หน้า: 1 2  ทั้งหมด

ชนิดกระทู้ ผู้เขียน กระทู้: "บ้านส้อง...บ้านฉัน" สารคดีท่องเที่ยวเพื่อบ้านเกิด  (อ่าน 4712 ครั้ง)
add
เรทกระทู้
« ตอบ #45 เมื่อ: 8 ธ.ค. 10, 15:06 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
Send E-mail

แบ่งปันกระทู้นี้ให้เพื่อนคุณอ่านไหมคะ?

ปิดปิด
 

บ้านส้อง ... แกลลอรี่



noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #46 เมื่อ: 8 ธ.ค. 10, 15:08 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

...............ต่อไปก็อยากจะขอแนะนำอาหาร “ร้านอร่อย” ประจำเมืองบ้านส้องกันสักนิด ซึ่งหลายคนอาจจะคิดว่ามาเยือนเมืองใต้แล้วคงต้องแนะนำ “ข้าวแกงปักษ์ใต้” แต่จริง ๆ แล้วไม่ใช่
...............ก็คงต้องขอเคลียร์กับท่านผู้อ่านกันก่อนว่า จริง ๆ แล้ว “ข้าวแกงบ้านส้อง” นั้น ก็ถือว่าเป็นอาหารขึ้นชื่อของที่นี่เหมือนกัน แต่เนื่องจากว่าที่นี่คือ “เมืองใต้” ดังนั้น “ข้าวแกงปักษ์ใต้” จึงเป็นสิ่งที่ชาวบ้านทำรับประทานกันเองอยู่แล้ว คุณครั้นจะออกมาหาซื้อ “ข้าวแกง” ทานกันนอกบ้านอีกนั้น จึงเป็นสิ่งที่ขัดกับวิถีชีวิตทั่วไปอยู่สักหน่อย ดังนั้นของกินที่ “ขึ้นชื่อ” หรือ “ขายดี” ในสายตาของชาวตลาดบ้านส้องก็คงไม่ใช่ “ข้าวแกง” ที่เป็นอาหารธรรมดา ๆ เป็นแน่
................สำหรับ “อาหาร” ที่ผมจะขอทำการแนะนำต่อไปจากนี้ ก็อาจจะดูว่าเป็นอาหารที่แสนจะธรรมดา ในสายตาชาวบ้านชาวเมืองอื่น ๆ อยู่สักนิด แต่ที่ผมกล้าการันตีของกินนี้ให้เป็น “ร้านอร่อย” ประจำตลาดบ้านส้องนั้น ก็เนื่องจากความ “ขายดีมาก” ของอาหารร้านนี้ ที่ผมคงต้องขออนุญาติใช้ “ภาพ” มายืนยันให้กับท่านผู้อ่านดูกันเอาเองว่า “โจ๊กหมูใส่ไข่” อาหารเช้าที่สุดแสนจะธรรมดา มันมีความน่าสนใจยังไงที่ผมจึงอยากขอ “ท้า” ให้ทุกท่านมาลองชิม (ถ้ารอคิวได้) นั่นก็คือ “โจ๊กหมู” สูตรโบราณร้าน“เจ๊จิ๋ม” โจ๊กร้านดังหลังสถานีรถไฟบ้านส้องนั่นเอง.....



noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #47 เมื่อ: 8 ธ.ค. 10, 15:09 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

...............เกือบ 40 ปีแล้ว ที่โจ๊กหมูร้าน “เจ๊จิ๋ม” ขายดีเป็นเทน้ำเทท่า ทั้ง ๆ ที่ร้านโจ๊กในตลาดบ้านส้องก็ไม่ได้มีอยู่เพียงแค่ร้านเดียว “การันตี” ความอร่อยกันได้จากคิวอันยาวเหยียดของลูกค้า ที่มารุมซื้อกันทุกวัน จนเจ๊จิ๋มแกแทบจะทำขายไม่ทัน ต้องอาศัย “ลูกค้าประจำ” ช่วยเป็น “ลูกมือ” ให้เป็นเนือง ๆ เริ่มตั้งร้านกันตั้งแต่ประมาณตี 5 ก็ขายหมดเก็บร้านกันตั้งแต่ยังไม่ทันจะสาย
...............จุดเด่นของ “โจ๊กเจ๊จิ๋ม” นั้น น่าจะอยู่ที่วิธีการปรุงโจ๊กที่ค่อนข้างพิถีพิถันหลายขั้นตอน โดยเจ๊จิ๋มแกจะตัก “โจ๊ก” และ “น้ำซุป” มาคนให้เข้ากันในหม้อใบเล็กก่อน จากนั้นจึงทำการลวก “หมูสับ” ไปในขั้นตอนนี้พร้อม ๆ กัน แล้วจึงตักโจ๊กหมูที่คนเสร็จแล้วมาใส่ชามที่ผสมเครื่องปรุงรอไว้ จากนั้นจึงเสริฟพร้อมขิงซอยและต้นหอมที่หั่นไว้อย่างบาง พร้อมไข่ไก่ หรือ ไข่นกกระทา แล้วแต่ความชอบใจ จึงกลายมาเป็น “โจ๊กหมูใส่ไข่” สูตรดั้งเดิมที่เนื้อโจ๊กที่ไม่ข้นและไม่เหลวจนเกินไป และอร่อยจนกลายเป็น “ร้านโจ๊ก” เจ้าประจำของชาวตลาดบ้านส้องมาช้านาน ก็อยากให้ผู้ที่มีโอกาสผ่านมาแถวนี้ได้มาลองแวะชิมดู ว่าโจ๊กร้านนี้เค้ามีดียังไง ถึงได้ขายดิบขายดีเป็นเทน้ำเทท่าขนาดนี้...

* หมายเหตุ : ชาวบ้านส้องจะเรียก “โจ๊ก” ว่า “ข้าวต้ม”



noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #48 เมื่อ: 8 ธ.ค. 10, 15:10 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

บ้านส้อง ... แกลลอรี่



noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #49 เมื่อ: 8 ธ.ค. 10, 15:11 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

บ้านส้อง ... แกลลอรี่



noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #50 เมื่อ: 8 ธ.ค. 10, 15:12 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

.................แนะนำร้านอาหารเช้าอย่าง “โจ๊ก” กันไปแล้วก็คงอดขอแนะนำ “ของคู่กัน” กับร้าน “โจ๊กเจ๊จิ๋ม” ไปไม่ได้ นั่นก็คือ “ร้านกาแฟโกโหน่ง” ที่อยู่เยื้องร้านเจ๊จิ๋มไปอีกนิดเดียวเท่านั้น
.................“ร้านกาแฟโกโหน่ง” เป็นร้านกาแฟเจ้าเก่าดั้งเดิมของตลาดบ้านส้องอีกเจ้าหนึ่ง ร้านตั้งอยู่ที่ข้างป้อมตำรวจ หลังสถานีรถไฟบ้านส้อง ซึ่งก็อยู่เยื้อง ๆ กันกับร้านโจ๊กเจ๊จิ๋มเพียงแค่ข้ามฟากถนน ซึ่งทั้งสองร้านนี้จริง ๆ แล้วเป็นร้านพี่ร้านน้องกัน เพราะ “โกโหน่ง” เจ้าของร้านกาแฟนั้นเป็นพี่ชายแท้ ๆ ของ “เจ๊จิ๋ม” ร้านโจ๊กนั่นเอง
.................จุดเด่นของร้านแกแฟโกโหน่ง นอกจากจะเป็นร้านกาแฟ “เจ้าเก่า” ดั้งเดิมร้านหนึ่งของตลาดบ้านส้องแล้ว ด้วยรสชาติดี ๆ ของกาแฟโบราณที่การันตีได้ แถมยังมี “ปาท่องโก๋” สูตรเฉพาะของที่นี่ที่ไม่ใส่ “แอมโมเนีย” จนอยากเชื้อเชิญให้คอกาแฟขนานแท้ได้มาลิ้มลอง สัมผัสกับบรรยากาศการดื่มกาแฟแบบชาวบ้านส้อง พร้อม ๆ กับร่วมสนทนาไปกับบรรดาคอกาแฟ คนเก่าคนแก่ของตลาดบ้านส้อง ที่มักจะมารวมตัวกันสนทนาเรื่องทั่วไปกันอยู่เป็นประจำ แถมด้วยอัธยาศัยใจคออันกว้างขวางของ “โกโหน่ง” ที่ต้องถือว่าเป็น “คนดัง” คนหนึ่งของตลาดบ้านส้องที่ไม่มีใครเลยที่จะไม่รู้จัก นั่นเพราะความเป็นคนอัธยาศัยดีของ “โกโหน่ง” นั่นเอง ที่แกพร้อมจะปล่อยมุขตลก มุกฮาออกมา คลายเครียดให้กับทุก ๆ คนที่อยู่รอบตัวแกได้ตลอดเวลา ( ถ้าคุณฟังภาษาปักษ์ใต้ออกนะ )

*หมายเหตุ : ชาวบ้านส้องนิยมเรียก “ปาท่องโก๋” ว่า “จั๊กโก้ย”



noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #51 เมื่อ: 8 ธ.ค. 10, 15:13 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

บ้านส้อง ... แกลลอรี่



noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #52 เมื่อ: 8 ธ.ค. 10, 15:15 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

บ้านส้อง ... แกลลอรี่



noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #53 เมื่อ: 8 ธ.ค. 10, 15:17 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

.............มี “ของอร่อย” อีกอย่างหนึ่งที่อยากจะนำเสนอจริง ๆ สำหรับ “ไก่ทอดสูตรเฉพาะ” ที่คิดว่าจะหารับประทานไก่ทอดรสชาติแบบนี้ไม่ได้จากที่ไหนอีกแล้ว นอกจากที่ตลาดบ้านส้องแห่งนี้ กับไก่ทอดร้านเล็ก ๆ แถวย่านชุมชนเก่าหน้าสถานีรถไฟบ้านส้อง ที่ชื่อว่า “ร้านป้ายอม” กับไก่ทอดดั้งเดิมสูตร 40 ปี ที่ขายกันมาตั้งแต่รุ่นคุณป้า สืบทอดกันมาถึงรุ่นลูกรุ่นหลาน อันเป็นที่กล่าวขานของลูกค้าประจำว่า ถ้าหากใครเคยได้กินไก่ทอดร้านนี้แล้ว ก็แทบจะลืมรสชาติของไก่ทอดร้านอื่น ๆ ไปนาน
............ที่มาของไก่ทอดร้านนี้นั้นมีอยู่ว่า เดิมที “ป้ายอม” แกเป็นแม่ค้าทอดไก่ เดินเร่ขายอยู่ตามโบกี้รถไฟที่มาจอดในสถานีรถไฟบ้านส้องนั่นแหละ แต่ไป ๆ มา ๆ รสชาติความอร่อยไก่ทอดของ “ป้ายอม” ชักจะเริ่มโด่งดังจนเป็นที่โจษขานของชาวบ้านแถวนั้นที่เคยได้ชิมไก่ทอดป้ายอม ทีนี้พอเริ่มมีลูกค้าประจำมากเข้า ๆ “ป้ายอม” แกก็เลยเลิกเดินเร่ขายไก่ทอดตามโบกี้รถไฟ หันมาเปิดแผงทอดไก่ของตัวเองอย่างเป็นเรื่องเป็นราว จนมาถึงทุกวันนี้
.............จุดเด่นของไก่ทอดร้านนี้ ก็คงอยู่ที่ “แป้งไก่ทอด” ที่ทอดได้กรอบอร่อย และหอมกลิ่น “เครื่องเทศ” สูตรเฉพาะของป้ายอมที่หอมหวลเย้ายวนใจ ก็ขอแนะนำให้รับประทาน “ไก่ทอดป้ายอม” กันตอนร้อน ๆ รับรองว่าได้ลืมไก่ทอด KFC กันไปอีกนานเลยทีเดียว..... ใครมีโอกาสมาเยือนเมืองบ้านส้อง แล้วอยากจะลองชิมไก่ทอด 40 ปีสูตร “ป้ายอม” ดูสักครั้งล่ะก็ แผงไก่ทอดป้ายอมนั้นเริ่มทอดขายกันตั้งแต่ประช่วงบ่าย ๆ และขายหมดทุกวันไม่เกินหกโมงเย็น เชิญไปชิมดูได้



noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #54 เมื่อ: 8 ธ.ค. 10, 15:18 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

บ้านส้อง ... แกลลอรี่



noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #55 เมื่อ: 8 ธ.ค. 10, 15:18 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

บ้านส้อง ... แกลลอรี่



noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #56 เมื่อ: 8 ธ.ค. 10, 15:20 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

..............ก็อยากจะขอแนะนำ “ที่พัก” สำหรับผู้ที่มีโอกาสเข้ามานอนพักค้างคืนที่เมือง “บ้านส้อง” แห่งนี้ ก็มีที่พักที่คิดว่าน่าจะสะอาด และสะดวกสบาย เหมาะสมกับราคาที่ไม่แพงจนเกินไปนัก แล้วก็ตั้งอยู่ในทำเลที่ค่อนข้างสงบ แต่ก็ห่างจาก “ตลาดบ้านส้อง” เพียงไม่ถึงหนึ่งกิโลเมตรเท่านั้นเอง...
.............นั่นก็คือ “โรงแรมเวียงสระธานี” ที่เป็นที่พักชั้นดีเพียงไม่กี่แห่งของตำบลบ้าน ผมจึงอยากจะขอแนะนำที่นี่ ไว้สำหรับผู้ที่มีโอกาสได้เข้ามาพักผ่อน และเยี่ยมเยือนเมืองบ้านส้องแห่งนี้
..............โดยเริ่มต้นจากถนนหน้าสถานีรถไฟบ้านส้อง เส้นที่ตรงไปยังเทือกเขาบรรทัด (มีเส้นเดียว) ผ่านร้านไก่ทอดป้ายอม ตรงไปอีกไม่เกินสามร้อยเมตร ก็จะเห็น “โรงแรมเวียงสระธานี” อยู่ทางซ้ายมือนั่นเอง เป็นโรงแรมสองชั้น ขนาด 20 ห้องพัก มีห้องสัมมนาและจัดเลี้ยงด้วย...

ราคาห้องพัก “โรงแรมเวียงสระธานี”

ห้อง “แอร์” คืนละ : 450 บาท
ห้อง “พัดลม” คืนละ : 350 บาท

ติดต่อ : 0-7736-1064 ,0-7736-1064 , 0-7725-8338-9



noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #57 เมื่อ: 8 ธ.ค. 10, 15:21 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

บ้านส้อง ... แกลลอรี่



noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #58 เมื่อ: 8 ธ.ค. 10, 15:22 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

บ้านส้อง ... แกลลอรี่



noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #59 เมื่อ: 8 ธ.ค. 10, 15:23 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

บ้านส้อง ... แกลลอรี่



noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #60 เมื่อ: 8 ธ.ค. 10, 15:24 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

.............ก็คงเดินทางถึงบทสุดท้ายของสารคดีเรื่องนี้แล้ว ที่ผ่านมาผมก็คงจะกล่าวถึงตำบล “บ้านส้อง” ได้แค่เพียงในมุมมองของคนท้องถิ่น ที่พยายามมองเข้าไปใน “เรื่องราว” หรือ “จุดเด่น” เท่าที่จะหาได้ ในเมืองเล็ก ๆ อันเป็นบ้านเกิดเมืองนอนของตัวเอง เพื่อสร้างความผูกพันให้เกิดขึ้นกับตนเองและท่านผู้ที่มีโอกาสได้อ่านสารคดีเรื่องนี้
.............ถึงแม้หลาย ๆ สิ่งหลาย ๆ อย่างที่ผมค้นพบ และนำมาบอกเล่า อาจไม่ได้เป็นตำนาน หรือเรื่องราวที่สวยหรูอย่างที่ใครพยายามจะจินตนาการเอาไว้ ว่าอดีตของผืนแผ่นดินของเรานั้นควรจะมีแต่สิ่งที่สวยงาม หากแต่เป้าหมายที่แท้จริงของผมก็คือการ “แนะนำ” ให้ผู้อ่าน ได้เกิดความ “เข้าใจ” แง่มุมที่แท้จริงของเมืองเล็ก ๆ ธรรมดา ๆ ที่ไม่เคยมีใครให้ความสนใจมาก่อน แต่ก็เป็นเมืองที่เต็มเปี่ยมไปด้วยผู้คน ที่ยังคงมีชีวิตชีวาและลมหายใจ โดยที่ผมก็ไม่ได้ปรุงแต่งภาพลักษณ์ต่าง ๆ ให้สวยงาม จนเกินความเป็นจริงมากไปนัก



noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #61 เมื่อ: 8 ธ.ค. 10, 15:24 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

.............สุดท้ายแล้วในสายตาของผมตำบล “บ้านส้อง” ก็คงดำรงอยู่ในจุดยืนของการเป็น “เมืองผ่าน” อยู่ต่อไป เนื่องจากอุปสรรค์หลายอย่าง ที่ทำให้ใคร ๆ ไม่อาจ “คิด” ผลักดันให้ “บ้านส้อง” กลายเป็นเมืองที่น่าสนใจในด้านของการท่องเที่ยวขึ้นมาได้ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของประเพณี และวัฒนธรรม ที่ตำบลบ้านส้องยังไม่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่ชัดเจน หรือแม้แต่ทำเลที่ตั้งที่ห่างไกลจากแหล่งท่องเที่ยวสำคัญอื่น ๆ อยู่พอสมควร และที่สำคัญมาก ๆ ก็คือสภาพอากาศแบบ “ร้อนชื้น” ของภาคใต้นี่เอง ที่เป็นอุปสรรค์สำคัญสำหรับนักท่องเที่ยว ผู้ที่ต้องการความสะดวกสบาย และความสมบูรณ์แบบจากการท่องเที่ยว
.............หากแต่ว่าเหรียญย่อมมีสองด้าน หากใครสักคนจะลองมองข้ามอุปสรรค์ที่ว่าออกไป แล้วลองพิจารณาดูเมือง “บ้านส้อง” ในอีกแง่มุมมองหนึ่ง ก็พอจะมองเห็นเสน่ห์ในการมาเยือนยังเมืองเล็ก ๆ เมืองนี้ขึ้นมาได้บ้างเหมือนกัน



noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #62 เมื่อ: 8 ธ.ค. 10, 15:25 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

.............อย่างแรกก็ต้องถือว่าเมือง “บ้านส้อง” นั้นไม่เคยถูกบรรจุอยู่ในสาระบบของ “การท่องเที่ยวของไทย” มาก่อนเลย ทั้ง ๆ ที่ตัวเมืองบ้านส้องเอง ก็มีสาธารณูปโภคต่าง ๆ ที่พอจะสามารถรองรับนักท่องเที่ยวได้อย่างครบครัน ไม่ว่าจะเป็นที่พัก อาหารการกิน เส้นทางคมนาคมที่สะดวก หรือแม้แต่สถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่พอจะมีความจุดเด่นอยู่บ้าง จึงถือได้ว่าเมือง “บ้านส้อง” ในขณะนี้ยังเป็นเมืองที่บริสุทธิ์อยู่มาก สำหรับแง่มุมของการท่องเที่ยว
..............ที่นี่ยังอาจเป็นเมืองที่เหมาะสมสำหรับ ผู้ที่ต้องการมาเยือนเพียงชั่วครั้งชั่วคราว หรือผู้ที่พอจะมีเวลาว่างเหลือเฟือจากการเดินทางผ่านมา แล้วอาจจะลองแวะเข้ามาเยี่ยมเยือน เพื่อชื่นชมกับบรรยากาศเก่า ๆ ของเมือง “บ้านส้อง” ในแง่มุมต่าง ๆ ดูได้ หรือแม้แต่กระทั่งสำหรับนักท่องเที่ยวมืออาชีพ ที่อาจจะเบื่อแล้วสำหรับการท่องเที่ยวในเมืองใหญ่ ๆ แล้วต้องการสัมผัสประสบการณ์ที่แปลกและแตกต่าง ในการบุกเบิกสถานที่ท่องเที่ยวใหม่ ๆ ซึ่งผมคิดว่าเมือง “บ้านส้อง” นี้ก็พอจะมีศักยภาพเพียงพอ ในการต้อนรับนักท่องเที่ยวในแง่มุมแบบนี้ได้
...............ก็ด้วยเนื่องจากว่าปีนี้เป็นปีแห่งการณรงค์การท่องเที่ยวแบบ “ไทยเที่ยวไทย” ก็อยากจะเชิญชวนทุกท่าน ที่ยังคงมีกำลังทรัพย์เพียงพอที่จะทำการท่องเที่ยวในปีนี้ได้ ให้ลองมาเยือนเมือง “บ้านส้อง” ดูบ้าง อย่างน้อยก็เพื่อช่วยกันกระตุ้นเศรษฐกิจที่กำลังซบเซา ให้พอจะกลับมามีสีสันขึ้นมาได้บ้าง จากอาคันตุกะแปลกหน้าจากแดนไกล ที่ได้มาเยือนเมืองที่ไม่เคยมีใครสนใจมาก่อน อย่างเมือง “บ้านส้อง....บ้านของฉัน” กัน ณ. โอกาสนี้ด้วย.........ขอบคุณมากครับ



noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #63 เมื่อ: 8 ธ.ค. 10, 15:27 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
พิเศษ!!! โปรแกรมท่องเที่ยว “บ้านส้อง”

ต่อไปนี้เป็นโปรแกรมการท่องเที่ยวเมือง “บ้านส้อง” โดยประมวลมาจากสถานที่ที่น่าสนใจทั้งหมด เท่าที่ผมได้สำรวจไว้ เพื่อเป็นแนวทางไว้สำหรับผู้ที่อยากจะใช้เวลาทำความรู้จักกับเมือง “บ้านส้อง” ให้คุ้มค่าที่สุด ด้วยแผนการท่องเที่ยวต่อไปนี้ครับ......

* 6.00 – 7.00 น. : ตื่นเช้ามาทานอาหารเช้า “โจ๊กหมูเจ๊จิ๋ม” หรือจะต่อด้วยกาแฟร้าน “โกโหน่ง”
* 8.00- 9.00 น. : เดินดูบรรยากาศแถว “สถานีรถไฟ” หรือ “ตลาดเก่าบ้านส้อง” ก็ตามสะดวก
* 10.00 – 12.00น. : เยี่ยมชม “วัดเวียงสระ” สำรวจโบราณสถานคู่บ้านคู่เมือง
* 12.00 น. : รับประทานอาหารกลางวันในเมือง (ยังมีร้านอาหารดี ๆ อีกมากมาย)
* 13.00 น. - 16.00 น. : เที่ยวชมอุทยานแห่งชาติ “ใต้ร่มเย็น” สำรวจน้ำตก “สามห้าเจ็ด”
*17.00น -18.00 น. : ระหว่างกลับมาในเมือง ขี่รถ “ชมสวน” แล้วจะแวะซื้อ “ไก่ทอดป้ายอม”
* 19.00 น. - ราตรีสวัสดิ์ : แวะซื้ออาหารเย็นที่ตลาดของกินอีกครั้ง หรือเดินทางกลับ


.........เนื่องจากบ้านส้องเป็นเมืองที่ไม่ใหญ่มาก หากวางแผนการเดินทางดี ๆ ก็สามารถเที่ยวชม
สถานที่สำคัญ ๆ ของบ้านส้องได้ทั้งหมดภายใน 1 วัน (ถ้าโชคดี) แต่ถ้าเป็นไปได้ก็อยากให้ใช้เวลากับ
เมืองนี้อย่างค่อย ๆ เป็นค่อย ๆ ไป สัก 2 - 3 วัน เดินเล่นกันแบบไม่ต้องรีบเร่งมาก ก็น่าจะเป็น
การสัมผัสกับเมือง “บ้านส้อง” ได้อย่างสมบูรณ์แบบมากกว่าครับ.....
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #64 เมื่อ: 8 ธ.ค. 10, 15:31 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
!!!ด่วน!!!...สำหรับชาวบ้านส้อง

สามารถเชื่อมต่อถึงกันได้แล้วที่ Facebook เซิร์ท

"บ้านส้อง บ้านฉัน" หรือ bansong_town@hot

"อบอุ่นเหมือนอยู่บ้าน และไม่พลาดทุกข่าวคราวความเคลื่อนไหวของชาวบ้านส้องครับ"
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #65 เมื่อ: 8 ธ.ค. 10, 15:42 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

น่าไปเที่ยวมาก ขอบคุณสำหรับภาพและรายละเอียด q*021

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
สราวุธ สุขเยาว์
เรทกระทู้
« ตอบ #66 เมื่อ: 30 เม.ย. 12, 11:20 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

บ้านผมนิ q*062

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า

หน้า: 1 2  ทั้งหมด

 
ตอบ
ชื่อ:
 
แชร์ไป Facebook ด้วย
กระทู้:
ไอค่อนข้อความ:
ตัวหนาตัวเอียงตัวขีดเส้นใต้จัดย่อหน้าชิดซ้ายจัดย่อหน้ากึ่งกลางจัดย่อหน้าชิดขวา

 
 

[เพิ่มเติม]
แนบไฟล์: (แนบไฟล์เพิ่ม)
ไฟล์ที่อนุญาต: gif, jpg, jpeg
ขนาดไฟล์สูงสุดที่อนุญาต 20000000 KB : 4 ไฟล์ : ต่อความคิดเห็น
ติดตามกระทู้นี้ : ส่งไปที่อีเมลของสมาชิกสนุก
  ส่งไปที่
พิมพ์อักษรตามภาพ:
พิมพ์ตัวอักษรที่แสดงในรูปภาพ
 
:   Go
  • ข้อความของคุณอยู่ในกระทู้นี้
  • กระทู้ที่ถูกใส่กุญแจ
  • กระทู้ปกติ
  • กระทู้ติดหมุด
  • กระทู้น่าสนใจ (มีผู้ตอบมากกว่า 15 ครั้ง)
  • โพลล์
  • กระทู้น่าสนใจมาก (มีผู้ตอบมากกว่า 25 ครั้ง)
         
หากท่านพบเห็นการกระทำ หรือพฤติกรรมใด ๆ ที่ไม่เหมาะสม ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเสื่อมเสียแก่สถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ รวมถึง การใช้ข้อความที่ไม่สุภาพ พฤติกรรมการหลอกลวง การเผยแพร่ภาพลามก อนาจาร หรือการกระทำใด ๆ ที่อาจก่อให้ผู้อื่น ได้รับความเสียหาย กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม