หน้า: 1

ชนิดกระทู้ ผู้เขียน กระทู้: รบกวนหน่อยคับ!! อายุ 17 คับ  (อ่าน 3764 ครั้ง)
Guest
เด็กแนววว
เรทกระทู้
« เมื่อ: 30 ต.ค. 10, 12:10 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
Send E-mail

แบ่งปันกระทู้นี้ให้เพื่อนคุณอ่านไหมคะ?

ปิดปิด
 

ตอนนี้ผมอายุ 17 คับ เมื่อก่อนเวลาถอกหัวจะถอกง่ายมาก(ดึงลงมาก็ถอกได้เรย) แต่อยู่ดีๆๆ มันถอกยาก แล้วก็เจ็บเวลาถอก(เล่นwow) เวลาถอกเยอะๆมันจะตึงหนังหุ้มปลายอ่ะคับ ถ้าถอกต่อจะมีเลือดชิบๆด้วยคับ มันจะเป็นไรไหมคับ แล้วพวกพี่ๆเป็นกันไหม

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #1 เมื่อ: 30 ต.ค. 10, 14:09 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ตอนแรกก้ไม่อยากเช้ามาตอบเพราะเกรงครหาว่าเรายุเด้กให้เสียคน แต่พอเปิกดอ่านจริงๆถึงรู้ว่าหลานชายมีีปํญหาจริงๆ อย่างนี้จะให้ไปถามหมอก็ต้องอายสิครับ แถมหมอจะจับถอกต่อหน้าพยาบาลอีก สาเหตุที่เดี๋ยวนี้ถอกยากเพราะอวัยวะส่วนนั้นของหลานมีนอวบใหญ่ขึ้นตามวัยไง การที่เล่น WOW แล้วมันเลือดไหลก็เจ็บเป็นธรรมดา
เอาอย่างนี้หลานไปหาคลีนิคไหนก้ๆได้ใหญ่หน่อยและที่เขาทำผ่าตัดเล็กได้ แต่นั่นแหละให้เพื่อนไปถามแทนดีดกว่าว่ารับผ่าตัดขลิบปลายได้ไหม ได้ราคาเท่าไร ถ้าไม่แพงนักก็ตัดใจเถอะครับ อย่าไปทรมานอยู่เลย พอตัดแล้วจะขอฝังมุกด้วยก็คงจะได้ครับ เม็ดเล็กๆนะ ใช่ใช่เท่าถั่วเขียวล่ะ จากนั้นอีก 3 ปีค่อยเข้ามาบอกนะขลิบแล้วเป็นยัีงไง

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #2 เมื่อ: 30 ต.ค. 10, 16:21 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

คัดเอามาให้อ่าน
แพทย์แนะ"ขริบ"แก้ปัญหาทางเพศ

แพทย์แนะ"ขริบ"แก้ปัญหาทางเพศ
Source - เว็บไซต์ข่าวสด (Th)

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 12 ม.ค. ที่ห้องอัดรายการ "เฮลธ์ สเตชั่น" น.พ.ณรงค์ นิ่มสกุล นายกสมาคมเลเซอร์ทางการแพทย์แห่งนานาชาติ เปิดเผยถึงการใช้เครื่องมือขริบหนังหุ้มปลายอวัยวะเพศชายด้วยเลเซอร์ ว่า การขริบหนังหุ้มปลายอวัยวะเพศชาย มีหลักฐานยืนยันทางประวัติศาสตร์ว่ามีการดำเนินการมาตั้งแต่สมัยเมื่อ 5,000 ปีที่ผ่านมา ในหลายประเทศ เช่น อียิปต์ อินเดีย จีน เป็นต้น และสืบทอดการขริบมาจนถึงปัจจุบัน แม้แต่บางศาสนายังมีบทบัญญัติให้ผู้ชายต้องขริบอวัยวะเพศก่อนแต่งงาน ดังนั้นการขริบจึงมีความสำคัญมาก เพราะเป็นเรื่องของกระบวนการทางร่างกาย แต่ในสังคมไทยยังมีความเชื่อผิดๆ เกี่ยวกับการขริบอวัยวะเพศชาย เช่น ทำให้เสื่อมสมรรถภาพทางเพศ ซึ่งไม่เป็นความจริงแต่อย่างใด จากประสบการณ์ที่ได้ค้นคว้าเรื่องดังกล่าว พบว่าประชากรชายในแถบประเทศยุโรปและสหรัฐจะถูกขริบอวัยวะเพศมาตั้งแต่เริ่มออกจากครรภ์มารดา ซึ่งเป็นเรื่องที่ถูกต้องและสมควรให้ทารกเพศชายในประเทศไทยต้องได้รับการขริบมาตั้งแต่เริ่มคลอด เนื่องจากเด็กทารกเมื่อคลอดออกมาจากครรภ์ใหม่ๆ ประสาทรับสัมผัสบริเวณหนังหุ้มปลายยังไม่ทำงานเต็มที่ จึงสมควรขริบออก
น.พ.ณรงค์ กล่าวต่อว่า ตามธรรมชาติของมนุษย์เพศชาย สร้างหนังหุ้มปลายอวัยวะเพศ ด้วยเหตุผลเพื่อให้เด็กทารกในครรภ์ได้รับการป้องกันจากอุณหภูมิความร้อนในร่างกายของมารดา ในกรณีที่เจ็บป่วย ความร้อนจะส่งผลถึงทารก อาจทำให้เชื้อสเปิร์มในอวัยวะเพศของทารกโดนความร้อนจนเชื้อตายลง ดังนั้นหนังหุ้มปลายจึงมีความสำคัญดังกล่าว ตราบจนกระทั่งเมื่อเด็กทารกคลอดออกจากครรภ์มารดาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว หนังหุ้มปลายอวัยวะเพศชายจะไม่มีความจำเป็นต่อร่างกายเราแต่อย่างใดอีก นอกจากนี้ปัญหาในวัยเด็กที่เกิดจากหนังหุ้มปลายอวัยวะเพศชายหรือเปิดได้ไม่เต็มที่ เราพบว่า 1.ปัสสาวะออกมาไม่หมด ทำให้สกปรก มีกลิ่น 2.คันและอักเสบง่าย 3.หนังหุ้มปลายมักถูกหนีบด้วยซิปกางเกง เวลาไม่นุ่งกางเกงใน 4.หากพยายามจะรูดหนังด้วยการฟอกสบู่ และเกิดหลุดไปรัดที่คอกิ่ว เลือดไปเลี้ยงไม่ได้ หัวบวมโต เจ็บมาก บางรายอาจถึงเน่าหัวหลุดได้ 5.อวัยวะเพศเจริญเติบโตได้ไม่เต็มที่ เวลาแข็งตัวจะงอ ไม่ตรง 6.เด็กจะมีปมด้อย เกิดปัญหาทางด้านจิตใจ เก็บกด เพื่อนๆ ชอบล้อเลียน เกิดความเครียด ไม่ชอบอยู่ในสังคม ทำให้การเรียนไม่ดีเท่าที่ควร ถึงขั้นไม่กล้าคบเพศตรงข้าม

ส่วนปัญหาเพศชายที่โตเป็นผู้ใหญ่ แต่ยังไม่ได้รับการขริบหนังหุ้มปลายอวัยวะเพศ พบว่า 1.จะกลายเป็นคนมีอวัยวะเพศเล็ก มีปมด้อยไปตลอดชีวิต 2.ไม่กล้ามีเพศสัมพันธ์ และชอบสำเร็จความใคร่ด้วยตนเอง เนื่องจากกลัวถูกฝ่ายหญิงล้อเลียน เพราะมีอวัยวะเพศเล็ก 3.เวลามีเพศสัมพันธ์จะหลั่งเร็วผิดปกติ หรือ "การล่มปากอ่าว" เนื่องจากอวัยะเพศอ่อนแอ 4.ให้ความสุขกับภรรยาไม่เต็มที่ เพราะการหลั่งเร็ว ทำให้ภรรยาอารมณ์ค้าง กลายเป็นคนเก็บกด และต้องหย่าร้างในที่สุด 5.เมื่อหนังหุ้มปลายอวัยวะเพศไม่เปิด เกิดความหมักหมมสกปรก กลายเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ฝ่ายหญิงเกิดมะเร็งที่ปากมดลูกหรือมะเร็งในมดลูกได้ง่ายขึ้น จากการร่วมเพศกับฝ่ายชาย ข้อมูลนี้ได้รับการจากสถาบันมะเร็งทั่วโลก 6.เวลามีเพศสัมพันธ์ หนังหุ้มปลายมักถูกบาดด้วยขนทั้งของตนเองและภรรยา ทำให้เกิดบาดแผลได้ง่าย ตามมาด้วยโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ 7.เมื่ออายุมากขึ้น หนังหุ้มปลายยิ่งบาง เวลาอวัยวะเพศหดตัว จะถูกบาดด้วยขนตัวเอง เป็นแผลง่าย

ผู้เชี่ยวชาญด้านการใช้เลเซอร์ กล่าวถึงช่วงเวลาที่ผู้ชายควรขริบหนังหุ้มปลายอวัยวะเพศ ว่า สามารถขริบอวัยวะเพศได้ทุกช่วงอายุ ทั้งเด็กและผู้ใหญ่ โดยเฉพาะช่วงทารกหลังคลอด 48 ชั่วโมง ถือว่าเป็นระยะเวลาที่ดีที่สุดหรือก่อน 1 ขวบ แต่เด็กในช่วงอายุ 1-5 ขวบ ไม่ควรทำเพราะเด็กจะซนมาก ทำให้ดูแลแผลได้ยาก (เด็กจะคันอวัยวะเพศและเกา จนทำให้แผลหายช้า) ในช่วงที่เด็กเริ่มเข้าเรียนประถมจนเป็นผู้ใหญ่ ยิ่งขริบไวยิ่งดี เพื่ออวัยวะเพศเจริญเติบโตเต็มที่ และเมื่อถึงวัยแต่งงาน การขริบทำให้อวัยวะเพศแข็งแรงขึ้น อย่างไรก็ตาม วิธีการขริบอวัยวะเพศในปัจจุบัน ทำได้ 2 วิธีด้วยการผ่าตัด วิธีแรกทำได้ด้วยการผ่าตัดด้วยใบมีดธรรมดา อาจทำให้บวมหรือเจ็บอยู่ 2-3 วัน และวิธีที่สอง ทำด้วยเลเซอร์ โดยใช้ "BOY HAPPY" ซึ่งเป็นเครื่องมือที่คิดค้นประดิษฐ์ขึ้นมาด้วยการใช้เลเซอร์เข้ามาเป็นตัวช่วยในการขริบอวัยวะเพศ พร้อมอุปกรณ์ที่จะช่วยไม่ให้มีเลือดออกหรือออกน้อยมาก แผลไม่ค่อยบวมและไม่ค่อยเจ็บ สามารถไปโรงเรียนหรือทำงานได้เลย แต่มีราคาแพงกว่าการใช้ใบมีด โดยทั้ง 2 วิธี เมื่อทำการตัดหนังหุ้มปลายออกแล้ว จะใช้ไหมละลายเย็บให้หนังติดกัน และต้องงดมีเพศสัมพันธ์เป็นเวลา 1 เดือน

น.พ.ณรงค์ กล่าวถึงราคาในการรับบริการขริบอวัยวะเพศด้วยวิธีใช้แสงเลเซอร์ ว่า ยังมีราคาค่อนข้างสูง ตกเฉลี่ยในการรับการรักษาครั้งละ 10,000-25,000 บาท

ผู้สื่อข่าวถามว่า การขริบหนังหุ้มปลายอวัยวะ จะทำให้ผู้ชายเสื่อมสมรรถภาพทางเพศหรือไม่ น.พ.ณรงค์ กล่าวว่า การขริบ นอกจากจะไม่มีผลต่อการทำให้เซ็กซ์เสื่อมแล้ว แต่กลับทำให้สมรรถภาพทางเพศดีขึ้นด้วย เราต้องเข้าใจว่าหนังหุ้มปลาย หากยังคงมีอยู่จะทำให้อวัยวะเพศเติบใหญ่ไม่ได้เต็มที่ แต่เมื่อขริบอวัยวะเพศแล้ว จะทำให้อวัยวะเพศแข็งแรง มีเพศสัมพันธ์ได้นานขึ้น เนื่องจากการใช้งานมากๆ จะทำให้อวัยวะเพศขยายตัวเลือดไปเลี้ยงมากขึ้น อวัยวะจะมีขนาดใหญ่โตมาก ดังนั้นการขริบจะทำให้ฝ่ายชายมีความต้องการทางเพศสูงขึ้น มั่นใจตัวเองมาก และที่สำคัญจะทำให้อวัยวะเพศชายขยายตัว สถิติจากการมีเพศสัมพันธ์บ่อยครั้ง หลังการขริบอวัยวะเพศ จะทำให้ขนาดของความยาวและเส้นรอบวงของอวัยวะเพศชายจะเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 1 ซ.ม. ในระยะเวลา 3-6 เดือน โดยสามารถเพิ่มขนาดได้อย่างต่อเนื่อง หากหมั่นออกกำลังกายเป็นประจำ

"ผมขอแนะนำให้ผู้ชายไทยควรได้รับการขริบอวัยวะเพศเสียที เพราะมีแต่ข้อดีที่จะทำให้ชีวิตคู่เป็นสุข เราไม่ได้ส่งเสริมให้ผู้ชายขริบ เพื่อมาหมกมุ่นอยู่กับการมีเพศสัมพันธ์บ่อยๆ เพื่อจะได้มีขนาดที่ใหญ่โตขึ้น แต่เราต้องยอมรับว่าเรื่องเพศสัมพันธ์เป็นเรื่องที่สำคัญในการใช้ชีวิตคู่ ป้องกันการล่มปากอ่าวได้ เมื่อเราขริบ เรามีความมั่นใจ ไม่เครียด ชีวิตคู่ก็สุขสม" น.พ.ณรงค์กล่าว- ข่าวสด หน้า 11 ---จบ--
เอามาให้อ่านครับ วิธีปฏิบัติคือขลิบด้วยมีดหมอธรรมดานี่แหละดีกว่า ถูกกว่า จะแต่งและเย็บตะปุ่มตะปั่มยังไงก้ได้

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
Guest
เด็กแนววว
เรทกระทู้
« ตอบ #3 เมื่อ: 30 ต.ค. 10, 17:05 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ช่วยตอบกันๆ เยอะๆหน่อยคับ ว่าพวกพี่ๆ เป็นกันรึป่าว แล้วขริบ ยังไงเจ็บไหมคับ พวกพี่ๆขริบกันรึยัง

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #4 เมื่อ: 30 ต.ค. 10, 18:28 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

พี่ขลิบแล้ว น้องเอ๋ย ขลิบที่โรงพยาบาลบางรัก ลองปรึกษาหมอที่โรงพยาบาลไหนก็ได้ เอาที่พอพูดได้สนิทหน่อยจะได้่ขอให้เขาฝังมุกเม็ดเล็กๆไว้เลยน่ะ รับรองมันจะสะอาดเป็นที่ปรารถนาของหญิงสาวเลยละ ว่าแล้วจะไม่แนะนำแต่อดไม่ได้เห็นใจพวกเพศเดียวกัน
ถามว่าเจ็บไหม เจ็บตอนฉีดยาชานะ จากนั้นไม่รุ้สึกนะขลิบจนเสร็จก็ทนเดินขาถ่างอยู่ 4-5 วัน ยอมเถอะน้อง ชีวิตนี้ทั้งชีวิตก็มีคุณนี่แหละคอยทำให้มีชีวิตชีวา คุณนี่แหละจะแก้ปัญหาชีวิตคู่ได้ คุณนี่แหละจะผูกมัดใจแฟนชนิดไล่ก็ไม่ไป คุณ้นี่แหละมีค่ากว่าทองคำ เพราะพวกภรรยาหลายๆคนเขาถึงบอกเสียทองเท่าหัว ไม่ยอมเสียผัวให้ใคร

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #5 เมื่อ: 30 ต.ค. 10, 19:13 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
แค่ขลิบหนังปลายหุ้มออกก็พอ.ทำความสะอาดง่าย.ไม่เกิดเชื้อรา-อย่าฝังสิ่งแปลกปลอมเด็ดขาด.ถ้าเกิดเน่าต้องผ่าออก-ผ่าออกแล้วรูปทรงจะเปลี่ยนไป-หลายคนต้องเสียใจไปตลอดชีวิต.เพราะไปฝังมุก.(ตามจรรยาแพทย์แล้วหมอไม่ฝังให้แน่) q*014
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #6 เมื่อ: 30 ต.ค. 10, 19:34 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ครับตามจรรยาแพทย์บางคนคงไม่ฝังให้แน่ แต่การฉีดซิลิโคนหรือตกแต่งแท่งอวัยวะก็เห็นแพทย์ทำกันอยุ่ บางรายรับฝังแท่งวัตถุเทียมเข้าไปในอวัยวะก็เห็นมีนะครับ ถ้าจะว่าการฝังมุกมีอันตราบการฉีดซิลิโคนฉีด โบท็อกซ์ใบหน้า หน้าอก สะโพกคางก็อาจมีอันตรายเหมือนกัน แต่ผุ้หญิงก็ยอมเจ็บตัวและยอมเสียเงินทำแพงๆด้วยครับ สมมุติว่าฝังมุกไปแล้ว เกิดอักเสบก็คงผ่าเอาออกได้ ก็ไม่มีความรุ้พอหรอก แต่เห็นหลายคนดามเหล็กฝังวัตถุแปลกปลอมในร่างกายก็ทำโดยหมอ ไม่เห็นหมอเตือนว่าฝังเหล็กในร่างกายเ็ป็นอันตราย ก็ขอบคุณที่เตือนนะครับ แต่ ถ้าห้ามมากๆเขาไปทำกับหมอเถื่อนยิ่งจะอันตรายมากกว่าอีก

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
Guest
ผู้ชายคนหนึ่ง
เรทกระทู้
« ตอบ #7 เมื่อ: 6 พ.ย. 10, 14:13 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
ครับตามจรรยาแพทย์บางคนคงไม่ฝังให้แน่ แต่การฉีดซิลิโคนหรือตกแต่งแท่งอวัยวะก็เห็นแพทย์ทำกันอยุ่ บางรายรับฝังแท่งวัตถุเทียมเข้าไปในอวัยวะก็เห็นมีนะครับ ถ้าจะว่าการฝังมุกมีอันตราบการฉีดซิลิโคนฉีด โบท็อกซ์ใบหน้า หน้าอก สะโพกคางก็อาจมีอันตรายเหมือนกัน แต่ผุ้หญิงก็ยอมเจ็บตัวและยอมเสียเงินทำแพงๆด้วยครับ สมมุติว่าฝังมุกไปแล้ว เกิดอักเสบก็คงผ่าเอาออกได้ ก็ไม่มีความรุ้พอหรอก แต่เห็นหลายคนดามเหล็กฝังวัตถุแปลกปลอมในร่างกายก็ทำโดยหมอ ไม่เห็นหมอเตือนว่าฝังเหล็กในร่างกายเ็ป็นอันตราย ก็ขอบคุณที่เตือนนะครับ แต่ ถ้าห้ามมากๆเขาไปทำกับหมอเถื่อนยิ่งจะอันตรายมากกว่าอีก
แต่การฉีดซิลิโคนหรือตกแต่งแท่งอวัยวะก็เห็นแพทย์ทำกันอยู่
....แล้วเคยได้ดูข่าวฟ้องร้อง ร้องเรียนบ้างปะครับ q*012


การฉีดซิลิโคนฉีด โบท็อกซ์ใบหน้า หน้าอก สะโพกคางก็อาจมีอันตรายเหมือนกัน
...โบท็อกซ์มีฤทธิ์คลายกล้ามเนื้อชั่วคราว 3-6เดือน อันตรายอาจเกิดจากการฉีดมากไปหรือฉีดผิดตำแหน่ง จึงอาจหนังตา


ฝังมุกไปแล้ว เกิดอักเสบก็คงผ่าเอาออกได้
...แต่หลังผ่าออกแล้วรูปทรง อาจจะเปลี่ยนไปถาวร ไม่กลับมาแบบเดิมแล้วจะรู้สึก q*001


หลายคนดามเหล็กฝังวัตถุแปลกปลอมในร่างกายก็ทำโดยหมอ ไม่เห็นหมอเตือนว่าฝังเหล็กในร่างกายเ็ป็นอันตราย
...เพราะหมอพวกนั้นมักเป็นหมอปลอม หรือหมอที่เห็นเงินที่ได้มากกว่าจรรยาบรรณวิชาชีพ q*023



แต่ผุ้หญิงก็ยอมเจ็บตัวและยอมเสียเงินทำแพงๆด้วยครับ

ถ้าห้ามมากๆเขาไปทำกับหมอเถื่อนยิ่งจะอันตรายมากกว่าอีก
...อันนี้ ก็สุดแล้วแต่ปัญญาของแต่ละคน พวกหมูไม่กลัวน้ำร้อนก็ต้องเจอดีก่อนจึงจะเชื่อ q*012 บางคนไม่เห็นโลงศพไม่หลั่งน้ำตา q*009


noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #8 เมื่อ: 8 พ.ย. 10, 15:09 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ก็เป็นความจริงครับ ฝังวัตถุแปลกปลอมในร่างกายไม่ดีทั้งนั้น แต่บางคนมีรปมด้อย อยากสวยอยากงามก็ยอมเสี่ยงยอมเข็บตัว เวลานี้มีหญิงสาวเกดินผ่านมาสัก 10คน ไม่รู้เสริมดั้งไปแล้วกี่คน ใน10 คนไปฉึกใขมันเสริมสะโพกมาแล้วกี่คน ในสิบคนเดินมาไปเสริมหน้าอกมาแลเ้วกี่คน ถามว่าจริงๆพวกผุ้ชายชอบไหมใ ไม่ชอบเลยของปลอม แต่ผู้หญิงนี่ขอสวยไว้ก่อน ส่วนผู้ชายทำเพราะเห็นว่าตังมีจุดด้อย โรงพยาบาลใหญ่ๆบางแห่งถึงกับโฆษณาเรื่องศัลยกรรมเป็นเรื่องใหญ่โต คลีนิคหมอบางแห่งทำอาบึพเสริมๆพวกนี้รำ่รวยมหาศาล ขึ้นศาลก็ไม่รู้กี่ศาล แพทยสมาคมยังทำอะไรแกไม่ได้เลย

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
Tags:  

หน้า: 1

 
ตอบ
ชื่อ:
 
แชร์ไป Facebook ด้วย
กระทู้:
ไอค่อนข้อความ:
ตัวหนาตัวเอียงตัวขีดเส้นใต้จัดย่อหน้าชิดซ้ายจัดย่อหน้ากึ่งกลางจัดย่อหน้าชิดขวา

 
 

[เพิ่มเติม]
แนบไฟล์: (แนบไฟล์เพิ่ม)
ไฟล์ที่อนุญาต: gif, jpg, jpeg
ขนาดไฟล์สูงสุดที่อนุญาต 20000000 KB : 4 ไฟล์ : ต่อความคิดเห็น
ติดตามกระทู้นี้ : ส่งไปที่อีเมลของสมาชิกสนุก
  ส่งไปที่
พิมพ์อักษรตามภาพ:
พิมพ์ตัวอักษรที่แสดงในรูปภาพ
 
:   Go
  • ข้อความของคุณอยู่ในกระทู้นี้
  • กระทู้ที่ถูกใส่กุญแจ
  • กระทู้ปกติ
  • กระทู้ติดหมุด
  • กระทู้น่าสนใจ (มีผู้ตอบมากกว่า 15 ครั้ง)
  • โพลล์
  • กระทู้น่าสนใจมาก (มีผู้ตอบมากกว่า 25 ครั้ง)
         
หากท่านพบเห็นการกระทำ หรือพฤติกรรมใด ๆ ที่ไม่เหมาะสม ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเสื่อมเสียแก่สถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ รวมถึง การใช้ข้อความที่ไม่สุภาพ พฤติกรรมการหลอกลวง การเผยแพร่ภาพลามก อนาจาร หรือการกระทำใด ๆ ที่อาจก่อให้ผู้อื่น ได้รับความเสียหาย กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม