หน้า: 1

ชนิดกระทู้ ผู้เขียน กระทู้: เอาผ้าพันคออีกแบบมาฝากเพื่อสนใจเอาไปใส่ในหนาวนี้  (อ่าน 596 ครั้ง)
add
เรทกระทู้
« เมื่อ: 20 ธ.ค. 10, 17:18 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
Send E-mail

แบ่งปันกระทู้นี้ให้เพื่อนคุณอ่านไหมคะ?

ปิดปิด
 

พอดีเห็นกำลังเข้าหน้าหนาวแล้วและเริ่มหนาวขึ้นอย่างต่อเนื่องและเห็นเริ่มใส่ผ้าพันคอกันเยอะรวมถึงผ้าพันคอแบบที่กำลังฮิตตอนนี้อีกแบบคือ
ผ้า Shemagh บทความนี้อาจจะมีข้อมูลได้ไม่มากก็น้อยนะครับเพราะจะได้รับทราบถึงที่มาได้มากขึ้นว่าผ้าชนิดนี้มีความเป็นมายังไง



ก่อนที่จะมาทำความรู้จักเจ้าผ้าชีมัค ว่ามันคืออะไร เป็นมายังไงถึงได้มาจับคู่กับการแต่งกายแนวทหารได้ ก็อยากจะแชร์คร่าวๆถึงจุดเริ่มต้นของผมที่เข้ามาสู่วงการผ้าชีมัคซะหน่อยครับ

ถ้าให้ผมท้าวความตามที่ศึกษามานะครับ ผ้าตัวนี้จริงๆแล้วเรียกได้หลายอย่างครับ ถ้าออกเสียงตามภาษาอาหรับจริงๆแล้ว ผ้าตัวนี้จะออกเสียงว่า Keffiyeh (คัฟฟิเยห์) ซึ่งส่วนมากชาวอเมริกันจะนิยมเรียกด้วยคำนี้ ขณะที่ประเทศอย่างเช่น ซาอุดิอาระเบีย จะออกเสียงเรียกว่า Yashmagh (ยาชมัค) แต่ในบางประเทศเช่น จอร์แดน หรือ ดูไบ จะออกเสียงเรียกผ้าตัวนี้ว่า Shmagh หรือ Shemagh (ชีมัค) ซึ่งประเทศอังกฤษชึ่งเป็นตัวเริ่มกระแสแฟชั่นผ้าชชนิดนี้จะนิยมเรียกตามแบบหลัง ผู้เล่นบีบีหลายท่านจึงเริ่มรู้จักผ้าตัวนี้ในชื่อว่า Shemagh ตามแบบอังกฤษ ซึ่งแต่ก่อนที่จะเรียกชื่อนี้ บางท่านก็เรียกแบบตรงๆไปเลยว่า ผ้าอาหรับ แต่จริงๆแล้ว มุสลิมไทยจะเรียกผ้าแบบนี้ว่า ผ้าซาราบั่น มาตั้งแต่ก่อนที่คนเล่นปืนในไทยจะมารู้จักผ้าตัวนี้อีกครับ

ซึ่งผ้าชีมัคที่เราเรียกกันนั้น จริงๆแล้วก็คือผ้าพื้นเมืองของชาวตะวันออกกลางที่เขาใช้พันโพกเพื่อป้องกันฝุ่นทราย และแสงแดดอันร้อนจัดของทะเลทราย รวมถึงใช้คลุมศีรษะในการทำพิธีทางศาสนาอิสลามเพิ่มความเป็นศิริมงคล ในแต่ละวาระที่ทางศาสนาได้ระบุไว้ มานานนับพันปีแล้วครับ ส่วนลักษณะภายนอกที่เป็นเอกลักษณ์ของชีมัค ก็คงเป็นลวดลาย และรูปทรงที่จะเป็นผืนสี่เหลี่ยมจัตุรัส หรือเกือบจัตุรัสของผ้า รวมถึงคุณสมบัติต่างๆของผ้าชีมัคที่เหมาะต่อสภาพภูมิประเทศแบบทะเลทราย ยกตัวอย่างเช่นการป้องกันฝุ่นทรายได้ดี ในขณะที่ยังสามารถระบายอากาศได้ดีเช่นกัน นี่เองทำให้ ในช่วงตั้งแต่สงคราวอ่าวเปอร์เซียครั้งแรก เราจึงเริ่มได้เห็นทหารสหรัฐที่เข้าไปรบในประเทศอิรัคนั้น นำผ้าพื้นเมืองตัวนี้มาพันโพกป้องกันลมทะเลทราย อย่างเช่นในภาพยนตร์เรื่อง Three Kings ก็จะมีบางฉากที่เห็นพระเอกใช้ผ้าแบบนี้ แต่เนื่องจากขณะนั้นตลาดบีบีบ้านเรายังไม่บูมเท่าใดนัก ผ้าตัวนี้จึงยังไม่มีคนรู้จักเท่าที่ควร จวบจนเกิดสงครามทั้งในอัฟกานิสฐาน หรือใน อิรัคครั้งล่าสุด ซึ่งก็มาเกิดขึ้นในจังหวะที่ตลาดบีบีบ้านเราได้รับความนิยมเป็นอย่างมากพอดี ประกอบกับกระแสการแต่งกายทางฝั่งอังกฤษและยุโรปเริ่มนิยมพันผ้าชนิดนี้ในลักษณะแฟชั่นอีก จึงทำให้ผ้าชีมัคเริ่มเป็นที่นิยมของผู้เล่นบีบีกันหลายท่าน ควบคู่มากับกระแสการแต่งกายด้วยชุดทหารแนวทะเลทราย ซึ่งก็สามารถนำมาแต่งกายได้หลากหลายแบบทั้งแบบเป็นโม่ง หรือโพกเฉพาะด้านบนศีรษะ หรือ พันเฉพาะลำคอครับคุณสมบัติหลักของผ้าชีมัคที่เป็นเหตุผลให้ทหารจริงนำมาใช้ในสมรภูมิ


เดี๋ยวมาต่อเนื่องนะครับ






noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า

กระทู้ฮอตในรอบ 7 วัน

Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #1 เมื่อ: 21 ธ.ค. 10, 10:09 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

มาต่อนะครับ

หากเรามีโอกาสได้เห็นภาพการเคลื่อนไหวของกลุ่มผู้ร่วมเดินขบวนต่อต้านการทำสงครามเมื่อครั้งสงครามอิรัก หลายคนอาจสังเกตเห็นผ้าลายตารางสีขาว-ดำ ที่ถูกพันโพกปกคลุม ศีรษะ และไหล่ของผู้ร่วมเดินขบวนเหล่านั้นซึ่งได้ปรากฏให้เห็นได้อย่างชินตา ผ้าเหล่านั้นคือ ผ้าชีมัค แห่งปาเลสไตน์ (Palestine kaffiyeh) ซึ่งเป็นอาภรณ์สำหรับโพกพันศีรษะตามวัฒนธรรมของชายชาวปาเลสไตน์บทบาทของผ้าชีมัคในประวัติศาสตร์การต่อสู้เพื่อความยุติธรรมในปาเลสไตน์ จะช่วยอธิบายได้ว่าทำไมมันจึงกลายเป็นสัญลักษณ์ของปวงชน ที่ต้อสู้ดิ้นรน อย่างเป็นน้ำหนึ่งใจเดียว ในการต่อต้าน การรุกรานยึดครองอาณานิคม และการกดขี่ข่มเหงต่างๆทั่วทั้งโลกในช่วงต้นทศวรรษ ปี 1900 อังกฤษได้ครอบครองประเทศ ต่างๆในอาณานิคม ในเขตตะวันออกกลางอยู่มากมาย ซึ่งรวมถึงปาเลสไตน์ ด้วยเช่นกัน ชาวปาเลสไตน์จำนวนมากได้รวมตัวกันอย่างเข้มแข็ง เพื่อต่อสู้กับการรุกรานของอังกฤษด้วยทุกวิถีทางอันแสดงออกซึ่งการต่อต้าน จนกระทั่งอังกฤษตระหนักได้ว่าไม่มีทางที่จะ ปกครองดินแดนในอาณานิคมแห่งนี้ได้โดยปราศจากการเคลื่อนไหวต่อต้าน ทางการอังกฤษ จึงพยามใช้วิธี เจรจาเพื่อหลอกล่อชาวปาเลสไตน์ โดยสัญญาที่จะมอบเสรีภาพให้กับปาเลสไตน์ ขณะที่ในเวลาเดียวกัน อังกฤษก็ปกป้องกลุ่มลัทธิไซออนนิสต์ (Zionist) ชาวยิว ที่ขยายตัวเข้ามา ซึ่งบรรดากลุ่มชาวยิวผู้ถือลัทธิไซออนนิสต์ นั้นส่วนใหญ่อพยพมาจากเขตยุโรปเข้ามาตั้งรกราก และยึดครองดินแดน รวมถึงทรัพยากรต่างๆ จากพลเมืองท้องถิ่นชาวปาเลสไตน์ที่ไร้ซึ่งอาวุธ ผ้าชีมัค เริ่มเข้ามาเป็นส่วนสำคัญ และแพร่หลายในการเป็นสัญลักษณ์ของการต่อสู้ และต่อต้านในปาเลสไตน์ ในช่วงทศวรรษ ปี 1930 เมื่อกลุ่มองค์กรติดอาวุธได้เกิดขึ้นอย่างกะทันหัน เพื่อต่อต้าน การขโมยและยึดครองดินแดนที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง นักสู้เพื่อการต่อต้านเหล่านี้ล้วนแล้วแต่เป็นชาวชนบทที่โพกผ้าชีมัคตามวิถี พื้นเมือง และอาศัยอยู่ในเขตภูเขา หรือหมู่บ้านเล็กๆ ขณะที่การประดับศีรษะแบบทันสมัยด้วยหมวกเฟซ (Fez – หมวกแขก ทำด้วยผ้าสักลาด มียอดแบน) จะถูกสวมใส่โดย ชาวชุมชนเมือง และผู้อาศัยในเขตตัวเมือง เพื่อหลีกเลี่ยงจากการถูกจับกุมโดยทางการอังกฤษ บรรดากลุ่มนักสู้ฝ่ายต่อต้านจึงต้องเข้าไปแฝงตัวในเขตตัวเมือง หรือชุมชน แต่ก็ยังคงพันโพกผ้าชีมัคอยู่ ซึ่งทำให้เป็นที่สังเกตได้ง่าย ทางการอังกฤษตัดสินใจใช้มาตรการ ที่จะจับกุมทุกคนที่โพกผ้าชีมัคบนศีรษะ เพื่อต้องการกวาดล้างขบวนการต่อต้านให้หมดสิ้นไป แต่ผลตอบรับกลับหาเป็นเช่นนั้นไม่ ... กระแสตอบกลับต่อนโยบายนี้กลับตรงกันข้าม เมื่อ ผู้ชายชาวปาเลสไตน์ทุกคน ไม่ว่าจะเป็นชาวเมือง หรือชาวหมู่บ้าน ต่างพร้อมใจกันใช้ผ้าชีมัคแบบปาเลสไตน์ท้องถิ่น พันโพกศีรษะ รวมถึง หยุดการพกบัตรประจำตัวประชาชน ทำให้เหล่านักสู้ฝ่ายต่อต้านที่แฝงตัวปะปนอยู่ ไม่สามารถถูกค้นหาเจอ การปฏิบัติเช่นนี้อย่างพร้อมเพรียงกันในทุกพื้นที่ของปาเลสไตน์ แสดงออกอย่างชัดเจนถึงการสนับสนุนอย่างท่วมท้น ต่อกลุ่มผู้ต่อต้าน จวบจนช่วงทศวรรษ ปี1960 ผ้าชีมัคก็ถูกนำกลับมาเป็นสัญลักษณ์แห่งการร่วมต่อต้านอีกครั้ง เมื่อกองกำลังติดอาวุธของฝ่ายต่อต้านในปาเลสไตน์ ได้ขยายตัวเพิ่มมากขึ้นอย่างรวดเร็ว จากการที่ประเทศอิสราเอล เข้ารุกราน และยึดครองดินแดนอย่างมหาศาลในเขตดินแดน เวสต์ แบงก์ (West Bank) และฉนวนกาซา (Gaza) ในปี 1967 ฝ่ายต่อต้านกลายเป็นที่สนใจจากคนทั้งโลก เมื่อ ไลลา คาห์ล (Leila Khaled) และ สมาชิกฝ่ายซ้ายคนอื่นๆของ องค์การปลดปล่อยปาเลสไตน์ ซึ่งเป็นกลุ่มลัทธิการปกครองแบบ มาร์คซิสต์ (Marxist) ได้พันโพกผ้าชีมัค ในการก่อเหตุ จี้เครื่องบิน ของสายการบินนานาชาติ ถึง 5 สายการบิน ปฎิบัติการดังกล่าวส่งผลให้ทั้งโลกหันมาให้ความสนใจ และจับตามองการต่อสู้ดิ้นรนของชาวปาเลสไตน์ เมื่อเข้าสู่ช่วงเวลาของ ท่านผู้นำ เยสเซอร์ อาราฟัต กระแสความนิยมในผ้าชีมัคก็เฟื่องฟูอย่างสูงสุด เขาได้ใช้ผ้าชีมัคนี้ คลุมประดับศีรษะตามรูปแบบดั้งเดิม ของชนชาวปาเลสไตน์ ในตลอดระยะเวลาหลายปี ตั้งแต่เข้าร่วมกลุ่มต่อต้าน จนกระทั่งถึงวันที่ก้าวขึ้นสู่ตำแหน่ง ผู้นำแห่งรัฐอิสระปาเลสไตน์ ตลอดระยะเวลาหลายสิบปีที่โหดร้าย ที่ชาวปาเลสไตน์ ต้องอดทน กับการถูกรุกราน และขับไล่จากดินแดนของตน การต่อสู้เยี่ยงวีรบุรุษของพวกเขา ได้สร้างแรงบันดาลใจให้กับผู้คนทั่วโลก ไม่ว่าชาย หรือหญิง ทั้งวัยรุ่น และวัยชรา ผู้คนจำนวนนับหลายพันคน ต่างเริ่มพันโพก ผ้าชีมัค อย่างภาคภูมิใจในความหมายของมัน ที่เป็นสัญลักษณ์ แห่งการต่อสู้ของชนชาวปาเลสไตน์ เพื่อต่อต้านการรุกราน อย่างเด็ดเดี่ยวและมั่นคง ตลอดมา




noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
Tags:  

หน้า: 1

 
ตอบ
ชื่อ:
 
แชร์ไป Facebook ด้วย
กระทู้:
ไอค่อนข้อความ:
ตัวหนาตัวเอียงตัวขีดเส้นใต้จัดย่อหน้าชิดซ้ายจัดย่อหน้ากึ่งกลางจัดย่อหน้าชิดขวา

 
 

[เพิ่มเติม]
แนบไฟล์: (แนบไฟล์เพิ่ม)
ไฟล์ที่อนุญาต: gif, jpg, jpeg
ขนาดไฟล์สูงสุดที่อนุญาต 20000000 KB : 4 ไฟล์ : ต่อความคิดเห็น
ติดตามกระทู้นี้ : ส่งไปที่อีเมลของสมาชิกสนุก
  ส่งไปที่
พิมพ์อักษรตามภาพ:
พิมพ์ตัวอักษรที่แสดงในรูปภาพ
 
:   Go
  • ข้อความของคุณอยู่ในกระทู้นี้
  • กระทู้ที่ถูกใส่กุญแจ
  • กระทู้ปกติ
  • กระทู้ติดหมุด
  • กระทู้น่าสนใจ (มีผู้ตอบมากกว่า 15 ครั้ง)
  • โพลล์
  • กระทู้น่าสนใจมาก (มีผู้ตอบมากกว่า 25 ครั้ง)
         
หากท่านพบเห็นการกระทำ หรือพฤติกรรมใด ๆ ที่ไม่เหมาะสม ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเสื่อมเสียแก่สถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ รวมถึง การใช้ข้อความที่ไม่สุภาพ พฤติกรรมการหลอกลวง การเผยแพร่ภาพลามก อนาจาร หรือการกระทำใด ๆ ที่อาจก่อให้ผู้อื่น ได้รับความเสียหาย กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม