นอยู่กับกฎแห่งกรรมอยู่ดี

การอธิษฐานนั้นมีทั้งประโยชน์และโทษ คือ
ในด้านประโยชน์ ทำให้เนื้อคู่ทั้งสองมีโอกาสกลับมาเป็นคู่ครองกันในชาติต่อๆไปได้ง่าย


แต่ในแง่ของโทษ บางครั้งก็ทำให้การใช้ชีวิตไม่เป็นปกติสุข
เช่น หากเนื้อคู่ที่อธิษฐานกันไว้ไม่ได้มาเกิด หรือมาเกิดแล้วแต่ยังไม่ได้พบกัน
ฝ่ายที่รออยู่จะไม่สามารถมีคู่ได้ จิตใจไม่รักใคร
หรือแม้จะได้พบเนื้อคู่ลำดับต้น ๆ แต่ก็มีเหตุให้ไม่สมหวังทุกครั้งไป


เนื่องจากแรงอธิษฐานนั้นฉุดรั้งไว้
หรือบางครั้งจิตใจมีสังหรณ์อยู่เสมอว่ารอคอยใครอยู่ ทั้งที่ไม่รู้ว่ารอคอยใคร
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #4 เมื่อ: 31 พ.ค. 11, 14:48 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
การแก้ปัญหาเรื่องอธิษฐาน

หากแน่ใจว่าเนื้อคู่ที่อธิษฐานกันไว้คงไม่ได้พบเจอกันแน่แล้ว
หรืออยากจะปล่อยวางเพื่อมีโอกาสได้ตัดสินใจกับเนื้อคู่ลำดับอื่น

สามารถทำได้ง่าย ๆ เพียงอธิษฐานขออนุญาตเนื้อคู่ว่า
ขอละคำอธิษฐานนั้น ขอให้ชีวิตได้พบเนื้อคู่ที่สมกัน และได้ใช้ชีวิตคู่อย่างปกติและมีความสุข



คู่บารมี

สุดท้ายคือเรื่องของคู่บารมี เป็นคู่สำคัญ เป็นคู่ที่ยาวนาน
เพราะต้องร่วมกันสร้างบารมีขณะที่ฝ่ายหนึ่งเป็นพระโพธิสัตว์
และอีกฝ่ายหนึ่งเป็นเนื้อคู่ที่จะเคียงข้างกันไป

การเป็นพระโพธิสัตว์นั้นต้องการกำลังใจที่เข้มแข็ง มั่นคง
และเสียสละความสุขทั้งปวงเพื่อประโยชน์ของสัตว์โลก

พระโพธิสัตว์นั้นต้องใช้เวลายาวนานมากในการสร้างบุญบารมี
กว่าที่จะสามารถตรัสรู้เป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้
อย่างเร็วที่สุดก็ต้องใช้เวลาถึง ๒๐ อสงไขยกับเศษแสนมหากัป
และอย่างช้าก็เนิ่นนานจนถึง ๘๐ อสงไขยกับเศษแสนมหากัปเลยทีเดียว


คนที่ตั้งใจเป็นคู่บารมีจึงต้องมีความเสียสละและเด็ดเดี่ยวไม่แพ้กัน
บุคคลผู้ปรารถนาเป็นคู่บารมีนั้น
จะเป็นผู้ที่ได้ช่วยเหลือเกื้อกูลกันมากที่สุดได้เป็นคู่ครองกันมากที่สุด
และเป็นเนื้อคู่ลำดับ ๑ อย่างเที่ยงแท้

การเป็นคู่บารมีนั้นลำบากมากยิ่งนัก
เพราะคนเป็นคู่บารมีนั้นจะต้องพบกับสิ่งต่อไปนี้ คือ

ต้องเกิดเป็นผู้หญิง ไม่ได้เกิดเป็นผู้ชาย
ต้องช่วยพระโพธิสัตว์ทำงานอย่างเต็มกำลัง
ในบางชาติอาจต้องร่วมสร้างบารมีกับพระโพธิสัตว์ เช่น
ต้องสละชีวิตร่วมกัน ต้องถูกบริจาคลูก
หรือตัวเองเพื่อเสริมบารมีให้พระโพธิสัตว์ เป็นต้น

ตราบใดที่พระโพธิสัตว์ยังไม่ได้ตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้า
คู่บารมีนั้นก็ยังไม่มีโอกาสบรรลุโลกุตรธรรมได้


-------------------กัลยาณธรรม

ขอบคุณที่มา Copyright dhammadelivery.com
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #5 เมื่อ: 31 พ.ค. 11, 14:51 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
http://www.dhammadelivery.com/teaching-detail.php?tea_id=58

ธรรมะเเดลิเวอรี่ ส่งถึงที่ ซึ้งถึงใจ ธรรมะแบบง่าย ๆ ธรรมะเป็นเรื่องเข้าใจง่าย ธรรมะเป็นเรื่องสนุก

ยังมีบทความน่าอ่านอีกมากมาย อ่านแล้วบอกต่อนะคะ
q*021


noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #6 เมื่อ: 31 พ.ค. 11, 16:37 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

เนื้อคู่ คือ หญิงและชายที่เคยได้ใช้ชีวิตร่วมกัน เป็นสามีภรรยากันมาก่อนในอดีตชาติ

คู่ครอง คือ หญิงและชายที่ใช้ชีวิตร่วมกัน เป็นสามีภรรยากันในชาติปัจจุบัน




งั๊น~ก็เปนไปได้ว่า เนื้อคู่ กับ คู่ครอง อาจจะไม่ใช่คนๆ เดียวกัน

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #7 เมื่อ: 31 พ.ค. 11, 23:09 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 


noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #8 เมื่อ: 1 มิ.ย. 11, 00:33 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #9 เมื่อ: 1 มิ.ย. 11, 08:28 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

q*066

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #10 เมื่อ: 2 มิ.ย. 11, 12:52 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
ขอบคุณค่ะที่นำมาแบ่งปัน q*062q*021q*021

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #11 เมื่อ: 2 มิ.ย. 11, 18:47 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

เนือคู่ กับ คู่ครอง

ไม่จำเป็นต้อง
เป็นคน คนเดียวกัน
q*027q*030
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #12 เมื่อ: 3 มิ.ย. 11, 00:33 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
ปลาเคยอ่านหนังสือเล่มนึงเป็นหนังสือแปลของหมอเกี่ยวกับการสะกดจิตเรื่อง เราจะข้ามเวลามาพบกัน ผู้หญิงเค้าเป็นคนไข้ของหมอ จำไม่ได้ว่าเป็นอะไร หมอก็รักษาด้วยการสะกดจิต ผู้หญิงคนนี้ระลึกได้หลายเหตุการณ์ บางทีก็เป็นเด็กเห็นพ่อตัวเองโดนมัดลากไปกับม้า บางทีก็อยู่กับพี่ชาย หลายเหตุการณ์ที่ผู้หญิงคนนี้ระลึกได้ และมีคนไข้ผู้ชายอีกคนมารักษาด้วยการสะกดจิตเค้าเห็นเหตุการณ์คล้ายคลึงกัน หมอได้เอาบันทึกคนไข้มาวิเคราะห์ก็พบว่าเค้าทั้งสองเคยเจอกันในอดีตชาติเป็นพ่อและเป็นพี่ของผู้หญิง หมอก็เลยนัดให้ทั้ง2เจอกัน แต่เค้าทั้ง2ก็ยังไม่สานสัมพันธ์ เวลาผ่านไปเค้ามาเจอกันที่สนามบินและเป็นจุดเริ่มต้นของความรัก ไม่รู้หนังสือเรื่องนี้เป็นจริงหรือเปล่าแต่ถ้าใช่ก็แสดงว่าเนื้อคู่ของเราไม่ได้มีแค่คนเดียวและเนื้อคู่คนปัจจุบันก็อาจเป็นเพื่อนเป็นพี่น้องของเราในอดีตชาติก็ได้
ซึ้งอะ


noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #13 เมื่อ: 3 มิ.ย. 11, 21:40 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
ความรัก ความผูกพันที่เกี่ยวข้องมาแต่อดีต ส่งผลปัจจุบันและอนาคต...มั๊ง q*023
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
Guest
Rlin007
เรทกระทู้
« ตอบ #14 เมื่อ: 24 มิ.ย. 11, 17:07 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

รักน้องหนิงคนเดียวครับ q*042 และจะขอรักน้องหนิงเป็นคนสุดท้ายในชีวตของผมจนกว่าผมจะหมดลมหายใจครับ

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
Guest
งมงาย
เรทกระทู้
« ตอบ #15 เมื่อ: 25 มิ.ย. 11, 07:27 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

บอกได้เลยว่างมงายครับ ถ้าอตีตชาติมีจริง ทำไมสัตว์บางชนิดจึงสูญพันธ์ไปจากโลก แล้วทำไมมนุษย์จึงเพิ่มขึ้นอย่างมากในศตวรรษหลังนี้ เป็นเพราะสัตว์ทำบุญไว้เยอะจึงมาเกิดเป็นคนเหรอ แสดงว่าตอนกำเนิดโลกใหม่ๆกับปัจจุบัน ต้องมีจำนวนสิ่งมีชีวิตเท่ากันใช่ไหม หรือว่ามีเทวดาพากันลงมาเกิดด้วย อย่าพยายามแต่งนิยายแล้วบอกว่าเป็นเรื่องจริง มันแค่เหมือนจะจริง แล้วทำไมคนแต่งถึงรู้ ระลึกชาติได้เหรอ ไม่เห็นนำความรู้อันนี้มาเป็นประโยชน์แก่ส่วนรวมเลย เช่นบริเวณนี้เคยเป็นโบราณสถาน ก็บอกให้รัฐบาลมาเก็บรักษาทางประวัติศาสตร์ หรือรู้ว่าบริเวณนี้เคยมีสิ่งมีชีวิตอาศัยอยู่มาก ทำให้ปัจจุบันกลายเป็นแหล่งน้ำมัน มันแค่ความเชื่อครับพิสูจน์ไม่ได้

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #16 เมื่อ: 25 มิ.ย. 11, 09:41 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
บอกได้เลยว่างมงายครับ ถ้าอตีตชาติมีจริง ทำไมสัตว์บางชนิดจึงสูญพันธ์ไปจากโลก แล้วทำไมมนุษย์จึงเพิ่มขึ้นอย่างมากในศตวรรษหลังนี้ เป็นเพราะสัตว์ทำบุญไว้เยอะจึงมาเกิดเป็นคนเหรอ แสดงว่าตอนกำเนิดโลกใหม่ๆกับปัจจุบัน ต้องมีจำนวนสิ่งมีชีวิตเท่ากันใช่ไหม หรือว่ามีเทวดาพากันลงมาเกิดด้วย อย่าพยายามแต่งนิยายแล้วบอกว่าเป็นเรื่องจริง มันแค่เหมือนจะจริง แล้วทำไมคนแต่งถึงรู้ ระลึกชาติได้เหรอ ไม่เห็นนำความรู้อันนี้มาเป็นประโยชน์แก่ส่วนรวมเลย เช่นบริเวณนี้เคยเป็นโบราณสถาน ก็บอกให้รัฐบาลมาเก็บรักษาทางประวัติศาสตร์ หรือรู้ว่าบริเวณนี้เคยมีสิ่งมีชีวิตอาศัยอยู่มาก ทำให้ปัจจุบันกลายเป็นแหล่งน้ำมัน มันแค่ความเชื่อครับพิสูจน์ไม่ได้

ไม่ใช่นิยาย แต่ถ้าเป็นบทความนำมาให้อ่าน
ให้พิจารณาถึงเหตุที่ทำให้คนสองคนได้พบ ได้รัก
แต่ทุกอย่างไม่ได้ลงเอยในชีวิตคู่ ในแบบที่ต้องการเสมอไปนะคะ
q*021
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #17 เมื่อ: 25 มิ.ย. 11, 09:43 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
รักน้องหนิงคนเดียวครับ q*042 และจะขอรักน้องหนิงเป็นคนสุดท้ายในชีวตของผมจนกว่าผมจะหมดลมหายใจครับ

ขอให้เป็นเนื้อคู่ และได้เป็นคู่ครอง มีความสุขมากๆนะคะ q*021
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #18 เมื่อ: 25 มิ.ย. 11, 20:10 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
บอกได้เลยว่างมงายครับ ถ้าอตีตชาติมีจริง ทำไมสัตว์บางชนิดจึงสูญพันธ์ไปจากโลก แล้วทำไมมนุษย์จึงเพิ่มขึ้นอย่างมากในศตวรรษหลังนี้ เป็นเพราะสัตว์ทำบุญไว้เยอะจึงมาเกิดเป็นคนเหรอ แสดงว่าตอนกำเนิดโลกใหม่ๆกับปัจจุบัน ต้องมีจำนวนสิ่งมีชีวิตเท่ากันใช่ไหม หรือว่ามีเทวดาพากันลงมาเกิดด้วย อย่าพยายามแต่งนิยายแล้วบอกว่าเป็นเรื่องจริง มันแค่เหมือนจะจริง แล้วทำไมคนแต่งถึงรู้ ระลึกชาติได้เหรอ ไม่เห็นนำความรู้อันนี้มาเป็นประโยชน์แก่ส่วนรวมเลย เช่นบริเวณนี้เคยเป็นโบราณสถาน ก็บอกให้รัฐบาลมาเก็บรักษาทางประวัติศาสตร์ หรือรู้ว่าบริเวณนี้เคยมีสิ่งมีชีวิตอาศัยอยู่มาก ทำให้ปัจจุบันกลายเป็นแหล่งน้ำมัน มันแค่ความเชื่อครับพิสูจน์ไม่ได้

ไม่งมงายหรอกค่ะ q*021 พุทธศาสนา ไม่เคยสอนให้คนงมงาย ..ทุกอย่างพิสูจน์ได้ด้วยตัวเอง เป็น ปัจจัตตัง เวทิตัพโพ วิญญูหิ เป็นสิ่งที่ผู้รู้ก็รู้ได้เฉพาะตน
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #19 เมื่อ: 25 มิ.ย. 11, 20:24 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
ดังที่กล่าวในกาลมสูตรดังนี้

1. อย่าได้ยึดถือตามถ้อยคำที่ได้ยินได้ฟังมา

2. อย่าได้ยึดถือตามถ้อยคำสืบๆ กันมา

3. อย่าได้ยึดถือโดยตื่นข่าวว่าได้ยินอย่างนี้

4. อย่าได้ยึดถือโดยอ้างตำรา

5. อย่าได้ยึดถือโดยเดาเอาเอง

6. อย่าได้ยึดถือโดยคาดคะเน

7. อย่าได้ยึดถือโดยความตรึกตามอาการ

8. อย่าได้ยึดถือโดยชอบใจว่าต้องกันกับทิฐิของตัว

9. อย่าได้ยึดถือโดยเชื่อว่าผู้พูดสมควรจะเชื่อได้

10. อย่าได้ยึดถือโดยความนับถือว่าสมณะนี้เป็นครูของเรา
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #20 เมื่อ: 25 มิ.ย. 11, 20:33 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
บอกได้เลยว่างมงายครับ ถ้าอตีตชาติมีจริง ทำไมสัตว์บางชนิดจึงสูญพันธ์ไปจากโลก แล้วทำไมมนุษย์จึงเพิ่มขึ้นอย่างมากในศตวรรษหลังนี้ เป็นเพราะสัตว์ทำบุญไว้เยอะจึงมาเกิดเป็นคนเหรอ แสดงว่าตอนกำเนิดโลกใหม่ๆกับปัจจุบัน ต้องมีจำนวนสิ่งมีชีวิตเท่ากันใช่ไหม หรือว่ามีเทวดาพากันลงมาเกิดด้วย อย่าพยายามแต่งนิยายแล้วบอกว่าเป็นเรื่องจริง มันแค่เหมือนจะจริง แล้วทำไมคนแต่งถึงรู้ ระลึกชาติได้เหรอ ไม่เห็นนำความรู้อันนี้มาเป็นประโยชน์แก่ส่วนรวมเลย เช่นบริเวณนี้เคยเป็นโบราณสถาน ก็บอกให้รัฐบาลมาเก็บรักษาทางประวัติศาสตร์ หรือรู้ว่าบริเวณนี้เคยมีสิ่งมีชีวิตอาศัยอยู่มาก ทำให้ปัจจุบันกลายเป็นแหล่งน้ำมัน มันแค่ความเชื่อครับพิสูจน์ไม่ได้

เป็นคำถามที่ดีมากเลยค่ะ เคยสงสัยอย่างนี้อยู่เหมือนกัน q*021

ถ้าอย่างนั้นรบกวนถาม"คุณงมงาย"ด้วยนะคะ ว่า

1.โลกเราเป็นดาวเคราะห์ดวงเดียวที่มีสิ่งมีชีวิตอาศัยอยู่ แน่นอนหรือ?
2.เรารู้จำนวนของดวงดาวชัดแน่นอนแล้วหรือ? กาแล็กซี่ในจักรวาลมีกี่แห่ง? ฯลฯ

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #21 เมื่อ: 25 มิ.ย. 11, 20:41 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
ที่จริงคำถามเหล่านี้เป็นเรื่อง อจินไตย หรือเรื่องที่ไม่ควรคิด ใช้นำมาแก้ไขหรือดับทุกข์ไม่ได้เลย q*021

ถ้าเปรียบอดีตชาติ ก็เหมือนวิชาประวัติศาสตร์ ไม่ได้นำมาใช้ในปัจจุบัน แต่ก็ทำให้รู้เรื่องราวที่มา ..แต่เมื่อมีใครสามารถล่วงรู้อดีตชาติได้ ก็ไม่ควรยึดติด ..อยู่กับปัจจุบัน ทำเหตุแห่งปัจจุบันให้ดีก็พอแล้วค่ะ q*021
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #22 เมื่อ: 25 มิ.ย. 11, 20:50 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

q*022โอโหน้องเรา q*021

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #23 เมื่อ: 25 มิ.ย. 11, 20:52 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
ขอเพิ่มเติมอีกหน่อยนะค๊า ..คำถามนี้น่ารักดีค่า q*021q*021

บอกได้เลยว่างมงายครับ ถ้าอตีตชาติมีจริง ทำไมสัตว์บางชนิดจึงสูญพันธ์ไปจากโลก แล้วทำไมมนุษย์จึงเพิ่มขึ้นอย่างมากในศตวรรษหลังนี้ เป็นเพราะสัตว์ทำบุญไว้เยอะจึงมาเกิดเป็นคนเหรอ แสดงว่าตอนกำเนิดโลกใหม่ๆกับปัจจุบัน ต้องมีจำนวนสิ่งมีชีวิตเท่ากันใช่ไหม หรือว่ามีเทวดาพากันลงมาเกิดด้วย อย่าพยายามแต่งนิยายแล้วบอกว่าเป็นเรื่องจริง มันแค่เหมือนจะจริง แล้วทำไมคนแต่งถึงรู้ ระลึกชาติได้เหรอ ไม่เห็นนำความรู้อันนี้มาเป็นประโยชน์แก่ส่วนรวมเลย เช่นบริเวณนี้เคยเป็นโบราณสถาน ก็บอกให้รัฐบาลมาเก็บรักษาทางประวัติศาสตร์ หรือรู้ว่าบริเวณนี้เคยมีสิ่งมีชีวิตอาศัยอยู่มาก ทำให้ปัจจุบันกลายเป็นแหล่งน้ำมัน มันแค่ความเชื่อครับพิสูจน์ไม่ได้

สัตว์ไม่ได้ทำบุญไว้เยอะจึงมาเกิดเป็นคน ..แต่สัตว์หมดกรรมที่ต้องมาเกิดเป็นสัตว์ชนิดนั้นๆค่ะ
พูดถึงกรรม เดี๋ยวจะว่างมงายอีก q*020 กรรม คือผลของการกระทำค่ะ q*021 ยกตัวอย่าง เรา ตีเค้า เค้าเจ็บ เป็นต้นค่ะ q*021q*021
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #24 เมื่อ: 25 มิ.ย. 11, 20:52 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
ที่จริงคำถามเหล่านี้เป็นเรื่อง อจินไตย หรือเรื่องที่ไม่ควรคิด ใช้นำมาแก้ไขหรือดับทุกข์ไม่ได้เลย q*021

ถ้าเปรียบอดีตชาติ ก็เหมือนวิชาประวัติศาสตร์ ไม่ได้นำมาใช้ในปัจจุบัน แต่ก็ทำให้รู้เรื่องราวที่มา ..แต่เมื่อมีใครสามารถล่วงรู้อดีตชาติได้ ก็ไม่ควรยึดติด ..อยู่กับปัจจุบัน ทำเหตุแห่งปัจจุบันให้ดีก็พอแล้วค่ะ q*021


เห็นด้วยอย่างยิ่ง q*054
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #25 เมื่อ: 25 มิ.ย. 11, 20:54 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
หัวโขก งั้นให้น้องตอบต่อ ไม่รบกวนจ๊า q*033
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #26 เมื่อ: 25 มิ.ย. 11, 20:54 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
กู๊ดไน้ท์ค่า .. q*063
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #27 เมื่อ: 25 มิ.ย. 11, 21:09 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

q*027q*027q*027q*027q*027q*027q*027

ไปนอนทั้งคู่เลย )))))))))))))

q*013q*013q*013

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
Guest
อนัตตา ติ
เรทกระทู้
« ตอบ #28 เมื่อ: 26 มิ.ย. 11, 08:36 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

รักมากทุกข์มาก รักน้อยทุกข์ก็น้อย ไม่รักก็ไม่ทุกข์ แต่จะมีสักกี่คนล่ะที่จะตัดกระแสแห่งวิบากได้ ในมหาสติปัฏฐานสูตร วิปากะธัมมา วิปากะธัมมะธัมมา เนวะวิปากะนะวิปปกะธัมมะธัมมา ขี้เกียจแปลให้ฟัง หาอ่านเอาเองละกัน

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
Guest
งมงาย
เรทกระทู้
« ตอบ #29 เมื่อ: 26 มิ.ย. 11, 10:38 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ศาสนาทุกศาสนา ดีสำหรับใช้เป็นที่ยึดเหนี่ยวจิตใจ ชำระล้างจิตให้สะอาด เกิดจากการต้องการรู้เท่าทันจิตตนเอง จึงฝึกฝนเรียนรู้จิตตนเองจนชำนาญ แต่ปัจจุบันแก่นแท้แห่งศาสนาถูกแต่งเติม และบิดเบือนจากผู้นำทางศาสนารุ่นถัดมา ที่ศาสนาพุทธเรียกว่าสังคยานา ก็เป็นการแต่งเติมและบิดเบือนอีกรูปแบบหนึ่ง ผู้เผยแพร่ศาสนาควรจะให้ความรู้ทางด้านการฝึกให้รู้เท่าทันจิตอย่างเดียว เพราะท่านฝึกมาแค่นั้น อย่าพยายามให้ความรู้ทางด้านอื่นที่ท่านไม่ได้ศึกษา สิ่งที่ตำราบอกอาจไม่จริงก็ได้ ไม่มีใครรู้ทุกเรื่อง เราจึงต้องศึกษาให้ถ่องแท้และพึ่งพาอาศัยกัน ถามตัวเองและขอความเห็นจากผู้อื่นว่าจริงหรือไม่อยู่เสมอ อย่ามีอคติ

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #30 เมื่อ: 26 มิ.ย. 11, 11:39 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
ศาสนาทุกศาสนา ดีสำหรับใช้เป็นที่ยึดเกนี่ยวจิตใจ ชำระล้างจิตให้สะอาด เกิดจากการต้องการรู้เท่าทันจิตตัวเอง จึงฝึกฝนเรียนรู้จิตตนเองจนชำนาญ แต่ปัจจุบันแก่นแท้แห่งศาสนาถูกแต่งเติม และบิดเบือนจากผู้นำทางศาสนารุ่นถัดมา ที่ศาสนาพุทธเรียกว่าสังคยานา ก็เป็นการแต่งเติมและบิดเบือนอีกรูปแบบหนึ่ง ผู้เผยแพร่ศาสนาควรจะให้ความรู้ทางด้านการฝึกให้รู้เท่าทันจิตอย่างเดียว เพราะท่านฝึกมาแค่นั้น อย่าพยายามให้ความรู้ทางด้านอื่นที่ท่านไม่ได้ศึกษา สิ่งที่ตำราบอกอาจไม่จริงก็ได้ ไม่มีใครรู้ทุกเรื่อง เราจึงต้องศึกษาให้ถ่องแท้และพึ่งพาอาศัยกัน ถามตัวเองและขอความเห็นจากผู้อื่นว่าจริงหรือไม่อยู่เสมอ อย่ามีอคติ

ถูกต้องอย่างยิ่ง q*021
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #31 เมื่อ: 26 มิ.ย. 11, 11:54 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
ศาสนาทุกศาสนา ดีสำหรับใช้เป็นที่ยึดเหนี่ยวจิตใจ ชำระล้างจิตให้สะอาด เกิดจากการต้องการรู้เท่าทันจิตตนเอง จึงฝึกฝนเรียนรู้จิตตนเองจนชำนาญ แต่ปัจจุบันแก่นแท้แห่งศาสนาถูกแต่งเติม และบิดเบือนจากผู้นำทางศาสนารุ่นถัดมา ที่ศาสนาพุทธเรียกว่าสังคยานา ก็เป็นการแต่งเติมและบิดเบือนอีกรูปแบบหนึ่ง ผู้เผยแพร่ศาสนาควรจะให้ความรู้ทางด้านการฝึกให้รู้เท่าทันจิตอย่างเดียว เพราะท่านฝึกมาแค่นั้น อย่าพยายามให้ความรู้ทางด้านอื่น ที่ท่านไม่ได้ศึกษา สิ่งที่ตำราบอกอาจไม่จริงก็ได้ ไม่มีใครรู้ทุกเรื่อง เราจึงต้องศึกษาให้ถ่องแท้และพึ่งพาอาศัยกัน ถามตัวเองและขอความเห็นจากผู้อื่นว่าจริงหรือไม่อยู่เสมอ อย่ามีอคติ

จึงไม่ควรตั้งคำถาม ..ในคำถามที่ไม่ก่อให้เกิดประโยชน์ในการแก้ไขหรือดับทุกข์ได้เลย q*021

เปรียบเหมือนคนหิวน้ำ.. แต่ไม่ยอมที่จะกินน้ำ หรือหาวิธีที่จะกินน้ำ

แต่กลับไปตั้งข้อสงสัยถึง ..ที่มาของน้ำนั้นไม่จบ เมื่อไม่ได้รับคำตอบที่น่าพอใจอย่างนั้นก็ไม่ยอมดื่ม

จึงไม่หายหิวน้ำซักที
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #32 เมื่อ: 26 มิ.ย. 11, 12:00 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
ศาสนาทุกศาสนา ดีสำหรับใช้เป็นที่ยึดเหนี่ยวจิตใจ ชำระล้างจิตให้สะอาด เกิดจากการต้องการรู้เท่าทันจิตตนเอง จึงฝึกฝนเรียนรู้จิตตนเองจนชำนาญ แต่ปัจจุบันแก่นแท้แห่งศาสนาถูกแต่งเติม และบิดเบือนจากผู้นำทางศาสนารุ่นถัดมา ที่ศาสนาพุทธเรียกว่าสังคยานา ก็เป็นการแต่งเติมและบิดเบือนอีกรูปแบบหนึ่ง ผู้เผยแพร่ศาสนาควรจะให้ความรู้ทางด้านการฝึกให้รู้เท่าทันจิตอย่างเดียว เพราะท่านฝึกมาแค่นั้น อย่าพยายามให้ความรู้ทางด้านอื่นที่ท่านไม่ได้ศึกษา สิ่งที่ตำราบอกอาจจะไม่จริงก้ได้ ไม่มีใครรู้ทุกเรื่อง เราจึงต้องศึกษาให้ถ่องแท้และพึ่งพาอาศัยกัน ถามตัวเองและขอความเห็นจากผู้อื่นว่าจริงหรือไม่อยู่เสมอ อย่ามีอคติ

เห็นด้วยค่ะ q*021 ได้กล่าวไว้แล้วในความเห็นที่ 19

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #33 เมื่อ: 26 มิ.ย. 11, 12:05 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
ศาสนาทุกศาสนา ดีสำหรับใช้เป็นที่ยึดเหนี่ยวจิตใจ ชำระล้างจิตให้สะอาด เกิดจากการต้องการรู้เท่าทันจิตตนเอง จึงฝึกฝนเรียนรู้จิตตนเองจนชำนาญ แต่ปัจจุบันแก่นแท้แห่งศาสนาถูกแต่งเติม และบิดเบือนจากผู้นำทางศาสนารุ่นถัดมา ที่ศาสนาพุทธเรียกว่าสังคยานา ก็เป็นการแต่งเติมและบิดเบือนอีกรูปแบบหนึ่ง ผู้เผยแพร่ศาสนาควรจะให้ความรู้ทางด้านการฝึกให้รู้เท่าทันจิตอย่างเดียว เพราะท่านฝึกมาแค่นั้น อย่าพยายามให้ความรู้ทางด้านอื่นที่ท่านไม่ได้ศึกษา สิ่งที่ตำราบอกอาจไม่จริงก็ได้ ไม่มีใครรู้ทุกเรื่อง เราจึงต้องศึกษาให้ถ่องแท้และพึ่งพาอาศัยกัน ถามตัวเองและขอความเห็นจากผู้อื่นว่าจริงหรือไม่อยู่เสมอ อย่ามีอคติ

เห็นด้วยอย่างยิ่ง q*054
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #34 เมื่อ: 26 มิ.ย. 11, 12:12 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
ตามนี้นะคะ q*021


ไม่งมงายหรอกค่ะ q*021 พุทธศาสนา ไม่เคยสอนให้คนงมงาย ..ทุกอย่างพิสูจน์ได้ด้วยตัวเอง เป็น ปัจจัตตัง เวทิตัพโพ วิญญูหิ เป็นสิ่งที่ผู้รู้ก็รู้ได้เฉพาะตน
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #35 เมื่อ: 26 มิ.ย. 11, 12:15 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
แก่นแท้ของทุกศาสนา คือสอนให้คนเป็นคนดี ..ศาสนาคือเครื่องยึดเหนี่ยวจิตใจ q*021
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #36 เมื่อ: 26 มิ.ย. 11, 19:42 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

q*021q*021q*021q*021

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #37 เมื่อ: 27 มิ.ย. 11, 22:44 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

q*021q*021q*021q*021

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #38 เมื่อ: 15 ก.ค. 11, 19:54 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
http://issuu.com/aomjai/docs/dungtrin_love

ดังตฤณวิสัชนา ฉบับ รู้จักรัก
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #39 เมื่อ: 16 มี.ค. 13, 09:46 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ได้กลับมาอ่าน ไตร่ตรอง อีกครั้ง q*066
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
Tags:  

หน้า: 1

 
ตอบ
ชื่อ:
 
แชร์ไป Facebook ด้วย
กระทู้:
ไอค่อนข้อความ:
ตัวหนาตัวเอียงตัวขีดเส้นใต้จัดย่อหน้าชิดซ้ายจัดย่อหน้ากึ่งกลางจัดย่อหน้าชิดขวา

 
 

[เพิ่มเติม]
แนบไฟล์: (แนบไฟล์เพิ่ม)
ไฟล์ที่อนุญาต: gif, jpg, jpeg
ขนาดไฟล์สูงสุดที่อนุญาต 20000000 KB : 4 ไฟล์ : ต่อความคิดเห็น
ติดตามกระทู้นี้ : ส่งไปที่อีเมลของสมาชิกสนุก
  ส่งไปที่
พิมพ์อักษรตามภาพ:
พิมพ์ตัวอักษรที่แสดงในรูปภาพ
 
:   Go
  • ข้อความของคุณอยู่ในกระทู้นี้
  • กระทู้ที่ถูกใส่กุญแจ
  • กระทู้ปกติ
  • กระทู้ติดหมุด
  • กระทู้น่าสนใจ (มีผู้ตอบมากกว่า 15 ครั้ง)
  • โพลล์
  • กระทู้น่าสนใจมาก (มีผู้ตอบมากกว่า 25 ครั้ง)
         
หากท่านพบเห็นการกระทำ หรือพฤติกรรมใด ๆ ที่ไม่เหมาะสม ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเสื่อมเสียแก่สถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ รวมถึง การใช้ข้อความที่ไม่สุภาพ พฤติกรรมการหลอกลวง การเผยแพร่ภาพลามก อนาจาร หรือการกระทำใด ๆ ที่อาจก่อให้ผู้อื่น ได้รับความเสียหาย กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม